พอเป็เกมส์ก็เป็ธรรมดาที่ความตื่นเต้นจากคนรอบข้างจะลดลงไปได้เยอะ
ความแตกต่างที่มากที่สุดระหว่างเกมส์เต้นออนไลน์กับเกมส์เต้นตามตู้อาเขตก็คือเกมส์ออนไลน์แค่กดปุ่มปุ่มเดียวก็สามารถควบคุมตัวละครให้ะโได้ตามคำสั่งแล้วในขณะที่เกมส์ตู้อาเขตแบบนี้ ผู้เล่นต้องออกท่าทางเอง ะโเองตามหน้าจอ
แต่นอกจากเื่ไม่ค่อยอายสายตาคนรอบๆ แล้ว ตอนนี้ไล่หยู่ตงก็ไม่มีข้อได้เปรียบใดๆเลย เขาไม่เคยฟังเพลงนี้และไม่เคยฝึกใช้เครื่องเต้นอาเขตมาก่อนด้วย ดังนั้นต่อให้มีตัวช่วยแบบนี้ สำหรับเขาแล้วก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย มันจะต่างอะไรกับการให้ครูฝึกเต้นมาเต้นให้เขาดูแล้วให้เขาเลียนแบบให้เหมือนเป๊ะๆ ล่ะ ใครเต้นดีก็เป็ปาฏิหาริย์แล้ว
ประโยชน์อย่างเดียวของไอ้เครื่องนี่ก็คือ ช่วยเขาลดความตึงเครียดที่ไม่ต้องมาคิดท่าเต้นเองให้ปวดหัวเอาเถอะ แต่อย่างน้อยก็ยังมี "ตัวอย่าง" ให้เขาลอกเลียนแบบ
เมื่อเห็นตัวอย่างในระบบเต้นตามจังหวะเพลง ไล่หยู่ตงก็ไม่สนใจอะไรแล้วยังไงซะ โหมดคำแนะนำสำหรับมือใหม่มีไว้ ก็ยังดีกว่าไม่มีเขาจึงรีบโบกมือตามวงกลมที่ปรากฏขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ
จากนั้นก็ปรากฏคำว่า "พลาด" ขึ้นมา
ไล่หยู่ตง : “…”
กำลังโหลด...
ถึงแม้เริ่มต้นก็จะมีเค้าลางว่าจะได้กินแห้วแล้ว แต่ในโลกความจริงก็มักโหดร้ายเสมอเพลงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ให้โอกาสเขาได้ตั้งตัว
จากนั้น ไล่หยู่ตงจึงเลียนแบบท่าเต้นอย่างงุ่มง่ามต่อไป เขาทำมันเหมือนกับออกกำลังกายแอโรบิคยามเช้าของลุงๆป้าๆ หน้าหมู่บ้าน โดยการยกแขน เหยียดยืดขา ะโ หมุนตัวแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าท่าเต้นไม่เข้ากับจังหวะเพลงได้ คำว่า "พลาด"และ "แย่" ปรากฏขึ้นติดๆ กันทำให้จิตใจของเขาด้านชาไปหมด
ท่าธรรมดายังเต้นไม่ค่อยได้ เพราะงั้นอย่าไปหวังกับเซ็ต ‘คอมโบ’ ว่าจะไหว
แค่ยังประคองการเต้นมั่วซั่วนี้ไว้ได้ก็เป็บุญมากแล้ว!
โชคดีที่ดนตรีดังพอที่จะกลบเสียงหัวเราะที่กลั้นขำไม่อยู่ของผู้ชมไว้ได้มีเพียงคอมเมนต์ที่หลุดรอดออกมาบางส่วน ปรากฏบนหน้าจอราวกับม้าป่าที่กำลังวิ่งพล่าน
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ท่าเต้นอะไรวะน่ะ โคตรตลกมาก”
“ตัดคอมันลงไปเถอะ ให้เห็นแค่หน้าพอ”
“แขนขามันเป็หุ่นยนต์หรือเปล่า”
“เดี๋ยวนะ อุตส่าห์คิดว่าจะเป็นักเต้นเก่งๆผิดหวังชะมัด”
“สามีแห่งชาติจอมปลอมชัดๆ ทำเวทีเขาวุ่นวายไปหมด”
“ดูฝืนตัวเองมากมาย”
“ดูแค่วันละครั้งก็พอมั้ง เดี๋ยวฉันจะเป็โรคซึมเศร้าก่อนนอน5556545”
ขอบคุณโหมดสีเขียว ขอบคุณผู้ชมและกรรมการทั้งหลาย
การล้อเลียนในระดับนี้ยังอยู่ในขอบเขตที่ไล่หยู่ตงยังพอยอมรับได้ถือว่าเขาเสียสละเพื่อมอบความสุขให้กับผู้อื่นแทนแล้วกัน
แต่ว่า...ไอ้ท่าเต้นบ้าๆ นี่จะจบลงเมื่อไหร่?
หลังจากผ่านไปหลายนาทีอันยาวนานราวกับศตวรรษ เพลงก็หยุดลงในที่สุด ไล่หยู่ตงรีบหยุดนิ่งในท่าจบเขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเหงื่อออกซกไปทั้งตัวแล้ว
ในขณะเดียวกัน โหมดคำแนะนำสำหรับมือใหม่ก็หายไปราวกับทีวีที่ถูกปิดลง
"แปะ แปะ แปะ"
เสียงปรบมืออย่างสุภาพดังขึ้นจากด้านล่างเวทีเป็ระยะ
“เฮ้อ...กว่าจะจบได้เนอะ”
“ฉันหัวเราะจนแม่มาเคาะประตู”
ไล่หยู่ตงจ้องมองข้างล่างพื้นเวทีอย่างสิ้นหวัง เขาอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองลงไปซะจริงๆ
สาบานเลยว่านี่เป็่เวลาที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตของเขา แม้แต่ตอนที่พ่อแม่เคยขอให้เขาร้องเพลงต่อหน้าญาติๆใน่ปีใหม่ก็ยังไม่น่าอับอายเท่านี้
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกำลังจะมาถึง
นั่นคือ คำวิจารณ์ของเหล่าคณะกรรมการด้านหน้า
นอกจากผู้ริเริ่มรายการที่มีชื่อเสียงอย่าง ฟู่ฮั่นอวี่แล้วบนเวทีก็ยังมีกรรมการอีก 3 ท่านพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็ผู้เชี่ยวชาญในวงการมานาน เมื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ย่อมแสดงถึงความเป็‘โปรเฟสชั่นแนลตัวจริง’ ออกมา
เช่น อู๋ซีเหอ ผู้ที่ให้กำลังใจไล่หยู่ตงก่อนขึ้นการแสดงเธอเป็นักร้องเพลงต้นฉบับที่มีชื่อเสียงที่สุดใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมารายการวาไรตี้ต่างๆ มีแต่ต้องเชิญเธอไปร้องเพลงยอดฮิตในอัลบั้มของเธอทั้งนั้นเพลงที่โด่งดังก็มีมากกว่าสิบเพลง
หรืออย่างเช่น จูซิ่วิ นักแสดงาุโ และ หลี่เคอแร็ปเปอร์รุ่นใหม่
ฟู่ฮั่นอวี่ พิธีกรรายการหยิบไมโครโฟนขึ้นมา "ขอบคุณครับสำหรับการแสดงของผู้เข้าแข่งขันไล่หยู่ตง..."
การจัดการสีหน้าของเขาถือว่ายอดเยี่ยมมากรอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้รับผลกระทบจากการเต้นที่น่าสยดสยองเมื่อสักครู่เลย
แต่สถานการณ์จริงก็ไม่ได้รุนแรงอย่างที่ไล่หยู่ตงคาดคิดไว้กรรมการล้วนเป็รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มากมายก่อนหน้านี้ก็มีผู้เข้าแข่งขันที่แสดงได้แย่มากอยู่ไม่น้อย พวกเขาคงชินชาไปนานแล้ว
ในสายตาของพวกเขา อย่างน้อยไล่หยู่ตงก็จำท่าเต้นได้ครบถ้วน
ด้วยมาตรฐานที่บางเบาเช่นนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ทุกคนจะชอบดูถูกการคัดเลือกในรายการนี้
หลี่เคอถามพร้อมรอยยิ้ม "คุณคิดว่าการแสดงเมื่อสักครู่เป็ยังไงบ้าง"
ไล่หยู่ตง “ผม..."
ปากเผลอพูดออกมาก่อน จนเขาลืมไปว่าตัวเองเป็ผู้เข้าแข่งขันชาวต่างชาตินี่หว่า
ไล่หยู่ตงรีบกลืนคำพูดที่ยังพูดไม่จบลงไปแล้วใช้การส่ายหัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบคำถามนี้แทน
"อืม ก็แย่จริงๆ แหละ"หลี่เคอประเมินอย่างตรงไปตรงมา "หน้าตาคุณดีก็จริง บุคลิกก็ดี ส่วนสูงก็เพอร์เฟ็กต์แต่ทำไมพอเต้นแล้วดูเหมือนยังกับไม่ใช่ร่างกายตัวเองแขนขาคุณเวลาออกท่ามันมีปัญหามากนะ"
(พูดตรงๆ ขนาดนี้เลยเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ)
(แรงมากกกก...สมกับเป็แร็ปเปอร์)
(หลี่เค่อ ไอ้นี่เวลาพูดกับใครปากเสียตลอด)
"ไล่หยู่ตงคงจะตื่นเต้นเกินไปแหละครับผมว่า"ฟู่ฮั่นอวี้เสนอ "งั้นเราลองให้โอกาสเขา เต้นเพิ่มอีกรอบดีไหม"
ฟู่ฮั่นอวี้ให้คำแนะนำเช่นนี้ก็เพราะว่าอย่างหนึ่งคือ้าจุดประเด็นหัวข้อให้น่าสนใจเนื่องจากผู้เข้าแข่งขันก่อนหน้านี้ถึงจะแย่แค่ไหน แต่ก็ยังไม่มีความแตกต่างระหว่างด้านรูปลักษณ์และความสามารถมากขนาดนี้เพื่อเรตติ้งของรายการจึงควรจะพูดถึงผู้เข้าแข่งขันที่หน้าตาดีสักหน่อยอีกอย่างหนึ่งคือเขาคิดจริงๆ ว่าความตื่นเต้นทำให้ไล่หยู่ตงไม่สามารถแสดงความสามารถได้เต็มที่จึงอยากจะให้โอกาสเขาอีกครั้งเพื่อแสดงให้ผู้อื่นได้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริง
แต่สำหรับไล่หยู่ตงแล้ว นี่ไม่ต่างอะไรกับฟ้าผ่าลงกลางกบาล
เต้นเพิ่มอีกรอบ?
โอ้ยปรึกษากูหน่อยเถอะ
เขาเพิ่งจะรอดมาได้แท้ๆ กลับมาต่อเวลาให้หนักกว่าเดิมอีกเหรอ?
ระบบ : โหมดคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับมือใหม่
ระบบ : โหมดร้องเพลง เปิด
ไล่หยู่ตง “......”
ดูท่าจะไม่มีทางปฏิเสธได้แล้วล่ะ
ครั้งนี้ภาพที่ฉายขึ้นมาไม่ใช่ศิลปินคนเดิมที่เต้นเป็ตัวอย่างเมื่อสักครู่แต่เป็คนอีกคน ้าสุดเป็ชื่อเพลงและนักร้องตรงกลางเป็เครื่องวัดระดับเสียงที่ประกอบด้วยเส้นที่กระจัดกระจายและด้านล่างสุดคือเนื้อเพลง
ไล่หยู่ตงเพ่งมอง ชื่อเพลงคือเพลงภาษาอังกฤษที่ร้องโดยซู่อันชื่อว่า"Lose Heart"
ชื่อนักร้องไม่ใช่ชื่อที่แปลกใหม่
ซู่อันเป็แชมป์ของรายการเพลงชื่อดัง ‘ปั้นฝันสู่ดวงดาว’ ตอนที่ได้รับรางวัลเมื่อสามปีก่อนเขาอายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้นถึงกับได้รับการยกย่องจากพวกมือโปรทั้งหลายว่าเขาเปรียบเสมือนแผ่นเสียงเดินได้ เป็เด็กหนุ่มอัจฉริยะที่ได้รับพร์จากเบื้องบนอย่างแท้จริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ๆ เขาถึงได้หายหน้าหายตาไปจากวงการซะเฉยๆ
ไม่ว่าจะเลือกเพลงไหนที่ซู่อันร้องในรายการ ไล่หยู่ตงก็ยังพอสามารถฮัมออกมาได้แต่เพลง "Lose Heart" กลับเป็เพลงที่ซู่อันไม่เคยร้องในรายการ
มันเป็เพลงที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย
ซวยอีกแล้วสินะกู...
แม้ว่าจะเป็เพลงภาษาอังกฤษที่ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะถูกเปิดเผยระดับของภาษาจีนแต่เขาก็ร้องไม่ได้สักท่อนเดียวเลยนะ!
ไล่หยู่ตง : เปลี่ยนเพลงได้ไหม
ระบบ : โฮสต์ เสียงดนตรีเริ่มแล้ว
ไล่หยู่ตง : ......ฉันมีคำถามเดียวเลยนะ แกเป็คนเลือกเพลงนี้มาเองหรือเปล่า
ระบบ : จับฉลากแบบสุ่ม
ไล่หยู่ตง : บงการกันขนาดนี้ งั้นก็ให้ฉันเดบิวต์ไปเลยไม่ได้รึไง!
ระบบ : การประกวดที่ยุติธรรม ต้องปราศจากการล็อกผล
ไล่หยู่ตงอยากจะต่อยระบบสักหมัด
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยกไมโครโฟนขึ้นอย่างโศกเศร้ามือขวาที่สั่นเล็กน้อยเผยให้เห็นจิตใจที่ไม่สงบ
ตายแน่กู...
ไล่หยู่ตงร้องเพลงตามทำนองดนตรีคาราโอเกะอย่างไม่กลัวตายเสียงของเขาดังผ่านหูฟังของทุกคนโดยตรง แม้จะไม่ดูคะแนนหลังจากร้องจบแต่ละประโยคเขาก็รู้ว่าตัวเองร้องห่วยแตกมาก
ความสนุกสนานในคอมเมนต์ไม่แพ้โชว์การเต้นก่อนหน้านี้เลยสักนิด
(เพลงต้นฉบับเขาร้องแบบนี้แน่เหรอ)
(ร้องดีมากนะ แต่ครั้งหน้าอย่าร้องอีกเลย ขอร้อง)
(โปรดิวเซอร์ใจร้ายมากอ่ะ ที่ตัดภาพไปที่ซู่อันฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ)
(ฉันปิดเสียงหูฟังแล้วนะ ไม่ไหวจริงๆ ว่ะ)
(เขาไม่เชื่อมคำอะไรเลยเวลาร้อง)
(เหมือนหล่อแต่ทำอะไรไม่เป็สักอย่างยังไงไม่รู้)
คอมเมนต์มากมายก็ไหลผ่านไปราวสายน้ำ ไล่หยู่ตงไม่มีเวลาสนใจ เพราะจิตใจและร่างกายของเขาถูกเพลง‘Lose Heart’ ครอบงำไปหมดแล้ว
เขาแทบจะหมดกำลังใจและหดหู่อย่างที่สุด
ไม่ต้องแปลกใจเลยที่การแสดงที่น่าใทั้งสอง่ ทำให้เหล่ากรรมการให้คะแนนแรงค์แย่ที่สุดเป็เอกฉันท์นั่นคือ F
การจัดอันดับไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เขากลับมาสดชื่นต่างหาก
ไล่หยู่ตงถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม เมื่อเขาเดินลงจากเวที ร่างกายก็อ่อนแอราวกับภูตผีที่ล่องลอยอยู่ในอากาศเสื้อผ้าด้านหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น หัวใจที่เต้นเร็วก็ยังคงสงบไม่ลง
ด้วยการแสดงบนเวทีครั้งแรกที่น่าอับอาย จะมีผู้ชมสักบางส่วนในโลกออนไลน์เข้าใจเขาบ้างไหมนะ
แต่มองในแง่ดี ความอับอายก็เป็เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเดี๋ยวความรู้สึกนี้ก็หายไปเอง
มิอุระ ยูกิ จากมิติมัลติเวิร์สที่ถูกระบบส่งมาเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาไอดอลชายจากเด็กฝึกหัด101 คน แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับกูด้วยวะเนี่ย เพราะฉะนั้นจะแพ้จะชนะอะไรก็ช่างไม่เห็นต้องสนใจสักนิด
เกือบจะหลอกตัวเองสำเร็จอยู่แล้วเชียว...
เขาเหม่อลอยขณะที่เ้าหน้าที่ติดสติกเกอร์ ‘F’ ไว้บนป้ายชื่อให้ และนั่งลงในตำแหน่งที่ค่อนข้างเป็คนท้ายๆในพื้นที่ของโซน F
เมื่อเทียบกับการรับชมการแสดงของผู้เข้าแข่งขันคนถัดไปด้วยความ้าเรียนรู้สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการหาคำตอบจากระบบ ว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันคืออะไรเขาต้องรับมือยังไงกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้ตัวตนของชาวต่างชาติที่ถูกกำหนดให้เขาอย่างลึกลับ
แน่นอนว่าถ้าระบบคิดอยากช่วยเขาจริงๆก็ย่อมต้องมีทางเลือกที่ดีกว่านี้แน่นอน
แต่เมื่อไล่หยู่ตงกำลังคิดจะหาเื่กับระบบ เสียงของฟู่ฮั่นอวี่ที่ขยายผ่านไมโครโฟนก็ดังขึ้นในห้องส่งอีกครั้ง
"ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันคนถัดไป จาก SLC .....ซู่อัน"
หืม...ซู่อัน?
ไล่หยู่ตงใ และนึกถึงข้อความที่ผ่านมาอย่างรวดเร็วหลายระลอกก่อนหน้านี้ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป คอมเมนต์แบบเรียลไทม์พวกนั้น เตือนให้เขาระลึกถึงความน่ากลัวที่กำลังประดังเข้ามาจ่อหน้าเขา
(ทีมงานรายการจงใจหรือเปล่าอ่ะ)
(วุ่นวายแน่ๆ ทีนี้)
(โอ้ย อึดอัดแทนรุ่นน้องคนก่อนหน้านี้เลยอ่ะ)
(บ้าน่า ซู่อันมาด้วยเหรอ เหลือเชื่อ)
(ทีมงานรายการจะไปวางแผนอะไร เขาคงแค่อยากให้เราสนุกกับรายการเฉยๆมากกว่า)
(หูย และถ้าซู่อันร้องเพลงที่น้องคนเมื่อกี้ร้อง ไม่เท่ากับเผากันต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ)
(ซู่อันน่ารักมาก เขิน...)
ไล่หยู่ตง “...”
การแสดงความสามารถก่อนหน้านี้ของเขาที่ห่วยแตกสิ้นดี ตอนนี้กำลังถูกนักร้องต้นฉบับเหยียบย่ำให้อับอายเพิ่มสองเท่าแล้ว
ไล่หยู่ตง : ฉันขอรีเซ็ตใหม่ จะกลับไปร้องเพลงอื่น
ระบบ : ขออภัย ไม่สามารถให้การสนับสนุนทางเทคนิคนี้ได้
ระบบที่โง่เง่านี่ไม่เคยช่วยให้เขาพ้นจากความยากลำบากได้จริงๆไล่หยู่ตงจึงต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายด้วยความเศร้าโศกต่อไป มองดูเงาของบุคคลที่เดินเข้ามาในห้องส่ง
เด็กหนุ่มผมยาวสีดำหยุดยืนอยู่ตรงกลางเวที เขาอายุประมาณยี่สิบปีใบหน้าที่ยังอ่อนเยาว์ไม่ได้ถูกกัดกร่อนจากกาลเวลาเลย แต่ตรงกันข้าม ก็ไม่ได้ดูมีท่าทีกระฉับกระเฉงของเด็กหนุ่มที่มากพร์เช่นเดียวกันรอยยิ้มที่เกร็งดูตึงเครียดมาก จนยากที่จะจินตนาการว่าเขาคือผู้ชนะอันดับหนึ่งจากการแข่งขันที่ดุเดือดเมื่อสามปีก่อนจริงเหรอ
ไล่หยู่ตงมองไปไม่กี่วินาที ก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้จำคนผิด
ไม่นะ ใช่ซู่อันจริงเหรอ
แชมป์คนแรกของรายการ ‘ปั้นฝันสู่ดวงดาว’ เนี่ยนะ
ทำไมเขาถึงมาเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้ได้ล่ะ
ไล่หยู่ตงรู้สึกงุนงงใจมาก ที่ระดับมือโปรอย่างซู่อันกลับมาไล่ฆ่าผู้เล่นมือใหม่แบบนี้แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาในฐานะเด็กฝึกแรงค์ F จะมีปากมีเสียงได้
เขาเป็เพียงแค่สไลม์เลเวล 1 ที่น่าสงสารเท่านั้นแหละ
ไล่หยู่ตง : เจอข้อผิดพลาดอะไรบ้างหรือเปล่า มันเกิดอะไรขึ้น
ระบบ : ‘มิอุระ ยูกิ’ เป็ชื่อเล่นที่โฮสต์เคยใช้ในเกมส์
ไล่หยู่ตง : ......
ในที่สุดก็รู้เหตุผลแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด
ไล่หยู่ตงเคยเป็พวกชูนิเบียวที่หมกมุ่นอยู่กับโลกอะนิเมะจนคลั่งไคล้มากกิจกรรมโปรดของเขาคือการอ่านมังงะ เล่นเกมมือถือ และช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์ต่างๆเยอะมากมาย เขายังเคยทำเื่โง่ๆ อีกตั้งไม่รู้กี่เื่ ถึงขนาดทำให้เขาอยากจะหนีออกจากโลกมนุษย์นี้ไปอยู่เสพสุขกับโลกอนิเมะแบบนั้นทั้งวันด้วยซ้ำแต่สุดท้ายก็ต้องละทิ้งความสนใจเหล่านี้เพราะแรงกดดันในเื่การเรียนที่มีมากเกินไป
ตอนนั้นยังจำได้ลางๆ ว่า เขาเคยคิดว่าจะกลับมาสนใจหรือหมกมุ่นกับโลกอนิเมะของเขาอีกทีหลังจากจบม.6 แต่ไม่คาดคิดว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว กลับยิ่งกลายเป็ค่อยๆ ลืมเลือนมันไปจากชีวิตจริง
มิอุระ ยูกิ เป็หนึ่งในชื่อยูสเซอร์ที่เขาเคยตั้งไว้ใช้เล่นเกมส์ในเวลานั้นซึ่งเมื่อย้อนนึกกลับไป ก็เป็เหมือนตัวแทนของประวัติศาสตร์ที่ตั้งใจบอกว่าครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็เด็กกลุ่มจำพวกชูนิเบียว
แต่เขาไม่คิดเลยว่ามันจะถูกขุดขึ้นมาประจานใน่เวลาแบบนี้
ระบบ : อินเทอร์เน็ตมีความทรงจำที่แม่นยำ
ไล่หยู่ตง : โอเค โอเค ช่างมัน งั้นสรุปมันเกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถูกส่งตัวมาในชื่อนี้ได้
ระบบ : เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างการนำเข้าข้อมูล ทำให้ ID “มิอุระ ยูกิ” ที่คุณเคยใช้ในเกมส์เมื่ออดีต ถูกป้อนเป็ชื่อจริง
ไล่หยู่ตง : อ่อเหรอ......แล้วไง
ระบบ : ต้องขออภัยอย่างสูงที่ทำให้คุณไม่สะดวก
ไล่หยู่ตง : แค่นี้เนี่ยนะ???
ไล่หยู่ตงโกรธมากที่ระบบไม่ได้มีความละอายใจใดๆ เลย นึกสงสารตัวเองชะมัดที่ต้องมาอยู่กับระบบที่ไร้จิตสำนึกในเวลาแบบนี้
สิ่งเดียวที่โชคยังดีก็คือ ตอนเด็กๆ เขาไม่ได้ตั้งชื่อ ID ให้ประหลาดๆไม่งั้นภาพที่ออกมาคงจะสวยเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ แค่คิดก็ขนลุกซู่
พอดีถึงคิวที่ซู่อันแสดงแล้ว
เสียงเพลงก็ดังขึ้น บทบรรเลงเพลงที่ไพเราะแสดงถึงความโศกเศร้าเล็กน้อยซึ่งตีความอารมณ์ของไล่หยู่ตงในตอนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่เขายังไม่ทันได้ซึมซับบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกก็ถูกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดึงออกมาอย่างรุนแรงซะก่อน
ซู่อันก้มหน้าเหมือนนกกระจอกเทศที่ใกำไมโครโฟนไว้ในมือจนเส้นเืขอดมีเพียงการเกร็งกล้ามเนื้ออย่างสุดแรงเท่านั้นที่จะช่วยบรรเทาอาการสั่นได้เล็กน้อย
เหล่าผู้เข้าแข่งขันซุบซิบนินทากัน
“เอ๊ะ ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า”
“เปล่านะ ฉันก็ได้ยิน”
“มันเพี๊ยน!! ”
“ไม่จริงน่า... เขาคือซู่อันเลยนะ”
“อาจจะตื่นเต้นเกินไปมั้ง”
คอมเมนต์พรวดพราดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
(เป็อะไรกันเนี่ย เพี้ยนั้แ่ประโยคแรกเลยเหรอ)
(เข้าใจแล้วมิน่าถึงยอมลดระดับตัวเองลงมาแข่งก็เพราะว่าฝีมือการร้องเพลงของตัวเองดร็อปลงไป)
(นี่เป็ครั้งแรกที่ซู่อันพลาดต่อหน้ากล้องเลยนะ)
(จบเห่แล้ว เข้าแรงค์ A ไม่ได้แล้วแหละ)
แผ่นเสียงเดินได้ ในที่สุดก็เกิดพลาดท่าขึ้นมา