หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบสูตรยาที่คิดค้นขึ้นมาใหม่โนบลินก็นำไปให้กับวินเธอร์
หน้าตาที่เหมือนคนเห็นผีสองตัวพร้อมกันที่วินเธอร์แสดงออกมานั้นก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดหมายของโนบลินแต่อย่างใด
“เงินเก็บของเราตอนนี้มันยังน้อยเกินไปสินะเท่าที่มีตอนนี้คงจะพอทยอยจ่ายค่าสร้างตึกพักหลังใหม่ได้แต่คงไม่พอที่จะทำอย่างอื่นแน่เลย” โนบลินพัมพำกับตัวเองขณะเดินกลับบ้าน
อันที่จริงแล้ว ถึงแม้โนบลินจะได้รับเงินจากส่วนแบ่งการขายยาของสถาบันปรุงยาและอีกส่วนหนึ่งจากโรงประมูลตระกูลฮันท์แต่นั่นก็เป็เงินที่ทยอยได้เป็รายเดือน แม้จะถือว่ามากพอสมควรสำหรับเด็กอายุสิบเอ็ดปีอย่างเขาแต่ถ้ามองถึงเป้าหมายที่โนบลินตั้งไว้ มันยังถือว่าน้อยนิดเท่านั้นเอง
โนบลินเดินพลางคิดพลางจนกลับมาถึงที่บ้านได้ยินเสียงดังอึกกะทึกครึกโครมดังออกมาจากด้านหลังบ้านซึ่งช่างก่อสร้างที่โนบลินติดต่อไว้ กำลังวางฐานของตึกพักหลังใหม่อย่างขะมักเขม้น
โนบลินเดินขึ้นไปบนห้องพักใต้หลังคาของเขาก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปโนบลินได้ยินเสียงหอบหายใจของเพื่อน ๆ ดังลอดออกมาเขาจึงแง้มประตูเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ภาพที่เห็นคือเพื่อนๆ ทั้งสี่คนกำลังคร่ำเคร่งเพ่งสมาธิกับการฝึกส่งผ่านพลังกันอย่างเต็มที่ลูกแก้วในมือของแต่ละคน เปล่งสีแตกต่างสลับกันไปแต่โนบลินสังเกตว่าเรซนั้นสามารถเปลี่ยนสีลูกแก้วได้อย่างลื่นไหลมากที่สุด
“เพราะมีรูปแบบธาตุน้ำสินะความต่อเนื่องและเป็ธรรมชาติของรูปแบบธาตุน้ำทำให้การส่งผ่านพลังเวทมีความไหลลื่นมากกว่ารูปแบบธาตุอื่น ๆแบบนี้คงต้องสร้างหอกใหม่ให้เรซก่อนใครเพื่อนซะละมั้ง”
โนบลินพึมพำกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะปิดประตูเบา ๆ และเดินถอยออกมาเพราะไม่อยากรบกวนสมาธิเพื่อน ๆ
่เวลากว่าสองสัปดาห์หลังจากนั้นนอกจากเวลานอนที่โนบลินต้องขึ้นไปบนห้องแล้วเขาก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่ที่ด้านล่างของบ้าน ทั้งแนะนำการฝึกสะสมเวทให้เหล่าเด็กหญิงและปรับปรุงศาลาพักข้างสวนผักให้เป็ที่ทำงานชั่วคราวของเขา
“ฟู่ว..น่าจะพอใช้ได้บ้างล่ะนะต่อไปที่นี่ก็จะเป็ห้องทำงานของเรา ดูจากพัฒนาการของทั้งสี่คนคงต้องเริ่มสร้างอาวุธให้ตามที่สัญญาแล้วละมั้ง”โนบลินพูดพลางมองไปยังทิศทางที่เพื่อนทั้งสี่กำลังมุ่งมั่นฝึกฝนอยู่
เวลาผ่านไปอีกกว่าสามสัปดาห์โนบลินขลุกอยู่ในห้องทำงานน้อย ๆ ของเขา ลงมือสร้างอาวุธและเครื่องป้องกันต่าง ๆทั้งที่ส่งให้กับโรงประมูลหรืออาวุธพื้นฐานที่โนบลินสร้างให้กับเหล่าเด็กหญิงในบ้านเด็กกำพร้าจนลอเลนซ์ที่เห็นต้องใกับอาวุธน่ากลัวมากมายที่โนบลินนำมาให้กับเด็กหญิงได้เลือกใช้ฝึกฝน
นอกจากนี้โนบลินยังคอยแนะนำให้เหล่าเด็กหญิงได้เลือกใช้อาวุธที่เหมาะกับลักษณะรูปแบบเวทมนต์ของตนเองอีกด้วย
“ขอบใจมากเลยนะโนบลินที่สอนให้พวกเราได้ฝึกฝนเวทมนต์กับเค้าด้วยทั้งที่ในเมืองนี้มีผู้หญิงน้อยยิ่งกว่าน้อยที่ได้ฝึกเวทอย่างจริงจังแถมยังมียาวิเศษมาให้พวกเรากินเพื่อเร่งการพัฒนาพลังอีกั้แ่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นเด็กหญิงบ้านไหนนอกจากพวกตระกูลใหญ่ที่ฐานะดีได้ฝึกเวทต่อสู้กันสักคน”
เด็กหญิงคนหนึ่งที่ฝึกพลังเวทจนอยู่ที่ขั้นที่ห้าของขั้นต้นถือเป็เด็กหญิงที่มีพัฒนาการสูงที่สุดกล่าวขอบคุณโนบลินอย่างตื้นตัน
“อย่าคิดมากไปเลย[อนาเบล] เราอาศัยอยู่ที่นี่ก็เหมือนเป็พี่น้องกัน เื่แค่นี้มันเล็กน้อยน่าแล้วอีกอย่างฉันแค่แนะนำวิธีการฝึกที่เหมาะสมกับเธอส่วนการที่เธอพัฒนาได้ถึงขนาดนี้ มันก็อยู่ที่พร์กับความขยันของเธอเองนั่นแหละ”โนบลินตอบอย่างเขิน ๆ ก่อนจะเดินออกมาและปล่อยให้ทุกคนฝึกฝนกันไปต่อ
ฝ่ายลอเลนซ์นั้นแม้จะแปลกใจปนใที่เด็ก ๆ ทุกคนในบ้านยืนยันที่จะฝึกฝนเวทมนต์ต่อสู้กันทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามแค่อย่างใด เพราะเธอคิดว่าอย่างน้อยที่สุดการฝึกฝนนี้ก็ช่วยให้ร่างกายของเด็ก ๆ แข็งแรงมากขึ้น
เพราะเธอเองก็เคยฝึกฝนพลังเวทมาก่อนเช่นเดียวกันแต่ด้วยความที่เป็คนจิตใจอ่อนโยนไม่ชอบใช้กำลังต่อสู้จึงไม่เคยใช้พลังเวททำร้ายใครมาก่อน
โนบลินเดินกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขาก่อนจะเริ่มทำงานที่ค้างไว้ต่อโนบลินนำเอารองเท้าหนังทั้งสองข้างของเขาเพื่อทำการปรับปรุง
"น่าจะต้องเพิ่มธาตุเข้าไปซะหน่อยแต่คงต้องเน้นธาตุลมให้เคลื่อนที่ได้เร็ว แต่ว่าสายฟ้าก็น่าสนใจน่าจะช่วยเื่การเคลื่อนที่ฉับพลันได้ดีแฮะ"โนบลินจินตนาการความสามารถของรองเท้าหนังที่ทำการปรับปรุงไปพร้อม ๆกับการลงมือปรับปรุง
"เรียบร้อย..พอขึ้นรูปไปแล้วกลับมาลงวงเวททีหลังนี่ยากเหมือนกันแฮะ"โนบลินบ่นเหนื่อยก่อนจะก้มลงไปมองรองเท้าหนังคู่เก่า ที่ปรับปรุงใหม่
"หึหึ"โนบลินหัวเราะในลำคอก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก
"มีของใหม่ก็ต้องลองสิ"
ว่าแล้วโนบลินก็เริ่มต้นเคลื่อนพลังเวทลงไปที่เท้าสองข้างก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณพลังมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนที่จะออกวิ่งในพื้นที่โล่งหลังบ้าน
"เยี่ยมไปเลยแค่ส่งผ่านพลังเวทระดับต้นลงไป เราก็วิ่งได้เร็วเท่ากับนักเวทระดับกลางได้เลยแฮะวงแหวนเวทขยายพลังนี่ถึงจะเขียนยากเอาการ แต่ก็ช่วยได้เยอะเลยแบบนี้ต้องฝึกเขียนให้สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว"โนบลินยิ้มอย่างภูมิในขณะที่ก้มลงไปมองรองเท้าหนังคู่ใจ
"แล้วถ้าเปลี่ยนธาตุล่ะ"โนบลินสงสัย
ไวเท่าความคิดเมื่อพลังเวทถูกส่งผ่านลงไปกระตุ้นชิ้นส่วนประจุเวทที่ใช้ปรับแต่งรองเท้าสายฟ้าที่คล้ายมีคล้ายไม่มีก็ปรากฏแปลบขึ้นที่เท้าทั้งสองก่อนที่ร่างของโนบลินจะเคลื่อนที่ไปไกลจากจุดเดิมถึงยี่สิบก้าวภายในพริบตา
"สะ...สุดยอด!นี่มันคือการเคลื่อนที่พริบตาที่นักเวทระดับกลางระดับสี่ขึ้นไปถึงจะใช้ได้แต่แค่ใส่รองเท้านี่เราก็ทำได้เลยหรือ แบบนี้สะดวกดีแฮะถ้าไม่ติดตรงที่มันสิ้นเปลืองพลังเวทมากเอาการก็คงดีต่อไปคงต้องขยันฝึกลงวงเวทขยายพลังให้สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะได้ประหยัดพลังเวทที่มีมากกว่านี้"
โนบลินคิดพลางมองออกไปด้านหน้าที่มีศาลาทำงานส่วนตัวของเขาตั้งอยู่โนบลินเพิ่งสมาธิส่งผ่านพลังลงไปในที่รองเท้าเพื่อทำการเคลื่อนพริบตากลับไปยังตำแหน่งเดิมหน้าศาลา
เปรี๊ยะ..! โครม!!
สิ้นเสียงสายฟ้าที่แลบออกมาจากรองเท้าทั้งสองข้างของโนบลินตามมาด้วยเสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวภาพที่เห็นหลังจากกลุ่มฝุ่นควันจางหายไปจากพื้นที่ เป็ร่างของโนบลินที่นอนแผ่อยู่กลางลานหน้าศาลา
"อ๊อก..สงสัยจะใส่พลังเวทมากเกินไปเล่นเอาเบรกไม่อยู่เลยแฮะ..แคก ๆ ๆ"