หลังจากทานอาหารเสร็จหยางหลิวจึงเดินไปคุยกับพ่อตามลำพัง“ พ่อครับ พ่อจำลุงโจวได้ไหม ”
“ ลุงโจว ? ลุงโจวไหน ? ” พ่อของหยางหลิวนั้นสับสนเล็กน้อย
“ ก็ลุงโจวที่อยู่ปักกิ่งไง พ่อยังได้ติดต่อกับลุงโจวอยู่ไหม ”
“ อ๋อ ! ลุงโจวที่เป็นเจ้าของภัตตาคารที่ปักกิ่งน่ะเหรอ ”“ พ่อจำได้แล้ว ”
“ พ่อพอจะมีเบอร์โทรติดต่อกับลุงโจวไหมครับ ” “ หืมมม ”“ แกอยากจะไปทำงานกับลุงโจว ? ” พ่อของหยางหลิวประหลาดใจเล็กน้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อนหน้านี้เขาคงบอกว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด สำหรับภัตตาคารในเมืองใหญ่ ๆ นั้นค่อนข้างที่จะมีการแข่งขันสูงมาก ถ้าเป็นหยางหลิวที่เขารู้จักเมื่อไม่กี่วันก่อนคงไม่มีโอกาสในการเจริญก้าวหน้า แต่วันนี้พ่อของเขาเห็นถึงความสามารถด้านการทำอาหารไหนเลยจะไม่สนับสนุน
“ ถ้าแกอยากไปทำงานเป็นเชฟจริง ๆ เดี๋ยวพ่อจะติดต่อให้ ”“ ลุงโจวถึงแม้จะขี้เหนียวไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนใจแคบ ”“ ถ้าพ่อให้แกไปลองทดสอบกับลุงโจว ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็นผู้ช่วยเชฟก็ได้ ”
‘ ผู้ช่วยเชฟ !? ’ หยางหลิวคิดถึงคำที่พ่อพูดสำหรับอย่างหลิวนั้นเรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องตลกที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้อาจจะถือว่าเป็นเชฟระดับสุดยอดของประเทศเป็นอย่างน้อยด้วยความสามารถในการเรียนรู้ด้านการทำอาหารบวกกับประสบการณ์โชกโชนที่เขาร่ำเรียนมาเกือบ 10ปีแต่เขาก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มากนัก เขาจึงปล่อยให้พ่อของเขาเข้าใจผิดไปดีกว่าเพราะเขาแค่ต้องการไปทำงานสัก 2-3เดือน เพื่อเป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะอยู่ในปักกิ่งรวมถึงค่าเล่าเรียนด้วย
“ ก็ทำนองนั้นแหละพ่อ ”“ ผมว่าจะไปหาเงินสัก 2-3เดือน ”“ จากนั้นค่อยไปเรียนต่อที่ ม.ปักกิ่ง ”
“ ดี ๆ ตั้งใจทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ”“ แล้วก็ไปเรียนต่อที่ ม.ปักกิ่ง ” พ่อของหยางหลิวเห็นดีเห็นงามกับความคิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ของลูกชายตนเอง แต่เขาก็สะดุดกับคำพูดที่ว่า “ ม.ปักกิ่ง !? ” “ เดี๋ยวนะ แกจะเข้าไปเรียน ม.ปักกิ่ง ? ” เขาถามด้วยความตกใจ
“ ใช่ครับพ่อ “ “ เดี๋ยวอีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบแล้ว ”“ ผมเลยว่ากะว่าจะไปอยู่กับลุงโจวเตรียมสอบไปด้วยเลยเพราะยังไงก็ต้องไปที่นู่นอยู่แล้วด้วย ” หยางหลิวพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ
“ ที่พ่อพูดไม่ได้ความว่าแบบนั้น ” “ เรื่องไปทำงานกับลุงโจวพ่อสนับสนุนเต็มที่ ”“ แต่… ” พ่อของหยางหลิวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็ก ๆ พร้อมทั้งจ้องหน้าหยางหลิว
“ แต่อะไรพ่อ ? “ หยางหลิวถามแทรก
“ พ่อก็รู้ว่าแต่ไหนแต่ไรมาแกก็เป็นคนตั้งใจจริง อยากทำอะไรแกก็ทำอย่างสุดความสามารถ ”“ โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ มานี้ แกก็ไปสนใจการทำอาหารซึ่งพ่อก็คิดว่าดีแล้ว ” “ แถมวันนี้ทำอาหารได้อร่อยสุด ๆ ”“ พ่อว่าแกไปหัดเรียนทำอาหารเป็นเชฟน่าจะง่ายกว่านะ ”
พ่อของหยางหลิวพูดอ้อมไปอ้อมมา เพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะบอกลูกตัวเองตรง ๆ ว่า ‘ ข้อสอบเข้า ม.ปักกิ่งนั้นยากเกินไป ’ ‘ แกทำไม่ได้หรอก ’ ‘ แกมันโง่เกินไป ’
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกชายที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ที่จะเข้าใจโลก ‘ บางสิ่งบางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ ’ ‘ อย่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไปหน่อยเลย ’พ่อของหยางหลิวคิดไปคิดมาก็เริ่มทำหน้าเคร่งเครียด
“ ฮะ ๆ ” หยางหลิวหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับยิ้ม“ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกพ่อ ถ้าสอบเข้าไม่ได้จริง ๆ ก็ทำงานกับลุงโจวต่อก็ได้ ”หยางหลิวรู้ตัวว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนตัวเองคงไม่มีความสามารถจริง ๆ เขาเข้าใจในความคิดของพ่อตัวเองดีเขาจึงพูดออกไปแบบนี้ ซึ่งก็ได้ผลมากทีเดียว
“ โอ้ งั้นเหรอ ๆ เยี่ยม ๆ ” พ่อของหยางหลิวได้ฟังสิ่งที่หยางหลิวพูดเขาจึงสบายใจมากขึ้น“ เอางี้เป็นยังไง ถ้าแกสอบเข้าไปได้จริง ๆ เดี๋ยวพ่อไปกู้เงินมาให้แกเรียนเอง ” พ่อของหยางหลิวพูดติดตลก
“ โหพ่อ ผมว่าไม่พอหรอก ” “ ผมว่าเอาบ้านหลังนี้ไปขายน่าจะพอ ” หยางหลิวไม่รอช้า เขารีบตบมุกในทันที
“ ฮ่า ๆๆๆ ” ในที่สุดก็มีเสียงหัวเราะของสองพ่อลูกดังเต็มบ้าน บรรยากาศในบ้านก็เต็มไปด้วยความสุขอีกครั้ง ซึ่งถ้าลองคิดในมุมมองของหยางหลิวนั้น เขาไม่คิดที่จะขอเงินจากพ่อแม่เพื่อไปเรียนต่ออยู่แล้ว ด้วยความสามารถสุดพิเศษที่ได้รับมาถ้าเขาไปเป็นเชฟจริง ๆ ทำงานไม่ถึง 5ปี เขาก็คงสามารถซื้อบ้านพักสุดหรูในเมืองปักกิ่งได้อย่างสบาย ส่วนพ่อของเขานั้นก็เข้าใจไปเองว่าหยางหลิวแค่อยากไปลองหาประสบการณ์อื่น ๆ ดูบ้าง แต่สุดท้ายก็คงไปเป็นเชฟอยู่ดี