“ตราหมื่นอัคคีอย่างนั้นหรือแม่เ้า!”ตอนนี้ร่างกายของเซียงหนูแทบจะะเิออก จิตใจปั่นป่วนบ้าคลั่งนางไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นเลย
ส่วนมือที่อาจารย์ฟางยื่นออกไปก็แข็งค้างอยู่กลางอากาศและสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากำลังแสดงตราหมื่นอัคคีที่ตกทอดมาจากวิชาปรุงยาโบราณหัตถ์นี้ซับซ้อนยิ่งนัก แต่สามารถรวบรวมหมื่นอัคคีเป็หนึ่งไม่เพียงสามารถใช้ปรุงยา แต่ยังสามารถใช้ป้องกันตัวมันเป็สิ่งที่นักปรุงยานับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝัน
อีกทั้งการบ่มเพาะหัตถ์นี้เป็เื่ที่ยากมากอย่างน้อยต้องเป็ระดับอาจารย์ปรุงยาและต้องอาศัยโอกาสวาสนาที่ลงตัวจึงจะบ่มเพาะสำเร็จ!
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเป็ถึงอาจารย์ปรุงยาเทียบเคียงกับเขา!
อาจารย์ปรุงยาที่อายุน้อยอย่างยิ่ง!
เป็อาจารย์ปรุงยาที่ตราหมื่นอัคคี!
แม้เขาไม่กล้าเชื่อ แต่ก็ใกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าสุดท้ายเขามองฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสายตาที่เท่าเทียมเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของฟ่านเสวี่ยหลีในที่สุดก็เข้าใจว่าฟ่านเสวี่ยหลีหาได้เย่อหยิ่งหลงระเริงแต่กำลังหารือกับเขาด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน
เขาอดไม่ได้ที่จะร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้ารู้สึกว่าตนเป็เพียงชายแก่ที่หยิ่งทะนงและไม่รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าบรรลุถึงระดับเช่นนี้ั้แ่อายุยังน้อยเกรงว่าศักยภาพต้องไร้ขีดจำกัด เมื่อพบเจอเมฆลมก็จะกลายเป็ัอนาคตจะแข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอน!
ตอนนี้เซียงหนูสติหลุด ในหัวของนางราวกับถูกสูบจนว่างเปล่า
ชายหนุ่มผู้นี้กลับเป็อาจารย์ปรุงยาเทียบเท่าอาจารย์ฟาง!
เมื่อเทียบกันแล้วผู้อ่อนแออย่างนางกลับเคยสงสัยในตัวอาจารย์ปรุงยาผู้นี้!
เมื่อนึกถึงสีหน้าอันเฉยเมยของฟ่านเสวี่ยหลีก่อนหน้านี้ตอนนี้นางเข้าใจถึงความมั่นใจของอีกฝ่ายแล้ว
แต่ยิ่งเป็เช่นนี้ก็ยิ่งทำให้นางตกตะลึง!อาจารย์ปรุงยาที่อายุน้อยเช่นนี้ถูกบ่มเพาะออกมาได้อย่างไร และเขาอยู่สำนักใดกัน
เมื่อคิดจนถึงจุดนี้ แผ่นหลังของนางก็ไหลชุ่มไปด้วยเหงื่อก่อนหน้านี้นางพูดจาดูถูกเขามาโดยตลอด มีโทษหนักถึงเพียงใด
ใบหน้าของิน่าในตอนนี้กลับเผยรอยยิ้มอันสดใสนางรู้สึกว่าคุณชายฟ่านประหลาดั้แ่แรกแล้วความรู้อันล้ำลึกของอีกฝ่ายทำให้นางรับรู้ถึงความไม่ธรรมดาของอีกฝ่ายแต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเก็บซ่อนความสามารถถึงขั้นนี้
เมื่อนึกถึงหัตถ์อันแพรวพราวและแสงศักดิ์สิทธิ์ของต้นปู้หลีเมื่อครู่นี้นางก็ยิ้มมุมปากขึ้นอย่างปลาบปลื้ม
เมื่อเป็เช่นนี้ แม่ของฟ่านเสวี่ยหลีจะต้องหายจากโรคภัยแน่นอน!
มือของฟ่านเสวี่ยหลีส่องแสงประกายขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคนต้นปู้หลีผสานเข้ากับสมุนไพรทั้งหลายและค่อยๆ กลายสภาพเป็โอสถเม็ดหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ป้อนโอสถเข้าปากท่านแม่
เขาสังเกตเห็นสีหน้าเมื่อครู่นี้ของคนอื่นแล้ว แต่เขาหาได้ใส่ใจสำหรับเขาแล้ว การรักษาท่านแม่เป็สิ่งสำคัญที่สุด
เขายอมทุ่มทุกสิ่งเพื่อท่านแม่
ตอนนี้อาจารย์ฟางสีหน้าเคร่งขรึมเขาเดินออกจากห้องแล้วเดินไปยืนรอที่สวนอย่างเงียบๆ
เขามีคำถามนับไม่ถ้วนอยากจะถามฟ่านเสวี่ยหลี
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีกำลังตั้งใจถ่ายลมปราณผ่านแผ่นหลังของท่านแม่เพื่อคงสภาพชีพจร
หลังจากนั้นไม่นาน ท่านแม่ก็ฟื้นคืนสติ เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นฟ่านเสวี่ยหลีที่กำลังปรับลมปราณให้นางนางจึงพูดอย่างลังเลว่า “หลี่เอ๋อร์?”
ราวกับความฝันอันยาวนานซึ่งในความฝันได้ฝ่าฟันความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน
“ท่านแม่ฟื้นแล้วหรือ” เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของท่านแม่ฟ่านเสวี่ยหลีจึงวางมือลงแล้วรู้สึกโล่งใจ
หลังจากที่โอสถหลอมรวมิญญาออกฤทธิ์ ลมปราณภายในร่างกายท่านแม่ก็ไหลเวียนอย่างแผ่กว้างและยังก่อตัวเป็พลังป้องกันอันทรงพลังขึ้นบนผิวกายทำให้กายใจแข็งแรงและทนทานต่อโรคภัยไข้เจ็บ
แต่เขารู้ว่าท่านแม่ไม่ควรพูดเยอะเพราะเพิ่งหายจากอาการป่วยหนักเขาจึงพูดอย่างแ่เบาว่า “ท่านแม่พักผ่อนก่อนเถิด”แต่ทันทีที่เขาพูดจบก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าทั้งสองข้างของท่านแม่ไหลด้วยสายน้ำตาเขาพลันใ “ท่านแม่เป็อะไรไป”
“่เวลาที่ผ่านมา แม้แม่จะนอนอยู่บนเตียงแต่ยังคงมีสติรับรู้...่เวลาที่ผ่านมาทำให้ลูกและอวี้เอ๋อร์ลำบากแล้ว...”ท่านแม่ร้องห่มร้องไห้และอยากจะจับมือฟ่านเสวี่ยหลีแต่ความอ่อนแอของร่างกายทำให้ขยับตัวไม่ได้ หลังจากที่พยายามอยู่หลายครั้งในที่สุดก็สามารถจับมือฟ่านเสวี่ยหลีเอาไว้
นางรู้เื่ที่กระบี่์ถูกชิงไปและยังรู้เื่ที่เสี่ยวอวี้เฉือนเนื้อจุดตะเกียงซึ่งทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างอธิบายไม่ถูกและอดสงสารไม่ได้
“ท่านแม่คอยสอนข้าอยู่เสมอไม่ใช่หรือว่า์กำหนดทุกข์สุขแต่ไม่ว่าจะเจอเื่ทุกข์แบบใด พวกเราก็ต้องปกป้องคนข้างกายอย่างสุดความสามารถ”ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างจริงจัง “ตอนนี้ข้าเติบโตแล้วอีกทั้งยังบรรลุเนื้อกายขั้นสาม พรุ่งนี้ข้าสามารถทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็ของเราจากในพิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยได้”
เขารู้ว่าพิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยเป็ความเ็ปของท่านแม่เมื่อหนึ่งปีก่อนท่านแม่ถูกฮูหยินใหญ่ทำให้อับอายกลางพิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยนางถูกด่าทอจนสำลักเื สุดท้ายก็ล้มป่วยหนักจนไม่สามารถฟื้นขึ้นมา
ท่านแม่เคยปรารถนาจะคว้าสักตำแหน่งในพิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยเพื่อให้ท่านพ่อสนใจและบรรลุถึงจุดสูงสุดจนมีชีวิตที่สดใส
“พิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยหรือ” ท่านแม่สีหน้าเปลี่ยนในทันที
นางแสดงสีหน้าเคร่งขรึมและลังเลที่จะพูดความเ็ปถูกเผยออกผ่านใบหน้าของนาง แต่ในที่สุดนางก็พูดออกมา “พิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยในวันพรุ่งนี้เ้าต้องระวังเขาให้มาก”
ฟ่านเสวี่ยหลีตกตะลึง เขาไม่ค่อยเห็นท่านแม่แสดงสีหน้าซับซ้อนเช่นนี้จึงถามอย่างอดใจไม่ได้ว่า “ระวังใครหรือ”
“พ่อของเ้า” ท่านแม่พูดออกมาอย่างชัดเจนราวกับคำเหล่านี้ทำให้นางหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว
“ท่านพ่ออย่างนั้นหรือ เพราะอะไร”ฟ่านเสวี่ยหลีเขาฟังออกถึงความหวาดระแวงที่ท่านแม่มีต่อท่านพ่อ ราวกับท่านพ่อคิดจะฆ่าเขาอย่างไรอย่างงั้น
แม้ท่านพ่อในความทรงจำของเขาจะเยือกเย็น แต่ก็ไม่ถึงขั้นฆ่าลูกตัวเอง
ท่านแม่ส่ายหน้าแล้วพูดด้วยสีหน้าที่เ็ป“พรุ่งนี้เ้าต้องระวังตัวให้มาก ไม่ว่าอย่างไร เ้าต้องจำเอาไว้ว่าตราบเท่าที่ยังมีชีวิตย่อมยังความหวัง” นางบีบมือฟ่านเสวี่ยหลีแน่นทั้งรู้สึกโกรธและเศร้าโศก นางอยากพูดอะไรบางอย่างออกมาอีก แต่ก็ไอไม่หยุด
ฟ่านเสวี่ยหลีประคองนางลงนอนไม่นานนักนางก็หลับลงราวกับได้ปล่อยวางภาระอันหนักอึ้ง
ส่วนในหัวของฟ่านเสวี่ยหลีก็เต็มไปด้วยความสงสัย
แต่สายตาของเขากลับแน่วแน่ขึ้นมาในทันที ไม่ว่าอย่างไรเมื่อพรุ่งนี้ได้พบเจอท่านพ่อในความทรงจำ ทุกอย่างก็จะกระจ่าง
จากนั้นเขาก็เดินออกจากประตูไป
เมื่อออกไปด้านนอกก็พบกับอาจารย์ฟางและิน่าตลอดจนเซียงหนูที่ท่าทางเคารพนบนอบ
ฟ่านเสวี่ยหลีไม่ทันได้พูดอะไรออกมา จิ้งจอกน้อยตัวนั้นก็รีบะโเข้ามาในอ้อมแขนของฟ่านเสวี่ยหลี
สีหน้าของมันเปี่ยมความสุข สายตาเปี่ยมด้วยความเร่าร้อนมันััไปที่มือและหน้าอกของฟ่านเสวี่ยหลีอย่างอดใจไม่ได้ราวกับอยากรู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีบรรลุเป็อาจารย์ปรุงยาได้อย่างไร
ฟ่านเสวี่ยหลีแทบจะเป็ลมเมื่อถูกหยอกล้อโดยจิ้งจอกน้อยที่น่ารักเช่นนี้แต่เมื่อนึกถึงท่าทางของจิ้งจอกน้อยตอน่วิกฤติก่อนหน้านี้ที่ยอมควักหัวใจตัวเองเพื่อให้เืหัวใจเขาก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจและลูบไปที่ขนของมันอย่างอ่อนโยน
เมื่อเห็นท่าทางที่ฟ่านเสวี่ยหลีปฏิบัติต่อจิ้งจอกน้อยอาจารย์ฟางก็เข้าใจทุกอย่างและรู้สึกละอายใจที่แท้เขาก็เอาตัวเองเป็ที่ตั้งและเข้าใจอีกฝ่ายผิดไป
ส่วนิน่าและเซียงหนูที่อยู่ด้านข้างก็ระวังตัวอย่างมากโดยเฉพาะเซียงหนูที่เปี่ยมด้วยความหวาดผวา
อาจารย์ปรุงยาที่อายุน้อยเพียงนี้ถือเป็ัที่ซ่อนตัวกลางพงไพร!
ด้วยสถานะระดับนี้ เกรงว่าแม้แต่าาศักดิ์สิทธิ์ของพวกนางยังต้องให้ความเคารพฟ่านเสวี่ยหลีแต่เซียงหนูกลับเคยดูถูกเหยียดหยามเขา
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มให้กับิน่าเล็กน้อย “องค์หญิงิน่าเ้าจิตใจดีโดยกำเนิด การที่เ้าสะกดรอยตามมาเกรงว่าเพราะรู้เื่ที่ท่านแม่ของข้าสูญเสียดวงิญญาจึงหวังให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆ ข้าขอขอบคุณ”
การได้รับคำขอบคุณจากปรมาจารย์ปรุงยาเพียงประโยคเดียวภายภาคหน้าจะได้รับสิ่งตอบแทนอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน สำหรับิน่าแล้วถือเป็ผลประโยชน์สูงสุดของวังศักดิ์สิทธิ์เล็ก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม้แต่อาจารย์ฟางยังเหลือบตาไปมองิน่าเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจและชื่นชมอีกฝ่าย
แต่ิน่ากลับคำนับและพูดกับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างจริงจังว่า“อาจารย์ฟ่านสูตรยาสำหรับรักษาท่านแม่ข้าที่ท่านบอกก่อนหน้านี้ก็ถือเป็ความเมตตาอันยิ่งใหญ่แล้วิน่าจึงไม่ร้องขอสิ่งอื่นใด”
นี่เป็คำพูดจากปากของนาง และเป็ความคิดที่ออกมาจากใจอีกทั้งใบหน้ายังเปี่ยมด้วยความเคารพนับถือ
ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อย อีกฝ่ายมองไม่ออกว่าตนเป็ปรมาจารย์ปรุงยาและคิดว่าเขาเป็เพียงอาจารย์ปรุงยาเท่านั้น ซึ่งทำให้เขารู้สึกโล่งใจ
ตอนนี้เขาแบกรับความแค้นนับพันปีเขาต้องปกป้องตัวเองให้ดีก่อนที่ตนจะมีพลังอันแข็งแกร่ง
จากนั้นเขาก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับอาจารย์ฟางว่า“ผู้าุโฟางใจกว้างดุจผืนนภา ก่อนหน้านี้เข้าใจผิดคิดว่าข้าจับตัวจิ้งจอกน้อยไปแต่ยังยอมช่วยรักษาท่านแม่ของข้า ความเมตตาครั้งนี้ ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
อีกฝ่ายให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถเช่นนี้เขาย่อมจดจำความเมตตาครั้งนี้เอาไว้
อาจารย์ฟางคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะใจกว้างและให้ความสำคัญกับน้ำใจไมตรีเช่นนี้เขาถึงกับเผยสีหน้ายินดีแล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า“สำหรับวิถีแห่งศาสตร์ปรุงยานั้น ผู้สำเร็จก่อนถือเป็ครูไม่แบ่งแยกผู้เรียนก่อนหลัง ข้าอายุมากกว่าเ้าไม่เท่าใดพวกเรามาเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันดีหรือไม่ไม่ทราบว่าศิษย์น้องฟ่านมาจากสำนักใดหรือ”
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาสงสัยคนเดียวแต่ยังเป็สิ่งที่พวกิน่ารู้สึกสงสัยเช่นเดียวกัน