เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 ฉลอง

            นายท่านหนีนึกสงสัย ว่ามีสิ่งใดดลใจให้นายท่านสวีและสวีซื่อมาเอ่ยปากขอโทษพร้อมกันเช่นนี้ได้?

            ทันใดนั้น ลวี่ซย่า สาวใช้ของเว่ยอี๋เหนียงก็เดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า แล้วกล่าวว่า “นายท่าน เว่ยอี๋เหนียงไม่ยอมกินอาหารและยาทุกคืนก็เอาแต่ร้องไห้จนไม่เป็นอันทำอะไร ขืนยังเป็นเช่นนี้ละก็ ข้าน้อยเกรงว่าสุขภาพนางอาจจะทรุดหนักได้ดังนั้นจึงมาขอให้ท่านไปดูเว่ยอี๋เหนียงเจ้าค่ะ”

            นายท่านหนีหันไปถามเสียงต่ำ “นางเป็นถึงขนาดนี้แล้วหรือ ทำไมเจ้าไม่รีบมารายงานเล่า?” 

            ลวี่ซย่าจึงตอบ “เพราะนายท่านเคยบอกไว้ว่า หากเว่ยอี๋เหนียงยังไม่อาการหนักจน...จนปางตาย ก็ห้ามมารบกวนเจ้าค่ะ”

            นายท่านหนีโกรธจนพูดไม่ออกเขาสะบัดแขนเสื้อ แล้วก้าวออกไปทันที

            สวีซื่อที่กำลังจะอ้าปากรั้งตัวสามีจำต้องกลืนคำพูดลงไป เพราะรู้ดีว่าตนไม่อาจทำแบบนั้น จึงได้แต่กักเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจ

            ด้านลวี่ซย่า พอคารวะสวีซื่อแล้วก็รีบเดินตามนายท่านหนีไปติดๆ

            ...

            ภายในห้องนอนที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นยา

            เว่ยอี๋เหนียงกำลังนอนอยู่บนเตียงใหญ่ด้วยใบหน้าซีดเผือดน้ำตาคลอเบ้าจนสองตาแดงช้ำ ดูน่าเป็นห่วงมากทีเดียว

            นายท่านหนีก้าวเข้ามานั่งลงข้างเตียงทันทีเขามองสภาพของอนุภรรยา ก่อนขมวดคิ้วแน่น “เหตุใด เจ้าต้องทรมานตนเองเช่นนี้เสียทุกครั้งที่เกิดเรื่อง!”

            เว่ยอี๋เหนียงที่ทั้งผิดหวังและเจ็บปวดหันไปพูดกับอีกฝ่าย “นายท่าน เสี่ยวเอ๋อร์ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเช่นกันเหตุใดถึงได้ใจร้ายกับนางเช่นนี้ ทั้งยังรู้เห็นเป็นใจกับหญิงชั่วสกุลสวี ที่ตั้งใจจะเผาลูกสาวข้าหากท่านไม่ต้องการพวกเราแล้ว ข้าจะพานางออกไปจากที่นี่เอง...”

            นายท่านหนีจับข้อมืออีกฝ่ายก่อนแย้งว่า “เสี่ยวเอ๋อร์เป็นลูกสาวข้าเจ้าคิดว่าที่ข้าทำลงไปจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ? แต่หากนางถูกวิญญาณร้ายสิงสู่จริงๆ ก็เท่ากับว่าเสี่ยวเอ๋อร์กำลังนำหายนะมาสู่สกุลหนีของเราตอนนี้ข้ามีฐานะเป็นเจ้าบ้าน ต้องปกครองคนใต้อาณัติอีกหลายชีวิต จำเป็นต้องรับผิดชอบดูแลพวกเขา!”

            “นายท่าน เสี่ยวเอ๋อร์ก็เป็นคนสกุลหนีเช่นเดียวกันแต่ท่านกลับเลือกที่จะสังหารนาง พอแล้ว! ข้าไม่อยากฟังคำพูดของท่าน” นางกล่าวทั้งน้ำตา พลางสะบัดมือออก

            นายท่านหนีถึงกับนิ่งงัน

            ตอนนี้เอง หนีเจียเฮ่อก็กลับมาจากวังหลวงเมื่อเห็นมารดาของตนกำลังสะอื้นไห้ ก็รีบเข้ามาปลอบโยนทันที

            จากนั้นก็หันไปคุกเข่าตรงหน้านายท่านหนีแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ เรื่องที่เสี่ยวเอ๋อร์ถูกวิญญาณร้ายสิงสู่นั้นไม่เป็นความจริง ทั้งโจวชิงหวาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่านางถูกใส่ร้าย นอกจากนี้ตระกูลสวีก็มิได้ติดใจเอาความ แล้วเหตุใดท่านถึงไม่ให้อภัยบุตรสาวของตนเล่า?”

            นายท่านหนีนิ่วหน้า “เอาละๆ ลุกขึ้นเถอะ!”

            หนีเจียเฮ่อและเว่ยอี๋เหนียงลอบมองหน้ากันก่อนยกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

            หนีเจียเฮ่อรีบเอ่ยทันที “ขอบคุณขอรับ ท่านพ่อ”

            เว่ยอี๋เหนียงก็กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ขอบคุณเจ้าค่ะ นายท่าน”  

            พอมองไปยังคนทั้งสองนายท่านหนีก็รู้สึกอึดอัดพิกล คิดว่าบางทีตนอาจจะเด็ดขาดเกินไป... เกือบจะทำร้ายบุตรสาวของตัวเองด้วยเรื่องตระกูลหนีเสียแล้ว ทั้งๆ ที่นางมิได้ผิดอันใดเสียด้วยซ้ำ!

            หนีเจียเฮ่อลุกขึ้นยืน “เช่นนั้น ท่านพ่อท่านแม่ ข้าขอตัวไปหาน้องหญิงก่อน”

            เมื่อทั้งสองพยักหน้า เขาก็รีบไปที่เรือนของหนีเจียเอ๋อร์และบอกกับคนเฝ้ายามว่า “นายท่านอภัยให้คุณหนูรองแล้ว ปลดโซ่ตรวนเสีย! จากนั้นพวกเจ้าก็กลับไปได้”

            ได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวเสวียนก็รีบเปิดประตูออกมา

            ทันทีที่หนีเจียเอ๋อร์ก้าวออกมาก็พบว่าหนีเจียเฮ่อ ผู้เป็นพี่ชาย กำลังยืนรออยู่

            “ท่านพี่ ได้ยินจากเสี่ยวเสวียนว่าท่านไปต่อรองกับนายท่านสวีมาต้องขอบคุณมาก”

            หนีเจียเฮ่อลูบศีรษะนางเบาๆก่อนเอ่ย “เด็กโง่ ข้าเป็นพี่ชาย ย่อมทำทุกทางเพื่อช่วยเจ้าอยู่แล้วไม่ต้องขอบคุณหรอก”

            หลังยืนคุยกันอยู่พักหนึ่งพวกเขาก็ตัดสินใจไปเยี่ยมเว่ยอี๋เหนียง ก่อนที่สามแม่ลูกจะรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันอย่างมีความสุข

            ...

            เวลาล่วงเลยมาจนถึงยามอาทิตย์อัสดงท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มดูงดงาม

            โจวชิงหวาเชิญหนีเจียเอ๋อร์และหนีเจียเฮ่อมาดื่มฉลองกันที่หอจุ้ยเซียน

            โดยโจวชิงหวาที่มาถึงก่อนได้สั่งอาหารและเครื่องดื่มรอไว้เป็นจำนวนมาก

            ไม่ช้า ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงเข้ามาชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง...

            แต่เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นแขกมิได้รับเชิญอย่างมู่หรงจิ่งหลีรอยยิ้มก็พลันเหือดหาย

            องค์ชายสามเดินเข้ามาหาพลางทักทายด้วยรอยยิ้มยียวน “ท่านพี่ชิงหวา เหตุใดถึงทำหน้าเช่นนี้เล่า ไม่ดีใจหรอกหรือที่ข้ามา?”

            โจวชิงหวาเลิกคิ้ว ก่อนตอบเสียงเย็น “นับเป็นเกียรติของชิงหวา ที่องค์ชายสามมาร่วมดื่มด้วยกัน”

            มู่หรงจิ่งหลีไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายเดินไปทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงกันข้ามทันที “อาการบาดเจ็บของท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าให้หมอหลวงประจำตัวไปรักษาให้ดีหรือไม่?”

            โจวชิงหวาจึงกล่าวอย่างสุภาพ “ขอบคุณสำหรับความเมตตา แต่อาการบาดเจ็บของข้า ใกล้จะหายดีแล้ว”

            มู่หรงจิ่งหลีหรี่ตาลง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ตั้งแต่ข้าไล่ตามจีบหนีเจียเอ๋อร์ ก็รู้สึกว่าท่านเริ่มมึนตึงหรือว่าจะไม่ไว้ใจ กลัวว่าข้าจะไม่อาจทำให้น้องสาวของท่านมีความสุข?”

            น้องสาว? มีความสุข? 

            โจวชิงหวาเหยียดยิ้มมิได้ตอบอันใด ค่อยๆ หลับตาลง คล้ายกำลังปกปิดความรู้สึกในใจ

            ตอนนั้นเองหนีเจียเอ๋อร์และหนีเจียเฮ่อก็เปิดประตูเข้ามา

            โจวชิงหวาลุกขึ้นดึงเก้าอี้ข้างๆ ตัวออก แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เชิญนั่ง”

            มู่หรงจิ่งหลีก็ลุกขึ้นดึงเก้าอี้ข้างๆ ตัวออกเช่นเดียวกัน “เสี่ยวเอ๋อร์ ยาที่ข้าให้ไปดูเหมือนจะได้ผลดีนะผิวกายของเจ้าดูจะใสกระจ่าง นวลเนียนกว่าเดิมมาก”

            หนีเจียเอ๋อร์คลี่ยิ้ม “แม้ยาที่องค์ชายมอบให้จะมีราคาแพง แต่กลับไม่ถูกโรคกับหม่อมฉันเท่าใดนักดังนั้นหม่อมฉันจึงมิได้กินมัน ต้องขออภัยด้วยเพคะ”

            ว่าแล้วก็มิได้ใส่ใจท่าทีของอีกฝ่ายเพียงเดินไปนั่งข้างโจวชิงหวา ก่อนหยิบจอกชาขึ้นมาดื่ม “หม่อมฉันขอใช้ชาแทนสุรา เพื่อขอบพระทัยฝ่าบาท ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือในวันนั้นเพคะ”  

            มู่หรงจิ่งหลียิ้มเจื่อนๆยกจอกชาขึ้นมาจิบ แล้วจึงกล่าว “ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก”

            หนีเจียเฮ่อที่นั่งถัดจากเขาไปก็ทำเช่นเดียวกัน

            พอเห็นสองพี่น้องเว้นระยะห่างกับตนเช่นนี้มู่หรงจิ่งหลีก็ไม่ค่อยพอใจนัก

            ด้านหนีเจียเฮ่อก็คล้ายจะดูออกว่าองค์ชายสามรู้สึกเช่นไร จึงพยายามชวนคุยอยู่ตลอด จนมู่หรงจิ่งหลีจำต้องสนทนาด้วยอย่างเลี่ยงมิได้

            ส่วนโจวชิงหวา ให้รู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนักเขาเลยจงใจเหยียดขาซ้ายไปแตะน่องของหนีเจียเอ๋อร์

            หญิงสาวสะดุ้งโหยง แล้วขยับขาหนีด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาสวยมองค้อนอีกฝ่ายเป็นระยะๆประหนึ่งแมวน้อยที่กำลังขู่ฟ่อ

            แต่โจวชิงหวาเพียงเหยียดยิ้มยียวนพลางรุกคืบไปมากกว่าเดิม

            หนีเจียเอ๋อร์ก็ไม่ยอมแพ้พยายามหลบหลีก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า ขาของนางถูกขาของโจวชิงหวาเกี่ยวเอาไว้จนได้แก้มหญิงสาวจึงยิ่งแดงก่ำ เพราะความเขินอาย

            ครั้นจะดึงขาตนออก ก็ทำมิได้แต่หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ ก็เกรงว่าท่านพี่และมู่หรงจิ่งหลีจะรู้

            นางกลอกตาไปมา ก่อนแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้หนีเจียเอ๋อร์หันไปมองแขนของโจวชิงหวา พลางแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “โอ้! ดูเหมือนแขนของเจ้าจะเปื้อนนะ  มานี่สิ ข้าจะปัดให้”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592