“ฉันยังไม่หิว ถ้านายหิวละก็ สั่งเลย”
เนตราใช้สายตาสำรวจทั่วห้อง คะเนจากทำเล วิวและการตกแต่งราคาคงหลายบาท อาจเป็สิบล้าน ไม่น่าแปลกที่คนฐานะอย่างเขาจะเป็เ้าของห้องเช่นนี้แปลกที่แปลกทางคือเธอต่างหาก ผู้หญิงธรรมดาๆ แถมความจำเสื่อม
“ผมสั่งพิซซ่ามานะ สั่งของสดเล็กๆ น้อยมาด้วยเผื่อดาวอยากทำอะไรกินเอง”
เขาบอกเมื่อละสายตาจากจอโทรศัพท์ ชวินทร์เปิดโทรทัศน์ นั่งบนโซฟาเธอยืนเก้ๆ กังๆ จะไปนั่งข้างบนโฟาตัวเดียวกันก็ยังเขินๆ ชวินทร์รู้ทันแกล้งลุกไปเปิดตู้เย็นเนตราจึงนั่งลงได้อย่างสบายใจ เขารินน้ำส้มเผื่อเธอ ส่วนน้ำเปล่าให้ตัวเอง
“อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะนะตั้งหกปี” ในจอเป็โฆษณาโทรศัพท์รุ่นใหม่โดยดาราที่เธอไม่รู้จัก
“ฉันเหมือนคนหลงยุค”
“เวลาแค่นี้เอง ไม่ใช่สิบปีสักหน่อย อย่าคิดมากเลย”
ชวินทร์กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆอีกแล้ว เขาก็ไม่รู้จะหาเื่อะไรมาคุยกับเธอเหมือนกัน
“เล่าเื่ตอนเราเป็แฟนกันให้ฟังหน่อยสิ”
“ตอนนี้เราก็ยังเป็แฟนกันอยู่นะ” เขากลั้นยิ้ม
“ไม่ใช่ คือแบบ... ใครขอใครเป็แฟนก่อน”
เนตราแพ้ยิ้มละลานตาแบบนี้เสียด้วยสิมือยกเกะกะ ไม่รู้เอาไปไว้ไหนดี เขาอึ้งไปครู่ ดวงตาเปล่งประกายปลาบ
“อย่างที่เคยเล่า ผมเลิกกับแจง ไปเรียนต่อ กลับมาเมืองไทยเจอดาวเป็ผู้ใหญ่ขึ้น เลยคบกันเป็แฟน”
“ใครขอเป็แฟนก่อน”
“ผมเอง”
“ไม่จริงน่า” คราวนี้เขาหัวเราะ
“ดาวร้องเหมือนตอนนั้นเปี๊ยบ”
เนตราหน้าง้ำเธอไม่ใช่ตัวตลกนะ
“นายไม่โกรธเื่ที่ฉันทำคืนนั้นเหรอ”
เธอหันข้างไม่ยอมมองหน้าเขาตรงๆด้วยความละอาย เขาเงียบไปอีกครั้งจนใจเริ่มเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
“ถ้าบอกว่าไม่โกรธ มันก็โกหก” ชวินทร์ปิดโทรทัศน์ เนตราหน้าม่อย
“แต่สุดท้ายผมกับแจงก็ไปกันไม่รอดเขามีแฟนใหม่ ผมก็มีคุณ ต่างคนต่างแฮปปี้กับชีวิตแล้ว”
ฟังแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อยแต่ตงิดในใจว่าอะไรจะง่ายปานนั้น ช่างเถอะ คำถามต่อไป
“เราคบกันมากี่ปีแล้ว”
“ปีกว่าๆ”
“แล้ว... เราถึงขั้นไหน”
ถึงตรงนี้เสียงค่อยเบาลงเรื่อยๆอายจนอยากละลายเป็เนื้อเดียวกับโซฟา
“ก็...” ชวินทร์ขยับมาใกล้ เชยคางเนตราขึ้น
“ถึงขั้นแบบคนเป็แฟนกันนั่นแหละ อยากพิสูจน์ไหม”หมาป่าเ้าเล่ห์ท้า
“ไม่ต้องเลยๆ” เนตราหนีจนหลังชิดที่พักแขนโซฟา
“ฉันจำอะไรไม่ได้ นายต้องสัญญาว่าจะไม่รุ่มร่าม ล่วงเกินหรือทำอะไรที่ฉันไม่ชอบ”
“ถ้าทำล่ะ” ดวงตาฉายแววยั่วล้อเขาสนุกกับปฏิกิริยาเธอ
“ฉัน” สมองอันวุ่นวายของเธอกำลังประมวลผลขณะทำตัวลีบลงเรื่อยๆ หวังเลี่ยงััเขา
“คนอย่างนายมีศักดิ์ศรีพอ ที่จะไม่บังคับใจใครหรอก คนที่ทำอย่างนั้นไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“ดาวพูดอะไรเหมือนนางเอกในละคร”
“จะเหมือนอะไรก็ช่าง รับปากมาก่อนสิ”
“แล้วผมจะได้อะไรตอบแทน” นิ้วโป้งสาก ไล้คางเธอเล่นอย่างสนุกมือ
“ความเชื่อใจไง”
“แล้วมันใช้ทำอะไรได้”
ััอุ่นทำเนตราหวั่นไหวมิใช่น้อยแต่ยังก่อนเธอต้องป้องกันตัวให้พ้นจากเพลย์บอย หมาป่า จอมเ้าชู้ รวมๆกันแล้วคือชวินทร์
“ถ้ามีใครสักคนเชื่อใจ นายจะไม่รู้สึกดีหรือไง”
“เถียงกับดาวนี่ปวดหัวจัง” เสียงเขาราวกับอ่อนใจกับเธอเสียเต็มประดา
“สงสัยต้องโทร.ถามหมออีกทีว่าความจำเสื่อมแน่นะ”
“นายรับปากก่อนสิว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”
“คร๊าบๆ”
เธอฉุนกับการรับปากเหมือนเสียไม่ได้นั้นแต่ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะตอนนี้ตนเองอยู่ในสภาพลูกไก่ในกำมือเขา
“ผมอยู่ในห้องทำงานนะ มีอะไรก็เรียกได้”
ชวินทร์หมดความสนใจในตัวเธอเร็วเกินคาดเขาพยักหน้าไปทางประตูอีกบ้านใกล้ห้องนอน เนตราค่อยโล่งอก
ดูโทรทัศน์ด้วยใจปลอดโปร่ง
เธอนั่งอยู่นานจนเบื่อจึงเข้าห้องไปจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เนตรายังชอบเสื้อผ้าเรียบๆ แบบเดิม มีชุดแซก กางเกงสแล็ค รองเท้าคัชชูชวินทร์เอากระเป๋าเครื่องสำอางมาให้ด้วย เนตราลองแต่งหน้า รวบผมหางม้าบุคลิกเป็สาวทำงานขึ้นทันตา เธอคุ้นเคยกับการแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้
คนความจำเสื่อมทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คิดว่าหากความจำไม่กลับมายังเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ จะทำเช่นไรดี
จะพึ่งชวินทร์ตลอดไปคงไม่ได้เขาเป็แค่แฟน ไม่รู้จะเลิกกันวันไหน
นี่เป็ครั้งที่สองที่เธอรู้สึกเคว้งคว้างอีกครั้งหลังพ่อแม่เสียชีวิตหนทางข้างหน้ามัวซัว เต็มไปด้วยหมอก
อยากร้องไห้เหมือนกัน แต่ร้องไม่ออกได้แต่มองไฟบนเพดานห้องนิ่ง... เนิ่นนานจนสายตาอ่อนล้าล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด
เนตราอยู่ในสำนักงาน เธอเดินไปตามทางเดินมุ่งสู่ห้องที่มีประตูกระจกขุ่นในมือถือแฟ้ม คนในห้องเป็ผู้ชาย เธอไม่เห็นหน้าเพราะเขาอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์
“เที่ยงนี้ผมนัดกินข้าวกับโน้ตนะ คุณไปด้วยไหม”
เธอรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กำลังบีบตัวอย่างแรงเขายื่นมือรับแฟ้ม ใบหน้าเขามืดเหมือนภาพระบายด้วยดินสอดำ
“ไม่ละค่ะ คุณแป...”
“ดาว!”
ชวินทร์เขย่าไหล่เนตราอย่างแรง เธอลืมตาและกะพริบปริบๆ เขาพ่นลมหายใจยาวกลัวเธอจะเป็อะไรไป เพราะเรียกหลายครั้งแล้ว
“นายรู้จักผู้ชายที่ชื่อแปไหม” ตาชวินทร์วาวโรจน์ ก่อนเขารีบปรับให้เป็ปรกติ
“ไม่รู้จัก”
“ความทรงจำฉันกำลังกลับมา ฉันเห็นออฟฟิศเรียกผู้ชายคนหนึ่งว่าคุณแป”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้ จะยิ่งปวดหัวเปล่าๆ มาเถอะ กินข้าวกันแล้วจะได้กินยา”
“เขาเรียกชื่อนายด้วยนะ” เธอพยายามเค้นความทรงจำที่พร่าเลือนในความฝันให้ได้รายละเอียดมากที่สุด
“บอกแล้วไงผมไม่รู้จักผู้ชายคนที่คนพูดถึง ความทรงจำคุณอาจสับสนเอาเื่เก่าปนเื่ใหม่”
เขาใช้มือช้อนหลังเธอออกจากเตียง แล้วรุนหลังไปข้างนอกเธอตั้งใจเก็บความสงสัยไว้ถามหมอ ว่านั่นคือความทรงจำที่ลืมไปหรือเปล่า
ชวินทร์ทำอาหารเย็นง่ายๆ ข้าวไข่เจียวกับยำปลากระป๋อง
“เหมือนกับข้าวไปเข้าค่ายเลยเนอะ”
“อาหารกันตายของโน้ตเลยนะสมัยอยู่อเมริกา” เขาแนะนำอย่างภูมิใจ
“นายไม่ได้ไปกินอาหารร้านไทยหรอกเหรอ”
เธอไม่คิดเลยวันหนึ่งจะได้เห็นเขาทานอาหารพื้นๆ ง่ายๆ
“ที่ร้านคนเยอะ ถ้าสั่งมาก็รอนานอาหารเย็นหมด โน้ตเลยทำกับข้าวเองทำเป็ตั้งหลายอย่างนะ”
ชวินทร์ไม่ได้โม้อาหารรสชาติดีจริงๆ ดีกว่าที่เนตราเคยทำเสียอีก จนเธออายนิดๆ มื้อนี้เนตรารับหน้าที่ล้างจานเพราะ
ชวินทร์ทำอาหารไปแล้วหลังจากนั้นเธอรีบเข้าห้องโดยไว แต่นอนไม่หลับ
หมอให้ยานอนหลับมาด้วย แต่เนตราไม่กินหลายวันมานี้เธอใช้หลายครั้งแล้ว เธอกลัวเสพย์ติด นอนกระสับกระส่ายบนเตียงพยายามนับแกะก็แล้ว สวดมนต์ก็แล้ว แต่ยังไม่หลับ ตัดสินใจออกมาข้างนอก
ห้องรับแขกมืดแต่ไม่สนิทนักนอกหน้าต่างมีแสงไฟสะท้อนบนผืนแม่น้ำเป็ทางระยิบระยิบเหมือนสะพานทอดสู่ดวงจันทร์ เนตรายืนมองเพลินหันมาอีกทีก็เจอเงาตะคุ่มๆ กำลังจะกรี๊ด แต่ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาเสียก่อน
“โน้ตเอง”
ไฟในห้องสว่างวาบชวินทร์ยืนข้างเธอ เขาสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายสก็อต
“นอนไม่หลับเหรอ ให้ไปนอนเป็เพื่อนไหม”
ชวินทร์กลับเป็หมาป่าเ้าเล่ห์อีกแล้ว
“ทะลึ่ง นายรับปากว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”
“คร๊าบๆ ผมเป็สุภาพบุรุษต้องรักษาสัญญา เพื่อให้ได้รับความเชื่อใจจากสุภาพสตรี”
เขาล้อ ก่อนเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำรินใส่แก้วเนตราหันหลังให้เขา กลับไปสนใจวิวแม่น้ำเหมือนเดิม
ชวินทร์ยักไหล่กลับไปห้อง แต่ภาพเนตราหลับไม่รู้เื่เมื่อ่เย็นรบกวนใจเขาเหมือนวันที่เขาพาเธอไปโรงพยาบาลในสภาพศีรษะโชกเื เนตราสะดุ้งนิดๆเมื่อเ้าของห้องกลับมายืนใกล้ๆ
“เวลาผมนอนไม่หลับก็ชอบมาดูวิวตรงนี้เหมือนกัน”
“นายยังมีเื่อะไรที่ทำให้นอนไม่หลับอีกเหรอ”
“ก็เื่ดาวไง”
“เื่ฉันเนี่ยนะ” นิ้วยกขึ้นชี้ตัวเอง
“ผมห่วงเื่ดาวความจำเสื่อม สมองกระทบกระเทือน”
ในอกเนตราพองฟูอย่างที่สุดคุ้มแล้ว เกิดมาชาตินี้มีผู้ชายหล่อๆ มาห่วงใย ไม่ใช่ฐานะเพื่อนเสียด้วย
“ขอบใจที่ห่วง”
เธอพยายามบังคับเสียงให้เป็ปรกติที่สุดด้วยกลัวมันจะสั่นเพราะความดีใจ
“เล่าเื่ตัวฉันในปัจจุบันให้ฟังหน่อยสิ”
“อย่าเพิ่งเลย เดี๋ยวจะปวดหัว”
“เถอะน่า... นะ ไม่งั้นฉันจะยิ่งนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ยังไงหลังจากผ่านมาหกปี”
ชวินทร์สูงกว่าเธอเป็คืบเวลามองเขา เธอคิดว่าตัวเองแหงน แต่ชวินทร์กลับเห็นเป็ช้อนตามอง
“ดาวทำงานเป็เลขาฯให้บริษัทหนึ่ง”
“แล้วลางานหลายวัน ฉันไม่โดนเ้านายว่าแย่เหรอ”
ทีแรกคิดว่าตัวเองเป็แค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาไม่คิดเลยว่าจะอยู่ใกล้เ้านายขนาดเป็เลขาฯ
“คุณลาออกแล้ว อยู่ใน่หางานใหม่”
“ทำไมถึงลาออกล่ะ”
“ดาวไม่ยอมบอกผม นั่นอาจเป็สาเหตุให้ใจลอยจนเกิดอุบัติเหตุ”
เธอยกมือแตะศีรษะทำท่าจะปวดอีกรอบ
“เห็นไหม ได้ฟังแล้วดาวก็ไม่สบายใจ”
“เปล่าเสียหน่อย”
“หน้าตาดาวฟ้อง” เนตราเถียงไม่ออก เธอกำลังไม่สบายใจจริงๆความจำเสื่อม แถมยังตกงาน มีอะไรจะโชคร้ายกว่านี้ไหม
“ไปนอนได้แล้ว ถ้าไม่หลับก็กินยา หมอให้มาด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ฉันขอคิดอะไรหน่อย นายนอนก่อนเถอะ”
เขามองเธอสักพักแล้วเดินลับหายไปในห้องชวินทร์กลับมาใหม่พร้อมหมอนและผ้าห่มในมือ
“ผมจะอยู่เป็เพื่อน ดาวอยากนอนเมื่อไรก็นอนเลย”
มือใหญ่เรียงหมอนบนพื้น
“นายไม่ต้องทำขนาดนี้หรอก”
“ผมยินดีทำ”
เธอนั่งลงใกล้แต่รักษาระยะห่าง คืนนี้พระจันทร์สวย วิวก็ดี คนข้างกายคือหนุ่มที่พึงใจเนตรากำลังคิดหาเื่คุย
“เล่าเื่นายให้ฉันฟังหน่อยสิ อย่างงานที่ทำอยู่ตอนนี้”
“จะมาสอบประวัติผมกลางดึกเนี่ยนะ” เขาร้อง
“ก็ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนี่ เราต้องทำความรู้จักกันใหม่” เธอให้เหตุผล
“เรารู้จักกันตั้งสี่ปีในมหาวิทยาลัยแล้วนะ”
“นั่นไม่นับ ฉันหมายถึงปัจจุบันตอนเราเป็แฟนกัน”
“ผมกลับมาช่วยที่บ้านบริหารบริษัทครอบครัว กิจการไปด้วยดี”
เธอจำได้ครอบครัวชวินทร์ทำกิจการเกี่ยวกับเหล็ก
“แค่นี้เหรอ”
“ใช่ แค่นี้ล่ะ” ข้อมูลที่เขาให้ไม่ได้ช่วยเธอสักเท่าใดเลย
“เล่าอะไรมากกว่านี้สิ”
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” ชวินทร์เริ่มกวน
“ไม่ใช่ให้เล่านิทาน” เนตราเสียงเขียว
“แล้วอะไรล่ะที่คุณอยากรู้”
“ไม่รู้สิ ฉันเหมือนอยู่ในความฝัน มันงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก”
“ถ้าเป็ความฝัน อย่างเดียวที่จะทำได้คือหลับอีกครั้งเพื่อให้ตื่น”
แต่ฝันนี้เธอก็ไม่อยากตื่นเหมือนกันน่ะสิ
“ถ้านอนไม่หลับ โน้ตร้องเพลงกล่อมไหม”
“ฉันไม่ใช่เด็กนะ”
“ถ้าเป็ผู้ใหญ่แล้ว ก็ทำใจให้สบายๆ นอนเถอะ มานี่” ชวินทร์ดึงแขนเธอจนหน้าชิดแนบอก
“เฮ้ย!”
เนตราเสียงหลงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด
“ทำใจให้สบายเถอะนะ อยู่กับโน้ตแล้วจะปลอดภัย”
“ฉันอึดอัด” เขาคลายวงแขนออก
“สบายขึ้นไหม”
“ปล่อยก่อนสิ”
“ถ้าดาวไม่นอนอย่างนี้ ผมก็ไม่สบายใจ” ลมหายใจเขารินรดกระหม่อมเธอ
“แต่นายกอดไว้อย่างนี้ ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน”
“เอ... หรือต้องหากิจกรรมทำให้ดาวเหนื่อยก่อน” เธอตัวแข็ง
“ลามก”
“คิดไปถึงไหนเนี่ย แค่พาออกกำลังกายนะ” เขาหัวเราะชอบใจที่หยอกสำเร็จ
“ก็ได้ นอนก็นอน ปล่อยฉันสิ”
เนตรารีบขยับหมอนให้ห่างทันทีหลังจากชวินทร์ปล่อยตัว เธอข่มตาหลับพยายามนับแกะ หูฟังเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา ดังเป็ดนตรีเห่กล่อมจนหลับไป
"ตื่นได้แล้วคนขี้เซา"
เนตราปรือตาง่วงงุนจมูกได้กลิ่นอาหาร ไข่ดาวสุกใหม่ๆ ทำน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงาน
“เช็ดน้ำลายแล้วมากินข้าว”
เธอทะลึ่งพรวดขึ้นจากพื้น หน้าเหรอหรายกหลังมือปาดแก้มชวินทร์เทไข่จากกระทะใส่จาน พอดีกับที่ปิ้งขนมปังร้องดังติ๊ง
“ผมล้อเล่นดาวไม่ได้นอนน้ำลายไหลหรอก” เขาหัวเราะร่วนเมื่อเห็นอาการ
“แค่กรนดังเท่านั้นเอง”
เธอค้อน คร้านจะเถียง มีแต่จะเข้าตัวเสียเปล่าๆมาอาศัยห้องเขาอยู่ นอนก็นอนบนเตียงเขา ทนๆ เอาหน่อยก็แล้วกัน
“ฉันอยากได้โทรศัพท์ ช่วยพาไปซื้อหน่อย”
ชวินทร์อ่านข่าวในไอแพดแทนหนังสือพิมพ์
“ไม่ต้องรีบใช้ก็ได้ ดาวยังไม่หายดี”
“ถ้าได้มือถือฉันจะได้ติดต่อเพื่อนๆ บางทีความทรงจำจะกลับมาเร็วยิ่งขึ้น”
“ทุกคนจะยิ่งเป็ห่วงดาวล่ะไม่ว่า ทำคนอื่นลำบากเปล่าๆ” เธอหรี่ตาฉุนกับคำกล่าวหานั้น
“นายพูดเหมือนไม่อยากให้ฉันไปเจอใคร”
“ผมเปล่า”
“งั้นพาฉันไปซื้อมือถือสิ ฉันจะไม่กวนนายอีกเลย”
เนตราเชิดหน้ากอดอกต่อต้าน
“ก็ได้ๆ”
ชวินทร์ยอมแพ้แบบรำคาญแต่ยังเล่นแง่นั่งดูรายการโทรทัศน์จนเกือบสิบโมง
“รอเวลาห้างเปิด” เขาให้เหตุผลที่เถียงยากเสียงด้วยสิ
ชวินทร์พามาห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ คอนโด เนตราทึ่งในความหรูหราและความสามารถของเ้าของที่อุตส่าห์หาพื้นที่มาทำห้างได้ ท่ามกลางความแออัดของเมืองหลวงแบบนี้
เขาพาเธอดูมือถือหลายร้าน แต่ไม่มีเครื่องไหนถูกใจเลยบางเครื่องเขาว่ากล้องก็ไม่ชัด บางเครื่องยี่ห้อไม่ดัง บางเครื่องฟังก์ชันเยอะจัดชวินทร์ให้เหตุผลว่ากลัวเธอใช้ไม่หมด หนักเข้าก็บอกว่าจะเลือกจากร้านในอินเทอร์เน็ตให้เนตราเดินตามเขาจนเมื่อยขาไปหมด จึงขอตัวไปห้องน้ำ
หลังเสร็จกิจ กำลังเดินออกมา เธอคิดจะหักคอเขาซื้อโทรศัพท์ร้านแรกที่เห็น โดยไม่สนใจความเห็นเขา ตั้งใจเลือกให้จบๆ ไปเสียที
“ดาว... หายไปไหนหลายวัน ทุกคนเป็ห่วง ตามหากันทั่วไปหมด”
สาวผมบ็อบเสมอหู ในชุดแบบสาวออฟฟิศจับแขนเนตราพร้อมทัก ในสมองหมุนติ้วเหมือนใครเอาลูกข่างใส่ไว้ บาง่บางตอนภาพก็หยุดนิ่งเป็กิจกรรมที่เธอเคยทำกับผู้หญิงคนนี้
“พี่ต้องโทร.บอกคุณแปงหน่อย”
แล้วเ้าหล่อนก็ล้วงกระเป๋าสะพาย
“ดาว”
“คุณโน้ต” สาวคนนั้นตาโต ยกมือถือค้าง
“คุณจำคนผิดแล้วละครับ”
ชวินทร์ดึงมือเนตราสาวเท้าเร็วจนเธอเกือบต้องวิ่งตาม
“โน้ตหยุดก่อน” เขาพาลงลิฟต์ไปลานจอดรถ
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ใคร แล้วคุณแปงที่เขาพูดถึงล่ะ”
ชวินทร์หน้าเครียดขึ้งแบบที่เธอเคยเห็นในเช้าหลังจากคืนนั้น
“ครอบครัวผมไม่เห็นด้วยที่เราเป็แฟนกัน” ลิฟต์เลื่อนลงเร็วแต่ใจคนฟังเร็วกว่า ตอนนี้ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“แปงคือญาติผม เ้านายคุณ”
พล็อตละครหลังข่าวผุดขึ้นในสมองเนตรานึกอยู่แล้วว่าคนอย่างเขาจะมาเป็แฟนเธอได้ยังไง เห็นไหมล่ะครอบครัวเขาเองก็ไม่ยอมรับ
“เขาเป็สาเหตุที่ฉันลาออกจากงานหรือเปล่า”
“อาจะมีส่วน” ลิฟต์พาทั้งสองมาถึงที่หมายชวินทร์รุนหลังเนตราเข้ารถทันที เมื่อกลับถึงคอนโด เขาบอกเธอเก็บของ ให้เหตุผล
“เราจะไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก”
“แล้วงานนายล่ะ”
เธอยืนงงกลางห้องในท่าทีที่เปลี่ยนไปกระทันหันของเขา
“มีอินเตอร์เน็ตผมก็ทำงานได้แล้ว”
ชวินทร์เข้าห้องนอนตัวเองกางกระเป๋าเดินทาง เก็บเสื้อผ้าอย่างเร็ว
“ทำไมเราต้องไปต่างหวัดด้วย ฉันอยากอยู่กรุงเทพฯ” ชวินทร์ทำตัวน่าสงสัยมากขึ้นทุกที
“ถ้าเราอยู่ที่นี่จะวุ่นวายไม่รู้จบ”
“จากใคร ครอบครัวนายเหรอ”
“จากทุกคนนั่นแหละ”
เขาละมือจากการเก็บของยกมือเท้าสะเอวหันมาเผชิญหน้าเธอ เวลาเขาทำอย่างนี้เนตรารู้สึกตัวเล็กไปถนัดใจ
“จะไปเก็บของดีๆ หรือจะให้ผมทำให้ ผมไม่มีเวลามาเล่นตอบยี่สิบคำถามนะ”
“นายกำลังบังคับฉัน” เธอใจดีสู้เสือ แม้ในอกชักกลัวตุ้มๆ ต่อมๆ
“ผมทำได้มากกว่าฯ ถ้าเป็เื่ของดาว”
ชวินทร์ย่างเท้าเข้าใกล้เนตราผงะจนหลังชนกรอบประตู
“ให้เวลายี่สิบนาที ไม่อย่างนั้นผมจะมัดคุณไปในรถ”
เนตราวิ่งกลับไปห้องตัวเองโดยพลันนี่แหละ! ใช่เลย ตัวจริงของชวินทร์ โฉมหน้าที่เธอได้เห็นในเช้าวันนั้น!