"ที่นี่ที่ไหน..." แสงสว่างจ้าทำลูคัสลืมตาไม่ขึ้น
“เฮ~!” เสียงอึกทึกปลุกเด็กชายให้ตื่นจากภวังค์
ลูคัสกวาดสายตาไปตามต้นเสียงขณะนี้พระอาทิตย์ลอยเด่นเหนือศีรษะตนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอัฒจันทร์ั์ เหล่าผู้คน้านั้นกำลังส่งเสียงเชียร์อะไรบางอย่าง
"เกิดอะไรขึ้น" "เราตายไปแล้วนี่""โอ้ขอบคุณทวยเทพ"
สถานการณ์โดยรอบทำให้ทราบว่าไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมา
คนส่วนใหญ่เงยหน้าขึ้นดูบางสิ่งเหนืออัฒจันทร์เมื่อเพ่งมองออกไปจะเห็นกรอบสี่เหลี่มตรงกลางนั้นมีภาพบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวหนึ่งในหลายสิบจอนั้นมีกลุ่มผู้เข้าสอบบางคนกำลังปะทะกับอีทเตอร์ บ้างก็กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดบางคนถูกฆ่าตายกระทั่งยังมีบางคนหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า ตอนนี้ลูคัสลองเพ่งสมาธิไปบนจอภาพซ้ายสุดเขาเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังปกป้องพลเมืองจากอีทเตอร์อย่างกล้าหาญ
กินเวลาไม่นานจอภาพทั้งหมดก็สลายไป
เสียงปริศนาดังก้องขึ้นข้างหูทุกคนราวกับถูกะโใส่
"เงียบก่อน"
ประโยคนี้ทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่บนอัฒจันทร์พร้อมใจกันนั่งลงสลับกับชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีฟ้าลายสิงโตทองท่าทางอ่อนโยนผู้เป็เ้าของเสียงกำลังยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า
"ขอต้อนรับเหล่าผู้ผ่านการทดสอบทุกท่าน...เข้าสู่สถานศึกษาอีเดน"
“เฮ~!” เสียงโห่ร้องจากผู้คนบนอัฒจันทร์กระหึ่มขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินประโยคนั้นเหล่าผู้เข้าสอบต่างพากันโห่ร้องยินดีกันจนเป็พัลวันหลังจากให้เวลาทุกคนดีใจกันครู่ใหญ่
ชายชุดคลุมฟ้ายกมือขึ้นเป็เชิงให้ทุกคนสงบก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิมอีกครั้ง
"จัดสองแถวตอนลึกปฏิบัติ" เสียงใสก้องไปทั่วบริเวณ
เมื่อมองไปยังต้นเสียงก็พบกับกลุ่มคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ด้านหน้าลานเวทีหินที่พวกตนยืนอยู่
"คุณแคทเธอรีน" ลูคัสอุทานขึ้น
ตอนนี้แคทเธอรีนเด็กสาวที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันยืนอยู่หัวแถวคนพวกนั้นแต่เธอไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมอีกแล้วร่างบางในเกราะหนังสีขาวน้ำนมประดับด้วยลายสิงโตสีดำราวกับมีชีวิต มีผ้าคลุมสีฟ้าพาดลงมาถึงกลางหลังทำให้เธอดูงดงามและทรงอำนาจราวกับนักรบหญิง
หลังจากผ่านไปเสี้ยวอึดใจเหล่าผู้เข้าสอบหลายร้อยคนเริ่มจัดแถวตามคำสั่ง
"ทุกท่านโปรดตามมา" แคทเธอรีนเดินนำออกไป
เหล่าคนที่แต่งตัวคล้ายเธอเปิดทางให้อย่างรวดเร็วผู้ผ่านการทดสอบล้วนเดินตามออกไปอย่างว่าง่าย ระหว่างที่เคลื่อนตัวกันออกไปนั้นเสียงโห่ร้องดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากก้าวมาได้ครู่หนึ่งความเงียบเริ่มกลับมากระทั่งผ่านพ้นอุโมงค์
ภาพที่เห็นคือลานกลางแจ้งสิ่งปลูกสร้างเล็กใหญ่ปรากฏสู่สายตาราวกับอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมู่ชนในเครื่องแบบสีขาวนับพันจับกลุ่มยืนเรียงรายเว้นช่องไว้เป็ทางเดินให้ทุกคนเคลื่อนตัวไปด้านหน้าแคทเธอรีนเดินนำหน้าทุกคนไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
"ยินดีต้อนรับน้องใหม่" "ยินดีกับทุกคนด้วยนะ"เสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นดังก้องไปทั่วบริเวณ
หลังจากทุกคนเดินตามมาสักพักก็พบกับอาคารสีฟ้าหลังใหญ่
"นี่คือหอประชุมหมอกฟ้า"
หญิงสาวเดินนำทุกคนเข้าไปพร้อมกล่าวแนะนำ
หลังจากที่ทุกคนขึ้นไปเลือกที่นั่งกันครบแล้ว
"สวัสดีทุกคน ดิชั้นแคทเธอรีน บราวน์ นักเรียนชั้นปีที่สอง"
ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ
"ยินดีกับทุกคนอีกครั้งนะคะ" เมื่อเธอกล่าวจบเหรียญปรากฏขึ้นสู่มือของทุกคน
"ในมือของทุกคนคือตราประจำตัวของนักเรียนสถานศึกษาอีเดน"มันคือเหรียญสิงโตทำด้วยทองคำขนาดเท่าหัวแม่มือ
"สิงโตคือสัญลักษณ์ประจำสถานศึกษาของเราเป็ตัวแทนแห่งความกล้าหาญและเกียรติยศส่วนเื่การดำเนินชีวิตในสถานศึกษา อาหาร ที่พัก เสื้อผ้าค่าเทอมล้วนไม่มีค่าใช้จ่าย แต่...ทรัพยากรจำเพาะ เช่น ผลึกปราณ ศาสตราิญญาทุกคนต้องทำภารกิจเพื่อหาคะแนนไปแลกมาเอง"
เมื่อลูคัสได้ยินเขารู้สึกสนใจทุกสิ่งที่แคทเธอรีนพูดผลึกปราณ
ศาสตราิญญา และอีกหลายสิ่งเด็กชายไม่รู้จักเลยสักอย่างทำให้ตนรู้สึกตื่นเต้น
แคทเธอรีนเว้นวรรคก่อนพูดต่อ
“เหรียญตรานี้จะรวมข้อมูลค่าสถานะของพวกคุณและสามารถใช้เป็ที่เก็บของได้”เสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกครั้ง
ตนไม่รอช้ารีบส่งสมาธิตรวจสอบเหรียญตราทันทีด้านในมีแผนที่และสมุดบันทึกกฎระเบียบของสถานศึกษาเครื่องแบบหนึ่งชุดประกอบไปด้วยเกราะหนังสีขาวน้ำนมครบชุด รองเท้าบูทหนังสีดำ แต่มีอีกสิ่งที่สะดุดตาคือ
อักษรสีเงินที่กำลังล่องลอยอยู่ในจิตสำนึก
“ค่าสถานะ”
- ชั้นปีหนึ่ง
- ระดับ/คลาสอาชีพไม่มี
- แต้มภารกิจ 100
- ผลประเมินโดยรวม อ่อนแอมาก
เมื่อเห็นสถานะของตัวเองลูคัสแอบสะดุ้งเล็กน้อย
"ผลประเมินบ้าบอแบบนี้ใครจะทำใจเชื่อได้ลง"เสียงโวยวายถูกส่งมาจากกลุ่มนักเรียนใหม่
เสียงประท้วงก้องไปทั่วหอประชุม
เมื่อดูแล้วจะควบคุมไม่ได้
"ใครไม่เห็นด้วย" แคทเธอรีนกล่าวขึ้นพร้อมกวาดสายตามองทุกคน
เงียบ...ผ่านไปสักพักจึงมีคนะโออกมา
"ข้าไม่เห็นด้วย ข้าไม่อ่อนแอ" เด็กชายผู้กล้าหาญลุกขึ้น
ทำให้ทุกคนในหอประชุมมองเขาเป็ชายตาเดียว
"เชิญก้าวขึ้นมาบนเวที" แคทเธอรีนผายมือให้เด็กชายคนนั้น
ตอนนี้ทั้งสองยืนประจันหน้ากันบนเวทีก่อนที่เด็กชายจะได้ทันพูดอะไร
"ป้อนกระบวนท่ามา" เธอเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“รุ่นพี่จะให้ผมโจมตีใส่เหรอครับ”เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจ
“ถูกต้อง...โจมตีมาเอาให้แรงที่สุดเลยนะพ่อคนอ่อนแอ”แคทเธอรีนพูดจี้ใจดำหนุ่มน้อย
“ฮ่า!”เด็กชายลังเลเล็กน้อยก่อนจะปล่อยหมัดออกไปเข้าบริเวณลำตัวของแคทเธอรีน
จากนั้นเขาะโถอยหลังกลับมายืนที่เดิมอย่างสง่างาม
"หึ นี่แหละคือผลลัพธ์ของการดูถู..."
"อะอะไร" เด็กชายตะลึงกับภาพตรงหน้า
แคทเธอรีนยืนนิ่งในท่าเดิมเธอยกมือขึ้นมาทำท่าปัดส่วนที่ถูกโจมตีเมื่อสักครู่เบาๆ
"หนึ่งร้อยปอนด์ไม่เลวจะให้โอกาสอีกครั้งก็แล้วกัน"เธอหลับตาแล้วยืนนำมือไพล่หลังแสดงถึงความเหนือกว่าออกมา
ด้วยความโมโหพลังงานโดยรอบเริ่มเกิดแรงกระเพื่อมหมุนวนอยู่ที่หมัดของเด็กชาย
หญิงสาวเปิดตาขึ้นหนึ่งข้างก่อนจะอุทานว่า"โอ้... "
ก่อนจะหลับตาลงไปอีกครั้ง
เด็กชายอับอายจนใบหน้ายับย่นที่ผ่านมาเขาได้รับแต่เสียงเคารพเยินยอจากผู้คนรอบข้างแต่รุ่นพี่หญิงคนนี้กลับไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ ก่อนออกจากบ้านใครๆก็บอกว่าตัวเขานั้นจะต้องเป็อันดับหนึ่งของรุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย
"เอาไปกินหมัดดาวหาง" เด็กชายแผดเสียงลั่นหอประชุม
เขาตั้งชื่อหมัดนี้ขึ้นด้วยตนเองเพราะคิดว่ามันน่าเกรงขามที่สุดแล้ว
หมัดนี้ของเด็กชายมีพลังรุนแรงถึงสองร้อยปอนด์เมื่อเหล่านักเรียนใหม่เห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ แม้แต่อีทเตอร์หากรับหมัดนี้ไปตรงๆคงต้องเละเป็เศษเนื้อขณะที่หมัดยังค้างอยู่ที่ตัวเธอนั้นแคทเธอรีนในชุดเกราะสีขาวก็ยังยืนอยู่ในท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ก่อนที่ทุกคนจะหายอึ้ง
"ลองรับนี่ดู"มือขวาขาวเนียนถูกยกขึ้นมาอย่างแช่มช้าก่อนสะบัดออกไปอย่างแ่เบา
"อ๊ากก" เด็กชายคนนั้นลอยออกจากเวทีไปดั่งว่าวที่ขาดสายป่านก่อนนอนนิ่งไม่ไหวติง
"ไอแวนรักษาเขา" แคทเธอรีนหันไปสั่งชายอีกคนที่มีผ้าคลุมสีเดียวกัน
ไอแวนที่ถูกเรียกตัวเดินเข้าไปหาเด็กชายพร้อมวาดมือเป็วงกลมแสงสีเหลืองอ่อนปรากฏขึ้นาแของเด็กชายถูกรักษาอย่างรวดเร็ว
"มีใครคิดว่าตัวเองไม่อ่อนแออีกไหม"
เงียบสนิท...
"เมื่ออยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้จงรู้จักประมาณตนและขยันฝึกฝนเข้าไว้" เธอจงใจทำแบบนี้เพื่อสลายความเชื่อผิดๆของทุกคนทิ้งนี่เป็ธรรมเนียมการรับน้องที่ทำผ่านมาเป็ประจำมาทุกรุ่น
"มาถึงพิธีการถัดไป เลือกหมู่ตึก!"
"ด้วยจำนวนนักเรียนหลายพันคนเราจึงต้องแบ่งออกเป็หมู่ตึกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและเพื่อให้เกิดแรงกระตุ้น สถานศึกษาจะมีการจัดประลองระหว่างหมู่ตึกเมื่อครบสี่เดือนแรกของการเปิดภาคเรียน
หมู่ตึกที่ได้รับตำแหน่งชนะเลิศจะได้รับเกียรติให้เป็ผู้นำสถานศึกษาในปีนั้น"
"สงสัยอะไรเพิ่มมั้ยน้องใหม่" เธอเว้นวรรคให้ทุกคนถาม เื่นี้ลูคัสได้ยินจากปากฟุสแล้วตอนที่อยู่ห้องเบอร์เจ็ดสิบทำให้เด็กชายรู้สึกสงสัยว่าเพื่อนใหม่ของเขาไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากที่ใด
"หมู่ตึกไหนชนะเลิศครั้งล่าสุดคะ" เด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มยกมือถาม
"เหมันต์ชนะสองสมัยซ้อน" แคทเธอรีนจงใจชี้ไปที่สัญลักษณ์เกล็ดหิมะสีทองบนผ้าคลุมของเธอน้ำเสียงแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจ
"พี่รู้ว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่..."
"การเลือกหมู่ตึกครั้งนี้จะแตกต่างจากทุกปีโดยทางคณาจารย์ลงความเห็นว่าจะจับฉลากเพื่อความยุติธรรม"
เธอไม่รอช้านำกล่องใสที่บรรจุไปด้วยลูกบอลสีเทาหม่นออกมาพร้อมสั่งให้เด็กใหม่เข้าแถวแล้วหยิบบอลนี้ออกไปคนละหนึ่งลูกและตอนนี้ถึงคิวลูคัสแล้วเขาหยิบลูกบอลแบบส่งๆก่อนกลับไปนั่งที่เดิม เมื่อกลับมาถึงที่นั่งคนนั่งข้างกลับเป็ฟุสแทน
"ไง๊เพื่อนรัก" ความจริงเขาเห็นฟุสั้แ่ลานเวทีหินแล้วแต่ก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะจะเข้าไปทักทาย
"ตายยากเหมือนกันนะ" ลูคัสตอบออกไปโดยที่ใบหน้ายังมองไปที่การจับฉลากสายตาเขาพบเข้ากับเฉินและคนอื่นๆ
กำลังเดินออกไป
ลูคัสรู้สึกโล่งใจเพราะเพื่อนทั้งหมดในห้องเบอร์เจ็ดสิบทุกคนต่างสอบผ่านกันหมด
"พระเอกน่ะไม่ตายง่ายๆหรอก" ฟุสพูด
เวลาไหลผ่านไปในที่สุดทุกคนก็มีลูกบอลอยู่ในมือ
"ลูกบอลสีฟ้าจะเท่ากับหมู่ตึกเหมันต์
แดง- หมู่ตึกคิมหันต์
ดำ -หมู่ตึกวสันต์
เขียว- หมู่ตึกวัสสานะ "
"มีผู้ผ่านการสอบทั้งหมดแปดร้อยคนทุกคนจะถูกสุ่มไปแต่ละหมู่ตึกด้วยจำนวนที่เท่ากัน"พอแคทเธอรีนพูดจบลูกบอลในมือทุกคนต่างเปลี่ยนสี
ลูกบอลในมือลูคัสส่องแสงก่อนแสดงสีออกมา
"นายได้สีอะไร" ฟุสรีบถามทันที
.