ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 13: ดีลทดสอบผู้ถือเครดิตแทน
ใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังไม่ยอมจาง
กระดาษแผ่นบางนอนนิ่งอยู่ใต้แก้วใส แต่นิ่งแบบของที่ยังหายใจได้ หมึกดำตรงคำว่า `เตรียมทดสอบผู้ถือเครดิตแทน` ซึมลึกลงไปในเนื้อกระดาษจนขอบตัวอักษรบวมขึ้นเหมือนแผลโดนน้ำ ส่วนบรรทัดท้ายสุดมีช่องว่างหลังคำว่า `ชื่อ:` กว้างพอให้คนทั้งร้านเผลอมอง
รินไม่ชอบช่องว่างนั้น
ช่องว่างในบัญชีคือที่ที่คนโกงชอบเติมตัวเลขเอง ช่องว่างในใบเสร็จผีคงไม่สุภาพกว่านั้นเท่าไร
เธอกดนิ้วลงบนขอบแก้ว ไม่ให้ตัวเองหยิบใบเสร็จขึ้นมาดูใกล้กว่านี้ ด้านหลังเคาน์เตอร์ แสงจากเทียนเฝ้าประตูเล่มขวาวูบต่ำจนเงาชั้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยืดยาวไปแตะปลายเท้าคนในฐาน
ทุกคนมองบาส
บาสยืนอยู่ข้างเสาเหล็กหน้าร้าน มือสองข้างกำชายเสื้อจนข้อนิ้วซีด เขาไม่ได้พูด ไม่ได้ถอย และไม่ได้ทำท่าจะวิ่ง หน้าตาแบบนั้นน่าจะเรียกว่าพยายามให้ความร่วมมือ ถ้าคนทั้งร้านไม่ได้กำลังตัดสินว่าเขาเป็คน เป็ผี หรือเป็ใบรับหนี้เดินได้
"ผมบอกแล้วไง ให้ไล่ออกก่อน" ผู้ชายคิวสิบสองพูดเสียงแห้ง "ถ้ามันเป็ผู้ถือเครดิตแทนจริง เราเก็บมันไว้ทำไม"
"ใช่" คนอีกฝั่งเสริมทันที "คำในกระจกก็ขึ้นชัด อยู่ในร้าน จะรอให้มันกินชื่อใครก่อนหรือไง"
บาสสะดุ้งกับคำว่า `มัน` แต่ยังไม่เถียง
รินยกตาขึ้นช้า ๆ "หนึ่ง ห้ามเรียกชื่อเต็ม สอง ห้ามชี้ตัวด้วยชื่อจริง สาม ห้ามแตะกระจกหรืออ่านอะไรที่สะท้อนอยู่ในกระจก"
"แต่เขา..."
"ถ้าจะกล่าวหา ใช้หลักฐาน" รินตัดเสียงนั้นทันที "ไม่ใช้ความกลัวที่พูดดัง เหนื่อยเปล่า ผีไม่ได้แพ้คนเสียงดัง ถ้าแพ้จริงตลาดคงปลอดภัยั้แ่แม่ค้าทะเลาะกันตอนเช้าแล้ว"
มีคนเงียบลงสองสามคน อาจเพราะเห็นด้วย อาจเพราะไม่มีแรงเถียงกับแม่ค้าที่ตอนนี้ถือสิทธิ์ปิดประตูจากข้างในได้
จากนอกเขตปลอดภัย เสียงบางอย่างลากผ่านพื้นตลาดดังครืด ครืด เหมือนสมุดปกเปียกถูกดึงผ่านน้ำขัง
แล้วมันเรียกเบา ๆ
"งาน...สิบสอง...เอ..."
เด็กที่นั่งอยู่หลังลังน้ำสะอื้นหนึ่งที แม่ค้าลูกชิ้นรีบดึงเด็กเข้าใกล้ตัวกว่าเดิม หมอกที่ยืนด้านข้างประตูหันไปมองความมืดนอกเส้นเกลือ ใบหน้าเขาซีดกว่าก่อนหน้า แต่ดวงตายังนิ่ง
รินเคาะเคาน์เตอร์หนึ่งครั้ง
เสียงไม้กระทบผิวลามิเนตดังพอให้ทุกคนสะดุ้งกลับมา
"ได้ยินไหม" เธอถาม "รหัสงานเริ่มถูกจำได้แล้ว ั้แ่วินาทีนี้ ทุกคนใช้รหัสคิวหรือหน้าที่แทนชื่อจริง ใครเผลอเรียกชื่อเต็ม ฉันจะคิดค่าเสียหายเป็สิทธิ์รับน้ำรอบหน้า"
หลายคนหน้าตึงขึ้นทันที
ดีมาก สิทธิ์รับน้ำน่ากลัวกว่าคำสาปในบางเวลา เป็ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้า แต่ใช้งานได้
"แล้วจะทำยังไงกับ..." คิวสิบสองเหลือบไปทางบาส คราวนี้กลืนชื่อกลับลงคอทัน "กับคนนั้น"
"ทดสอบ" รินตอบ
บาสเงยหน้าขึ้น
"ต่อหน้าทุกคน" เธอกล่าวต่อ "ดีลเล็กเท่านั้น สินค้าเล็ก ต้นทุนเล็ก วงจำกัด ถ้าใบเสร็จขึ้นว่าขายผิดคน เราจะรู้ ถ้าขึ้นว่าไม่ผิด เราก็รู้เท่าที่มันยอมบอก"
"แล้วถ้ามันหลอกใบเสร็จได้ล่ะ" คนหนึ่งถาม
รินมองใบเสร็จใต้แก้ว "ถ้าหลอกใบเสร็จร้านนี้ได้ ฉันจะขอให้มันมาช่วยทำบัญชี สภาพร้านตอนนี้้าฝ่ายการเงินมากกว่าฝ่ายิญญานิดหน่อย"
ไม่มีใครหัวเราะเต็มเสียง แต่ความตึงในอากาศลดลงครึ่งลมหายใจ
รินหยิบถาดพลาสติกเล็กจากใต้เคาน์เตอร์ วางเกลือปกติหนึ่งหยิบลงไป เกลือพวกนี้ไม่ใช่เกลือกันิญญาที่ใช้ตั้งขอบเขต เป็เกลือขายปกติจากชั้นเครื่องปรุง เหลือน้อยจนเธอไม่อยากใช้เล่นพิธีอะไรก็ตาม แต่ดีลต้องมีสินค้า และสินค้าต้องจริง
จากนั้นเธอดึงเชือกเส้นเล็กที่ใช้มัดถุงสินค้าออกมา ตัดเป็เส้นพอพันข้อมือได้หนึ่งรอบ ใช้ปากกาหมึกดำเขียนบนกระดาษกาวเล็ก ๆ แปะกับเชือก
`คิวเฝ้าแถวหนึ่ง`
บาสมองป้ายนั้นเหมือนมันหนักกว่าเชือกทั้งม้วน
"สินค้า" รินพูดให้ทุกคนได้ยิน "เกลือปกติหนึ่งหยิบ กับเชือกข้อมือรหัสงาน"
เธอหันไปทางบาส แต่ไม่เรียกชื่อ
"ผู้รับสินค้า ใช้รหัสคิวเฝ้าแถวหนึ่ง"
บาสพยักหน้าเร็ว ๆ "ครับ"
"สิ่งแลกเปลี่ยนจากผู้รับ ไม่ใช่ชื่อ ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่ตัวคน" รินพูดชัดทีละคำ "เป็แรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ และยินยอมให้หมอกอ่านกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้าสามลมหายใจ"
หมอกขยับเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์เล็กน้อย "เฉพาะขอบเท้า"
"ใช่" รินตอบ "ไม่เกินนั้น ถ้าร้านพยายามตีความเพิ่ม ฉันจะถือว่าเป็การขายพ่วงโดยไม่แจ้งราคา"
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จเงียบมาก เงียบแบบคนฟังอยู่
รินไม่ชอบมันอีกเหมือนกัน
เธอสั่งให้คิวสิบห้าเอาผ้าคลุมกระจกตู้สินค้า ให้คิวสิบสองกลับด้านถาดสแตนเลสที่สะท้อนแสงอยู่บนโต๊ะ ให้แม่ค้าลูกชิ้นดึงเด็กกับคนเจ็บถอยไปหลังลังน้ำ และให้ชายเสื้อคลุมยืนตรงตำแหน่งที่เธอมองเห็นมือทั้งสองข้าง
"ทำไมต้องปิดหมดขนาดนี้" คิวสิบสองบ่น แต่ก็ทำ
"บัญชีที่ถูกส่องแล้วจะส่องกลับ" รินตอบ "เราไม่เปิดบ้านให้เ้าหนี้เดินดูห้องนอนเพราะเขาส่งใบแจ้งหนี้มาหนึ่งใบ"
เธอโรยเกลือเป็วงแคบหน้าเคาน์เตอร์ เม็ดเกลือกระทบกระเบื้องดังกรอบแกรบ เส้นวงไม่สวยนัก แต่พอแยกพื้นที่ได้ รินวางถาดสินค้าไว้กลางวง แล้วถอยหลังหนึ่งก้าว
"คิวเฝ้าแถวหนึ่ง เข้าวง"
บาสสูดหายใจ
หมอกมองเขาแวบหนึ่ง "ก้าวช้า ๆ อย่าให้เงาทับใคร"
บาสทำตาม เขายกเท้าข้ามเส้นเกลืออย่างระวัง เงาของเขาบนพื้นกระเบื้องก้าวตามช้ากว่าครึ่งจังหวะ
รินเห็น
หมอกก็เห็น
หลายคนในฐานเห็นช้ากว่า จึงเกิดเสียงสูดหายใจพร้อมกันเหมือนมีคนเปิดถุงพลาสติกใบใหญ่
เงาของบาสหยุดตรงขอบวงเกลือก่อนตัวเขาจะหยุดจริง มันเหมือนคนที่รู้ตำแหน่งของตัวเองล่วงหน้า
บาสหน้าซีด "ผมไม่ได้..."
"ใช้รหัส" รินเตือนทันที
เขากัดริมฝีปาก "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง ขอทำดีลทดสอบ"
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังกรึก
ทุกคนเงียบ
แถบกระดาษสีขาวเลื่อนออกมาช้า ๆ บรรทัดแรกพิมพ์เป็หมึกดำชัด
`รายการ: ดีลทดสอบผู้ถือเครดิตแทน`
บรรทัดถัดมาหยุดนานเกินไป
หัวเข็มพิมพ์สั่นอยู่กับที่ ราวกับติดคำ รินเห็นหยดหมึกดำรวมตัวตรงตำแหน่งผู้ซื้อ แล้วค่อย ๆ ลากเป็ตัวอักษร
`ผู้ซื้อ: บ...`
"บา--"
"หุบปาก"
เสียงรินตัดกลางร้านคมกว่ามีดแกะกล่อง คนที่เกือบหลุดเรียกชื่อบาสเต็ม ๆ รีบยกมือปิดปากตัวเอง ตาเบิกกว้างเหมือนเพิ่งรู้ว่าลิ้นของตัวเองราคาแพงได้แค่ไหน
รินเคาะเคาน์เตอร์สามครั้ง
"ผู้ซื้อใช้รหัสหน้าที่เท่านั้น" เธอพูดกับเครื่องพิมพ์ ไม่ใช่กับคน "ร้านรับดีลจากรหัสที่ประกาศต่อหน้าเ้าของร้านชั่วคราว พยานฐาน และผู้ตรวจกลิ่นแล้ว อย่าเติมช่องเอง ถ้าอยากทำงานฝ่ายบัญชีให้เรียบร้อยก่อน"
เครื่องพิมพ์หยุด
ตัวอักษร `บ...` บนกระดาษบิดเบี้ยว หมึกกระจายเหมือนถูกน้ำถูออก แล้วบรรทัดใหม่พิมพ์ทับช้า ๆ
`ผู้ซื้อ: คิวเฝ้าแถวหนึ่ง`
รินปล่อยลมหายใจออกทางจมูก
หนึ่งคะแนนให้ความดื้อแพ่งของแม่ค้าออนไลน์ที่ยังไม่ถูกเลิกกิจการโดยผี
เชือกข้อมือบนถาดกระตุกเอง ปลายเชือกด้านหนึ่งชี้ออกไปนอกประตู อีกด้านพันเข้าหาตัวเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นจับปลายไว้คนละฝั่ง บาสยืนตัวแข็ง ไม่กล้าก้มมองเท้าตัวเอง
เม็ดเกลือในวงเริ่มเปียกเป็สีเทา ทีละเม็ด ทีละเม็ด ทั้งที่พื้นร้านแห้ง
เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาวูบต่ำลงอีก เปลวไฟเล็กจนคล้ายแค่เศษสีส้มติดไส้เทียน
หมอกก้าวครึ่งก้าวไปทางประตูโดยไม่ละสายตาจากบาส "ยังไม่ดับ"
"ถ้าดับค่อยบอก" รินพูด "ตอนนี้อย่าเพิ่มรายการค่าใช้จ่ายให้ฉัน"
บาสกลืนน้ำลาย "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง รับสินค้า แลกแรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ และยอมให้ตรวจกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้าสามลมหายใจ"
ประโยคนั้นยาวเกินไปสำหรับคนกลัว แต่เขาพูดครบ
เครื่องพิมพ์ทำงานต่อ
`สิ่งแลกเปลี่ยน: แรงงานจดรหัสงาน 12-A หนึ่งรอบ / สิทธิ์อ่านกลิ่นเงาเฉพาะขอบเท้า 3 ลมหายใจ`
รินนับจังหวะในใจ
หนึ่ง
สอง
สาม
กระดาษเลื่อนออกมาอีก
`สถานะชื่อ: ไม่ตรงเต็ม / ไม่ว่างเปล่า`
เสียงคนในฐานดังฮือทันที
"เห็นไหม มันไม่ตรง!"
"แต่มันก็ไม่ว่างเปล่า แปลว่าอะไร"
"กลาง ๆ ก็แปลว่าเสี่ยงสิ จะเก็บไว้ทำไม"
รินยกมือขึ้น ทุกเสียงไม่หยุดทันที แต่เบาลงพอให้เธอพูดทับได้
กระดาษพิมพ์บรรทัดสุดท้าย
`ระดับเสี่ยง: กลาง`
แล้วอีกบรรทัดหนึ่งตามมา ช้าจนทุกคนอ่านพร้อมกันได้
`หมายเหตุ: พบเงาวางทับ ไม่ยืนยันการสวมรอยเต็มตัว`
คำว่า `กลาง` ทำให้ร้านเงียบกว่าคำว่า `สูง` เสียอีก
ถ้าสูง ทุกคนจะรู้ว่าต้องกลัวอะไร ถ้าต่ำ ทุกคนจะรู้ว่าควรถอนหายใจ แต่กลางคือราคาที่ไม่มีใครอยากจ่าย มันเหมือนยอดค้างในบัญชีที่ไม่บอกวันครบกำหนด
คิวสิบสองชี้ไปทางบาส แต่ยังจำได้พอจะไม่เรียกชื่อ "ระดับกลางก็อันตรายพอจะไล่แล้ว"
"ระดับกลางไม่ใช่ใบอนุญาตให้ฆ่าใคร" รินพูด "และไม่ใช่ใบผ่านทางให้ไว้ใจเต็มร้อยด้วย"
"แล้วเราต้องนอนกับคนเสี่ยงกลางในฐานเหรอ"
"ตอนนี้พวกเราทุกคนอยู่ในตลาดที่มีสมุดเครดิตเรียกรหัสงานเองได้" รินตอบ "คำว่าเสี่ยงกลางถือว่าสุภาพมากแล้ว"
บาสก้มมองใบเสร็จ ดวงตาแดงขึ้นแต่เขาไม่ร้องไห้ รินเห็นนิ้วเขาคลายจากชายเสื้อช้า ๆ เหมือนคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองยังไม่ถูกโยนออกไปให้ความมืด
เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองสงสารนาน
ความสงสารที่ไม่มีเงื่อนไขในร้านนี้แพงกว่าน้ำดื่ม และน้ำดื่มเหลือยี่สิบสามขวด
"หมอก" เธอเรียก
หมอกพยักหน้า เขาเข้ามาหยุดนอกวงเกลือ ย่อตัวลงโดยไม่ให้เงาตัวเองทับเงาบาส นิ้วสองนิ้วแตะพื้นห่างจากปลายรองเท้าบาสประมาณหนึ่งฝ่ามือ
"สามลมหายใจ" รินเตือน
"รู้"
ลมหายใจแรกของหมอกออกช้า เขาหลับตา สีหน้าขึงตึงขึ้นทันทีเหมือนสูดควันเย็นเข้าปอด
ลมหายใจที่สอง เขาขมวดคิ้ว
ลมหายใจที่สาม เขาลืมตา
"ไม่เหมือน" หมอกพูด
คำสั้น ๆ นั้นทำให้คนทั้งร้านโน้มตัวเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
รินยกมือห้ามทันที "อยู่ที่เดิม"
ทุกคนหยุดเหมือนถูกขึงด้วยเชือก
หมอกมองขอบเงาบาสบนพื้น "คนที่ถูกสวมรอย กลิ่นฝนจะอยู่ลึก เข้าไปใต้ผิว อยู่ในลมหายใจ เหมือนร่างกายเริ่มมีฝนตกจากข้างใน"
บาสหน้าเสียกว่าเดิม
"ของเขาไม่ใช่แบบนั้น" หมอกพูดต่ออย่างระวัง "กลิ่นเกาะอยู่ที่ขอบเงา ไม่ได้อยู่ในตัว เหมือน..."
เขาหยุดหาคำ
รินช่วยด้วยคำที่เธอเข้าใจง่ายกว่า "เหมือนป้ายราคาถูกแปะผิดสินค้า?"
หมอกหันมามองเธอแวบหนึ่ง สีหน้าเกือบหลุดยิ้ม แต่ไม่ถึงจุดนั้น "ประมาณนั้น"
รินรับไว้ในใจโดยไม่แสดงออกมากกว่าการพยักหน้า Romance ในวันสิ้นโลกควรประหยัดเหมือนถ่านไฟฉาย ใช้เฉพาะเวลาจำเป็
"มีกลิ่นคาวปลาเก่า" หมอกพูดต่อ "หมึกเปียก แล้วก็กระดาษชื้น ๆ เหมือนถูกยัดใส่กระเป๋าคนอื่น ไม่ได้วางอยู่ในที่ของมัน"
บาสกระซิบ "ผมไม่ได้เอาอะไรมา"
"ยังไม่มีใครบอกว่าเธอเอา" รินตอบทันที "และยังไม่มีใครบอกว่าเธอไม่ได้เอา นี่คือความงามของคำว่าเสี่ยงกลาง น่ารำคาญพอ ๆ กับลูกค้าถามราคาแล้วไม่ซื้อ"
คิวสิบห้ากลืนน้ำลาย "แล้วกลิ่นไปทางไหน"
หมอกวางสายตาต่ำลงที่เงาบาสอีกครั้ง รินเห็นเขาตามร่องบางอย่างที่เธอมองไม่เห็น สายตาของหมอกลากจากปลายรองเท้าบาส ผ่านเส้นเกลือ ไปยังประตูร้าน แล้วเลยออกไปยังความมืดด้านซอยหลังตลาด
"ไม่ได้วิ่งเข้าหาเขา" หมอกพูดเสียงเบา "มันวิ่งออกไป"
ความเย็นไต่ขึ้นจากข้อเท้าริน
"ไปไหน"
หมอกมองเลยบ่าของเธอไปทางหลังตู้ขายน้ำเก่า "ซอยหลังตลาด แผงสดร้าง"
ข้างนอก เสียงลากสมุดหยุดไปแล้ว
ความเงียบที่เหลืออยู่แย่กว่าเสียงเดิม เพราะมันเหมือนมีบางสิ่งหยุดฟังพร้อมกันกับทุกคน
รินหยิบปากกา วางใบใหม่บนเคาน์เตอร์ และประกาศด้วยเสียงที่ใช้ตอนปิดการขายลูกค้าดื้อ
"มาตรการชั่วคราวสำหรับคิวเฝ้าแถวหนึ่ง หนึ่ง อยู่ในฐานได้ แต่ทำงานเป็คู่ สอง ห้ามถือหลักฐานจริง สาม ห้ามอยู่ใกล้กระจกหรือประตูตามลำพัง สี่ ทุกหน้าที่ของงาน 12-A ใช้รหัสงานเท่านั้น ห้ามใช้ชื่อ"
"นี่เท่ากับปกป้องเขา" คิวสิบสองพูดอย่างไม่พอใจ
"นี่เท่ากับคุมความเสี่ยง" รินแก้ "ถ้าฉันปกป้อง จะไม่มีใบเสร็จ ถ้าฉันจะฆ่า จะไม่มีเงื่อนไข ตอนนี้เรามีทั้งสองอย่าง เพราะฉันยังอยากให้ร้านนี้รอดมากกว่าชนะเถียง"
บาสมองเธอเหมือนอยากพูดขอบคุณ
รินมองกลับจนเขาปิดปาก
ดี เด็กคนนี้เริ่มเรียนรู้เร็วขึ้น
เธอยังอยากตัดเขาออกไปจากฐาน ความเสี่ยงราคาถูกที่สุดคือความเสี่ยงที่ไม่อยู่ในร้าน นั่นเป็หลักค้าขายธรรมดา แต่ถ้าเธอไล่เขาออกตอนนี้ ร้านอาจนับว่าเธอจ่ายคนหนึ่งคนเพื่อลดหนี้กรรม
โปรโมชั่นแบบนั้นเลวเกินไป
แม้แต่นรกก็ควรมีมารยาททางการค้า
เธอกำลังจะสั่งให้คิวสิบสองจดมาตรการลงกระดาษซ้ำอีกชุด ตอนผ้าคลุมกระจกตู้สินค้าด้านหลังเคาน์เตอร์เกิดรอยเปียก
รอยนั้นซึมจากด้านในออกมาด้านนอก
ผ้าสีหม่นแนบติดกระจกเป็รูปสี่เหลี่ยมคล้ายหน้ากระดาษ แล้วตัวอักษรสีดำค่อย ๆ กดตัวขึ้นใต้ผ้า เหมือนมีนิ้วเปียกหมึกเขียนจากอีกฝั่งหนึ่ง
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานเอง
รินไม่ได้แตะมัน
กระดาษเลื่อนออกมาเป็บรรทัดสั้น ๆ
`เ้าของเครดิต: ไม่อยู่ในร้าน`
หมอกยืนนิ่ง
บาสเผลอถอยหนึ่งก้าว แต่หยุดก่อนเหยียบเส้นเกลือ
เครื่องพิมพ์ดังกรึกอีกครั้ง
`ร่องกลิ่น: ซอยหลังตลาด`
นอกเขตปลอดภัย ความมืดหลังตู้ขายน้ำเก่าเหมือนขยับเข้าใกล้ประตูครึ่งคืบ เทียนเล่มขวาวูบต่ำจนแสงแทบเหลือแค่เส้นเล็ก ๆ
แล้วเสียงจากแผงสดร้างก็ดังขึ้นอีก
คราวนี้มันไม่เรียกงานสิบสองเอ
มันหัวเราะเบา ๆ ในคอที่ไม่มีคอ แล้วเรียกคำใหม่ช้า ๆ
"กลาง..."
รินจับขอบเคาน์เตอร์แน่น
เสียงนั้นยิ้มไม่ได้ แต่เธอรู้ว่ามันกำลังยิ้ม
"กลาง..."
บาสไม่พูด
คนทั้งฐานไม่พูด
และใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังอุ่นเหมือนเพิ่งออกจากเครื่องพิมพ์ ทั้งที่อากาศในร้านเย็นลงจนลมหายใจของรินเกือบกลายเป็ไอ
เธอก้มมองบรรทัดสุดท้ายอีกครั้ง
`เ้าของเครดิต: ไม่อยู่ในร้าน`
ดี
แปลว่าคนที่ควรโดนคิดเงินยังอยู่นอกประตู
แย่
แปลว่ามันรู้ทางเข้าร้านแล้ว