ตอนที่5 บินลัดฟ้าสู่การเริ่มต้นใหม่
เมื่อธีรภาพและสุพิชชาเข้ามาอยู่ในห้องทำงานของฝ่ายชายแล้วสุพิชชาพูดออดอ้อนออเซาะแฟนหนุ่มตนเองอย่างมีมารยาว่า
“แหม! พี่แทนขาพี่แทนจะโมโหให้น้องเมย์ทำไมละคะ?ก็พี่สาวเมย์ทำตัวอย่างนั้นจริงๆ นี่คะ”
ธีรภาพถอนหายใจพร้อมกับโอบไหล่แฟนสาวไว้หลวมๆก่อนตอบแฟนสาวอย่างเข้าใจว่า
“น้องเมย์คะถึงยังไงเหยาก็เคยได้ชื่อว่าเป็ภรรยาผม ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีอะไรกันเลยก็ตามคุณอย่าไปทำลายชื่อเสียงเหยามากกว่านี้เลย ปล่อยให้ทุกอย่างมันจบสิ้นแค่นี้เถอะ”
เขารับรู้ปัญหาภายในครอบครัวของอดีตภรรยาและแฟนสาวตนเองเป็อย่างดีทว่าเขาไม่้าให้แฟนสาวซ้ำเติมอดีตภรรยาตนเองอีกเพราะถึงอย่างไรเขาและเธอก็หย่าร้างต่อกันตามความ้าของแฟนสาวไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกเ็ปใจเป็อย่างมากที่อดีตภรรยาทำตัวนอกใจจนแอบมีสัมพันธ์กับชายอื่นแล้วตั้งท้องลูกของชายชู้โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนก็ตาม
สุพิชชารีบยิ้มเอาใจและตอบรับอย่างรู้งานเพราะเธอเริ่มจับอารมณ์ความไม่พอใจจากแฟนหนุ่มได้ซึ่งเธอได้แต่แอบจิกเล็บในอุ้งมือตนเองอย่างเคียดแค้นต่อพี่สาวที่ยังมีอิทธิพลทางความรู้สึกกับแฟนหนุ่มอยู่ทั้งที่ทั้งคู่หย่าร้างต่อกันไปแล้วว่า
“โอเคค่ะพี่แทนน้องเมย์จะเชื่อฟังพี่แทน อย่าหงุดหงิดเลยค่ะ เดี๋ยวน้องเมย์จะไปชงกาแฟอร่อยๆให้ชิมเองนะคะ ยิ้มให้น้องเมย์หน่อยสิคะคนดี”
ธีรภาพยิ้มอย่างอ่อนโยนให้แฟนสาวที่เธอเป็คนรู้หน้าที่และรู้ใจเขามากที่สุดเขาได้แค่คิดว่าการตัดสินใจเลือกภรรยาใหม่ครั้งนี้จะเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตพลางทิ้งความคิดเกี่ยวกับอดีตภรรยาออกไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย
..........
ด้านณิชาที่ดูข่าวด่วนของอดีตสามีและน้องสาวตนเองแล้วเธอยกยิ้มมุมปากอย่างผ่อนคลายพลางพึมพำกับตัวเองด้วยความสมเพชชายหญิงทั้งคู่ในโทรทัศน์ว่า
“ฉันจะปล่อยให้พวกคุณเสวยสุขไปก่อนนะแต่ฉันเชื่อว่าอีกไม่นาน ฉันจะตอบแทนน้องสาวแสนดี และอดีตสามีคนเก่งของฉันเองรีบตักตวงความสุขให้เต็มคราบละ เดี๋ยวจะไม่มีโอกาสเช่นนั้นอีก”
ณิชาปิดโทรทัศน์ก่อนหลับตานอนพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายในขณะที่กำลังนอนเคลิ้มอยู่นั้นสติเธอคล้ายกับมองเห็นร่างของนางฟ้างดงามตรงหน้าตนเองซึ่งร่างนางฟ้าที่สวยงามนั้นกำลังลอยอยู่กลางอากาศด้านปลายเตียงเธอเหลียวมองด้วยความแปลกใจมากกว่าตื่นใกลัว
เสียงอ่อนหวานของนางฟ้าพูดทักทายเธออย่างคนคุ้นเคยที่รู้จักเธอเป็อย่างดีว่า
“เหยาเหยาเธอช่างโชคร้ายเสียจริง แต่เธอต้องอดทนนะ โชคชะตาของเธอถูกลิขิตไว้แบบนี้ฉันช่วยแก้ไขได้เป็บางอย่างเท่านั้น แต่อนาคตเธอจะมีความสุข ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตแน่นอน”
“คุณเป็ใคร? ทำไมเรียกชื่อฉันว่าเหยาเหยา? ฉันเคยรู้จักคุณมาก่อนหรือ?”
ณิชาถามออกไปด้วยความเกรงกลัวเพราะเธอััได้ชัดเจนว่าหญิงสาวสวยตรงหน้ามีพลังมากกว่าเอสเปอร์ที่เธอเคยรู้จักมาก่อนรวมทั้งการเรียกขานเธออย่างสนิทสนมทำให้เธอรู้สึกแปลกใจว่าตนเองรู้จักหญิงสาวตรงหน้าที่สวมใส่ชุดโบราณสีขาวยาวรุ่มร่ามที่ไหนมาก่อน
ซูเว่ยยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจความคิดของเพื่อนตนเองเป็อย่างดีเธอใช้ทักษะลับเพื่อตามหาจิติญญาของเพื่อนมานาน
ในที่สุดก็พบร่างใหม่ของเพื่อนไปเกิดใหม่เช่นเดียวกับตนเองทว่าเส้าอู๋เหยามีโชคชะตาที่น่าสงสารมากกว่าตนเองมากนักจึง้าช่วยเหลือเท่าที่สามารถช่วยเหลือได้
อนึ่งอิทธิฤทธิ์ของเธอบางอย่างไม่สามารถฝืนลิขิตชะตาได้ถึงแม้ว่าเธอจะเป็เทพที่แข็งแกร่งในขอบเขตแกนนิรันดร์แล้วก็ตามกระนั้นเธอยังคงอยู่ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติและกฎ์เช่นเดิม
“เฮ้อ! น่าน้อยใจเสียจริง เหยาเหยาของฉันจำเพื่อนคนนี้ไม่ได้เสียแล้วกองทัพพวกเราออกจะยิ่งใหญ่ ฉันเพิ่งพบกับซ่งเย่ก่อนหน้านี้ไม่นานเองเพื่อนเรามีครอบครัวที่มีความสุขไปแล้วนะ แต่อยู่โลกคู่ขนานที่เธอคงไม่มีโอกาสพบ”
“อ๊ะ! เดี๋ยว.......ซูเว่ย นั่นเว่ยเว่ยใช่ไหม?”
ณิชาตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเธอจดจำเื่ราวการร่วมรบด้วยกันในนามกองทัพทริปเปิลเอสอันเกรียงไกรได้เป็อย่างดีฉะนั้นหญิงสาวสวยตรงหน้าย่อมเป็ซูเว่ย เพื่อนตนเองอย่างแน่นอน
“ใช่แล้วอดทนไว้ก่อนนะเพื่อนรัก อนาคตเธอจะมีความสุขเอง แต่วิบากกรรมของร่างเก่าหนักหนานักเธอจำเป็ต้องรับ่ต่อ แต่อีกไม่นานเคราะห์ร้ายจะผ่านพ้นไปฉันช่วยเท่าที่ทำได้นะเพื่อน”
ซูเว่ยยิ้มน้อยๆพลางอธิบายให้เพื่อนรักฟังอย่างใจเย็น พร้อมกำชับให้เพื่อนอดทนและเข้มแข็งเพื่อรอวันที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ เมื่อนั้นจะเป็วันรุ่งโรจน์ของเพื่อนรักตนเองหากจะว่าไปเส้าอู๋เหยาโชคดีกว่าทุกคนยิ่งนักเพราะทารกในครรภ์ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาอีกไม่นานนั้น มีความพิเศษเหนือจินตนาการทว่าเธอไม่สามารถบอกกล่าวกับเพื่อนออกมาโดยตรงได้
“ไม่เป็ไรฉันจะอดทน ขอบใจมากนะซูเว่ย ไม่นึกว่าเธอจะอยู่ในร่างใหม่ที่สวยงามเช่นนี้พวกเราจะได้พบกันอีกไหม?”
ณิชาพยักหน้าเข้าใจพลางถามเพื่อนกลับคืนด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ถ้า......มีโอกาสดูแลตัวเองให้ดีนะ”
ซูเว่ยยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจแต่ไม่สามารถรับปากใดๆ ได้ เธอกล่าวอำลาพร้อมกำชับให้เพื่อนดูแลตัวเองก่อนที่ร่างของซูเว่ยจะสลายหายไป
ณิชาลืมตาโพลงขึ้นมาทันใดเธอผุดลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องคนป่วยด้วยความประหลาดใจ
“เว่ยเว่ยมาหาฉันจริงหรือ? เป็เธอจริงๆ ใช่ไหม?”
ณิชาพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขเธอไม่คาดคิดว่าเพื่อนรักจะตามหาตัวเธอจนพบประการสำคัญคือซูเว่ยสามารถค้นพบแม่ทัพซ่งเย่พร้อมกับข่าวดีที่เพื่อนรักซ่งเย่มีครอบครัวอันอบอุ่นไปแล้ว
“ต่อไปฉันก็จะมีความสุขเช่นกัน”ณิชายิ้มสุขใจพร้อมกับลูบหน้าท้องตนเองอย่างแ่เบา
รุ่งเช้าหมอมานพพร้อมกับพยาบาลเข้ามาในห้องพักของณิชาหมอมานพทำการตรวจสอบร่างกายของณิชาอีกครั้งอย่างใส่ใจครั้นเห็นว่าสภาพร่างกายของเธอแข็งแรงมากขึ้นกว่าเมื่อวานเขากำชับกับเธอเื่การปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดว่า
“าแเย็บที่หัวคุณมีทั้งหมด12 เข็ม เมื่อครบกำหนดไม่ต้องตัดไหมนะครับ ผมเย็บไหมละลายให้แต่คุณต้องระวังอย่าให้แผลถูกน้ำเด็ดขาด จนกว่าจะครบกำหนดซึ่งแผลคงติดดีแล้วโชคดีนะครับที่คุณไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อาการคุณก้ำกึ่งระหว่างวิกฤติกับาเ็ทั่วไป ส่วนเื่เงินทำขวัญจากเพื่อนผมเขาฝากเช็คเงินสดมาให้คุณด้วยครับ”
ณิชายื่นมือรับเช็คเงินสดจำนวนห้าหมื่นบาทจากหมอมานพพร้อมส่งยิ้มน้อยๆ ให้กับเขาเป็การขอบคุณ
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
หมอมานพอธิบายพร้อมสังเกตหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาเขาพบว่าเธอตั้งใจฟังเขาอย่างจริงจังสร้างความพึงพอใจให้กับเขาเป็อย่างยิ่งที่มีคนป่วยใส่ใจในคำแนะนำของตนเองรวมทั้งเธอไม่มีท่าทางที่จะสร้างเื่วุ่นวายให้กับเขาเป็ผลให้เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ผมจัดยาบำรุงครรภ์ให้กับคุณแล้วนะครับเดี๋ยวพยาบาลจะอธิบายรายละเอียดอื่นให้คุณทราบ อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดีนะครับเวลานี้คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ ขอให้หายป่วยเร็วๆ ผมขอตัวก่อน”
ณิชาตั้งใจฟังคำอธิบายจากหมอมานพด้วยความสนใจเมื่อเขาขอตัวไปทำงานต่อ เธอพยักหน้าและยิ้มขอบคุณเขาอย่างเข้าใจ
จากนั้นพยาบาลทำแผลบนหัวให้กับเธออีกครั้งพร้อมกับอธิบายการกินยาแต่ละชนิดให้เธอรับรู้ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเธอได้เป็อย่างดี ทำให้เธอไม่ต้องไปรับยากับเภสัชกรเอง
หลังจากพยาบาลออกจากห้องคนป่วยไปแล้วณิชาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมสำหรับการเดินทางเป็ชุดเสื้อยืดและกางเกงยีนโดยสวมเสื้อกันหนาวคลุมทับเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายก่อนตรวจสอบของใช้ส่วนตัวในกระเป๋าเดินทางให้พร้อมเธอเดินตรงออกจากห้องพักคนป่วยอย่างไม่ลังเลใจสำหรับเอกสารทั้งหลายเธอนำติดตัวมาพร้อมแล้วจึงไม่เป็กังวลกับการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้
..........
ณิชานั่งรถแท็กซี่มาถึงสนามบินนานาชาติในเวลาไม่นานนักเนื่องจากโรงพยาบาลบำรุงรักษ์อยู่ห่างจากสนามบินไม่ไกลมากรวมทั้งไม่ไกลจากหมู่บ้านมั่งคั่ง สถานที่เกิดเหตุของเธอกับรถยนต์ของหยางจวิน
เมื่อณิชาเดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตมาถึงบริเวณจุดเช็กอินต่างประเทศพลันเหลือบมองเห็นเพื่อนสนิทตนเองยืนโบกมือให้พร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความดีใจ
“เหยาเหยาเธอโอเคนะ โล่งอกที่เธอไม่เป็อะไรมาก ฉันติดต่อไม่ได้วันนึงเต็มๆ ใจคองี้หายหมดเลย”
นุ่นกอดเธอพร้อมกับถามด้วยความห่วงใยพลางต่อว่าเล็กน้อยที่ไม่สามารถติดต่อเพื่อนสนิทตนเองได้เนื่องด้วยมีข่าวซุบซิบอื้อฉาวของเพื่อนสนิทหลุดออกมาซึ่งเป็ข่าวร้ายของณิชาจึงทำให้นุ่นเป็กังวลกลัวเพื่อนคิดสั้นอย่างขาดสติครั้นเห็นเพื่อนยังปกติดีจึงรู้สึกโล่งใจ ทว่าก็รู้สึกแปลกใจที่ณิชาดูเหมือนกับไม่เป็ทุกข์กับเื่อื้อฉาวที่กำลังโด่งดังอยู่แม้แต่น้อย
“ฉันกำลังทำใจอยู่เลยไม่อยากรับสายใครอย่าโกรธฉันเลยนะ”
ณิชายิ้มน้อยๆพลางตอบเพื่อนตามตรงแต่ไม่ทั้งหมด เธอไม่ได้เล่าเื่ประสบอุบัติเหตุให้เพื่อนฟังเพราะไม่้าให้เพื่อนเป็กังวลแค่อดีตสามีและน้องสาวล่วงรู้ข้อมูลการเข้าโรงพยาบาลของเธอ ก็ทำให้เธอรู้สึกเป็กังวลและไม่พอใจมากแล้ว
“ฉันไม่โกรธหรอกเื่แค่นี้เอง แต่ห่วงเธอมากกว่า เธอทำใจได้จริงหรือ?”
นุ่นส่ายหน้ายืนยันความรู้สึกไม่โกรธของตนเองอีกครั้งพลางถามเื่ข่าวร้ายของเพื่อนอย่างกังวล
“อือ! เื่แค่นี้เอง ฉันไม่เป็ไรจริงๆฉันแค่อยากไปเที่ยวเท่านั้นแหละ”
ณิชายืนยันอีกครั้งพร้อมกับสบตาเพื่อนเพื่อแสดงความจริงใจในคำพูดของตนเอง
นุ่นถอนหายใจพร้อมกับกอดให้กำลังใจเธออีกครั้งก่อนที่จะพาไปเดินเื่ตั๋วเครื่องบินและตรวจสอบเอกสารทั้งหลายให้เรียบร้อย
จากนั้นสองสาวต่างล่ำลากันอีกสักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันด้วยความรู้สึกหลากหลายโดยที่นุ่นอยากจะตามไปดูแลเพื่อนทว่าเธอมีงานที่ต้องรับรองลูกค้าจากต่างประเทศซึ่งได้รับมอบหมายจากเ้านายโดยตรงส่วนณิชารู้สึกโล่งใจที่ตนเองจะได้บินลัดฟ้าสู่การเริ่มต้นใหม่ในต่างแดน
เธอไม่เป็กังวลกับการเรียนรู้ในสถานที่แปลกใหม่แต่อย่างใดทว่ารู้สึกตื่นเต้นและท้าทายมากกว่า เหมือนเป็การเปิดโลกทัศน์ของตนเพราะเธอรู้สึกว่าโลกที่เกิดใหม่ใบนี้ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดอย่างน้อยก็มีหลายสิ่งพร้อมที่จะให้เธอเรียนรู้
..........
ระหว่างที่ณิชานั่งรอขึ้นเครื่องบินอยู่นั้นที่นั่งข้างเธอมีชายหนุ่มผอมสูงหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่ข้างๆเขากำลังเปิดอ่านหนังสือเพื่อเรียนรู้การสื่อสารประจำวันด้านวิชาชีพหนึ่งด้วยภาษาจีนอย่างขะมักเขม้นเป็การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากทีเดียว
หนังสือที่เขากำลังอ่านและเรียนรู้อยู่นั้นเรียกความสนใจจากณิชาเข้าอย่างจังเพราะเธอกำลัง้าเรียนรู้ภาษาจีนอยู่พอดีถึงแม้ว่าจะมีการสอนผ่านโลกออนไลน์อยู่บ้างก็ตามจึงเอียงหน้าไปจ้องมองพร้อมกับเรียนรู้ไปด้วยอย่างสนใจ
“คุณสนใจหนังสือเล่มนี้หรือครับ?”
กันตภัทรเขมาสรณ์ หรือกันต์ เป็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับทุนจากบริษัทซิงหลุงอิเล็กทรอนิกส์เพื่อไปเรียนต่อด้านเทคโนโลยีการทำชิปขั้นสูงที่ประเทศจีนขณะนั่งรอขึ้นเครื่องบินอยู่นั้น เขาใช้เวลาว่างในการเรียนรู้ภาษาจีนเพื่อสื่อสารไปพลาง