เพ้งงง!!!
เสียงของถ้วยชามกระเบื้องอย่างดีถูกขว้างลงพื้นอย่างไม่ใยดีจากฝีมือของฉางซื่อที่ตอนนี้กำลังโมโหเป็ที่สุด เมื่อได้ทราบข่าวจากคนที่นางส่งออกไป
“หมายความว่ายังไงหลุดรอดไปได้!”
“คนของข้ารายงานว่ามีคนช่วยนางไว้”อีกฝ่ายตอบกลับทันที
“ใคร!”ฉางซื่อหันมาเพื่อรอฟังคำตอบทันที
“เป็ตาเฒ่าที่ไหนก็ไม่รู้ แต่มันมีฝีมือมากสามารถสลายร่างคนได้ในชั่วพริบตา”
“ดัชนีสลายกระดูก!... เป็ไปได้ยังไง ห้าดัชนีฝ่ายมารสูญหายไปกว่าพันปีแล้วไม่ใช่หรือไง!”ฉางซื่อหันไปถามอีกฝ่ายในทันทีเมื่อรู้ว่าวิชาที่ตาเฒ่าปริศนาใช้เพื่อช่วยหลินเอ๋อคือวิชาดัชนีสลายกระดูกหนึ่งในห้าวิชามารโบราณที่สูญหายไปกับพรรคมารทมิฬเมื่อพันปีที่แล้วเหลือไว้เพียงแต่เื่เล่าขานถึงความน่ากลัวของมัน
“อาจเป็ไปได้ว่ามันจะใช้วิชาอื่นที่คล้ายกันกับดัชนีสลายกระดูก แต่ขอท่านโปรดวางใจ ตอนนี้ข้าเรียกตัวคนมีฝีมือมาช่วยงานแล้ว รับรองว่าจะสามารถสังหารนางได้แน่”
“ขอให้จริงอย่างที่เ้าว่ามาเถอะ ข้า้าให้นางหายไปพร้อมกับลูกของนาง”
“ขอรับ”
ณ หุบเขาเิห่าน
หลังจากเดินทางออกจากหมู่บ้านมาได้ไกลพอควร ในตอนนี้ดูเหมือนหลินเอ๋อและบุตรสาวของนางจะได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มมาอีกคนซึ่งนั้นก็คือ ตาเฒ่าชิงหลง ชายแก่มีวรยุทธสูงส่งที่บอกกับหลินเอ๋อว่าเขาจะขอร่วมทางกับนางไปด้วยเพราะเส้นทางที่นางจะไปเป็ทางเดียวกับเขา
ด้วยความที่หลินเอ๋อก็ไม่ได้ไม่ถูกใจหรือไม่ชอบใจอะไรในตัวชิงหลง บวกกับที่เขาพึ่งช่วยชีวิตนางกับลูกไว้เมื่อคืนจึงเป็เหตุผลที่ดีที่จะให้เขาร่วมทางไปด้วย
อย่างน้อยมีคนมีฝีมือร่วมทางก็ทำให้นางวางใจได้ว่าจะปลอดภัยทั้งตัวนางและลูกของนาง และถ้าเกิดว่าโชคดีบางทีนางอาจจะขอเรียนวิชาป้องกันตัวจากเขาเพื่อใช้ในภายภาคหน้าก็เป็ได้
“เราคงต้องนั่งเรือแล้วล่ะ เส้นทางที่จะไปต่อต้องใช้เรือในการเดินทาง”ตาเฒ่าชิงหลงอธิบาย
“แล้วเราจะหาเรือจากไหนกันล่ะท่านผู้เฒ่า ข้ายังไม่เห็นเรือเลยซักรำ”เป็อย่างที่หลินเอ๋อกล่าว แม่น้ำสายใหญ่กั้นกลางระหว่างเขาสูงชันสองลูก ไร้วี่แววเรือที่จะผ่านทางไปมา
“รอข้าอยู่นี้ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”พูดจบตาเฒ่าชิงหลงก็เดินหายเข้าไปในป่าไผ่ทิ้งให้หลินเอ๋อและลูกน้อยนั่งรอ เ้าตัวเล็กหลินเฟยก็ดูจะไม่งอแงเสียเท่าไหร่ เอื้อมมือน้อยๆจับแก้มบ้างจมูกบ้างโดยที่หลินเอ๋อไม่ปัดป้อง นางรู้สึกเอ็นดูบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังเล่นกับนาง
“ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวก็จะได้เจอพ่อของเ้าแล้วล่ะ”เอ่ยบอกกับบุตรสาว จนกระทั้งนางรับรูดได้ถึงอะไรบางอย่าง
บึ่มมมม!!!
ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัววัตถุบางอย่างก็ลอยข้ามหัวนางและลูกลงไปแช่อยู่ในน้ำทันที หลินเอ๋อต้องรีบปลอบบุตรสาวตัวน้อยหลังจากใร้องไห้เสียงดัง พอหันไปมองสิ่งที่ตกลงมากับพบว่ามันคือแพที่ทำจากลำไม้ไผ่จำนวนมาก
“เรียบร้อย มีเรือใช้ล่องน้ำแล้ว”ชิงหลงเดินมาพร้อมพูดก่อนจะต้องชะงักเมื่อพบว่าหลินเอ๋อกำลังมองเขาด้วยความไม่พอใจ เมื่อมองดีๆก็พบว่าเขาพึ่งจะทำให้บุตรสาวของนางใจนต้องร้องไห้เสียงดัง”อุ่ย... ขอโทษที”
ทั้งสามออกเดินทางด้วยแพที่ชิงหลงทำขึ้น ตามสายน้ำที่ไม่ได้ไหลแรงอะไรนักพอที่จะควบคุมทิศทางของแพให้เคลื่อนไปได้อย่างปลอดภัย ชิงหลงยืนอยู่ที่ด้านท้ายเพื่อควบคุมแพผ่านการใช้ลำไม้ไผ่ขนาดยาวที่เขานำติดมาด้วย ในขณะที่หลินเอ๋อกำลังนั่งเล่นอยู่กับหลินเฟยตัวน้อย
เสียงวิหคขับร้องเจื้อยแจ้ว ผสมผสานไปกับเสียงของสายลมที่พัดผ่านขับกล่อมหลินเฟยตัวน้อยให้ค่อยๆหลับตาลงโดยที่หลินเอ๋อแทบไม่ต้องกล่อมด้วยบทเพลงใดๆ นางเงยหน้ามองทางด้านหน้าซึ่งยังคงเป็แม่น้ำ
“อีกไกลไหมท่านผู้เฒ่ากว่าเราจะไปถึง”นางเอ่ยถามเบาๆกับชิงหลง อีกฝ่ายกระดกลูกน้ำเต้าที่ภายในคือสุราชั้นดี
“ต้องผ่านอีกสามหมู่บ้านกว่าจะถึงที่หมาย แล้วเราค่อยเดินเท้าต่ออีกวันก็จะถึงแคว้นฉิน”ชิงหลงอธิบายให้กับนางฟัง หลินเอ๋อพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจก่อนจะหันมาสนใจลูกน้อยต่อ
ทว่ามันเหมือนดังความสงบก่อนพายุใหญ่จะเข้า ท่ามกลางเสียงจากสิ่งรอบๆตัวหลินเอ๋อไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้นางและลูกน้อยรวมถึงชิงหลงกำลังถูกเฝ้าจับตามองอยู่ ความสนใจจากดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้อง พร้อมๆกันนั้นปลอยลูกธนูที่ถูกขึ้นลำและง้างอย่างสุดคันกำลังเล็งไปที่พวกนาง
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!!
ในทันทีทันใดมันก็ถูกยิงออกมาจากทั่วทุกสารทิศ! พุ่งทะยานเข้าหาร่างของหลินเอ๋อและลูกในทันที!
สึบ! สึบ!
แต่แล้วกลับมีมวลน้ำยกตัวขึ้นเป็โล่คอบคลุมทั่วทั้งแพป้องกันเหล่าลูกธนูที่ถูกยิงออกมา ไม่มีลูกไหนสามารถผ่านม่านน้ำที่เคลื่อนตัวไปมาเข้าไปแตะต้องตัวพวกนางได้แม้แต่ลูกเดียว
“เกิดอะไรขึ้น!”หลินเอ๋อที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่นางยังตามไม่ทันจึงหันไปถามชิงหลงที่ใช้มือข้างหนึ่งควบคุมลมปราณสั่งน้ำให้สร้างม่านป้องกันเอาไว้ได้ทัน
“ไม่ต้องใไป เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือนก็แค่นั้นเอง”พูดจบชิงหลงก็หันไปมองผ่านม่านน้ำหาศัตรูที่คิดจะทำร้ายพวกเขาในทันที”พวกหมารอบกัด!”เขาตวัดมือแล้วผืนน้ำก็ะเิกระเซ็นขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะกลายเป็หอกน้ำแข็งในที่สุด
“วิชาลับตระกูลเสิ้น หอกน้ำแข็งพิฆาตอาชา!”
หอกน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งกระจายกันออกไป หลายด้ามพุ่งเข้าเสียบเป้าหมายอย่างแม่นยำในขณะบางส่วนถูกปัดป้องเอาไว้ได้ทัน
“ลงมือ!!”หนึ่งในนักฆ่าะโสั่ง ก่อนที่พวกที่เหลือจะพากันโยนหม้อดินเผาซึ่งภายในบรรจุดินปืนและส่วนผสมสำหรับะเิเอาไว้เข้าใส่แพของชิงหลงหวังจะทำลายให้สิ้นซาก
“ของกระจอกเช่นนั้นคิดว่าจะเอามาใช้กับคนอย่างข้าชิงหลงได้อย่างนั้นหรือไง!! ย๊า!!”ชิงหลงตวัดมือสั่งผืนน้ำให้ยกตัวขึ้นเป็กำแพงป้องกันเหล่าะเิทั้งหลาย
ตูมม! ตูม!!! ตูมม!!!
แรงะเิที่เกิดขึ้นไม่สามารถผ่านกำแพงน้ำของชิงหลงเข้าไปได้ เป็อีกหนที่เหล่านักฆ่าต้องพากันหัวเสียอย่างรุนแรง และเมื่อเห็นว่าใช้วิธีธรรมดาไม่ได้จึงได้หันมาใช้แผนสำรองที่เตรียมกันมา
“ถึงตาพวกท่านแล้ว”
หลินเอ๋อที่ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าตอนนี้ตนและลูกกำลังถูกปองร้ายแต่นางก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี จึงได้หันไปขอความช่วยเหลือจากชิงหลง
“เอายังไงดี ขืนอยู่แบบนี้พวกนั้นต้องมาฆ่าเราแน่ๆ”
“ไม่ต้องใไป พวกมันเข้ามาไม่ได้หรอก”
พรึบบ! พรึบ!! พรึบ!!
ยังไม่ทันขาดคำจู่ๆก็มีชายหนุ่มในชุดคลุมมิดชิดฝ่ามวลน้ำเข้ามายืนหยุดนิ่งบนแพของชิงหลงถึงสี่คน แต่ละคนล้วนมีอาวุธประจำกายที่ไม่เหมือนกัน ทำเอาชิงหลงถึงกับต้องใ
กรี๊ดดดด!!!
หลินเอ๋อส่งเสียงร้องด้วยความใเมื่อหนึ่งในนั้นใช้หอกที่เป็อาวุทประจำกายแทงเข้าใส่จนเกือบโดนตัวนางและลูกหากแต่ถูกชิงหลงใช้ไม้เฒ้าเกี่ยวดึงเอาตัวนางถอยหลบออกมาได้ทัน
“แหม เกือบไป”ชิงหลงกล่าวอย่างโล่งอก
ย๊า!!
ทั้งสี่พากันพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุทในมือ ชิงหลงจึงต้องออกมารับหน้าแทนในทันทีกลายเป็การต่อสู้หนึ่งต่อสี่โดยมีหลินเอ๋ออยู่ที่ด้านหลัง การปะทะกันระหว่างวรยุทและวรยุทปะทุขึ้นและดูเหมือนจะเริ่มดุเดือดและรุนแรงขึ้นไปทุกทีๆ ในขณะที่ชิงหลงเองก็ต้องสู้ไปป้องกันหลินเอ๋อจากลูกธนูที่ถูกระดมยิงเข้ามาเรื่อยๆ
“วิชาหอกกลืนิญญา ฉีกร่างบั่นกระดูก!”ผู้ใช้หอกพุ่งเข้าหาก่อนจะรัวปลายหอกใส่ชิงหลงแทบจะทันที แต่อีกฝ่ายใช้ไม้เฒ้าในมือควงป้องกันเอาไว้ได้ทัน
“วิชากระบี่พิษ ทิ่มแทงจุดตาย!!”ฝ่ายผู้ใช้กระบี่ก็ไม่น้อยหน้า ย่อตัวลงหมายจัดการส่วนล่างของชิงหลงในทันทีทำเอาเ้าตัวต้องหลบทั้งบนและล่างอย่างพัลวัน
“วิชาโซอเวจี กระชากิญญา!!”แล้วผู้ใช้โซ่ก็พุ่งเข้าใส่ใช้โซ่ในมือตนโอบรัดร่างของชิงหลงไว้ได้ในที่สุดก่อนที่คนสุดท้ายจะแผงฤทธิ์
“วิชาดาบมาร สะบั้นพญาสิงโต!”หวดดาบใหญ่ในมือผ่าอากาศเกิดเป็คมดาบสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่ ชิงหลงไม่ไหวติงเพียงแค่หลบตาลงแล้วตั้งสมาธิ
ตึ่งงงง!!!
เกิดโล่ขึ้นห้อมล้อมตัวของเขาเอาไว้ ตัดขาดจากทุกอย่างที่พันธนาการและหมายจะทำร้ายเขา ทั้งสองด้านเกิดเป็รูปหยินหยางอย่างชัดเจน ชิงหลงเริ่มวาดแขนทั้งสองของตนไปมา
“ไร้โทสะ ไร้โมหะ จิตเป็นายกายเป็บ่าว ดุจสายน้ำและเส้นทาง”หลินเอ๋อมองการกระทำของชิงหลงที่เป็อยู่ตอนนี้อย่างตกตรึง โล่นั้นเริ่มขยายตัวมากขึ้นครอบคลุมนางและลูกเอาไว้และหยุดอยู่แค่นั้น หยินหยางเริ่มเคลื่อนที่หมุนตัวสลับกันไปมา
นักฆ่าทั้งสี่เห็นว่าเป็โอกาสจึงพากันพุ่งเข้าใส่หมายปริดชีพในทันที
“วิชาไท๊เก๊ก เบิกเนต!!”
ฝึบบบบบบ!!!....
โล่นั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็วและสิ่งที่มันผ่านไปกลายเป็ผงธุรีในทันที แสงที่เกิดจากมันส่องสว่างจ้าไปทั่วพื้นที่ และหลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบอีกครา
หลินเอ๋อค่อยๆลืมตาขึ้นก็พบว่ารอบๆตัวของนางดังถูกเปลวเพลิงเผาผลาญ ทว่ามีขอบสิ้นสุดเป็ทรงกลม ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีถูกเผาเรียบ แผยังคงเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆในขณะที่ชิงหลงหลังใช้วิชาไปแล้ว เขาค่อยๆนั่งลงบนแพก่อนจะหยิบเอาลูกน้ำเต้าขึ้นมากรอกใส่ปากของตน
“เมื่อกี้มัน...”
“หนึ่งในสุดยอดเคล็ดวิชาของบู้ตึ๊ง วิชาเบิกเนตไท๊เก๊ก”ชิงหลงเอ่ยบอก ในทันทีทันใดนั้นเองหลินเอ๋อก็ได้ตัดสินใจเป็ที่สุด
“ท่านผู้เฒ่า”นางเอ่ยเรียกอีกฝ่ายที่กำลังยกสุราขึ้นดื่ม
“อะไร?”
“ได้โปรด รับข้าเป็ศิษย์ของท่านด้วย!”แววตาที่เอาจริงเอาจังในขณะที่ยังคงกอดร่างของลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน ชิงหลงมองหลินเอ๋อที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าเขา
“ช่วยสอนข้าที สอนวิชาให้กับข้าเพื่อที่ภายภาคหน้าข้าจะได้ใช้มันเพื่อปกป้องสิ่งที่ควรปกป้อง”เมื่อได้ยินเช่นนั้นชิงหลงจึงยกลูกน้ำเต้าขึ้นอีกหนก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดปากของตนเบาๆ
“ข้าดุนะ เ้าไหวเหรอ...”