ร้านชำ คนเป็น คนตาย

    ตอนที่ 13: ดีลทดสอบผู้ถือเครดิตแทน

    ร้านชำคนเป็๲ คนตาย


     ตอนที่ 13: ดีลทดสอบผู้ถือเครดิตแทน



    ใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังไม่ยอมจาง


    กระดาษแผ่นบางนอนนิ่งอยู่ใต้แก้วใส แต่นิ่งแบบของที่ยังหายใจได้ หมึกดำตรงคำว่า `เตรียมทดสอบผู้ถือเครดิตแทน` ซึมลึกลงไปในเนื้อกระดาษจนขอบตัวอักษรบวมขึ้นเหมือนแผลโดนน้ำ ส่วนบรรทัดท้ายสุดมีช่องว่างหลังคำว่า `ชื่อ:` กว้างพอให้คนทั้งร้านเผลอมอง


    รินไม่ชอบช่องว่างนั้น


    ช่องว่างในบัญชีคือที่ที่คนโกงชอบเติมตัวเลขเอง ช่องว่างในใบเสร็จผีคงไม่สุภาพกว่านั้นเท่าไร


    เธอกดนิ้วลงบนขอบแก้ว ไม่ให้ตัวเองหยิบใบเสร็จขึ้นมาดูใกล้กว่านี้ ด้านหลังเคาน์เตอร์ แสงจากเทียนเฝ้าประตูเล่มขวาวูบต่ำจนเงาชั้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยืดยาวไปแตะปลายเท้าคนในฐาน


    ทุกคนมองบาส


    บาสยืนอยู่ข้างเสาเหล็กหน้าร้าน มือสองข้างกำชายเสื้อจนข้อนิ้วซีด เขาไม่ได้พูด ไม่ได้ถอย และไม่ได้ทำท่าจะวิ่ง หน้าตาแบบนั้นน่าจะเรียกว่าพยายามให้ความร่วมมือ ถ้าคนทั้งร้านไม่ได้กำลังตัดสินว่าเขาเป็๞คน เป็๞ผี หรือเป็๞ใบรับหนี้เดินได้


    "ผมบอกแล้วไง ให้ไล่ออกก่อน" ผู้ชายคิวสิบสองพูดเสียงแห้ง "ถ้ามันเป็๞ผู้ถือเครดิตแทนจริง เราเก็บมันไว้ทำไม"


    "ใช่" คนอีกฝั่งเสริมทันที "คำในกระจกก็ขึ้นชัด อยู่ในร้าน จะรอให้มันกินชื่อใครก่อนหรือไง"


    บาสสะดุ้งกับคำว่า `มัน` แต่ยังไม่เถียง


    รินยกตาขึ้นช้า ๆ "หนึ่ง ห้ามเรียกชื่อเต็ม สอง ห้ามชี้ตัวด้วยชื่อจริง สาม ห้ามแตะกระจกหรืออ่านอะไรที่สะท้อนอยู่ในกระจก"


    "แต่เขา..."


    "ถ้าจะกล่าวหา ใช้หลักฐาน" รินตัดเสียงนั้นทันที "ไม่ใช้ความกลัวที่พูดดัง เหนื่อยเปล่า ผีไม่ได้แพ้คนเสียงดัง ถ้าแพ้จริงตลาดคงปลอดภัย๻ั้๫แ๻่แม่ค้าทะเลาะกันตอนเช้าแล้ว"


    มีคนเงียบลงสองสามคน อาจเพราะเห็นด้วย อาจเพราะไม่มีแรงเถียงกับแม่ค้าที่ตอนนี้ถือสิทธิ์ปิดประตูจากข้างในได้


    จากนอกเขตปลอดภัย เสียงบางอย่างลากผ่านพื้นตลาดดังครืด ครืด เหมือนสมุดปกเปียกถูกดึงผ่านน้ำขัง


    แล้วมันเรียกเบา ๆ


    "งาน...สิบสอง...เอ..."


    เด็กที่นั่งอยู่หลังลังน้ำสะอื้นหนึ่งที แม่ค้าลูกชิ้นรีบดึงเด็กเข้าใกล้ตัวกว่าเดิม หมอกที่ยืนด้านข้างประตูหันไปมองความมืดนอกเส้นเกลือ ใบหน้าเขาซีดกว่าก่อนหน้า แต่ดวงตายังนิ่ง


    รินเคาะเคาน์เตอร์หนึ่งครั้ง


    เสียงไม้กระทบผิวลามิเนตดังพอให้ทุกคนสะดุ้งกลับมา


    "ได้ยินไหม" เธอถาม "รหัสงานเริ่มถูกจำได้แล้ว ๻ั้๫แ๻่วินาทีนี้ ทุกคนใช้รหัสคิวหรือหน้าที่แทนชื่อจริง ใครเผลอเรียกชื่อเต็ม ฉันจะคิดค่าเสียหายเป็๞สิทธิ์รับน้ำรอบหน้า"


    หลายคนหน้าตึงขึ้นทันที


    ดีมาก สิทธิ์รับน้ำน่ากลัวกว่าคำสาปในบางเวลา เป็๞ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้า แต่ใช้งานได้


    "แล้วจะทำยังไงกับ..." คิวสิบสองเหลือบไปทางบาส คราวนี้กลืนชื่อกลับลงคอทัน "กับคนนั้น"


    "ทดสอบ" รินตอบ


    บาสเงยหน้าขึ้น


    "ต่อหน้าทุกคน" เธอกล่าวต่อ "ดีลเล็กเท่านั้น สินค้าเล็ก ต้นทุนเล็ก วงจำกัด ถ้าใบเสร็จขึ้นว่าขายผิดคน เราจะรู้ ถ้าขึ้นว่าไม่ผิด เราก็รู้เท่าที่มันยอมบอก"


    "แล้วถ้ามันหลอกใบเสร็จได้ล่ะ" คนหนึ่งถาม


    รินมองใบเสร็จใต้แก้ว "ถ้าหลอกใบเสร็จร้านนี้ได้ ฉันจะขอให้มันมาช่วยทำบัญชี สภาพร้านตอนนี้๻้๪๫๷า๹ฝ่ายการเงินมากกว่าฝ่าย๭ิญญา๟นิดหน่อย"


    ไม่มีใครหัวเราะเต็มเสียง แต่ความตึงในอากาศลดลงครึ่งลมหายใจ


    รินหยิบถาดพลาสติกเล็กจากใต้เคาน์เตอร์ วางเกลือปกติหนึ่งหยิบลงไป เกลือพวกนี้ไม่ใช่เกลือกัน๭ิญญา๟ที่ใช้ตั้งขอบเขต เป็๞เกลือขายปกติจากชั้นเครื่องปรุง เหลือน้อยจนเธอไม่อยากใช้เล่นพิธีอะไรก็ตาม แต่ดีลต้องมีสินค้า และสินค้าต้องจริง


    จากนั้นเธอดึงเชือกเส้นเล็กที่ใช้มัดถุงสินค้าออกมา ตัดเป็๞เส้นพอพันข้อมือได้หนึ่งรอบ ใช้ปากกาหมึกดำเขียนบนกระดาษกาวเล็ก ๆ แปะกับเชือก


    `คิวเฝ้าแถวหนึ่ง`


    บาสมองป้ายนั้นเหมือนมันหนักกว่าเชือกทั้งม้วน


    "สินค้า" รินพูดให้ทุกคนได้ยิน "เกลือปกติหนึ่งหยิบ กับเชือกข้อมือรหัสงาน"


    เธอหันไปทางบาส แต่ไม่เรียกชื่อ


    "ผู้รับสินค้า ใช้รหัสคิวเฝ้าแถวหนึ่ง"


    บาสพยักหน้าเร็ว ๆ "ครับ"


    "สิ่งแลกเปลี่ยนจากผู้รับ ไม่ใช่ชื่อ ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่ตัวคน" รินพูดชัดทีละคำ "เป็๞แรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ และยินยอมให้หมอกอ่านกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้าสามลมหายใจ"


    หมอกขยับเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์เล็กน้อย "เฉพาะขอบเท้า"


    "ใช่" รินตอบ "ไม่เกินนั้น ถ้าร้านพยายามตีความเพิ่ม ฉันจะถือว่าเป็๞การขายพ่วงโดยไม่แจ้งราคา"


    เครื่องพิมพ์ใบเสร็จเงียบมาก เงียบแบบคนฟังอยู่


    รินไม่ชอบมันอีกเหมือนกัน


    เธอสั่งให้คิวสิบห้าเอาผ้าคลุมกระจกตู้สินค้า ให้คิวสิบสองกลับด้านถาดสแตนเลสที่สะท้อนแสงอยู่บนโต๊ะ ให้แม่ค้าลูกชิ้นดึงเด็กกับคนเจ็บถอยไปหลังลังน้ำ และให้ชายเสื้อคลุมยืนตรงตำแหน่งที่เธอมองเห็นมือทั้งสองข้าง


    "ทำไมต้องปิดหมดขนาดนี้" คิวสิบสองบ่น แต่ก็ทำ


    "บัญชีที่ถูกส่องแล้วจะส่องกลับ" รินตอบ "เราไม่เปิดบ้านให้เ๯้าหนี้เดินดูห้องนอนเพราะเขาส่งใบแจ้งหนี้มาหนึ่งใบ"


    เธอโรยเกลือเป็๞วงแคบหน้าเคาน์เตอร์ เม็ดเกลือกระทบกระเบื้องดังกรอบแกรบ เส้นวงไม่สวยนัก แต่พอแยกพื้นที่ได้ รินวางถาดสินค้าไว้กลางวง แล้วถอยหลังหนึ่งก้าว


    "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง เข้าวง"


    บาสสูดหายใจ


    หมอกมองเขาแวบหนึ่ง "ก้าวช้า ๆ อย่าให้เงาทับใคร"


    บาสทำตาม เขายกเท้าข้ามเส้นเกลืออย่างระวัง เงาของเขาบนพื้นกระเบื้องก้าวตามช้ากว่าครึ่งจังหวะ


    รินเห็น


    หมอกก็เห็น


    หลายคนในฐานเห็นช้ากว่า จึงเกิดเสียงสูดหายใจพร้อมกันเหมือนมีคนเปิดถุงพลาสติกใบใหญ่


    เงาของบาสหยุดตรงขอบวงเกลือก่อนตัวเขาจะหยุดจริง มันเหมือนคนที่รู้ตำแหน่งของตัวเองล่วงหน้า


    บาสหน้าซีด "ผมไม่ได้..."


    "ใช้รหัส" รินเตือนทันที


    เขากัดริมฝีปาก "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ขอทำดีลทดสอบ"


    เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังกรึก


    ทุกคนเงียบ


    แถบกระดาษสีขาวเลื่อนออกมาช้า ๆ บรรทัดแรกพิมพ์เป็๞หมึกดำชัด


    `รายการ: ดีลทดสอบผู้ถือเครดิตแทน`


    บรรทัดถัดมาหยุดนานเกินไป


    หัวเข็มพิมพ์สั่นอยู่กับที่ ราวกับติดคำ รินเห็นหยดหมึกดำรวมตัวตรงตำแหน่งผู้ซื้อ แล้วค่อย ๆ ลากเป็๞ตัวอักษร


    `ผู้ซื้อ: บ...`


    "บา--"


    "หุบปาก"


    เสียงรินตัดกลางร้านคมกว่ามีดแกะกล่อง คนที่เกือบหลุดเรียกชื่อบาสเต็ม ๆ รีบยกมือปิดปากตัวเอง ตาเบิกกว้างเหมือนเพิ่งรู้ว่าลิ้นของตัวเองราคาแพงได้แค่ไหน


    รินเคาะเคาน์เตอร์สามครั้ง


    "ผู้ซื้อใช้รหัสหน้าที่เท่านั้น" เธอพูดกับเครื่องพิมพ์ ไม่ใช่กับคน "ร้านรับดีลจากรหัสที่ประกาศต่อหน้าเ๯้าของร้านชั่วคราว พยานฐาน และผู้ตรวจกลิ่นแล้ว อย่าเติมช่องเอง ถ้าอยากทำงานฝ่ายบัญชีให้เรียบร้อยก่อน"


    เครื่องพิมพ์หยุด


    ตัวอักษร `บ...` บนกระดาษบิดเบี้ยว หมึกกระจายเหมือนถูกน้ำถูออก แล้วบรรทัดใหม่พิมพ์ทับช้า ๆ


    `ผู้ซื้อ: คิวเฝ้าแถวหนึ่ง`


    รินปล่อยลมหายใจออกทางจมูก


    หนึ่งคะแนนให้ความดื้อแพ่งของแม่ค้าออนไลน์ที่ยังไม่ถูกเลิกกิจการโดยผี


    เชือกข้อมือบนถาดกระตุกเอง ปลายเชือกด้านหนึ่งชี้ออกไปนอกประตู อีกด้านพันเข้าหาตัวเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นจับปลายไว้คนละฝั่ง บาสยืนตัวแข็ง ไม่กล้าก้มมองเท้าตัวเอง


    เม็ดเกลือในวงเริ่มเปียกเป็๞สีเทา ทีละเม็ด ทีละเม็ด ทั้งที่พื้นร้านแห้ง


    เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาวูบต่ำลงอีก เปลวไฟเล็กจนคล้ายแค่เศษสีส้มติดไส้เทียน


    หมอกก้าวครึ่งก้าวไปทางประตูโดยไม่ละสายตาจากบาส "ยังไม่ดับ"


    "ถ้าดับค่อยบอก" รินพูด "ตอนนี้อย่าเพิ่มรายการค่าใช้จ่ายให้ฉัน"


    บาสกลืนน้ำลาย "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง รับสินค้า แลกแรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ และยอมให้ตรวจกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้าสามลมหายใจ"


    ประโยคนั้นยาวเกินไปสำหรับคนกลัว แต่เขาพูดครบ


    เครื่องพิมพ์ทำงานต่อ


    `สิ่งแลกเปลี่ยน: แรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ / สิทธิ์อ่านกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้า 3 ลมหายใจ`


    รินนับจังหวะในใจ


    หนึ่ง


    สอง


    สาม


    กระดาษเลื่อนออกมาอีก


    `สถานะชื่อ: ไม่ตรงเต็ม / ไม่ว่างเปล่า`


    เสียงคนในฐานดังฮือทันที


    "เห็นไหม มันไม่ตรง!"


    "แต่มันก็ไม่ว่างเปล่า แปลว่าอะไร"


    "กลาง ๆ ก็แปลว่าเสี่ยงสิ จะเก็บไว้ทำไม"


    รินยกมือขึ้น ทุกเสียงไม่หยุดทันที แต่เบาลงพอให้เธอพูดทับได้


    กระดาษพิมพ์บรรทัดสุดท้าย


    `ระดับเสี่ยง: กลาง`


    แล้วอีกบรรทัดหนึ่งตามมา ช้าจนทุกคนอ่านพร้อมกันได้


    `หมายเหตุ: พบเงาวางทับ ไม่ยืนยันการสวมรอยเต็มตัว`


    คำว่า `กลาง` ทำให้ร้านเงียบกว่าคำว่า `สูง` เสียอีก


    ถ้าสูง ทุกคนจะรู้ว่าต้องกลัวอะไร ถ้าต่ำ ทุกคนจะรู้ว่าควรถอนหายใจ แต่กลางคือราคาที่ไม่มีใครอยากจ่าย มันเหมือนยอดค้างในบัญชีที่ไม่บอกวันครบกำหนด


    คิวสิบสองชี้ไปทางบาส แต่ยังจำได้พอจะไม่เรียกชื่อ "ระดับกลางก็อันตรายพอจะไล่แล้ว"


    "ระดับกลางไม่ใช่ใบอนุญาตให้ฆ่าใคร" รินพูด "และไม่ใช่ใบผ่านทางให้ไว้ใจเต็มร้อยด้วย"


    "แล้วเราต้องนอนกับคนเสี่ยงกลางในฐานเหรอ"


    "ตอนนี้พวกเราทุกคนอยู่ในตลาดที่มีสมุดเครดิตเรียกรหัสงานเองได้" รินตอบ "คำว่าเสี่ยงกลางถือว่าสุภาพมากแล้ว"


    บาสก้มมองใบเสร็จ ดวงตาแดงขึ้นแต่เขาไม่ร้องไห้ รินเห็นนิ้วเขาคลายจากชายเสื้อช้า ๆ เหมือนคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่ถูกโยนออกไปให้ความมืด


    เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองสงสารนาน


    ความสงสารที่ไม่มีเงื่อนไขในร้านนี้แพงกว่าน้ำดื่ม และน้ำดื่มเหลือยี่สิบสามขวด


    "หมอก" เธอเรียก


    หมอกพยักหน้า เขาเข้ามาหยุดนอกวงเกลือ ย่อตัวลงโดยไม่ให้เงาตัวเองทับเงาบาส นิ้วสองนิ้วแตะพื้นห่างจากปลายรองเท้าบาสประมาณหนึ่งฝ่ามือ


    "สามลมหายใจ" รินเตือน


    "รู้"


    ลมหายใจแรกของหมอกออกช้า เขาหลับตา สีหน้าขึงตึงขึ้นทันทีเหมือนสูดควันเย็นเข้าปอด


    ลมหายใจที่สอง เขาขมวดคิ้ว


    ลมหายใจที่สาม เขาลืมตา


    "ไม่เหมือน" หมอกพูด


    คำสั้น ๆ นั้นทำให้คนทั้งร้านโน้มตัวเข้าหาโดยไม่รู้ตัว


    รินยกมือห้ามทันที "อยู่ที่เดิม"


    ทุกคนหยุดเหมือนถูกขึงด้วยเชือก


    หมอกมองขอบเงาบาสบนพื้น "คนที่ถูกสวมรอย กลิ่นฝนจะอยู่ลึก เข้าไปใต้ผิว อยู่ในลมหายใจ เหมือนร่างกายเริ่มมีฝนตกจากข้างใน"


    บาสหน้าเสียกว่าเดิม


    "ของเขาไม่ใช่แบบนั้น" หมอกพูดต่ออย่างระวัง "กลิ่นเกาะอยู่ที่ขอบเงา ไม่ได้อยู่ในตัว เหมือน..."


    เขาหยุดหาคำ


    รินช่วยด้วยคำที่เธอเข้าใจง่ายกว่า "เหมือนป้ายราคาถูกแปะผิดสินค้า?"


    หมอกหันมามองเธอแวบหนึ่ง สีหน้าเกือบหลุดยิ้ม แต่ไม่ถึงจุดนั้น "ประมาณนั้น"


    รินรับไว้ในใจโดยไม่แสดงออกมากกว่าการพยักหน้า Romance ในวันสิ้นโลกควรประหยัดเหมือนถ่านไฟฉาย ใช้เฉพาะเวลาจำเป็๞


    "มีกลิ่นคาวปลาเก่า" หมอกพูดต่อ "หมึกเปียก แล้วก็กระดาษชื้น ๆ เหมือนถูกยัดใส่กระเป๋าคนอื่น ไม่ได้วางอยู่ในที่ของมัน"


    บาสกระซิบ "ผมไม่ได้เอาอะไรมา"


    "ยังไม่มีใครบอกว่าเธอเอา" รินตอบทันที "และยังไม่มีใครบอกว่าเธอไม่ได้เอา นี่คือความงามของคำว่าเสี่ยงกลาง น่ารำคาญพอ ๆ กับลูกค้าถามราคาแล้วไม่ซื้อ"


    คิวสิบห้ากลืนน้ำลาย "แล้วกลิ่นไปทางไหน"


    หมอกวางสายตาต่ำลงที่เงาบาสอีกครั้ง รินเห็นเขาตามร่องบางอย่างที่เธอมองไม่เห็น สายตาของหมอกลากจากปลายรองเท้าบาส ผ่านเส้นเกลือ ไปยังประตูร้าน แล้วเลยออกไปยังความมืดด้านซอยหลังตลาด


    "ไม่ได้วิ่งเข้าหาเขา" หมอกพูดเสียงเบา "มันวิ่งออกไป"


    ความเย็นไต่ขึ้นจากข้อเท้าริน


    "ไปไหน"


    หมอกมองเลยบ่าของเธอไปทางหลังตู้ขายน้ำเก่า "ซอยหลังตลาด แผงสดร้าง"


    ข้างนอก เสียงลากสมุดหยุดไปแล้ว


    ความเงียบที่เหลืออยู่แย่กว่าเสียงเดิม เพราะมันเหมือนมีบางสิ่งหยุดฟังพร้อมกันกับทุกคน


    รินหยิบปากกา วางใบใหม่บนเคาน์เตอร์ และประกาศด้วยเสียงที่ใช้ตอนปิดการขายลูกค้าดื้อ


    "มาตรการชั่วคราวสำหรับคิวเฝ้าแถวหนึ่ง หนึ่ง อยู่ในฐานได้ แต่ทำงานเป็๞คู่ สอง ห้ามถือหลักฐานจริง สาม ห้ามอยู่ใกล้กระจกหรือประตูตามลำพัง สี่ ทุกหน้าที่ของงาน 12-A ใช้รหัสงานเท่านั้น ห้ามใช้ชื่อ"


    "นี่เท่ากับปกป้องเขา" คิวสิบสองพูดอย่างไม่พอใจ


    "นี่เท่ากับคุมความเสี่ยง" รินแก้ "ถ้าฉันปกป้อง จะไม่มีใบเสร็จ ถ้าฉันจะฆ่า จะไม่มีเงื่อนไข ตอนนี้เรามีทั้งสองอย่าง เพราะฉันยังอยากให้ร้านนี้รอดมากกว่าชนะเถียง"


    บาสมองเธอเหมือนอยากพูดขอบคุณ


    รินมองกลับจนเขาปิดปาก


    ดี เด็กคนนี้เริ่มเรียนรู้เร็วขึ้น


    เธอยังอยากตัดเขาออกไปจากฐาน ความเสี่ยงราคาถูกที่สุดคือความเสี่ยงที่ไม่อยู่ในร้าน นั่นเป็๞หลักค้าขายธรรมดา แต่ถ้าเธอไล่เขาออกตอนนี้ ร้านอาจนับว่าเธอจ่ายคนหนึ่งคนเพื่อลดหนี้กรรม


    โปรโมชั่นแบบนั้นเลวเกินไป


    แม้แต่นรกก็ควรมีมารยาททางการค้า


    เธอกำลังจะสั่งให้คิวสิบสองจดมาตรการลงกระดาษซ้ำอีกชุด ตอนผ้าคลุมกระจกตู้สินค้าด้านหลังเคาน์เตอร์เกิดรอยเปียก


    รอยนั้นซึมจากด้านในออกมาด้านนอก


    ผ้าสีหม่นแนบติดกระจกเป็๞รูปสี่เหลี่ยมคล้ายหน้ากระดาษ แล้วตัวอักษรสีดำค่อย ๆ กดตัวขึ้นใต้ผ้า เหมือนมีนิ้วเปียกหมึกเขียนจากอีกฝั่งหนึ่ง


    เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานเอง


    รินไม่ได้แตะมัน


    กระดาษเลื่อนออกมาเป็๞บรรทัดสั้น ๆ


    `เ๯้าของเครดิต: ไม่อยู่ในร้าน`


    หมอกยืนนิ่ง


    บาสเผลอถอยหนึ่งก้าว แต่หยุดก่อนเหยียบเส้นเกลือ


    เครื่องพิมพ์ดังกรึกอีกครั้ง


    `ร่องกลิ่น: ซอยหลังตลาด`


    นอกเขตปลอดภัย ความมืดหลังตู้ขายน้ำเก่าเหมือนขยับเข้าใกล้ประตูครึ่งคืบ เทียนเล่มขวาวูบต่ำจนแสงแทบเหลือแค่เส้นเล็ก ๆ


    แล้วเสียงจากแผงสดร้างก็ดังขึ้นอีก


    คราวนี้มันไม่เรียกงานสิบสองเอ


    มันหัวเราะเบา ๆ ในคอที่ไม่มีคอ แล้วเรียกคำใหม่ช้า ๆ


    "กลาง..."


    รินจับขอบเคาน์เตอร์แน่น


    เสียงนั้นยิ้มไม่ได้ แต่เธอรู้ว่ามันกำลังยิ้ม


    "กลาง..."


    บาสไม่พูด


    คนทั้งฐานไม่พูด


    และใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังอุ่นเหมือนเพิ่งออกจากเครื่องพิมพ์ ทั้งที่อากาศในร้านเย็นลงจนลมหายใจของรินเกือบกลายเป็๞ไอ


    เธอก้มมองบรรทัดสุดท้ายอีกครั้ง


    `เ๯้าของเครดิต: ไม่อยู่ในร้าน`


    ดี


    แปลว่าคนที่ควรโดนคิดเงินยังอยู่นอกประตู


    แย่


    แปลว่ามันรู้ทางเข้าร้านแล้ว