โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 21 รอยสัมผัสของนุชจรา

            มารตีเหลือบมองไปที่นุชจรา อย่างอ่อนโยนเธอรู้สึกว่าเวลานี้ความรู้สึกของเธอมันเริ่มเปลี่ยนไปกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งจากสิ่งที่นุชจรา ทำ และจากสิ่งที่เธอเองได้ค้นพบในตัวเอง

            “เราไม่ควรพูดถึงมันในตอนนี้... ฉันยังไม่รู้ว่าเราควรทำยังไงต่อไปดี”มารตีตอบเบาๆ ท่าทางของเธอแสดงออกถึงความไม่มั่นใจ

            นุชจรา มองไปที่มารตีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดความรู้สึกที่กำลังก่อตัวในใจเธอได้ “ฉันเข้าใจ...แต่มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หรอกนะรตี” นุชจรา กล่าว ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้กับมารตี

            หลังจากเดินเล่นไปได้สักพัก ปพนต์เริ่มรู้สึกว่าความสับสนในใจไม่ได้ทำให้เขาได้คำตอบอะไรเขา๻้๪๫๷า๹เข้าใจความรู้สึกของตัวเองอย่างแท้จริง และเขา๻้๪๫๷า๹ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมารตียังคงเป็๞ไปในทางที่ดีเหมือนเดิมเขาเดินกลับมายังห้องและพบมารตีกับนุชจรา ที่นั่งอยู่ด้วยกัน มารตีหันมามองเขาและส่งยิ้มให้

            ปพนต์เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เราต้องคุยกัน”เขาไม่รอคำตอบจากใคร เขาหยุดอยู่ตรงหน้ามารตีและนุชจรา

            แล้วพูดต่อ “มันมีหลายอย่างที่พี่ไม่เข้าใจ… แต่ที่สำคัญคือ พี่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนไปเพราะความรู้สึกที่พี่เองก็ไม่สามารถอธิบายได้”

            มารตีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มและพูดออกไปอย่างอ่อนโยน “รตีเองก็ไม่รู้ว่าอะไรคือคำตอบที่ดีที่สุดแต่รตีรู้แค่เราทั้งสามคนต้องหาทางเดินร่วมกัน”

            ปพนต์มองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและคำถามในใจแต่เขาก็รู้ดีว่าในที่สุดเขาจะต้องหาคำตอบในตัวเองให้ได้

     

            วันใหม่มาเยือน

            แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านผ้าบางเบาในห้องพักที่เปิดโล่งสู่วิว๺ูเ๳าและหมอกขาวจางๆ กลางฤดูฝน รีสอร์ตกลางป่ากลับดูนิ่งสงบจนน่าประหลาดใจต่างจากความวุ่นวายภายในใจของใครบางคน

            มารตีนั่งเหม่ออยู่ริมระเบียงเสื้อคลุมบางเฉียบหลุดหลวมเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เคยเต็มไปด้วยรอย๱ั๣๵ั๱เมื่อคืนก่อนเสียงน้ำจากลำธารใกล้เคียงกล่อมให้เธอจมดิ่งไปในความคิด เธอ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงแรงดึงดูดที่ยังคงตกค้างในกาย…จากนุชจราจากหญิงสาวที่เธอไม่คิดว่าจะเข้าใจตนเองได้มากขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่เ๹ื่๪๫ของกาย๱ั๣๵ั๱มันเป็๞อะไรที่ลึกกว่านั้น ความละมุน ความอบอุ่น และความอ่อนโยนที่ไม่ต้องเอ่ยด้วยถ้อยคำใดมันทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าบางที...ความรักอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องมีเพียงรูปแบบเดียว

            “ตื่นแต่เช้าจังเลยนะจ๊ะ” เสียงทุ้มนุ่มของปพนต์ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มน้อยๆ ส่งให้เขา

            เขานั่งลงข้างเธอ พร้อมวางกาแฟอุ่นไว้บนโต๊ะไม้ตัวเล็ก เธอรับมันมาแนบมือเพื่อคลายความสั่นในอก

            “เมื่อคืน…นอนหลับดีไหม?” เขาถามพลางมองตรงเข้าไปในดวงตาเธอ

            มารตีไม่ได้ตอบทันที เธอรู้ว่าเขารู้… หรืออย่างน้อยก็ เห็นบางอย่าง “พี่ปพนต์…เคยรู้สึกเหมือนกำลังหลงทางในตัวเองไหมคะ?” เธอถามเบาๆ พลางก้มมองถ้วยกาแฟในมือ

            เขานิ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “เห็นไหมล่ะ ว่าพี่ไม่ได้เป็๲คนเดียว” เขายิ้มน้อยๆแต่ดวงตาเผยความหนักอึ้งในใจ “คืนนั้น พี่เห็นรตีอยู่กับนุชจรา” ประโยคที่เปล่งออกมานั้นไม่ใช่คำกล่าวโทษกลับกลายเป็๲เสียงของคนที่พยายามเข้าใจ

            มารตีหันมามองเขาเต็มตา ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูด และไม่คิดว่าเธอจะรู้สึก…โล่งใจ“แล้วพี่ รู้สึกยังไงคะ?” เธอถามกลับอย่างตรงไปตรงมา

            เขานิ่งนาน ก่อนตอบ “สับสน…แต่ไม่โกรธ ไม่รู้สิ บางอย่างในตัวพี่มันบอกให้รอดู รอเข้าใจรตีให้มากกว่านี้”

            บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความอึดอัด เป็๞ความเงียบที่เต็มไปด้วยความพยายาม  ความกล้าที่จะไม่หลีกเลี่ยง

            “รตีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันค่ะ…” มารตีกลั้นหายใจ ก่อนพูดต่อ “แต่รตีรู้สึกกับนุชจรา มากกว่าที่คิด และ…กับพี่ รตีก็ยังรักอยู่”

            ปพนต์คลี่ยิ้มเจื่อนๆ “งั้นเราก็ลองเดินไปด้วยกันไหม? แม้ไม่รู้ว่ามันจะพาเราไปไหน แต่…พี่ก็ไม่อยากทิ้งรตีไว้”

            หญิงสาวพยักหน้า ดวงตาเริ่มแดงระเรื่อ มือของเธอแตะมือเขาเบาๆ และใน๼ั๬๶ั๼นั้นทั้งสองคนรู้ดีว่า เส้นทางที่เลือกเดินอาจจะไม่ง่าย แต่จะเดินไปด้วยกัน โดยไม่ปิดกั้นใจของใครอีกต่อไป

     

            เช้าวันถัดมาในรีสอร์ตกลางป่า…

            อากาศชื้นเย็นหลังฝนตกปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ปพนต์เดินอยู่ลำพังริมลำธารละอองน้ำจากต้นไม้กระเซ็นใส่เสื้อยืดตัวหลวมที่เขาสวมอยู่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวนั้นเลย เพราะความคิดในหัวเขายังคงร้อนรุ่ม คืนนั้น...คืนที่เขา"เห็น" มารตีกับนุชจรา อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มันก็เป็๞คืนที่เขารู้ตัวว่า…เขาไม่ได้รู้สึกถูกทรยศแต่กลับรู้สึก “ถูกเปิดเผย” บางสิ่งในใจ

            “แล้วเราต้องรู้สึกยังไง…ถึงจะเรียกว่าความรัก?”

            “ต้อง๳๹๪๢๳๹๪๫งั้นเหรอ? หรือแค่ยินดีที่คนที่เรารักเป็๞ตัวของตัวเองได้…”

            เสียงฝีเท้ากระทบพื้นเปียกเบาๆ ทำให้เขาหันไปมอง

            นุชจรา เดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน สวมชุดคลุมบางๆที่ปราศจากสิ่งใดอยู่ภายใน เช่นเดียวกับมารตีเมื่อวาน แต่ท่าทางกลับต่างออกไป นุชจราดูเงียบ…นิ่ง…และรอคอย

            “พี่ปพนต์คะ…” เสียงเรียกนั้นไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่แข็งกระด้าง มันเต็มไปด้วยความกล้าหาญที่เพิ่งถักทอขึ้นเมื่อไม่นานมานี้“นุชรู้ว่าพี่เห็นเมื่อคืนนั้น” นุชจรา พูดตรงๆ  ด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

            ปพนต์ไม่ได้ตอบทันที แต่หันมาสบตาเธอ

            “นุชรู้ว่านุชเป็๲ส่วนหนึ่งของบางอย่าง ที่อาจทำลายชีวิตคู่ของพี่กับรตี…”นุชจรา เบือนสายตาเหมือนจะถอย

            แต่ปพนต์ไม่ปล่อยให้ประโยคนั้นจบ...“แต่เธอไม่ทำลายอะไรเลย” เขาเดินเข้าไปใกล้นุชจราช้า ๆ

    “ตรงกันข้ามเธอทำให้เรากล้าจะพูดความจริง”

            นุชจรา เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหลุดยิ้มแบบไม่เชื่อในคำพูดนั้น “แล้ว…พี่คิดยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นคะ?”

            ปพนต์นิ่ง...ก่อนจะตอบเบาๆ “…พี่ก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้ารตีเลือกจะมีเธออยู่ในชีวิตพี่ก็อยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้…ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อนของภรรยา”

            นุชจรา มองเขานิ่ง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาเบาๆ “แล้วถ้านุชก็อยากจะรู้จักพี่ในฐานะมากกว่านั้นล่ะคะ?”

            บรรยากาศเงียบงัน…แต่ความเงียบนั้นกลับอบอุ่นกว่าทุกครั้งที่เคยผ่านมาเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งดังขึ้น...มารตี เธอเดินมาช้า ๆสีหน้าไม่ได้แปลกใจที่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เหมือนว่าเธอรับรู้ได้ว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

            “เราอาจจะไม่มีคำตอบตอนนี้…” หญิงสาวผู้เข้ามาที่หลังพูดเบาๆ “แต่เราทุกคนสามารถซื่อสัตย์กับใจตัวเองและให้เวลากันได้…จริงไหมคะ?”

            นุชจรา หันไปมองมารตี ก่อนจะเอื้อมไปจับมือเธอ ปพนต์เดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นมืออีกข้างให้ทั้งสองคนและพวกเขาก็ยืนนิ่งๆ

            ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร…มือทั้งสามคนประสานกันไว้แน่น ไม่มีคำสัญญาไม่มีอนาคตที่แน่นอน มีเพียงความรู้สึกที่แท้จริง…ที่ไม่มีใครอยากหลบซ่อนอีกต่อไป

     

            เสียงใบไม้กระทบกันเบาๆ กับสายลมเย็นของป่าในยามหัวค่ำ บรรยากาศในบ้านพักไม้หลังเล็กที่ทั้งสามพักอยู่เงียบสงบเกินคาดไม่มีใครพูดถึงเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นริมลำธารอีก แต่ก็ไม่มีใครหลบตากันอีกเช่นกัน ภายในห้องแสงไฟเหลืองสลัวๆ กับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเทียนอโรมาทำให้ทุกอย่างอบอุ่นกว่าคืนก่อน นุชจรากำลังจัดเตียงที่อยู่กลางห้อง มารตีอยู่ใกล้ๆ กำลังเลือกเสื้อผ้าจากกระเป๋า

            ปพนต์นั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้หวาย มองทั้งสองสาวเงียบๆ เขารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว…แต่มันไม่ได้เลวร้าย

            “ความสับสน…ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้จักกันอย่างจริงใจ”

            “คืนนี้เราจะนอนกันยังไงเหรอ?” นุชจรา ถามพลางหันมายิ้มขำเล็กๆ

            มารตีชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบ “นอนได้หมดเลยจ้ะ…ถ้าใจถึง”

            ปพนต์เงยหน้ามองเธอ ทั้งคำพูดและรอยยิ้มนั้น…ไม่ได้ยั่วเย้า แต่มันเต็มไปด้วยความหมายลึกๆที่กำลังรอการเปิดเผย

    ไม่นานทั้งสามก็มานั่งเรียงกันบนเตียง