บทที่27
เริ่มบุก
ฟิ้ว!!!เพล้ง!!! เสียงของโลหะทั้งสองกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณการโจมตีที่พุ่งตรงเข้ามามันโดนหยุดเขาไม่ได้กระบี่ภายในมือของหลี่หยางพุ่งขึ้นมาหยุดการโจมตีเอาไว้
่เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้นผู้คนอาจจะมองว่าการโจมตีของชายผู้นั้นรวดเร็วแล้วกุ้งเข้ามาและทำการใช้ดาบของตนเองโจมตีโดยที่ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
แต่ความสามารถของผู้ที่ทำการเข้ามารับการโจมตีมันสามารถทำได้รวดเร็วมากกว่าจนน่าประหลาดใจ
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่เมื่อเขาสามารถรับการโจมตีนั้นเอาไว้ได้เข้าทำการยกยิ้มขึ้นมา
หลันเซ่อมันมองเห็นคู่ต่อสู้ของตนเองยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากมันทำการโต้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
อารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านขึ้นมามันคือความโกรธคนผู้นี้แม้ว่าจะรู้สึกโกรธภายในจิตใจแต่ว่าภายนอกของมันก็ยังคงสงบนิ่งเรียกได้ว่าเป็คนที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็อย่างดี
หลี่หยางเขามองว่าคุณสมบัติของคนผู้นี้เป็คุณสมบัติที่หาได้ยากโดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะโดนอารมณ์แห่งความโกรธเข้าครอบงำจนลืมความคิดแต่ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ากับไม่ใช่
เขาเริ่มทำการรุกเข้ามาอีกครั้งคนผู้นั้นถอยดาบของตนเองไปดาบขนาดใหญ่นั้นมันได้ปกคลุมไปด้วยออร่าพลังปราณก่อนที่คนผู้นั้นกระทำการเหวี่ยงดาบออกมาอย่างรุนแรงการโจมตีในครั้งนี้รุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้หลายต่อหลายเท่า
ฟิ้ว!!!มันทั้งรุนแรงและรวดเร็วการโจมตีจากตับเหล็กขนาดั์ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณอีก 1 ชั้นทำให้ถ้าโดนเข้าไปก็คงจะไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน
หลี่หยางเขาทำการยกกระบี่ของตนเองขึ้นมาดวงตาเขามองเห็นทุกอย่างมองเห็นท่วงท่าที่มีจุดบอดมากมาย
เขาใช้ดวงตาที่มองเห็นจุดบอดนั้นทำการใช้กระบี่ของตนเองพุ่งเข้าไปในจุดที่ดาบของอีกฝ่ายอ่อนกำลังที่สุดเกือบจะถึงตัวของด้ามจับดาบบริเวณส่วนนั้นน่าจะเป็ส่วนที่เป็จุดบอดมากที่สุดของการเหวี่ยงการโจมตีในครั้งนี้
หลี่หยางทำการใช้กระบี่ของตนเองยื่นไปจุดนั้นแล้วก็ฟาดมันไปอย่างเต็มแรง
เพล้ง!!!เสียงปะทะกันดังก้องกังวานประกายไฟสีส้มอ่อนปรากฏขึ้นสิ่งที่มันตามออกมาหลังจากนั้นคือคลื่นปะทะที่เป็สายลมวูบใหญ่แผ่ซ่านกระจายออกมาตรึง!!
แต่แล้วสิ่งที่พวกนั้นไม่คาดคิดก็ได้ปรากฏขึ้นพาพี่พวกเขาเห็นมันเป็ภาพเดียวกันและเป็ภาพที่พวกเขานั้นตกตะลึงเป็อย่างมาก
การโจมตีของหลันเซ่อเต็มไปด้วยพลังตอนนี้โดนหยุดเอาไว้ด้วยกระบี่เล่มเล็กๆที่มีขนาดเล็กกว่าดาบเล่มนั้นเกือบจะเท่าตัว
หลี่หยางทำการหยุดดาบเล่มนั้นได้โดยใช้กำลังออกไปเพียงแค่ไม่กี่ส่วนเท่านั้นใบหน้าของเขายังดูสบายๆแถมมุมปากยังยกคิดอยู่ตลอดเวลาและกล่าวออกไปกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าว่า “ คมดาบของเ้ามีพลังแต่ไร้กระบวนท่าและเต็มไปด้วยจุดบอด ”
ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างและก็แสดงท่าทางประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้
หลี่หยางเริ่มทำการตอบโต้กับไปกระบี่ภายในมือของเขายกสูงขึ้นแล้วก็เรียกเร้นพลังภายในร่างกายเข้ามาห่อหุ้มแล้วก็ทำการตวัดออกไปกระแทกเข้ากับดาบขนาดใหญ่เล่มนั้น
ตรึง!!เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวดาบขนาดใหญ่หลุดออกจากมือที่คิดว่าจับมันเอาไว้แน่นแล้ว
อาวุธหลุดออกจากมือกระบี่ของหลี่หยางยกชูขึ้นไปประชิดปลายคางของอีกฝ่ายคนผู้นั้นยังคงยืนอย่างตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างของเขาก้มต่ำลงมองกระบี่ที่มาประชิดของตัวเอง
นี่คือความพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยพ่ายแพ้ต่อคนที่อยู่ด้านหน้าบุรุษผู้นี้ร่างกายเล็กกว่าเขาเป็อย่างมากพลังกำลังเองก็ไม่ได้มีมากกว่าเขาจะมีอะไรบางอย่างที่มันแตกต่างจากเขา
มันเป็บางอย่างที่เขาไม่มีบางอย่างที่เป็ต้นตอของพลังของคนผู้นี้หรือว่ามันอาจจะเป็ความปรารถนาที่ไม่มีที่สิ้นสุด
หลี่หยางเมื่อได้รับชัยชนะเข้าลดกระบี่ของตนเองลงดวงตามองตรงไปที่พวกที่อยู่ด้านหลังตัวที่อยู่ด้านหลังไม่มีผู้ใดกังขากับความสามารถของเขาอีกแล้ว
อี้ชิงที่กำลังยืนมองทุกอย่างอยู่ด้านหลังเขาทำการฉีกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจนายน้อยของตนเองตอนนี้เติบโตกลายเป็คนที่สง่างามเรียบร้อยแล้ว
“ พวกเ้าคงจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตัวของข้าถึงมาอยู่ตรงนี้ ”
“ ไม่ใช่เพราะว่าเป็ลูกหลานของขุนนางยศใหญ่โตข้าเองก็มีชะตากรรมไม่ได้แตกต่างจากพวกเ้า”
“ เ้าในสถานที่แห่งนี้มองดูแล้วข้าก็รู้ได้ทันทีว่าน่าจะเป็คนที่สู้ชีวิตมามากพอสมควรค่าเองก็เช่นเดียวกันชะตากรรมที่์กำหนดมาช่างแสนโหดร้าย ”
“ แต่ว่าจงเชื่อในตัวของข้าเดินตามหลังข้ามาแล้วพวกเ้าจะรอด ” หลี่หยางเขาประกาศออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ
่วินาทีนั้นหลันเซ่อที่เพิ่งได้รับความพ่ายแพ้เขาที่ยืนอยู่ด้านหน้าดวงตาทั้งสองข้างมองตรงไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองความรู้สึกที่มันช่างแตกต่างนี้มันคืออะไรกันคนผู้นี้ไม่เหมือนคนผู้อื่นความรู้สึกดึงดูดให้ผู้คนนั้นติดตามภาพทับซ้อนของผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เื้ัของคนผู้นี้มันทำให้เขานั้นรู้สึกตกตะลึง
คนเ่าั้ยอมรับหลี่หยางอย่างใจจริงในฐานะผู้นำภารกิจลับในครั้งนี้
ท้องฟ้ามืดมิดราตรีค่ำคืนนี้ไม่ใช่ราตรีเดือนดับแสงจันทร์สาดส่องแสงสว่างไสวสีเงินอยู่บนท้องนภาเพียงแต่ว่าค่ำคืนนี้ดูเหมือนว่าจะมีเมฆหนามากกว่าทุกค่ำคืนก็เท่านั้น
ก้อนเมฆหนาลอยล่องผ่านไปผ่านมามันทำให้แสงจันทราที่สาดส่องลงมาด้านล่างมันดูไม่ประติดประต่อและไม่เป็ระยะ
แต่นั่นอาจจะเป็ทางดีก็ได้เมื่อตกยามดึกการแฝงเร้นตัวมันยิ่งง่ายดายมากขึ้น
พวกที่รับภารกิจในการเข้ามาเผาเสบียงทำการตามผู้นำเข้ามาภายในกองทัพมารพวกเขาแฝงเร้นตัวเข้ามาได้สำเร็จ จำนวนคนที่ทำการแฝงตัวเข้ามามีอยู่ประมาณ 13 คน
พวกเขากระจายตัวแยกเป็กลุ่มละประมาณ4-5คน แบ่งแยกออกเป็ 3 กลุ่ม
โดยที่ทั้ง3 กลุ่มนั้นมีผู้นำที่แตกต่างกันกลุ่มแรกคือกลุ่มของหลี่หยางที่มีสมาชิกอยู่ 4 คนและกลุ่มที่ 2 มีอี้ชิงเป็ผู้นำมีสมาชิกอยู่ 4 คน และกลุ่มสุดท้ายมีหลันเซ่อเป็ผู้นำมีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 5 คน
เขาแฝงเร้นตัวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้สำเร็จแล้วก็กำลังจะเริ่มแผนการตามที่พวกเขานั้นได้วางเอาไว้ั้แ่ตอนแรก
พวกเขาทั้งสามกลุ่มทำการแยกย้ายไปตามส่วนต่างๆเดินตามแผนการของตนเอง
แฝงเร้นตัวเข้ามาภายในกองทัพเผ่ามารได้แล้วสถานที่แห่งนี้สถานที่แห่งนี้มันไม่ได้แตกต่างจากกองทัพของพวกเขาสักเท่าไหร่
มีเวรยามเดินไปมาอยู่ตลอดทั้งราตรีไม่เพียงเท่านั้นการจัดวางทุกสัดส่วนก็ยังแทบจะคล้ายคลึงกันทั้งหมดหรืออาจจะเป็เพราะว่าหลักการกฎของกองทัพหรือว่าสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ของการกระทำมันเป็สิ่งที่ใกล้เคียงกัน
หลันเซ่อตัวของเขาทำการเดินตรงไปยังบริเวณด้านหลังกองทัพพร้อมกับผู้ติดตามอีก4 คนพวกเขาได้รับภารกิจในการที่ให้ไปจัดเตรียมสถานที่ทางในการหนีออกจากสถานที่แห่งนี้เอาไว้
หลี่หยางสิ่งที่เขาทำก็คือเดินไปบริเวณส่วนใจกลางกองทัพสิ่งที่เขาเลือกที่จะเดินทางไปมันก็คือสถานที่ที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าคลังเสบียง
และแล้วเขาก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่ที่เป็เป้าหมายของเขามันคือสิ่งที่เรียกว่าคลังอาวุธ
เดินทางมาถึงส่วนนี้หลี่หยางเขาต้องมองไปที่กระโจมขนาดใหญ่ด้านหน้าแล้วก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจนี่คือเป้าหมายของเขามันถูกสร้างขึ้นมาเองโดยปล่อยไปตามแผนการ
ส่วนกลุ่มที่รับหน้าที่สำคัญที่สุดในการเผาเสบียงนั่นก็คือกลุ่มของอี้ชิง
ในห้องนี้เขาได้มุ่งตรงไปยังจุดเตรียมการในการเผาเสบียงเรียบร้อยแล้ว
แต่เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งที่อยู่บริเวณนั้นมันคือเวรยามที่แ่าบริเวณรอบๆสถานที่แห่งนั้นห่างออกมาประมาณ 100 เมตรมีเวรยามเดินไปมาเฝ้าอยู่ประมาณไม่ต่ำกว่า 50ถึง 60 คน แถมพวกมันยังเป็เวรยามที่มีความแข็งแกร่งและก็เป็พวกยอดฝีมืออีกด้วย
เพราะว่าเสบียงมันเป็เหมือนกับส่วนสำคัญของใจกลางกองทัพเวรยามมันเลยกำลังคุ้มกันอย่างแ่าอยู่อย่างเช่นในตอนนี้
และเพราะว่าเวรยามที่คุ้มกันอย่างแ่ามันเลยทำให้คนที่แฝงเร้นตัวเข้ามาภายในกองทัพก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำการลักลอบเผาเสบียงได้
อี้ชิงมีแฝงเร้นตัวเข้ามาภายในบริเวณนี้ได้สำเร็จเขาทำการยกฝ่ามือตนเองเพื่อส่งสัญญาณให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหลังหยุดเท้าของตนเอง
หันมองกลับไปแล้วก็พยักหน้าส่งสัญญาณของแผนการบางอย่างให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหลังและพวกที่อยู่บริเวณด้านหลังก็พยักหน้าตอบรับ
ในขณะเดียวกันหลี่หยางที่ตัวของเขาลักลอบเข้ามาภายในบริเวณนี้ได้สำเร็จเบื้องหน้าของเขามันคือกระโจมสีดำขนาดใหญ่ที่เป็สถานที่ในการจัดเก็บคลังอาวุธทุกอย่างภายในสถานที่แห่งนั้น
ดวงตาของเขาจ้องมองไปสถานที่ที่อยู่ด้านหน้าพลางกลับยกยิ้ม ‘ เป็อย่างที่คิดเลยตรงบริเวณคลังเสบียงน่าจะเป็สถานที่ที่มีคนคุ้มกันแ่ามากที่สุดส่วนสถานที่แห่งนี้มันเองก็มีการคุ้มกันเพียงแค่บางๆงเท่านั้น’ ทุกอย่างมันเป็ไปอย่างที่หลี่หยางคิดเอาไว้
จากสายตาของเขาที่มองลงไปด้านหน้าสิ่งที่มองเห็นอยู่ด้านหน้าของตนเองที่แห่งนั้นมีคนคุ้มกันอยู่เพียงแค่ 10 หรือ 20 คนเท่านั้นซึ่งมันเป็จำนวนที่เขาคิดเอาไว้อยู่ในใจ
หลี่หยางลงมืออย่างรวดเร็วเขาหันกลับไปพยักหน้ากับพวกที่อยู่ด้านหลังและแล้วพวกเขาก็เริ่มลงมือทำการนำลูกธนูของตนเองออกมาแล้วก็คันธนูไม้ที่จัดเตรียมมาด้วยออกมาทั้งหมดพวกเขาทำการจุดไฟที่บริเวณหัวธนูที่ถูกมัดเอาไว้ให้ด้วยผ้าและชโลมด้วยน้ำมัน
ธนูไฟถูกยิงออกไปพุ่งตรงไปที่ประตูขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง
โจมตีอย่างรวดเร็วลูกธนูไฟมากมายถูกยิงเข้าไปอย่างไม่หยุดเป็การโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวไม่มีผู้ใดคาดคิดกระโจมที่มันเป็สถานที่ที่กักเก็บคลังอาวุธเอาไว้มันได้ถูกเผาทำลาย
เปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นส่องสว่างท่ามกลางยามราตรีอยู่บริเวณใจกลางค่ายขนาดใหญ่
เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าบุรุษผู้นั้นที่เป็คนวางแผนการทุกอย่างยิ่งฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “ เริ่มแล้ว ”
จบบท