“ผมก็แค่หวังดี และเป็ห่วงมร อย่างคนที่รู้จักกันก็เท่านั้นเองแหละครับ หากผมก้าวล่วงล้ำมากเกินไปต้องขอโทษด้วยแล้วกัน!!!!......”
“แต่พี่ก็ยืนยันเหมือนเดิมนะมร หากมรมีปัญหา พี่ก็พร้อมและเต็มใจที่จะช่วยมรเสมอนะ พี่ไปก่อนนะ”
อภินพมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดุดัน ไม่ใคร่จะเป็มิตรของเมธาสิทธิ แต่ก็ไม่ได้หวาดหวั่นหวาดกลัวแต่อย่างใด แต่จำต้องกล่าวขอโทษออกไปเนื่องจาก ไม่้าทำให้ชยามรเดือดร้อนกับเื่ไม่เป็เื่ และพอกล่าวขอโทษเมธาสิทธิจบ ก็หันมาพูดกับชยามร อย่างเป็การให้ความมั่นใจกับเธอ ไม่ว่าจะตอนไหน วันไหน และเวลาไหน อภินพก็พร้อมจะช่วยเสมอ
“ค่ะพี่นพ ขอบคุณมากนะคะ”
ชยามรส่งยิ้มให้อภินพ ก่อนที่อภินพจะเดินจากไปเงียบๆ ด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูจะเศร้าหมองลง และภายในใจก็พยายามตัดใจไปด้วย เพราะจากสถานการณ์เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ ก็ทำให้อภินกรู้ว่าเมธาสิทธินั้นดูจะหวงชยามรเอามากๆ อีกอย่างสองคนนี้ก็มีลูกที่น่ารักด้วยกันแล้ว เขาจึงไม่อยากจะยื้อแย่งของที่ไม่เคยเป็ของของตัวเอง
เมธาสิทธิเห็นรอยยิ้มที่มอบให้อภินพ ยิ่งดวงตาลุกวาวโรจน์ อย่างไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง เขาเคยได้รับรอยยิ้มหวานจากเธอมากก่อน เขายังจดจำได้ดี แต่พอมาตอนนี้ แม้แต่พูดด้วยชยามรยังไม่อยากจะพูดด้วยเลย เอาแต่คอยหลบเลี่ยงอยู่ตลอด
“กลับบ้านได้แล้ว!!!!......”
เมธาสิทธิกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มดุดันกับหญิงสาวตัวเล็ก ก่อนจะเดินอาดๆ เข้าไปในบ้านลูกบอลไปอุ้มเด็กชายตัวน้อย ผู้เป็ลูกชายของเขากลับบ้าน ถึงเมธาสิทธิจะพูดเสียงเข้มดุดันโกรธเกรี้ยวกับชยามร แต่พอเขาเข้าไปใกล้ และพูดกับเด็กชายตัวน้อย สีหน้าท่าทางของเขาก็เปลี่ยนเป็นุ่มนวล อ่อนโยน อย่างเห็นได้ชัดเจน
เมธาสิทธิอุ้มเดินชายตัวน้อยออกจากบ้านลูกบอล มาหยุดยืนมองใบหน้าสวยหวานนิดหนึ่ง ก่อนจะพาเด็กชายตัวน้อยเดินนำหน้าไป ชยามรมองดูแผ่นหลังกว้างบึกบึน ที่เธอรู้ว่าภายใต้เสื้อผ้ามีแต่กล้ามเนื้อแน่ๆ เป็มัดๆ ไร้ไขมันส่วนเกิน อยู่ชั่วครู่จึงก้าวเท้าเดินตามหลังไปติดๆ
แต่ระหว่างที่เมธาสิทธิเดินผ่านร้านขายของเล่นเด็ก เขาหยุดมองนิดหนึ่ง แล้วพาเด็กชายตัวน้อยเดินเข้าไปในร้านขายของเล่น ซึ่งพอเด็กชายตัวน้อยเห็นของเล่นหลากหลาย ก็ต่างตื่นตาตื่นใจ ชี้ไม้ชี้มือจะเอาอันนั้นอันนี้
“น้องตัล ไม่เอาแล้วลูก พอแล้วนะ นี่ก็เล่นไม่หมดแล้วครับ”
ชยามรเห็นเมธาสิทธิตามใจเด็กชายตัวน้อย พอชี้อยากจะเอาอันนั้นอันนี้ ก็หยิบยื่นให้โดยไม่อิดออดใดๆ เลยแม้แต่น้อย จนชยามรอดรนทนไม่ไหว เพราะหากซื้อของเล่นให้มากขนาดนี้ วันหน้าหากอยากได้ก็จะงอแง และไม่เห็นคุณค่าของเล่นที่มีอยู่ เธอจึงปรามลูกชายตัวน้อย แต่ก็ไม่ได้ปรามผู้เป็พ่อของเขา
เด็กชายตัวน้อยได้ยินเสียงแม่ ก็หยุดความอยากได้ลงแต่โดยดี เมธาสิทธิเห็นอย่างนั้นก็รู้เลยว่าชยามรเลี้ยงลูกดีมากจริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเขายังขุ่นเคืองชยามรอยู่หลายเื่ และคิดว่าหากกลับบ้านคงจะได้สะสางกันยกใหญ่
“เราไปจ่ายตังค์กันนะ”
เมธาสิทธิพูดพร้อมกับพาเด็กชายตัวน้อย เดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ส่วนของเล่นที่เลือกได้ ดนุพงษ์เป็ผู้ถือไปวางที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน และพอจ่ายเงินเสร็จ ดนุพงษ์คนเดิมนั่นแหละก็เป็ผู้ถือถุงของเล่น เพื่อนำไปที่รถ
ในระหว่างที่นั่งรถยนต์มาที่บ้าน เมธาสิทธิกับชยามรก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำพูดเดียว ต่างคนต่างเมินใส่กัน และส่วนเด็กชายตัวน้อย ก็นั่งเล่นของเล่นใหม่อยู่บนตักแกร่งของผู้เป็พ่อ อย่างสนุกสนาน โดยไม่รับรู้เลยว่าพูดใหญ่กำลังมึนตึงใส่กัน
พอถึงบ้าน ชยามรเห็นสองพ่อลูกนั่งเล่นของเล่นใหม่กันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เธอก็เลยปลีกตัวออกจากห้องนั่งเล่นมาที่ห้องรับประทานอาหาร เพื่อจะได้ทานยาที่เธอซื้อมา เธอเปิดตู้เย็น นำน้ำดื่มมาเทใส่แก้ว แล้วจากนั้นก็หยิบกล่องยาออกจากกระเป๋าสะพาย ค่อยๆ แกะยาออก
“นั้นอะไรน่ะ!!!!????......”
ยังไม่ทันที่ชยามรจะเอายาเข้าปาก เสียงเข้มดุก็ดังขึ้นมาที่หน้าประตู และก็ทำให้ชยามรใ จนยาที่ถืออยู่ในมือเรียวเล็ก หลุดร่วงตกลงไปนอนแอ่งแม่งอยู่บนพื้นห้อง
๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖
ถ้าอยากให้ผู้หญิงเค้ายิ้มให้ ก็ทำตัวน่ารักๆ สิคะคุณเมธ ไม่ใช่เอาแต่คอยสั่งคอยหวงอยู่อย่างนี้...... อิอิ................... ^_^