บทที่ 27 แผนร้าย
"คุณจิ้นเฉิน เกิดเื่แล้วค่ะ!"
เวลานี้ เลขาคนหนึ่งเคาะประตูเข้ามา หอบหายใจอย่างแรงพร้อมรายงานว่า "คุณจิ้น มีแฮกเกอร์โจมตีไฟร์วอลล์ของสำนักงานใหญ่ของเรา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มการเงินที่ไม่ทราบที่มาโจมตีตลาดหุ้นของเราด้วยค่ะ"
"อะไรนะ?" จิ้นเฉินลุกขึ้นอย่างฉับพลัน ใบหน้าบึ้งตึงน่ากลัว "ไปที่ห้องควบคุม!"
ก่อนหน้านี้ก็มีคนสวมหน้ากากหมายเอาชีวิตเขา ตอนนี้ก็มีแฮกเกอร์และกลุ่มทุนทางการเงินที่ไม่ทราบที่มา แล้วต่อไปจะเป็อะไรอีก?
จิ้นเฉินลดสายตาลง ความเ็าพวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับว่ามันช่างไร้ค่า
เลขาที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาตัวสั่นเทิ้ม ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
ติ๊ง! ลิฟต์มาถึงแล้ว
ฉินเหลียนเดินออกมาจากลิฟต์ เมื่อเห็นจิ้นเฉินตาก็เป็ประกาย เดินเข้าไปหาอย่างสนิทสนม "คุณจิ้น..."
"ออกไป!" จิ้นเฉินเอ่ยคำนี้กับเธออย่างเ็า ั์ตาที่มองไปราวกับมองคนตาย
ตอนนี้เขาโกรธมาก ไม่มีเวลาเล่นตลกกับผู้หญิงคนนี้
ฉินเหลียนรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจซึ่งหลอมรวมไปทั้งตัว ร่างกายของเธอแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับเป็คนโง่
"โยนเธอออกไปให้พ้น แล้วไปถามมาว่าใครเป็คนพาเธอขึ้นมา ให้คนนั้นเก็บข้าวของออกไปซะ!" จิ้นเฉินชี้ไปที่ฉินเหลียน พูดกับเลขาที่อยู่ด้านหลังด้วยความโกรธ
“กล้าดียังไงที่ปล่อยคนเข้ามาที่ชั้นทำงานของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เก่งกาจจริง ๆ!”
เลขาตื่นใและรีบยืดตัวตรง พยักหน้าตอบ "ค่ะ คุณจิ้น"
หลังจากมองตามจิ้นเฉินเข้าไปในลิฟต์ เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองไปที่ฉินเหลียนที่ยังไม่ได้สติอีกครั้ง เธอรู้สึกเห็นใจพนักงานที่ปล่อยให้เธอคนนั้นเข้ามาเล็กน้อย
เลียแข้งเลียขาผิดคน แล้วแม่สามีในอนาคตของประธานจิ้นเป็ยังไงล่ะ? จะว่าไป ไม่ใช่ว่าเธอถูกโยนออกมาเพราะคำสั่งโดยตรงจากประธานจิ้นเหรอ?
สุดท้ายฉินเหลียนก็ถูกเลขาของจิ้นเฉินสั่งให้รปภ.หลายคนโยนเธอออกนอกประตูใหญ่จิ้นกรุ๊ป ต่อหน้าต่อตาคนมากมาย ทำให้เธออับอายขายหน้าที่สุด
เธอโกรธจนหน้ามืดกลับมาที่ตระกูลเฉียว และเกลียดแค้นจิ้นเฉินเข้ากระดูกดำ
เธอมีชีวิตมาหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่เคยรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน
"แม่ เกิดอะไรขึ้น?" เฉียวอวี่โม่เห็นฉินเหลียนกลับมา แล้วนั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่บนเก้าอี้ ไม่พูดอะไรสักคำ เธออดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่แม่ไปจิ้นกรุ๊ป
"ก็เพราะว่าว่าที่คู่หมั้นของแกน่ะสิ!" ฉินเหลียนขบฟันพูดด้วยสายตาที่แดงก่ำ "ฉันแค่อยากไปถามเขาเื่ความร่วมมือระหว่างเขากับเฉียวอันอันมันหมายความว่ายังไง แต่ก่อนจะทันพูดอะไร เขาก็สั่งให้คนโยนฉันออกมา ฉันโกรธมาก เขารู้หรือเปล่าว่าฉันคือว่าที่แม่ยายของเขา?”
"ร่วมมือ? อาเฉินร่วมมือกับเฉียวอันอันเหรอ?" เฉียวอวี่โม่ะโเสียงแหลมพร้อมใบหน้าที่เปลี่ยนสี
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้สนใจเื่ที่แม่ตัวเองถูกโยนออกมาเลย
ฉินเหลียนแม้จะไม่ค่อยพอใจกับจุดที่ลูกสาวให้ความสนใจ แต่ก็ยังตอบเธอไป "ใช่ ถ้าไม่ใช่เพราะเลขาเหยียนแจ้งในที่ประชุมก่อนหน้านี้ ก็คงไม่มีใครรู้เื่นี้เลยสักคน ความร่วมมือมูลค่าห้าร้อยล้านหยวนเลยนะ!"
ปิดข่าวได้แนบสนิท และไม่มีข่าวรั่วไหล พอเงินทุนพร้อมก็ประกาศออกมา
ส่วนรายละเอียดของความร่วมมือคืออะไร เลขาเหยียนจิ้งจอกเฒ่านั่นเ้าเล่ห์ยิ่งกว่า ไม่ยอมปริปากพูดสักคำ
"ไอ้สารเลว!" เฉียวอวี่โม่กำเล็บจิกลงในฝ่ามือ ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความอิจฉา
เธอรู้อยู่แล้วว่าที่เฉียวอันอันช่วยรับมีดแทนจิ้นเฉินไม่ใช่เื่ง่าย ๆ ที่แท้ไม่ใช่แค่เพื่อให้จิ้นเฉินสงสารเท่านั้น แต่ยังทำเพื่อดึงจิ้นเฉินมาร่วมมือด้วย
ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอล้วงความจริงจากเฉียวอันอันออกมาได้แล้ว แต่เขากลับไม่เชื่อทั้งยังไล่เธอออกไปอีก
"ไม่ได้ ฉันไม่ยอมแพ้ ฉันต้องทำให้เฉียวอันอันหายไปจากโลกของอาเฉินให้ได้!" เฉียวอวี่โม่บีบขอบโต๊ะแน่น แววตาแข็งกร้าว
เธอหยิบโทรศัพท์โทรหาเฉียวอันอัน "เฉียวอันอัน ฉันบอกเธอไว้นะ อาเฉินเป็ของฉันคนเดียว ใครกล้ามาแย่ง ฉันจะไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่"
"เธอไม่สบายเหรอ?" เฉียวอันอันขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ออกไป เสียงะโทำให้หูเธอแทบแตก
ผู้หญิงคนนี้บ้าหรือเปล่า? โทรหาเธอโดยไม่มีเหตุผล แล้วยังพูดคำขู่ประหลาดแบบนี้ เธอโดนอะไรกระตุ้นมาเหรอ?
"เฉียวอันอัน เธอจำเื่นี้ไว้ให้ดี" เฉียวอวี่โม่พูดอย่างโกรธแค้น จากนั้นก็วางสายไป
เฉียวอันอันกลอกตา โยนโทรศัพท์ทิ้งไป
"เป็อะไร ทำไมถึงโกรธขนาดนั้น?" คุณลุงหวังปอกแอปเปิลเสร็จแล้วเงยหน้าถามเธอ
เฉียวอันอันจิ้มแอปเปิลเข้าปากคำหนึ่ง "เฉียวอวี่โม่น่ะค่ะ"
"งั้นก็อย่าไปใส่ใจเลย คนแบบนั้นอย่าให้ทำให้สุขภาพเสียเลย" ลุงหวังพูดจบก็หิ้วถุงขยะออกไปทิ้ง
พอเขาออกไป เฉียวอันอันก็หยุดกิน เธอวางส้อมลงแล้วเม้มริมฝีปากครุ่นคิด
โทรศัพท์เมื่อกี้ของเฉียวอวี่โม่ คงไม่น่าเป็แค่คำขู่เล่น ๆ
เธอได้ยินเจตนาฆ่าในนั้น เฉียวอวี่โม่คงโดนจิ้นเฉินทำอะไรมาอีกแน่ นอกจากโทรมาหาเธอเพื่อระบายแล้ว อาจจะคิดกลอุบายอื่นอีก
คิดแบบนี้แล้ว เฉียวอันอันก็ไม่กล้าชะล่าใจ เตรียมพร้อมรับมือทุกเมื่อ
ผลคือผ่านไปหนึ่งเดือน เฉียวอวี่โม่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
"มีข่าวดีคุณอยากฟังไหม?" จิ้นเหยียนเฟิงถือใบตรวจร่างกายเข้ามา แล้วถามขึ้น
เฉียวอันอันวางนิตยสารลง และมองเขาด้วยรอยยิ้ม "ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว?"
"คุณรู้แล้วเหรอ?" จิ้นเหยียนเฟิง เอ่ยด้วยความประหลาดใจ
เฉียวอันอัน ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
อันที่จริงเธอเพิ่งรู้เมื่อครู่นี้ตอนที่พยาบาลมาตรวจ
"เปลี่ยนเสื้อผ้าสิ ผมจะพาคุณออกไปเที่ยว ถือเป็การฉลองที่คุณออกจากโรงพยาบาล" จิ้นเหยียนเฟิงพูดขึ้นทันที และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเจียงเฉิง
"ดีเลย" เฉียวอันอันตาเป็ประกาย เธอพยักหน้ายิ้ม
เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวนานมากแล้ว ไม่มีเวลา ทั้งยังไม่มีโอกาสด้วย
"ไปเที่ยวสวนสาธารณะดีไหม สวนป่าในฝันที่เพิ่งเปิดใหม่ ผมได้ยินมาว่าวิวสวยมาก" จิ้นเหยียนเฟิงยื่นโทรศัพท์ให้เฉียวอันอันดู ถามความเห็นเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เฉียวอันอันเหลือบตามองคำอธิบาย ก็คิดว่าไม่เป็ไร "ไปที่นั่นก็ได้ค่ะ"
สวนสาธารณะอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ใช้เวลาขับรถมาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึง
หลังจากเข้ามา เฉียวอันอันก็พบว่าวิวสวยจริง ๆ แต่ว่ามันใหญ่มาก เดินไปได้ครึ่งค่อนวัน เธอก็เริ่มเหนื่อยล้า
"ดื่มน้ำหน่อย" จิ้นเหยียนเฟิงซื้อน้ำแร่กลับมาสองขวด เปิดขวดหนึ่งแล้วส่งให้เธอ
"ขอบคุณค่ะ" เฉียวอันอันรับมา ดื่มไปสองสามอึก ลำคอที่แห้งผากก็สบายขึ้นในทันที
เธอพักอยู่สักครู่ จากนั้นก็ปิดฝาขวด วางน้ำไว้ที่ด้านข้าง แล้วหันไปถามชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างว่า "เราจะไปล่องเรือกันไหมคะ?"
"ผมมาเที่ยวทะเลสาบโดยเฉพาะ ทำไมจะไม่ไปล่ะ? คุณนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเช่าเรือ" พูดจบ จิ้นเหยียนเฟิงเก็บมือถือใส่กระเป๋า ลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์เช่าเรือ
คนที่มาล่องเรือมีไม่เยอะ เรือเล็กส่วนใหญ่ว่างอยู่ จิ้นเหยียนเฟิงจึงเช่าได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนขึ้นเรือ และค่อย ๆ พายเรือแล่นไปยังกลางทะเลสาบ
"นั่นเหมือนจะเป็..." เฉินอี้ มองไปที่เรือลำเล็กกลางทะเลสาบ คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย ยิ้มอย่างสนุกสนาน "อาเฉิน คุณเดาสิว่าฉันเห็นใคร?"
จิ้นเฉิน เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ชำเลืองมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ไม่สนใจ!"
"จริงเหรอ?" เฉินอี้ยกมุมปากขึ้น ชี้ไปที่เรือลำเล็กกลางทะเลสาบ "แต่ถ้าฉันบอกว่าฉันเห็นเฉียวอันอันล่ะ?"
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ั์ตาของจิ้นเฉินวูบไหว ไม่พูดอะไร
เฉินอี้ทำท่าเหมือนนึกอะไรออก ตบหน้าผาก แกล้งพูดอย่างเสแสร้ง "ฉันเกือบลืมไปแล้ว ฉันยังเห็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างเธอด้วย กำลังพายเรือเที่ยวทะเลสาบกับเธออยู่ อาเฉิน ฉันว่าคุณโดนสวมหมวกเขียว*[1]นะ"
"หุบปาก!" จิ้นเฉินจ้องหล่อนด้วยแววตาเ็า สีหน้าดูน่ากลัว
เฉินอี้ทำท่ารูดซิบปาก แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่รอชมการแสดง
ปากก็บอกว่าไม่สนใจ แต่พอได้ยินว่าคนรักมีชายคนอื่นอยู่ข้าง ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
เฮ้อ ผู้ชายนี่นะ!
[1] โดนสวมหมวกเขียว คือการสวมเขา