“อิ้งค์คุณเป็อะไรมั้ย”ทันทีที่รถหยุดนิ่งเขารีบสำรวจคนในอ้อมกอดทันที
“ไม่ค่ะฉันไม่เป็อะไร แล้วคุณล่ะคะ”
“ผมก็ไม่ ลุกไหวมั้ยครับเราต้องรีบหนีแล้ว”เขาบอกเพราะด้านหลังมีชายฉกรรจ์สองสามคนกำลังตรงมายังเขาและเธอว่าแล้วเขาจึงเปิดประตูพาเธอออกจากรถ โดยไม่ลืมหยิบอาวุธคู่กายมาด้วย
“ปัง! ปัง!”
เสียงปืนดังไล่หลังขณะที่ทั้งสองวิ่งเข้าไปในป่ามือหนากดศีรษะหญิงสาวให้หมอบต่ำพร้อมกับใช้ตัวเป็เกราะกำบังให้
“เร็วอีกหน่อยครับ”เขายิงปืนสวนกลับหลายนัดก่อนสั่งให้เธอวิ่งหนีหลบเข้าไปในป่าก่อนเมื่อเห็นเธออยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้วจึงตามเข้าไป
“คุณเขม คุณถูกยิง”
“ผมไม่เป็ไร เราต้องรีบไปต่อต้องเข้าไปลึกกว่านี้พวกมันจะได้หาไม่เจอ”
ได้ยินดังนั้นอังวรีจึงทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่ายนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งสองกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในป่า ลึกจนไม่ได้ยินเสียงพวกที่ตามมาเขาจึงพาหลบซ่อนใต้โพรงไม้ใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยหิน จังหวะนั่นแหละที่เธอได้เห็นหน้าเขาชัดๆซึ่งดูไม่ดีเลย
“คุณเขมหน้าคุณซีดมากเลยค่ะฉันว่าเรารีบออกไปหาหมอกันเถอะค่ะ”
“ผมไม่เป็ไรผมไหวเราต้องรอคนมาช่วยที่นี่”
“ใครจะรู้ว่าเราอยู่ที่นี่คะ”
“ผมเชื่อใจคนของผมคุณพักเก็บแรงไว้ก่อนเถอะ ผมก็จะพักเหมือนกัน”
“งั้นฉันห้ามเืให้ก่อน” อังวรีบอกพร้อมกับพยายามฉีกชายเสื้อของตัวเองคิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด เพราะฉีกยังไงเสื้อก็ไม่ยอมขาด
-ทำไมไม่ได้ล่ะ ก็ทำเหมือนทุกอย่าง- เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง
“คุณจะทำอะไร”
“ก็จะฉีกเสื้อมามัดแขนห้ามเืให้คุณไงคะในละครต้องขาดแล้ว แต่ฉันฉีกยังไงก็ไม่ขาด”
“เด็กโง่ นั่นมันละคร ไม่ต้องฉีกแล้วผมไม่เป็อะไร”เขายิ้มแห้งส่งให้เธอ อย่างเอ็นดู
“ไม่ได้ค่ะเืคุณไหลไม่หยุดเลยถ้าปล่อยไว้แบบนี้กว่าจะมีคนมาช่วยคุณได้ตายก่อนพอดี”
“เป็ห่วงผมเหรอ”
“ก็ต้องเป็ห่วงสิคะ”เขามองใบหน้าหวานที่จริงจังกับการฉีกเสื้อตัวเองก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจไม่ฉีกมันแล้ว
“ไม่ต้องมามองด้วยสีหน้าแบบนั้นเลยนะที่จริงฉากนี้เป็บทของพระเอกค่ะที่ต้องทำ” เธอบ่นเมื่อเห็นเขามองด้วยสายตากลั้นหัวเราะ
จากนั้นหญิงสาวจึงเปลี่ยนเป็ถอดเสื้อซับในสีครีมออกมาแทนร่างบางขยุกขยิกแขนซ้ายทีแขนขวาทีจนสามารถถอดเสื้อด้านในออกมาได้ทางศีรษะ แล้วใช้เสื้อมัดพันห้ามเืที่แขนให้อย่างเบามือกลิ่นหอมอ่อนๆของกายสาวที่ติดมากับเสื้อทำเขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ถือว่าเขาโชคดีที่เธอใส่เสื้อมาสองชั้นเขามองและยิ้มให้อย่างขอบคุณ -จะเป็ยังไงถ้าเขาเจอเธอใน่เวลาปกติที่ไม่ใช่การหนีตายเช่นนี้ทุกครั้ง-เขาคิด ก่อนหลับตาลง
“แบบนี้น่าจะโอเคแล้วคุณทนเจ็บหน่อยนะถ้าไม่ไหวให้รีบบอก”
“ถ้าผมไม่ไหวคุณจะแบกผมกลับหรือ”
“ค่ะถ้ามันจำเป็ฉันจะแบกคุณกลับเอง” เธอบอกด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดเล่นคำพูดนี้ทำเขารู้สึกดีไม่น้อยนาน ๆทีจะมีสาวสวยอยากปกป้อง
“คุณว่าคนพวกนั้นเป็ใครทำไมต้องตามคุณมา”
“ผมก็ไม่แน่ใจ”
“หรือว่าพวกนั้นไม่ได้ตามคุณแต่ตามฉันมาเื่เอสดีการ์ด”
“ก็อาจเป็ไปได้ แต่ที่แน่ ๆวันนี้เราไม่ได้กินของที่ซื้อมาแล้ว”
“ช่างเื่นั้นก่อนเถอะค่ะเื่ที่สำคัญกว่าคือต้องรีบพาคุณออกไปจากที่นี่ก่อน ก่อนที่แผลของคุณมันจะอักเสบหรือติดเชื้อขึ้นมา”
“แค่นี้ไกลหัวใจมากครับ” เขาบอกก่อนลืมตามองหญิงสาวข้าง ๆ ท่าทางเธอดูไม่ดีเอาเสียเลย
“คุณเป็อะไรทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะครับ” คำถามของเขาทำเธอน้ำตาคลอเลยทีเดียวใบหน้าสวยที่เริ่มมีน้ำตาคลอจ้องเขาก่อนตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
“ฉันกลัวค่ะ กลัวมาก ๆเลยเกิดมายี่สิบกว่าปีพึ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไหร่เื่พวกนี้จะจบเสียทีก็ไม่รู้” ดูท่าแล้วเธอจะคงกลัวมากจริงๆ
“มีผมอยู่คุณจะไม่เป็อะไรผมสัญญา” คิมหันต์อดหวั่นใจไม่ได้กลัวว่าความกลัวเหล่านี้จะทำให้เธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป
“บางทีฉันอาจเป็ตัวซวยทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้ก็ได้นะ”อังวรีบอกอย่างรู้สึกผิด
“เด็กโง่ คิดมากเกินไปแล้วผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย” อังวรีฟังแล้วมองค้อนใส่เขาทันที
“นี่ทำไมคุณชอบว่าฉันเป็เด็กนักนะ”
“ก็คุณอายุน้อยกว่าผมนิ”
“ไม่อยากเถียงด้วยแล้วคุณว่าพวกมันไปแล้วหรือยัง”
“ผมไม่รู้แต่รอคนของเรามาก่อนแล้วค่อยออกไปดีกว่า”
“แล้วพวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่”เขาชูนาฬิกาที่มีจีพีเอสขึ้นให้เธอดู
“นาฬิกาเหรอคะ” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
“นาฬิกาเรือนนี้ติดจีพีเอสครับ”
“เฮ้อ!ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย” อังวรีบอกพร้อมกับกุมหัวใจตัวเองไว้ “เหมือนฝนจะตกเลยค่ะ”
เปรี้ยง!
นั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำฟ้าก็ร้องแล้ว อังวรีทำท่าจะลุกขึ้นแต่ถูกมือหนาดึงรั้งแขนให้ลงนั่งข้าง ๆเขาเช่นเดิม
“จะไปไหนครับ”
“หาใบไม้มาบังฝนให้คุณค่ะ”
“ไม่ต้อง ห้ามคุณไปไหน!อยู่ใกล้ ๆผมไว้เดี๋ยวหลงป่า ผมไม่มีแรงไปตามหาคุณนะ” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังก่อนปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติใน่ท้าย
อากาศวันนี้ดูจะไม่เป็ใจให้เขาและเธอเอาเสียเลยสายลมเย็น ๆพัดผ่านเป็เวลาไม่นานก่อนที่น้ำใส ๆจะตกลงมาจากฟ้า
ซู่ ..ซ่า...!!เสียงฝนตกที่มาพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
คิมหันต์ส่งสัญญาณให้หญิงสาวห้ามส่งเสียงเขาพยายามแยกเสียงฝีเท้าคนกับเสียงฝนออกจากกัน เพื่อให้รู้ระยะว่าเสียงนั้นอยู่ไกลเขามากเพียงใด
ยิ่งเสียงนั้นเข้ามาใกล้ใจเขายิ่งเต้นแรงหากเป็สถานการณ์ปกติเขาสามารถปกป้องเธอได้ แต่ตอนนี้ร่างกายของเขาแค่อดทนกับสภาพอากาศตอนนี้ให้ไหวยังยากเลยลำแขนแข็งแรงโอบดึงร่างบางเข้ามากอด ทำหัวใจสาวเต้นตุ้ม ๆต่อม ๆ กลัวจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นทั้งหวั่นไหวไปกับเขาในเวลาเดียวกันทันทีที่แก้มเนียนแนบัักับอกกว้างเท่านั้นแหละ เธอรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากร่างกายเขาเขากำลังมีไข้
“ทางนี้ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ”เสียงชายคนหนึ่งะโบอกเพื่อนจาก้าที่เขาและเธอซ่อนอยู่ซึ่งใกล้มาก
“งั้นไปหาทางโน้นต้องหาจนกว่าจะเจอ” เสียงชายอีกคนบอก มือหนาโอบไหล่มนไว้แน่นลุ้นกลัวว่าพวกมันจะมาเจอเข้ารอจนแน่ใจว่าพวกมันเดินห่างออกไปไกลแล้ว อังวรีจึงสอบถามอาการเขาด้วยสีหน้าเป็กังวล
“คุณเขม คุณมีไข้คุณยังโอเคอยู่หรือเปล่า”
“ผมไม่เป็อะไร ไม่ต้องห่วง”
“จะไม่ห่วงได้ยังไงคุณถูกยิงก็เพราะฉัน”
“ไม่เกี่ยวกับคุณเสียหน่อย”
“คุณห้ามตายต่อหน้าฉันอีกคนนะ” เธอบอกเสียงสั่นเครือก่อนกระชับแขนโอบกอดเขาแน่นส่งความอบอุ่นผ่านร่างกายให้
“ผมอาจจะตายเพราะคุณแช่งผมก็ได้นะ”เขาพูดติดตลก แต่เธอไม่ตลกด้วยเพราะตัวเขาเย็นะเืหน้าขาวซีดเผือด เธออยากรีบพาเขาออกจากตรงนี้เหลือเกิน
“ยังจะมาพูดเล่นอีก อดทนหน่อยนะคะเราจะรออีกสักพักถ้าคนของคุณยังไม่มาฉันจะพาคุณออกไปเอง” เสียงหวานบอกอย่างจริงจัง
เขาพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรงอังวรีรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มจะไม่ได้สติแล้ว เืสีแดงสดยังไหลซึมผ่านเสื้อซับในของเธอออกมาเรื่อยๆ เธอไม่รู้จะทำยังไง สองมือน้อยทาบที่แก้มทั้งสองข้างเขาเพื่อเรียกสติ
“คุณเขมอย่าพึ่งหลับนะคะ อยู่เป็เพื่อนฉันก่อนคุณกำลังทำให้ฉันกลัว” หญิงสาวพยายามเรียกให้เขามีสติไว้
“ถ้าผมไม่รอดผมอยากบอกคุณให้รู้เอาไว้นะว่าผมชอบคุณจริง ๆ”
“เื่แบบนี้ จะบอกก็บอกตอนมีสติสิก็ไหนบอกว่าไม่เป็อะไรจะมาสั่งเสียกันทำไม” เสียงสั่นเครือต่อว่าทั้งน้ำตาอย่างไม่พอใจ
“ผมแค่พูดเผื่อไว้แค่เห็นคุณเป็ห่วงผมขนาดนี้ผมก็ดีใจมากแล้ว”
“คุณเขมห้ามพูดแบบนี้อีกนะคะ คุณต้องรอดถ้าคุณเป็อะไรไปอีกคนฉันคงรับไม่ไหว”
เธอพูดจริง ๆหลายวันที่ผ่านมาเธอผ่านมันมาได้อย่างแสนยากลำบากหากต้องมีใครตายต่อหน้าต่อตาเธออีก เธอคงรับมันไม่ไหวแล้ว
“ผมขอโทษ อย่าร้องไห้เลยนะ”
“ไม่ต้องพูดแล้วค่ะเก็บแรงไว้ถ้ามีคนมาฉันจะบอกคุณเอง” มือเรียวปาดเช็ดหยดน้ำตาบนใบหน้าออกเวลานี้เธอต้องเข้มแข็งไว้
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งสองนั่งรอให้คนมาช่วยจนตอนนี้ฝนเริ่มซาลงหลายชั่วโมงที่ผ่านมาอังวรีกอดให้ความอบอุ่นเขาไม่ห่าง คอยชวนเขาคุยเป็บ้างเพื่อไม่ให้เขาหลับในที่สุดคนที่รอก็มาถึง
“พ่อเลี้ยงครับ”
“คุณอิ้งค์”
“พ่อเลี้ยง คุณอิ้งค์”
เสียงกลุ่มคนที่คุ้นเคยะโเรียกชื่อคนทั้งสอง