หลงไป๋รีบเอากระบี่พิรุณนิทราออกมาถือไว้ในทันที เขาจดจำบรรยากาศแบบนี้ได้ดีแม้ว่ามันจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใดแล้วก็ตามที่ กลิ่นอายที่ชวนสะอิดสะเอียน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งประหนึ่งซากศพ ต่อให้เขาตายก็ยังจำจดมันได้ เพราะกลิ่นอายแบบเดียวกันนี่เองที่ทำให้ตระกูลของเขาต้องล่มสลาย
“จางเยว่ เ้าหลบไปให้ไกล ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้” หลงไปะโบอกหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัวเื้ั
“แต่...”
“ข้าบอกให้ไป!!!” หลงไปตะคอกเสียงดังลั่น จนหญิงสาวสะดุ้ง นางพยักหน้าก่อนที่จะรีบวิ่งจากไป นางรู้ตัวดีว่าขืนอยู่ที่นี่ก็คงเป็ได้เพียงตัวถ่วงของชายหนุ่มเท่านั้น แม้กระนั้นนางก็ยังไม่วายจะหันกลับมาบอกหลงไป๋ด้วยความเป็ห่วงว่า
“เ้าจะต้องปลอดภัยนะ” จากนั้นร่างของนางก็ลับหายไป
หลงไป๋ถอนหายใจ นานเท่าใดกันที่ไม่มีคนคอยห่วงใยเขาเช่นนี้ แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมารำพึงรำพัน เพราะกรงเล็บของเหล่าเจาซัดมาถึงด้านหน้าของเขาแล้ว
ตูม!
ที่ที่หลงไป๋เคยยืนกลายเป็หลุมขนาดใหญ่ ดีที่เขาคอยสังเกตอยู่ตลอดจึงหลบออกมาได้ทันมิเช่นนั้นคงเหลือแต่ชื่อแล้ว
กระบี่พิรุณถูกถอดออกจากฝัก พร้อมกับเสียงหัวเราะน่าขนลุกของเหล่าเจาที่ฟังดูน่าสยอง เ้าของเสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยออกมาว่า
“คิคิคิคิ เ้ามันสมควรตาย สมควรตาย!” ดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้น จดจ้องมาที่หลงไป๋อย่างกินเืกินเนื้อ ฟันที่แหลมคมงอโค้งออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง มือที่เคยแห้งเหี่ยวกับปูดโปนไปด้วยเส้นเส้นเืสีเขียวน่ากลัว เล็บที่แหลมยางพร้อมจะเจาะทะลุเนื้อของทุกผู้คนที่มัน้าเข่นฆ่า
หลงไป๋จดจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา นี่เป็หนึ่งในข้อสงสัยเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลเขามาโดยตลอด วันหนึ่งเขาจะสืบหายความจริงข้อนี้ให้จงได้
หลงไป๋ตวัดกระบี่เข้าปะทะกับกรงเล็บปีศาจได้จะสูสี จากที่หลงไป๋มองดูเหล่าเจายิ่งต่อสู้ยิ่งคลุ้มคลั่ง เส้นเืทั่วร่างโป่งพองจนแทบะเิ หลังจากปะทะกันมามากกว่าหนึ่งชั่วยาม ทั่วร่างหลงไป๋เต็มไปด้วยเหงื่อชุ่ม าแน้อยใหญ่ยังมีปรากฏให้เห็น เืไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่มีาแฉกรรจ์ใดให้น่าเป็ห่วง ซึ่งแตกต่างจากสภาพของเหล่าเจาเป็อย่างมาก
ั์ตาทั้งสองข้างนั้นแดงก่ำ หยาดเืรินไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างชวนสยดสยอง กล้ามเนื้อบิดเกร็งจนผิดรูป ผิวเนื้อหนังปริแตกทั่วร่าง หากแต่เ้าของร่างกับไม่ได้ดูจะรู้สึกรู้สากับความผิดปกติของร่างกายตนเองเลยสักนิด ร่างผอมแห้งนั้น ทะยานเข้าหาหลงไป๋อีกครั้งพร้อมกับเสียงครางในลำคอประหนึ่งสัตว์ป่า
“เ้ามันบ้าไปแล้ว พลังนั้นมันกำลังจะกัดกินร่างของเ้ารีบคลายพลังนั้นออกซะ” หลงไป๋ะโออกไปแต่หาได้มีสัญญาณใดตอบรับกลับมาไม่
เหล่าเจาในร่างปีศาจนั้นบิดเกร็งจนร่างงองุ้มลงดั่งอสุรกาย ใบหน้านั้นมีแต่ความเฉยชา แววตาทั้งสองเต็มไปด้วยไอสังหาร หมอกควันที่ล่องลอยอยู่โดยรอบเริ่มเบาบางลงไปทุกที หากเป็เช่นนี้ต่อไปแม้แต่ซากศพของเหล่าเจาก็คงต้องถูกพลังปีศาจกัดกินไปจนสิ้นแน่ หลงไป๋เห็นดังนั้นจึงอดที่จะเวทนามิได้
“เหล่าเจาเพื่อไม่ให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานข้าจะเป็คนช่วยปลดปล่อยมันเอง” เดิมหลงไป๋เพียง้าเดินทางไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดมิคาดคิดว่าจะต้องมาพบกับเหตุการณ์แบบนี้
กระบี่พิรุณส่องประกายระยับท่ามกลางแสงสีแดงส้มยามสนธยา หลงไป๋ยืนนิ่งหลับตาอย่างสงบ หลังจากนั้นเขาพลันลืมตาขึ้นมาพร้อมกับทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วยิ่ง กระบี่ถูกฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็วดั่งสายฝนที่หล่นร่วงจากฟากฟ้า
หลงไป๋ฟันกระบี่ใส่เหล่าเจาในร่างปีศาจก่อนที่มันจะยกแขนข้างซ้ายขึ้นมาด้านไว้ แต่เพียงพริบตาเหล่าเจากลับกระเด็นออกไปเื้ัราวกับถูกค้อนใหญ่หวดเข้าใส่ร่าง ร่างปีศาจกระเด็นออกไปติดอยู่บริเวณกำแพงหินของบ้าน เสียงดังสนั่น
โครม!
เหล่าเจากระอักเืสีดำออกมากองใหญ่ ก่อนจะพยายามพยุงตัวขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ขณะนั้นเองหลงไป๋ที่หลังจากฟันกระบี่ใส่เหล่าเจาก็ได้ะโขึ้นไปบนฟากฟ้าสองมือร่ายรำกระบี่ ก่อนจะจับด้ามกระบี่ไว้มั่น ร่างทะนงของชายหนุ่มค่อยๆ พุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้าประหนึ่งลูกธนูที่แหลมคม
“เพลงกระบี่พิรุณกระบวนท่าที่สาม ฝนพร่างฟ้า!”
ร่างของหลงไป๋กับกระบี่นิทรากลายเป็เหมือนเงาวูบหนึ่งในอากาศ ก่อนที่ปลายกระบี่แหลมนั้นจะพุ่งดิ่งตรงมายังร่างของเหล่าเจาที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นยืน แต่ช่างน่าเศร้าเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมาก็พบพานว่าปลายกระบี่นั้นจ่ออยู่ที่หว่างคิ้วทั้งสองข้างของมันแล้ว
“ไม่!!!”
ตูมมมมม!
ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลงไปยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ร่างของเหล่าเจาที่อยู่ในท่าชันเข่า ใบหน้านั้นแหงนมองไปยังฟากฟ้าไกลเพียงแต่มันคงไม่เห็นสิ่งใดในเมื่อดวงตาทั้งสองข้างนั้นไร้ประกายไปเสียแล้ว หว่างคิ้วทั้งสองข้างยังคงถูกเสียบไว้ด้วยกระบี่สีเงินสง่า
ก่อนที่หลงไป๋จะได้ทำอะไร ร่างปีศาจของเหล่าเจาค่อยสลายกลายเป็เถ้าธุลีสีดำสนิทล่องลอยไปในสายลมที่พัดผ่านมา
กริ้ง!
เสียงผลึกสีแดงเืตกกระทบกับพื้นข้างๆ กระบี่พิรุณ แต่ก่อนที่หลงไปจะเอื้อมมือไปคว้ามา มันก็ได้ถูกพลังสายหนึ่งดึงดูดจนลอยหายไปจากตรงนั้น ขณะนั้นเองที่ชายวัยกลางคนก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับปรบมือให้กับหลงไป๋ประหนึ่งผู้ชมที่เพิ่งดูการแสดงเสร็จ
“เยี่ยมยอด เยี่ยมยอด สามารถสังหารทาสปีศาจถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว” เสี่ยวหยวนปิงค่อยๆ เดินออกมาพร้อมกับชายชราอีกคนที่มองหลงไป๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน!