ทางการของเมืองมังกรทองติดประกาศรางวัลนำจับหากใครมีเบาะแสของโจรกลุ่มนี้จะมีรางวัลอย่างงาม แต่ก็มีคนบางกลุ่มให้ข่าวลวงให้ข่าวหลอกบ้างเพื่อที่จะได้รับรางวัล
แต่เมื่อทหารสืบทราบว่าเป็นข่าวปลอมประชาชนคนนั้นถูกตัดหัวเสียบประจานหน้าประตูเมือง ทำให้ข่าวลวงหายไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดของกลุ่มโจรเสือป่า และทุกครั้งที่โจรเสือป่านี้ออกปล้น จะหายเข้าไปอย่างไร้ร่องรอย ป่านี้จะอยู่ถัดออกไปหลายร้อยลี่จากเมืองมังกรทอง เมืองนี้ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อาหารไม่สมบูรณ์เนื่องด้วยพื้นดินโดยลอบหลายร้อยลี่เป็นพื้นหินเสียเป็นส่วนใหญ่
ทำให้ ทำการเกษตรได้ยากและยังขาดแคนแหล่งน้ำอีกทางการเคยทำการพยายามขุดลอกคลองหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวลงทุกครั้งไป ทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งไม่สามารถเก็บกักน้ำฝนที่ตกลงมาได้
ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นเขตทะเลทรายเกือบหกส่วน จะมีเพียงป่าที่อยู่ถัดออกไปติดภูเขาที่ถูกเรียกว่าภูเขาเสือป่านี้ ที่ยังมีป่าเขียวชอุ่ม แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านในแถบนี้ก็ไม่กล้าเข้าไปล่าสัตว์ หาของป่าเนื่องด้วยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของโจรป่า แต่เหมือนสวรรค์ได้ยินเสียงวิงวอนของประชาชนเมื่อสิบกว่าปีก่อนกับเกิดปาฏิหาริย์กับมีแม่นำเกิดมาเพียงชั่วคามคืน
ที่บ้านหลังหนึ่งอยู่ด้านหลังหมู่บ้านเสือป่า ที่บ้านหลังนี้โอบล้อมไปด้วยต้นใม้นานาพันธ์ุเป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์
อยู่เลยไปจากหมู่บ้านเกือบสองลี่ที่บ้านหลังนี้จะมีแม่เฒ่ากับหลานอาศัยกันอยู่เพียงลำพังสองคน "จ้าวหลงมากินข้าว."เสียงดังขึ้นจากในบ้าน บนโต๊ะมีกับข้าวอยู่สองสามอย่างพร้อมข้าวในถ้วยบนโต๊ะ
"เมื่อวานเจ้าแอบไปทะเลาะกับลูกบ้านตระกลูหวังมาอีกแล้วใช่ไหม" ไป๋หลิง แม่เฒ่าที่เลี้ยงดูเด็กน้อยตัว
อ้วนกลมที่มีใบหน้าตุ้ยนุ้ยนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก และทุกวันจะมีบางสิ่งที่พบได้บนหน้าอันอ้วนกลมของจ้าวหลง
ที่ข้างตาซ้ายจะมีรอยดำรอบดวงตา
"จ้าวหลงเจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว เจ้าไม่เบื่อบ้างรึ ยังทำตัวเป็นเด็กสิบขวบอยู่ได้ ที่ไปท้าตีท้าต่อยกับลูกชายบ้านอื่น ในหมู่บ้านได้ทุกวี่ทุกวัน"
เสียงแม่เฒ่าดุจ้าวหลง แต่ใบหน้าที่แสดงออกมากับตรงกันข้ามกับเสียงที่เปร่งออกมา เป็นใบหน้าที่อ่อนโยนทุกครั้ง
แม่เฒ่าผู้ที่มีอายุ 70 ปี มีผิวหนังเหี่ยวย่นไปตามการเวลาของคนรุ่นนี้ แม่เฒ่ามองไปทางชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วน
ใบหน้าตุ้ยนุ้ยอ้วนกลม มีร่างกายที่แข็งแกร่ง และร่างกายใหญ่โตกว่ารุ่นเดียวกัน
แม่เฒ่าผู้มีสายตาที่อ่อนโยน ทุกครั้งเมื่อยามมองไปยังหนุ่มน้อยผู้นี้
" ปีนี้ข้า14 แล้วก็เจ้าหวังหลงมันหาเรื่องข้าตลอดไม่รู้ชาติที่แล้วเกิดเป็นหมาหรืออย่างไรชาตินี้ถึงได้ติด
นิสัยสุนัขมา เจอหน้าข้าไม่ได้จ้องแต่จะหาเรื่องกัดข้าให้ได้ ถ้าข้าเป็นวรยุทธคงไม่ต้องถูกคนอื่นจ้องแต่จะหา
เรื่องข้าอีก"เสียงจ้าวหลงดังขึ้นตอบผู้เป็นแม่เฒ่า
"14ปีแล้วรึ " แม่เฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง" เจ้าโกรธข้าหรือไม่ ที่ไม่ให้เจ้าไปเรียนวรยุทธกับตาแก่ไป๋หยุนเหมือนเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน "
"ท่านยายข้าจะไปโกรธท่านได้เยี่ยงไร ท่านต้องมีเหตุผลถึงไม่ให้ข้าฝึกวรยุทธเหมือนเช่นเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน "
" ข้าจะไปโกรธท่านได้อย่างไรที่ท่านให้ข้าปลูกผัก หาปลาไปวันๆ ข้าจะไปโกรธท่านได้เยี่ยงไรที่ท่านห้ามข้าไม่ให้ออกไปปล้นเหมือนลูกบ้านอื่นในหมู่บ้านที่เมื่อโตมาก็ต้องถูกฝึกให้แข็งแกร่ง ถูกฝึกให้เรียนวิชาในการฆ่า นี้หมู่บ้านโจรนะท่านยาย นี้หมู่บ้านโจร เฮอะ "
เสียงของจ้าวหลงดังขึ้นเน้นหนักในประโยคสุดท้ายตอบผู้เป็นแม่เฒ่าไป๋หลิง พร้อมด้วยใบหน้าแดงกล่ำที่น้อยเนื้อต่ำใจ ที่เกิดมามีชีวิตอาภัพเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง
แม่เฒ่ามองออกไปด้านนอกหน้าต่างนึกย้อนไปถึงอดีตเมื่อสิบห้าปีก่อน ด้วยใบหน้าปุเลียนๆ
หน้าหมู่บ้านเสือป่า ณ ลานกว้างแห่งหนึ่ง
" หลังจากพวกเจ้าทุกคนฝึกท่าร่าง พยัคครบทั้ง 9ท่าแล้ว พรุ่งนี้เราจะมาเริ่มการฝึกพลังภายในกันบ้างพลังภายในเกิดจากการสะสมของพลังวิณญาณ ที่อยู่ลอบตัวเป็นการดึงเอาพลังจากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นป่า แม่น้ำ หรือแม้กระทั้งสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรมาใช้ เอาละวันนี้เลิกเพียงเท่านี้ วันนี้กลับบ้านได้"
เช้าวันรุ่งขึ้น วัยรุ่นทั้งชายหญิง หลายสิบคนรวมตัวกันหน้าหมู่บ้านเพื่อเริ่มการฝึกของวัน
" วันนี้เราจะเรียนการฝึกใช้พลังภายในกัน"" ในหมู่พวกเจ้ามีใครรู้จักพลังภายในบ้าง" ไป๋เต๋า เป็นอาจารย์ฝึกสอนให้กับหมู่บ้านและยังมีฐานะเป็นอา 5 ของไป๋หลงอีกด้วย
เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ลุกขึ้นตอบ" ดังที่ท่านได้บอกเมื่อวาน พลังภายใน คือพลังวิณญาณที่อยู่รอบตัวเรา เราสามารถดึงพลังเหล่านั้นมาแล้วเปลี่ยนเป็นกำลังภายใน ใช้ออกไปได้ดังใจนึก"
" ถูกต้องอย่างที่ลู่หวังพูด แล้วพวกเจ้ารู้ใหมว่าเราจะดึงพลังออกมาจากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้อย่างไรเดียวข้าจะแสดงให้ดู"
พูดจบไป๋เต๋า ยกมือขวาขึ้นกลางมือออกเพ่งมองไปที่กลางฝ่ามือผ่านไปชัวครู่ เริ่มมีกระแสลมเล็กๆก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือหมุนวนเป็นก้อนกลมๆ ทำให้เด็กหนุ่มทั้งหลายจ้องมองโดยตาไม่กระพิบ เพราะกลัวพลาดช่วงสำคัญไป
"นี้ก็คือกำลังภายใน "
"พวกเจ้าทุกคนจงนั่งลง แล้วหลับตาจินตนาการเอาตัวเจ้าเป็นจุดศุนย์กลางดึงเอาพลังที่อยู่รอบตัวพวกเจ้าจากต้นไม้สัตว์ป่าเข้ามาโดยผ่าน ที่จุดสิ้นฮุ่ย ( จุดกึ่งกลางหน้าผาก )
แล้วบังขับให้มันจับตัวเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมาหลังจากนั้นบังขับบีบอัดให้มันเล็กลงโดยการให้มันหมุนแล้วย่อขยายให้ได้ดังใจนึก"
ครึ่งวันผ่านไป " ท่านลุงไป๋ ข้าไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย""ข้าด้วย ท่านน้า ข้าก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย"
ชายวัย 40 มีนามว่า ไป๋เต๋ามองไปทางเด็กหนุ่มทั้งหลายที่พากันร้องโอดโอย"ก็ถ้ามันฝึกกันง่ายขนาดนั้นป่านนี้ ผู้ฝึกยุทธก็มีอยู่ทุกที่ไปนานแล้วมัง ฝึกต่อไปไม่ต้องร้องจนกว่าพวกเจ้าจะรู้สึกถึงพลังวิณญาณ"
วันที่สองผ่านไป เหตุการยังเหมือนเดิม
เช้าวันที่สาม"เมื่อวานข้ารู้สึกถึงพลังบ้างแล้วแต่ยังสร้างให้มันเป็นกลุ่มก้อนไม่ได้" หลีเป๋าพูดขึ้นขณะเดินคู่มากับไป๋หลง
"เจ้าละไป๋หลงทำได้แค่ใหนแล้ว"
"ยังไม่ได้อะไรเลย แถมนั่งไปนั่งมายังฝันอีก"หลีเป๋าหันหน้ามามองไป๋หลงด้วยสีหน้าปุเลียนๆ
"คนอื่นเขานั่งฝึกกันเอาจริงเอาจัง จะเป็นจะตายเสียให้ได้ แต่เจ้ากับนั่งหลับเนี่ยอ่ะนะ ข้าละยอมเจ้าจริงๆ"
"ก็ให้ข้านั่งรวมสมาธิอะไรก็ไม่รู้แถมให้หลับตาอีก ขา้ก็หลับไปเลยไง มันแปลกตรงใหนคนเราหลับตาก็ต้อง หลับสิแล้วมันฝันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"
"ปกติกับผีเจ้าสิ คนอื่นเขาหลับตาเพื่อทำสมาธิรวบรวมพลัง จากธรรมชาติแต่เจ้ากับหลับฝันดีเฮอะ ข้าละเหนื่อยแทนอา5 เจ้าจริงๆ ที่ต้องฝึกให้เจ้าเป็นวรยุทธให้ได้ก่อนอายุ16 จริงๆ"
ขณะที่ทั้งคู่เดินไปยังลานฝึกยุทธของหมู่บ้าน
" เอามารวมตัวกันได้แล้วจะได้เริ่มกันสักที" เสียงของไป๋เต๋าตระโกนออกไปพร้อม ด้วยพลังพายในระดับ พื้นฐาน 3 ห่วง ในโลกของยุทธภพนี้ เมื่อผู้ใช้พลังภายในออกไปจะมีรัศมี เป็นระรอกคลื่นออกไปจากปลายเท้าหากมี พลังวิณญาณ 3ห่วงรัศมี ที่แผ่ออกไปจากปลายเท้า จะมี 3 วงตามพลังวิณญาณของผู้นั้น
แต่ก็ไม่เสมอไปว่าพลังจะกระจ่ายตัวออกมาให้เห็นยอดฝีมือโดยส่วนใหญ่จะซ่อนพลังที่แผ่กระจ่ายออกมาสำหรับไป๋เต๋าเขาเพียงแค่ต้องการจะโชร์พลัง
"มานั่งรวมกันแล้วเริ่มได้ การที่พวกเจ้าต้องมานั่งรวมกันแล้วดึงพลังจากธรรมชาติ จะช่วยให้พวกเจ้าสัมผัสกับพลังวิณญาณได้ไวขึ้น"
*** ใครที่นึกใบหน้าจ้าวหลงไม่ออกเชิญชมรูปตัวอย่างได้ด้านล้าง ***
