เม้มปากแน่นมองประตูบานใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้ คงไม่ใช่เพราะอะไรหากไม่ใช่ฮ่องเต้สั่งให้เขามาที่นี่ อีกสิ่งหนึ่งที่สงสัยหากเป็ปกติถ้าเขามายืนอยู่ที่หน้าพระตำหนักของฮ่องเต้โดยที่ไม่มีธุระคงโดนโยนจับออกไปเสียแล้วแต่นี้ไม่เพียงไม่มีใครมาจับแถมยังพามาส่งแต่โดยดีด้วย แต่คงอาจจะเป็เพราะฮ่องเต้สั่งกระมั้ง
สูดหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาพลางใช้สายตากวาดมองโดยรอบผนังห้องตกแต่งด้วยโทนสีแดงที่ตกแต่งด้วยลวดลายัและภาพดอกเหมยสีทองบนฝาผนัง
“โห เป็ห้องที่งดงามจริงๆ”
ว่าพลางหย่อนตัวลงนั่งที่พื้นพลางสอดส่องความสวยงามภายในห้อง ยอมรับเลยว่าพระตำหนักฮ่องเต้มันสวยงามแตกต่างกับพระตำหนักของฮองเฮาขึ้นมาระดับนึงเลยเสียด้วยซ้ำ
ระหว่างรอเวลาที่ฮ่องเต้จะกลับฮุ่ยิยังคงนั่งลงที่พื้นตามเดิมไม่ได้ขยับไปไหนแม้จะรู้ว่าในห้องมีที่นั่งที่สามารถนั่งได้แต่ด้วยความเกรงใจเลยเลือกที่จะนั่งพื้นเสียเอาดีกว่า
“หาวว”
ฮุ่ยิหาววอดพลางส่องสายตาออกนอกหน้าต่างดูเหมือนว่าตอนนี้จะค่ำแล้ว ความง่วงเริ่มทวีคูณฮุ่ยิเริ่มหาวขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะแอบงีบหลับด้วยความง่วง
เสียงเดินเท้าจากด้านนอกไม่ได้ทำให้ฮุ่ยิตื่น บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นคนหลังบานประตู เฉิงหานมองคนที่นั่งอยู่บนพื้นที่กำลังสัปหงกด้วยความสงสัยแอบคิดอยู่ในใจว่าทำไมฮุ่ยิถึงไม่ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ จัดการปิดประตูเดินตรงไปยังคนตัวเล็กก่อนจะนั่งยองำลางยื่นมือเชยคางอีกคน ใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้มนิ้วเรียวเลื่อนััแก้มฝาดแดงความนิ่มของแก้มทำเอาเขาอยากจะฟัดแก้มให้ช้ำ
ฮุ่ยิที่ถูกเชยชางเริ่มเอนหลังตามแรงโน้มถ่วงเฉิงหานที่เห็นจึงรีบคว้าเอวของอีกคนเพื่อไม่ให้หงายหลัง ฮุ่ยิที่เหมือนจะตื่นเขาปรือตายกมือขยี้ตาเพื่อความง่วงก่อนจะมองสิ่งตรงหน้า หรี่ตามองพยายามปรับสายตาเพื่อให้เห็นได้ชัดขึ้น
“ตื่นแล้วรึไง”
เสียงที่คุ้นเคยทำเอาฮุ่ยิตื่น เขาขยับนั่งตัวตรงก่อนจะก้มคำนับด้วยความล่ก
“ยินดีต้อนรับกลับพ่ะย่ะค่ะ”
“หึ”
เหมือนได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะในลำคอ ฮุ่ยิเงยหน้ามองด้วยความสงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิดก่อนจะยันตัวขึ้นมานั่งตามเดิมสบตากับอีกคน
“เ้าต้อนรับข้าด้วยวิธีแบบนี้รึ”
“เอ๊ะ ต้อนรับแบบนี้ไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮุ่ยิถามกลับด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ เฉิงหานยกยิ้มเล็กน้อยดูท่าอีกคนจะไม่รู้อะไรเสียจริง
“หึ อ่อนหัดเสียจริง”
เฉิงหานเอ่ยขึ้นก่อนจะผลักอีกคนให้นอนลงกับพื้นก่อนจะขึ้นค่อมและยึดแขนทั้งสองข้างเอาไว้ ฮุ่ยิมองอีกคนด้วยความใพลางพยายามขยับแขนเพื่อให้หลุดจากการจับกุมแต่ไม่ว่าจะขยับสักเท่าไหร่ก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
“ท่านจะทำอะไรน่ะ”
“ลืมสถานะของตัวเองไปแล้วรึไง”
ฮุ่ยิแอบลอบกลืนน้ำลาย ไม่ใช่ว่าเขาลืมแต่คงเป็เพราะเขาไม่รู้ต่างหากว่านางบำเรอต้องทำอะไรบ้าง
“ข้าไม่ได้ลืม แค่ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างก็เท่านั้น”
“งั้นข้าจะสอนเ้าเอง”
เฉิงหานไม่รอให้อีกคนได้เอ่ยเขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของฮุ่ยิออกจนเหลือเพียงชุดชั้นใน อุณหภูมิในร่างกายของฮุ่ยิเริ่มร้อนเห่อพลางใช้มือเล็กดึงชุดชั้นในให้ปิดส่วนล่างแต่ก็ถูกอีกคนดึงมือออก
“เขินรึไง”
“ข้าไม่ใช่ท่านนะที่จะไม่เขินอายเลย”
“หือ? เดี๋ยวนี้ช่างปากกล้าขาแข็งขึ้นนะ ดี! แบบนี้ข้าจะได้ไม่ต้องออมแรงให้เสียเวลา”
ทันทีที่เฉิงหานเอ่ยจบเขาก็จัดจับขาทั้งสองข้างของคนใต้ร่างแหวกออกพาดเขาที่ไหล่ก่อนจะโน้มใบหน้าลงที่ส่วนกลาง
“ท่านอย่า!”
เฉิงหานไม่ฟังที่อีกคนพูดเขาจัดการจับส่วนกลางขึ้นมาก่อนจะเริ่มเฉดชิมมันทีละนิด เรียวสิ้นเริ่มตวัดจาก้าก่อนจะค่อยๆลงมายังโคนด้านล่างให้คนโดนกระทำหวาดเสียวเล่น ฮุ่ยิแอ่นตัวตอบรับกับความเสียวพลางยกมือปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองเล็ดลอดออกมา ส่วนมืออีกข้างจับชุดชั้นในแน่นเพรพาะความเสียวที่แล่นเข้ามาอย่างไม่หยุด เฉิงหานนำส่วนกลางของฮุ่ยิเข้าปากก่อนจะขยับขึ้นลงและเร่งความเร็วตามจังหวะ
“อื้อ!!!!”
ฮุ่ยิปล่อยเสียงร้องน่าอายออกมาอย่างสุดเสียงพลางแอ่นตัวรับกับอีกคนให้พอดีกัน เฉิงหานเริ่มเร่งจังหวะมากขึ้นไม่นานน้ำสีขุ่นก็โพยพุ่งออกมาจนเต็มหน้าท้อง
“อ่าส์”
เฉิงหานเลียปากของตัวเองที่เลอะจากน้ำสีขุ่นของคนตรงหน้าก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากของอีกคน ฮุ่ยิยกมือปิดหน้าด้วยความเขินอายก่อนจะเปล่งเสียงอู้อี้จนฟังไม่ได้ศัพท์
“ฮือออออ”
“นี่มันแค่บทเรียนแรก ต่อไปก็บทเรียนที่สอง”
เอ่ยจบเฉิงหานก็จัดการจับอีกคนพลิกตัวคว่ำก่อนจะดึงเอวของฮุ่ยิให้ขาตั้งฉากกับพื้นพลางจับแขนของอีกคนให้พาดกับเตียงตรงหน้า
“ท่าน คือ…ข้า”
“กลัวหรือ”
ฮุ่ยเอี้ยวหน้ามองคนด้านหลังก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เฉิงหานจุมพิตที่ขมับก่อนจะเลื่อนลงมาที่แก้มฝาดขาวนวล
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะทำเบาๆ”
เอ่ยเสร็จเฉิงหานจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองจนหมด เฉิงหานใช้นิ้วเรียวสอดเข้าช่องทางรักเพื่อเป็การเปิดทางก่อนจะขยับมันให้เร็วขึ้น ฮุ่ยิแอ่นตัวอัตโนมัติพลางกำผ้าห่มบนเตียงแน่นจากความเสียวที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ
“อื้อ!!!”
ไม่นานน้ำสีขาวก็ไหลออกมาจากด้านหลังเป็สัญญาณบอกว่าตอนนี้เขาพร้อมแล้ว มือหนาเอื้อมจับเอวก่อนจะจับแก่นกลางของตัวเองถูกับช่องทางรักของอีกฝ่าย ฮุ่ยิเม้มปากแน่นััได้ถึงอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มากจ่ออยู่ที่ช่องทางด้านหลัง แก่นกลางเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่องทางรักอย่างช้าๆก่อนจะขยับมันเข้าออกตามจังหวะ เสียงอื้ออึงประสานกันพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบทำให้เพิ่มอารมณ์ได้มากเท่าตัว บทเรียนของฮุ่ยิดำเนินไปเรื่อยๆจนเกือบจะจบบท เฉิงหานเร่งความเร็วมากขึ้นจนในที่สุดบทเรียนของฮุ่ยิก็จบเสียที ฮุ่ยิซบหน้าลงกับเตียงด้วยความเหนื่อยพลางเอื้อมมือจับที่ขาของตนพบว่าน้ำสีขาวจากช่องทางรักเลอะเปรอะเปื้อนขาเต็มไปหมด
ฮุ่ยิเม้มปากแน่นจู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าจะต้องเจอแบบนี้แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะแอบคิด แรงกอดจากด้านหลังให้เขาเหลือบหันไปมองพบว่าเฉิงหานซบหน้าลงที่ไหล่ขาวของเขา
“ข้าขอโทษ”
“ท่านขอโทษข้าเพราะเหตุใด มันเป็หน้าที่ของข้าที่จะต้องคอยบำเรอท่าน”
ฮุ่ยิขยับตัวเองก่อนจะดึงให้เฉิงหานลุกขึ้นจากพื้นขึ้นมานั่งที่เตียง สีหน้าของเฉิงหานตอนนี้เขาดูรู้สึกผิดจริงๆ ฮุ่ยิถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือโน้มคออีกคนก่อนจะทาบริมฝีปากลงไป
“ท่านไม่ต้องรู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น ข้าจะยังทำหน้าที่ข้าต่อไปแค่เพียงท่านเรียกข้าก็จะมาหา”
“เ้าพูดจริงอย่างงั้นรึ”
“ข้าพูดจริง”
เฉิงหานยกยิ้มก่อนจะโน้มตัวลงทาบริมฝีปากลงมาใช้ลิ้นเรียวกวาดความหวานจากปากของอีกคนก่อนจะผละออก
“เมื่อเ้าเอ่ยแบบนั้นข้าก็จะสนองตัวเองอย่างเต็มที่อย่างไม่เกรงใจ”
“น้อมรับบัญชาเพคะฝ่าา
แสงแดดสาดลงเข้ามาภายในห้อง ฮุ่ยิปรือตาก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองรอบๆพบว่าเฉิงหานยังคงหลับอยู่ นึกย้อนเมื่อคืนเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะร่วมรักหนักไปหน่อยเลยนอนหลับโดยสภาพแบบนั้น
ฮุ่ยิมองแขนที่พาดอยู่บนตัวนึกจะเอาออกแต่ก็ไม่กล้า ไม่นานเฉิงหานก็ขยับตัวเขาจับตัวฮุ่ยิให้นอนลงก่อนจะพาดแขนลงที่กลางตัว ฮุ่ยินอนตัวเกร็งแม้เมื่อคืนเขากับเฉิงหานจะร่วมรักกันแล้วแต่เขาก็ยังไม่ชินอยู่ดี
“เฉิงหาน เ้าตื่นรึยัง”
เสียงของซิงเยียนจากด้านนอกห้องให้คนข้างตัวขยับ เฉิงหานลืมตาก่อนจะหงกหัวมองบานประตูด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิด ฮุ่ยิสะกิดแขนก่อนจะหันไปบอกอีกคน
“ซิงเยียนเรียกท่านน่ะ”
“เฉิงหาน เ้าตื่นรึยัง! ไม่งั้นข้าจะเข้าไปแล้วนะ”
“ไม่ต้อง!”
เฉิงหานเอ่ยพร้อมกับยันตัวขึ้นพลางเสยผมที่ตกลงปรกหน้าตัวเองก่อนจะหันมามองคนข้างตัว เฉิงหานคิ้วขมวดเมื่อเห็นว่าฮุ่ยินอนตัวเกร็งเขาหัวเราะในลำคอก่อนจะโน้มตัวเท้าแขนค่อมตัวอีกคนจนฮุ่ยิเกร็งตัวกว่าเดิม
“เขินรึไง”
“ข้าเปล่า”
ฮุ่ยิส่ายหัวรัวเม้มปากก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น มือหนาเอื้อมจับใบหน้าให้หน้าของเขาให้หันมาสบตากับค้า จู่ๆหัวใจก็เต้นเร็วผิดปกติอุณหภูมิในร่างกายเห่อร้อนขึ้นจากเดิม
“หึ ปากแข็งเสียจริง”
พูดจบเฉิงหานลุกจากเตียงก่อนจะจัดแจงใส่เสื้อคลุมอาบน้ำก่อนจะหันมาเอ่ยบางอย่างกับเขา
“เ้าจะอยู่อย่างนั้นให้ซิงเยียนเข้ามาดูเล่นก็ได้นะ”
พูดจบเฉิงหานก็เดินออกไปทางห้องน้ำ ฮุ่ยิที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเด้งตัวขึ้นทันทีก่อนจะรีบจัดการใส่ชุดตัวเองจนเสร็จสรรพ ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นซิงเยียนที่ยืนอยู่หลังบานประตู
“ก็ว่าอยู่ทำไมเฉิงหานน้ำเสียงถึงดูหงุดหงิด ที่ไหนได้ข้ามาขัดจังหวะพวกเ้านี่เอง”
“เ้าพูดอะไรของเ้า เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว”
“หึ” ซิงเยียนยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวพลางนึกในใจ นี่อีกคนไม่คิดบ้างรึไงว่าเขานั้นช่างดูออกง่ายเสียจริง
“หมดธุระข้าแล้วงั้นข้าขอตัวก่อน”
“เฉิงหานอนุญาตให้เ้ากลับได้แล้วรึ”
ฮุ่ยิหยุดเดินก่อนจะหันหลังมาบอกซิงเยียนด้วยใบหน้าสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม
“ข้าต้องขออนุญาตด้วยรึ”
ไม่นานเฉิงหานก็เดินออกมาตามร่างกายของเขามีหยดตามเกาะเต็มไปหมด เฉิงหานหันมองสหายสนิทด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความหงุดหงิด
“ใครอนุญาตให้เ้าเข้ามา”
“ข้าอนุญาตตัวเอง อีกอย่างข้าก็เข้ามาแบบนี้เป็ปกติเ้าต่างหากพูดเหมือนมันไม่ปกติเสียอย่างนั้น”
เฉิงหานถอนหายใจก่อนจะหันมองฮุ่ยิที่เหมือนกำลังจะแอบหนีออกจากห้อง
“ใครอนุญาตให้เ้าไป”
“เอ่อ ก็”
“เฮ้อ งั้นเ้ากลับไปก่อน ไว้ข้าจัดการธุระเสร็จค่อยว่ากัน”
ฮุ่ยิมองอยู่ครู่ก่อนจะก้มคำนับและเดินออกจากห้องไป เฉิงหานจัดการใส่เสื้อผ้าระหว่างนั้นก็พูดคุยกับซิงเยียนไปพลาง
“เ้ามีอะไร”
“ท่านหัวเมืองส่งข่าวมาว่าพวกซังซานเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
“อย่างงั้นรึ งั้นก็คงต้องส่งทหารไปเฝ้าคอยดูลาดเลา หากพวกมันลงมือจะได้จัดการได้ทันที”
“งั้นเ้าก็ไปสั่งการทหารของเ้าซะ เพราะวันนี้ข้าไม่ว่างมาเป็ธุระให้”
“ยังข้าก็ต้องไปอยู่แล้ว”
“งั้นรึ แต่เมื่อคืนเ้าหนีประชุมนะ แถมยังใช้ให้ข้ามาเข้าประชุมแทนข้าอีก”
“ข้าแค่ติดธุระ”
“ธุระของเ้าคือฮุ่ยิงั้นรึ อ๋อ ข้าลืมไป ฮุ่ยิพึ่งได้รับตำแหน่งนางบำเรอเ้าคงกลัวจะไม่ได้ใช้บริการนี่นะ เลยรีบชืงมาใช้บริการก่อนที่พวกซังซานจะเคลื่นไหว”
“หุบปากแล้วออกจากห้องข้าได้แล้ว”
“หึ ใช่สิ ข้าไม่ใช่ฮุ่ยินี่เนาะ คนไม่ใช่ก็ย่อมโดนไล่แบบนี้ล่ะ”
เฉิงหานมองเพื่อนชายที่ก่นบ่นก่อนจะเดินออกไป สายตาทอดมองหน้าต่างเห็นฮุ่ยิที่กำลังยืนคุยเล่นกับนกสองตัวอยู่อย่างสนุกสนาน จะว่าไปเขาจำได้ว่าให้ฮุ่ยิกลับตำนักไปพักแต่ไหนถึงมาวิ่งเล่นกับนกได้ เฉิงหานยกยิ้มก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อย
ช่างเถอะ ก็เขาเป็นี้นี่นะ