วาจานั้นของบ่าวรับใช้ส่งผลให้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วด้วยความโกรธของฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวมากขึ้นไปอีก เพราะนางเด็กนั่นคนเดียวเกิดมาไม่มีประโยชน์ยังไม่พอยังเป็ต้นเหตุให้นางสูญเสียสามีไปอีก สมควรตายยิ่งนัก!
ฉับพลันที่ได้ยินเสียงร้องของทารกอีกครั้งหลี่หลิงฟางมีสีหน้าถมึงทึงนางเดินดุ่มไปทางห้องคลอดหมายจะสังหารเด็กคนนั้นให้ตายคามือให้สาสมกับความโกรธแค้น สามีของนางเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็เ้ากรมอาญาเมื่อไม่นานมานี้บุตรชายก็กำลังจะได้เป็รองผู้บัญชาการราชองครักษ์หลวงถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็ลูกอนุแต่นางเป็คนฟูมฟักเลี้ยงดูมาเองกับมือชื่อของเขาในทำเนียบตระกูลก็ถือว่ามีตนเป็มารดานางจึงมีความผูกพันกับบุตรผู้นี้ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่เพียงเพราะทั้งคู่อยากเห็นหน้าหลานที่ไร้ประโยชน์นี่พวกเขาจึงต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถแม้แต่คำลาสักคำก็ยังไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมากาลกิณีโดยแท้ นางเด็กนั่นเป็ตัวกาลกิณีของตระกูลหม่าโดยแท้
คำทำนายที่หวั่นกลัวมาตลอดในที่สุดก็เป็จริงตระกูลหม่าถึงคราวจบสิ้นแล้ว ประกายตาของหลี่หลิงฟางฉายแววอำมหิตนางคิดเพียงว่าหากสังหารเด็กคนนั้นทิ้งก็จะไม่มีเื่ร้ายใดๆ ตามมาอีกเหมือนในอดีตที่ผู้นำตระกูลหม่าคนอื่นๆ เคยทำ เื่นี้ถือเป็อีกความลับของตระกูลหม่าหากสตรีในตระกูลมีแนวโน้มจะคลอดบุตรสาวทุกคนล้วนถูกกำจัดทิ้งแม้คำทำนายนั้นจะหมายถึงบุตรคนแรกเป็หญิงก็ตามทว่าต่อให้บุตรคนที่สองสามสี่เป็หญิงก็ถูกกำจัดทิ้งอยู่ดีนี่จึงเป็สาเหตุหนึ่งที่ผู้คนต่างคิดว่าบุรุษสกุลหม่ามีบุตรยาก
หลี่หลิงฟางไม่เคยบอกเื่นี้แก่บุตรชายทั้งสองให้พวกเขาเข้าใจว่าบุรุษตระกูลหม่าต่างมีบุตรยากนางแอบกำจัดสตรีเ่าั้ของสามีอย่างลับๆเื่นี้นางได้รับการสั่งสอนมาเป็อย่างดีจากท่านแม่สามีในตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะจากโลกนี้ไปยังกำชับให้นางกำจัดทุกอย่างที่จะเป็ภัยต่อตระกูลให้สิ้นซากเพื่อให้ตระกูลมั่นคงไปอีกร้อยปี
สำหรับจางจิ่วเม่ยนั้นเป็ความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยอย่างมหันต์ของตนนางให้หมอมาตรวจชีพจรทั้งยังให้ซินแสชื่อดังตรวจดูดวงชะตา นางเองก็คอยสังเกตลักษณะครรภ์จนมั่นใจแล้วว่าอย่างไรก็ได้หลานชายจึงได้ปล่อยไว้แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็เช่นนี้สิ่งที่บรรพบุรุษเคยหวาดหวั่นและกำชับสั่งสอนมาจากรุ่นสู่รุ่นได้เกิดขึ้นแล้วเกิดเพราะความสะเพร่าของนางจึงส่งผลให้เกิดเหตุร้ายเช่นนี้
หม่าจิ้งซิ่นผวาเข้าไปจับมารดาไว้เมื่อเห็นนางทำท่าจะบุกเข้าไปในห้องคลอดจริงๆข่าวร้ายที่เพิ่งได้รับเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันแค่พลาดหวังจากการได้บุตรชายก็มากพอแล้วแต่นี่บิดาและน้องชายต้องมาสิ้นลมกะทันหันเพียงเพราะ้ากลับมาดูหน้าหลานเมื่อคิดได้ดังนั้นก็มีโทสะขึ้นมาทว่าเื่พิธีศพของคนทั้งคู่ย่อมสำคัญกว่าการไปจัดการกับทารกแรกเกิดเขาเก็บความสงสัยเื่ราวเหล่านี้ไว้ในใจการตายของคนทั้งคู่เกิดจากคำทำนายหรือว่าเป็อุบัติเหตุกันแน่
“ซิ่นเอ๋อร์ปล่อยแม่แม่จะไปจัดการกับตัวกาลกิณีนั่น เพราะมัน...เป็เพราะมันคนเดียวท่านพี่กับซ่งเอ๋อร์ถึงต้องตายแบบนี้”หลี่หลิงฟางพยายามสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุมของบุตรชาย
“ใจเย็นก่อนขอรับเื่นั้นเอาไว้ก่อนเถิด ท่านจะปล่อยท่านพ่อกับอาซ่งไว้เช่นนี้หรือเราต้องจัดพิธีศพให้พวกเขาก่อน” หม่าจิ้งซิ่นพยายามเอ่ยอย่างใจเย็นถูกว่าเขา้ามีบุตรชายก่อนน้องชายเพื่อตนจะได้เป็ผู้สืบทอดตระกูลต่อจากบิดาแต่ก็ไม่เคยปรารถนาให้ผู้เป็น้องต้องจบชีวิตลงเช่นนี้สำหรับเื่ที่ว่าบุตรสาวของเขาเป็ตัวกาลกิณีอย่างที่มารดากล่าวมาหรือไม่นั้นเื่นี้คงต้องเก็บไว้พิจารณากันอีกที ตัวเขาเองไม่ค่อยเชื่อเื่คำทำนายนั่นสักเท่าใดเหมือนกัน
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดหายใจเข้าออกแรงๆเพื่อระงับโทสะ สายตาที่มองไปยังประตูห้องคลอดมีเพียงความเกลียดชังหากเด็กนั่นไม่เกิดมาในวันที่ลมฝนกระหน่ำเช่นนี้ สามีของนางคงไม่ต้องฝ่าฝนกลับจวนทั้งหมดเป็ความผิดของจางจิ่วเม่ยและลูกของนาง
หลี่หลิงฟางโทษว่าทุกอย่างเป็ความผิดของทารกน้อยที่บัดนี้กำลังหลับหูหลับตาร้องลั่นแข่งกับเสียงฝนอยู่ความเสียใจของนางบดบังทุกอย่างจนมิอาจมองเห็นสิ่งใดได้อีกไม่ได้คิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นนี้เป็เพียงอุบัติเหตุและปรากฏการธรรมชาตินางได้กล่าวโทษเด็กน้อยไร้เดียงสาไปเสียแล้ว
ด้านนอกห้องคลอดวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมพิธีศพให้นายท่านผู้เฒ่าและคุณชายรองทว่าภายในห้องคลอดนั้นบรรยากาศกลับเย็นเยียบจางจิ่วเม่ยมองทารกน้อยที่หลับหูหลับตาแผดเสียงลั่นเรือนด้วยความเฉยเมยนี่ไม่ใช่สิ่งที่นาง้า เหตุใดจึงมิใช่บุตรชาย หากนางไม่สามารถคลอดหลานชายให้แม่สามีได้คนผู้นั้นก็จะหาอนุมาให้สามีของนาง นั่นเป็สิ่งที่นางไม่ยินยอมอย่างยิ่งตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปีที่พยายามมีบุตรจนสุดท้ายก็สำเร็จนางวาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าตนต้องคลอดทารกชายสุขภาพแข็งแรงให้สกุลหม่าแต่ไฉนจึงเป็บุตรีที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้กันเล่าต่อไปสถานะของนางในจวนนี้จะยังมั่นคงได้อีกหรือตระกูลจางของนางก็สิ้นอำนาจและไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว ไม่มีใครคอยสนับสนุนนางอีกแล้วหนทางเดียวที่ทำให้นางมีอำนาจในจวนนี้ได้คือต้องมีบุตรชายมาส่งเสริมบารมีของตนเท่านั้นทว่า์กลับไม่เมตตานางสักนิด
“ฮูหยินเ้าคะให้คุณหนูดื่มนมสักหน่อยเถิด ดูท่านางคงจะหิวมากถึงได้ร้องดังเช่นนี้”หมอตำแยยื่นเด็กน้อยในห่อผ้าไปให้ผู้เป็มารดาของนางแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่้า ทำเพียงปรายตามองอย่างเฉยชาแล้วนอนหันหลังให้ ทารกน้อยก็ร้องไห้จนหน้าเขียวหน้าแดง
“ทำให้มันหุบปากข้า้าพักผ่อน” นางตวาดกลับมาอย่างเกรี้ยวกราด
“ส่งมาให้ข้าเถิดขอบคุณท่านหมอมากที่ช่วยให้คุณหนูคลอดออกมาอย่างปลอดภัย”ถางรั่วเหวยกล่าวพร้อมกับยื่นเงินไปให้นางอุ้มทารกน้อยมาไว้ในอ้อมอกแล้วป้อนนมของตัวเองให้แก่เด็กน้อยทันทีที่คุณหนูดื่นนมจากอกนาง ประกายความอบอุ่นสายหนึ่งก็วิ่งผ่านหัวใจไปนางรู้สึกรักเด็กน้อยขึ้นมาทันใดราวกับว่าได้บุตรสาวที่จากไปแล้วกลับคืนมา
เดิมทีนางมาทำงานที่จวนหลังนี้เพราะฮูหยินน้อยของจวนใกล้คลอดจึง้าแม่นมและหญิงรับใช้เพิ่มจึงได้มีการคัดเลือกคนเข้ามานางที่เพิ่งสูญเสียบุตรสาววัยสองเดือนไปมาเข้ารับการคัดเลือกด้วยคิดว่าหากได้เลี้ยงเด็กทารกสักคนคงคลายความคิดถึงบุตรีที่ป่วยตายไปได้บ้างสำหรับสามีของนางนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าอยู่ส่วนใดในใต้หล้านี้เขาบอกว่าจะไปรับจ้างที่ต่างเมืองทว่าจวบจนนางคลอดบุตรเขาก็ยังไม่กลับมามีเพียงถ้อยคำที่ฝากคนในหมู่บ้านให้นำมาบอกกล่าวแก่นาง ถ้อยคำนั้นมีเพียงคำสั้นๆที่บอกว่าไม่ต้องรอ อันใดคือไม่ต้องรอ เขาทิ้งนางไปแล้วอย่างนั้นหรือ?ในเมื่อสามีก็ไม่กลับมา บุตรีก็เพิ่งจากไป หนี้สินก็ต้องจ่าย นางจึงขายตัวเองให้แก่สกุลหม่าและคอยเป็บ่าวรับใช้ของฮูหยินน้อยนางรู้ว่าตัวเองฐานะต่ำต้อยคงมิอาจเป็แม่นมของคุณหนูได้ แต่ไม่เป็ไรแค่ได้ดูแลเด็กสักคนห่างๆ ก็พอแล้ว
ทารกน้อยเมื่อได้ดื่มนมก็หยุดร้องไห้ทันทีจางจิ่วเม่ยหันกลับมาดูด้วยความแปลกใจเมื่อเสียงน่ารำคาญเงียบลงไป “นั่นเ้ากำลังทำสิ่งใดป้อนนมเช่นนั้นรึ”
ถางรั่วเหวยคุกเข่าลงโดยพลันเอ่ยขออภัยอย่างลนลาน “ฮูหยินโปรดเมตตา บ่าวมิได้อาจหาญอยากเป็แม่นมของคุณหนูแต่บ่าวเห็นคุณหนูร้องไห้เพราะหิวจึงถือวิสาสะให้คุณหนูดื่มนมตัวเองเ้าค่ะ”
“ต่อไปเ้าก็รับหน้าที่ดูแลเด็กนี่ก็แล้วกันหากไม่จำเป็อย่าได้พามันมาให้ข้าเห็นหน้าอีก” จางจิ่วเม่ยมองบุตรีของตนอย่างเกลียดชังต้องเป็เพราะนางคลอดบุตรสาวเป็แน่หม่าจิ้งซิ่นจึงไม่เข้ามาหานางเสียที
ถางรั่วเหวยแทบไม่เชื่อหูตัวเองนี่คือสิ่งที่ผู้เป็มารดากล่าวออกมาเช่นนั้นหรือ เด็กน้อยไร้เดียงสาหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้แต่กลับถูกผู้เป็มารดาเรียกขานราวกับสิ่งของซ้ำยังมีท่าทีรังเกียจอีกต่างหาก
“ข้างนอกเอะอะอะไรกันข้าเพิ่งคลอดลูก้าพักผ่อนไปบอกให้เงียบๆ สิ”
ฉับพลันที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นายสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยก็ออกไปด้านนอกเพียงครู่ก็กลับเข้ามารายงานด้วยสีหน้าแตกตื่นเมื่อได้ฟังเื่ทั้งหมดจางจิ่วเม่ยมองทารกน้อยด้วยสายตาเกลียดชังมากกว่าเดิม“เอามันออกไปให้พ้นหน้าข้า ข้าไม่อยากเห็นตัวซวยที่ทำให้ทุกคนขุ่นเคืองในตัวข้าไสหัวไป!”
เด็กน้อยเมื่อกินอิ่มก็หลับปุ๋ยไม่ได้รับรู้ถึงความขุ่นเคืองใจของมารดาเลยสักนิดถางรั่วเหวยอุ้มคุณหนูออกมาจากห้องนั้นทันที นางมองทารกน้อยในอ้อมแขนด้วยความสงสารถูกทุกคนในจวนเกลียดชังเช่นนี้ต่อไปคุณหนูของนางจะใช้ชีวิตอยู่ในจวนได้อย่างไรแม้แต่ผู้เป็มารดายังมองว่าบุตรเป็เพียงเครื่องมือแสวงอำนาจของตนทว่าคุณหนูกลับไร้ประโยชน์ต่อฮูหยินหนำซ้ำยังถูกปรักปรำว่าเป็ตัวซวยทำให้นายท่านผู้เฒ่าและคุณชายรองตายอีก
“บ่าวจะดูแลคุณหนูเองเ้าค่ะบ่าวจะปกป้องท่านเอง”
ทารกน้อยทำเพียงขยับแขนเล็กน้อยพร้อมกับครางแ่เบาราวกับจะตอบรับคำของหญิงสาว นางหลับพริ้มด้วยใบหน้าไร้เดียงสาโดยไม่ได้รู้เลยว่ามีคนจ้องจะนำเื่การมีตัวตนของนางไปใช้หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง