“แล้วหลายร้อยปีมานี่ คุณใช้ชีวิตอยู่ยังไงครับ? เอ่อ... หมายถึงครอบครัว ญาติพี่น้องหรือลูกหลานล่ะครับ?” หมอถามด้วยความสงสัยระคนทึ่ง
“ไม่มีครับ” คินน์ตอบสั้นๆแววตาไหววูบไปชั่วขณะ “ตอนที่ผมเริ่มเป็แบบนี้ ผมมีแค่แม่กับน้องสาว... น้องสาวผมมีครอบครัวแต่ก็ทยอยตายกันไปหมดแล้วใน่า”
น้ำเสียงและสีหน้าของคินน์นิ่งสงบตอนนี้มันนานมากพอแล้วที่เขาสามารถพูดเื่ความตายของคนรอบตัวได้อย่างราบเรียบและไร้ซึ่งน้ำตาเขาผ่านการสูญเสีย เห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของคนรอบตัวมามากมายและยังคงต้องทนเห็นมันต่อไปตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตอยู่
“หมายความว่า...ตอนนี้คุณไม่มีใครเลยเหรอครับ?” หมอวิชัยถามด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ”คินน์ตอบพลางผายมือไปทางศิลาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ “เขาก็เหมือนญาติผมต่างกันตรงเขาตายได้แค่นั้น” พูดพลางหัวเราะเบาๆ
ศิลาพยักหน้ารับหงึกๆ“ ใช่ครับ ผมเป็เลขา รับหน้าที่ดูแลบอสต่อจากพ่อครับ”เมื่อเห็นแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยของคุณหมอ ศิลาจึงอธิบายเพิ่มเติม“พ่อผม... ตระกูลเราดูแลรับใช้บอสมาหลายชั่วอายุคนแล้วครับส่งต่อหน้าที่กันมาแบบรุ่นต่อรุ่น จนถึงตอนนี้ก็เป็ผม”
หมอวิชัยขมวดคิ้วนิดๆ“แล้วตระกูลของคุณ...”
“คุณหมอน่าจะเคยได้ยินชื่อพ่อผมนะครับ...สมพงษ์ บุญวัฒนา” ศิลาเอ่ยชื่อขึ้นมา “ตระกูลผมทำธุรกิจหลายอย่าง มีโรงพยาบาลและมูลนิธิด้วย...มูลนิธิของเราก็เพิ่งจะบริจาคเครื่องมือให้โรงพยาบาลที่คุณหมอทำงานอยู่เมื่อปีที่แล้วครับ”
ฟังถึงตรงนี้หมอวิชัยก็ต้องอึ้ง ใครจะไปคิด เ้าสัวสมพงษ์... นักธุรกิจมหาเศรษฐีระดับประเทศที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเื้ัตระกูลใหญ่โตระดับหมื่นล้านจะมีความลับแปลกประหลาดได้ขนาดนี้
“ แล้ว..ตระกูลของคุณเข้ามาดูแลคุณคินน์ได้ยังไงหล่ะครับ”หมอวิชัยถามต่อ
“คือ... ถ้าจะพูดให้ถูกบอสถือเป็ต้นตระกูลของผมด้วยซ้ำ เป็คนตั้งตระกูลของเราขึ้นมาเองเลยล่ะครับถ้าคุณหมออยากรู้น่ะ” ศิลาพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ
ตัวเขาเคยฟังประวัติความเป็มาของตระกูลตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเขาจำได้แม่น ตอนที่อายุครบ 20 ปี ยังเรียนอยู่ที่บอสตันประเทศสหรัฐเมริกา จู่ๆก็ถูกเรียกตัวกลับไทยเพราะพ่อกับคุณปู่บอกว่ามีเื่สำคัญต้องคุยด้วยและตอนนั้นแหล่ะ ที่เขาได้รับรู้เื่ทั้งหมดยังจำความรู้สึกของตัวเองได้ว่าทั้งใ และสับสน ไม่ต่างจากคุณหมอในตอนนี้เลย
หมอวิชัยสูดหายใจเข้าลึกพยายามตั้งสติกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ “ครับ... เล่ามาเถอะครับไม่งั้นวันนี้ผมคงนอนไม่หลับและสงสัยไปตลอดชีวิตแน่ๆ”
คินน์ยกมือขึ้นเสยผมสลวยของตัวเองก่อนจะพ่นลมหายใจยาวออกมา “เื่นี้.. มันนานมากแล้วนะครับ ”
คินน์เริ่มเล่าเื่ราวในอดีตด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับภาพเหตุการณ์เมื่อนานมาแล้วกำลังฉายซ้ำขึ้นในหัว
“ผมคิดว่า...น่าจะเกือบสองร้อยปีแล้วน่ะผมก็จำปีแน่ชัดไม่ได้...” คินน์เริ่มเล่า “ตอนนั้นผมมีเหตุจำเป็ต้องหนี เลยไปขอพึ่งใบบุญหลวงพ่อขอหลบซ่อนตัวอยู่ในวัดซักระยะหนึ่ง... หลวงพ่อท่านก็เมตตา
ระหว่างอยู่ที่นั่นพระท่านก็คงรู้ว่าผมไม่เหมือนคนอื่น ก่อนที่ผมจะออกมาท่านเรียกไปคุย ขอฝากเด็กไว้กับผมคนหนึ่ง ท่านฝากขอให้ผมช่วยดูแล แล้วบอกว่าต่อไปผมจะได้พึ่งพาเด็กคนนี้เขาชื่อ “จัน” ครับ ตอนนั้นอายุน่าจะ 14 -15 แล้วเขาอยู่กับผมจนมีครอบครัว มีลูกอยู่หลายคน ก็เป็ต้นตระกูลของศิลาเขานี่แหละ”พูดพลางชี้ไปที่ศิลา
แม้จะผ่านมาเป็ร้อยปีแล้ว แต่เขาก็ยังจำภาพเด็กหนุ่ม ร่างผอมแววตาและรอยยิ้มซื่อๆ ที่เจอกันวันแรกได้จำได้แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่จันจากโลกนี้ไปโดยที่มีเขายืนอยู่ข้างเตียงท่ามกลางเสียงร้องไห้ของบรรดาลูกๆ และหลานๆ
“จันมีลูกหลายคนครับแต่มี่นึงเจอโรคระบาด ก็มีล้มตายกันไปบ้าง จนมาถึงตอนนี้ก็เป็ศิลาที่อยู่กับผม” คินน์หยุดพูดมองดูหมอวิชัยที่นิ่งเงียบอยู่
หมอวิชัยนั่งฟังแล้วถอนหายใจผู้ชายคนนี้พบเห็นและผ่านเื่ราวมามากมายเหลือเกิน เขาคงต้องยอมรับแล้วว่ายังมีโลกอีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่รู้จักและกำลังจะได้รู้จักเพราะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้
“แล้ว....เมื่อคืนหล่ะครับ เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกคุณถึงถูกทำร้าย?”
คินน์เงียบไปอึดใจ “เรายังไม่รู้แน่ชัดหรอกครับว่าเป็พวกไหน”
เขาโกหก!
ความจริงเขารู้ดีและรู้มาตลอดว่าสักวันหนึ่งต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่เขายังไม่พร้อมที่จะบอกความจริงทั้งหมดให้หมอวิชัยฟังในตอนนี้จนกว่าเขาจะแน่ใจ ว่าหมอวิชัยจะรับเื่ทั้งหมดนี้ได้จริงๆ
บรรยากาศในห้องตรวจเงียบลงไปชั่วครู่ก่อนที่หมอวิชัยที่จะเอ่ยปาก “เอ่อ... ถ้าตอนนี้พวกคุณยังกลับบ้านเดิมไม่ได้ผมอยากจะช่วย... ถ้าไม่รังเกียจ ไปพักที่บ้านผมก่อนไหมครับ?”
ศิลาหันขวับมามองหน้าหมอวิชัยทันทีอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ แต่คินน์ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ครับ... ขอบคุณครับ” คินน์อมยิ้มน้อยๆ“ผมก็คิดว่าคงต้องรบกวนคุณหมอแล้วล่ะครับ”
ศิลาถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะรีบหุบปากฉับลงทันทีด้วยความใ... นี่บอสคิดจะทำอะไรวะเนี่ย?
คินน์ชำเลืองมองสีหน้าเหวอๆของศิลาแล้วหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดีทำไมเขาจะไม่รู้เจตนาที่ซ่อนอยู่ของคุณหมอกันล่ะ? มันจะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้ที่มีโอกาสได้เจอคนะอายุเจ็ดร้อยปีตัวเป็ๆแบบเขา หมอวิชัยคงอยากรู้ อยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเขาใช้ชีวิตยังไง กินอะไรนอนท่าไหน และมีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง นี่ถ้าจับเขาผ่าศึกษาดูได้ หมอคงทำไปแล้วถึงแม้ตอนนี้แววตาของหมอยังมีความกลัวเจืออยู่บ้างแต่สัญชาตญาณของคนเป็หมอและนักวิทยาศาสตร์ความอยากรู้มันมีมากกว่าความกลัวหลายเท่าตัวนัก
เอาเถอะ... คินน์คิดในใจ ถือซะว่าตอบแทนที่หมอช่วยทำแผลและให้ที่ซุกหัวนอนเมื่อคืนก็แล้วกัน
ศิลาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ยกมือขึ้นกุมขมับเบาๆ “ถ้าอย่างนั้น... ผมขอโทรรายงานพ่อก่อนนะครับบอส”
“ผมก็คงต้องบอกที่บ้านให้ช่วยเตรียมห้องให้ด้วยเหมือนกันขอตัวนะครับ” แล้วหมอวิชัยก็ออกจากห้องตรวจ เพื่อโทรหานวล ให้จัดเตรียมห้องพักทันที
พอหมอวิชัยออกจากห้องศิลารีบเดินเข้ามาใกล้คินน์ สีหน้ากลับมาเคร่งเครียดแบบเดิมถามเบาจนแทบจะเป็กระซิบ “ บอสแน่ใจนะครับ ผมว่าแบบนี้ไม่ดีเลยเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันเป็ใคร ไปอยู่เซฟเฮ้าส์ที่ษิตหาให้น่าจะปลอดภัยกว่า”
“ถ้าพวกมันเห็นที่บ้านใหญ่ไม่เคลื่อนไหวอะไรคงรู้แล้วหล่ะ ว่าชั้นยังไม่ตาย” ก่อนจะปรายตามองศิลา แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นายแน่ใจจริงๆ เหรอ... ว่าไม่รู้ว่าเป็ฝืมือของใคร?”
ศิลาชะงักกึกสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม