อเล็กซ์เห็นตัวเองในวัยมัธยมต้น เด็กหนุ่มผมรองทรง ร่างผอมแห้ง สูงไม่เกินหนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเ แต่งกายด้วยชุดนักเรียนกางเกงขาสั้นสีดำ กำลังเดินเข้าไปในห้องที่ดูคุ้นตาเหลือเกิน กวาดสายตาไม่ถึงวินาทีก็บอกได้ว่ามันคือห้องสมุดโรงเรียนแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ ที่เขาเคยศึกษา
ป้ายสถานะที่ระบุให้เขาเป็ ‘เด็กอัจฉริยะ’ ด้วยไอคิวที่ถูกผิดมนุษย์มนา ทำให้ั้แ่ลืมตาดูโลก ไม่เคยมีสักคนที่ใกล้เคียงกับคำว่าเพื่อนย่างกรายเข้ามาในชีวิตอเล็กซ์ เขาต้องเลื่อนระดับชั้นเรียนแทบทุกเดือน แน่นอนว่าสายตามองเขาเป็ตัวประหลาดจากเพื่อนร่วมชั้นแสดงออกให้เขาเห็นอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่รวมถึงการที่นับวันเพื่อนร่วมห้องก็ยิ่งอายุมากกว่าเขาขึ้นไปทุกที การมีเพื่อนจึงห่างไกลราวกับเป็ไปไม่ได้สำหรับอเล็กซ์
ตัวเขาในวัยสิบสามที่มีเพื่อนร่วมห้องเป็เด็กมัธยมศึกษาชั้นที่หกโครงการผู้เป็เลิศด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ก็คงคิดเช่นเดียวกัน จึงตัดสินใจมาใช้เวลาว่างที่ห้องสมุด สถานที่เดียวในรั้วโรงเรียนที่เงียบสงบ และช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยที่จะเป็ตัวเอง
อเล็กซ์เดินผ่านชั้นวางหนังสือไม้สูงติดฝ้าเพดานที่วางเรียงรายในห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดสามร้อยตารางเมตรแห่งนี้ มุ่งตรงผ่านช่องแคบ ๆ ลึกเข้าไปในส่วนที่ค่อนข้างมืดสลัวเนื่องจากละอองแดดจากช่องหน้าต่างส่องมาไม่ถึง ตรงนั้นคือที่ตั้งของหนังสือหมวดหลักวิศวกรรมและการประดิษฐ์หุ่นยนต์
ในขณะที่อเล็กซ์กำลังเอื้อมมือขึ้นไปหยิบหนังสือเล่มหนาซึ่งอยู่สูงกว่าตัวเขา อยู่ ๆ ก็มีเสียงหวานใสดังลอดชั้นหนังสือขึ้นมา
“มาที่นี่ทุกพักเที่ยงเลย ไม่เบื่อหรือไง?”
ชะงักสิ่งที่ทำ อเล็กซ์มองลอดผ่านช่องว่างระหว่างหนังสือบนชั้นเพื่อหาต้นเสียง ก่อนที่จะสะดุ้งถอยหลังเล็กน้อยเมื่อพบว่ามีดวงตากลมใสส่องประสานกลับมาจากอีกฟากหนึ่งของชั้นหนังสือ
“เธอเป็ใคร?” เมื่อรวบรวมสติได้ อเล็กซ์จึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเ็า
อีกฝ่ายไม่ตอบกลับในทันที เสียงฝีเท้าบอกให้รู้ว่าเธอกำลังเดินอ้อมชั้นหนังสือมาหาเด็กหนุ่ม เมื่ออยู่ในระยะสายตา อเล็กซ์จึงเห็นว่าเ้าของเสียงคือเด็กสาวร่างเล็กบางในชุดนักเรียนมัธยมต้นกระโปรงสีกรมท่าสั้นเสมอเข่า ผมสีดำขลับยาวประบ่าถูกมัดรวบเอาไว้ด้วยหนังยาง ใบหน้าโดดเด่นด้วยดวงตากลมโตเปล่งประกายความสดใส ริมฝีปากอวบอิ่มระเรื่อ แก้มทั้งสองข้างดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นด้วยลักยิ้มและกระสีดำเล็กน้อย คะเนจากสายตาเธอน่าจะอายุมากกว่าอเล็กซ์ราวสองสามปี
“สวัสดีเราชื่อแพรวา ห้องมอสามทับหนึ่งนะ” เมื่อเข้ามาในระยะทักทาย เด็กสาวกล่าวพร้อมยื่นมือมาข้างหน้า ส่งสัญญาณทำความรู้จัก
ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่ตอบรับใด ๆ ยังคงยืนมองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาแน่นิ่งระคนงุนงง เมื่อเห็นดังนั้น ฝ่ายเด็กสาวจึงถอนลมหายใจยาว ก่อนพูดต่อทั้ง ๆ ที่ยังค้างมือว่า
“สอบตกเื่มนุษย์สัมพันธ์อย่างที่เขาว่าจริง ๆ ด้วย คนอุตส่าห์อยากรู้จักด้วย”
“สะ สวัสดีครับ ผมชื่ออเล็กซ์” กล่าวตะกุกตะกัก สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ต้องยอมแพ้ เอื้อมมือไปจับตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“อะไรของเธอเนี่ย เรียนอยู่มอหกไม่ใช่หรือไง แถมยังห้องคิงอีก มาผมอะไรกับเด็กมอสาม เสียฟอร์มแย่เลย” แพรวาแซว อดยิ้มให้กับท่าทางของเด็กหนุ่มไม่ได้
“ก็ผมอายุน้อยกว่าจริง ๆ นี่นา!” ลูกแซวของแพรวาได้ผล เด็กหนุ่มสวนทันควัน
“เื่แค่นี้ทำเป็ซีเรียสไปได้ งั้นเราเสมอกันละกัน ไม่มีใครเป็พี่เป็น้อง ถือว่าเป็เพื่อนรุ่นเดียวกัน เนอะ”
“ก็ได้ครับ แล้วมีอะไรเหรอครับ?” อเล็กซ์ถามเสียงซื่อ ๆ ทั้งที่ในใจอยากตัดบท หนีกลับเข้าโลกส่วนตัวมากกว่า
“ต้องมีอะไรด้วยเหรอ ก็ถามไปแล้วไงว่ามาที่นี่ทุกพักเที่ยง ไม่เบื่อหรือไง แล้วอีกอย่าง เลิกครับได้แล้ว”
“รู้ได้ไงว่าทุกวัน เธอแอบมองเราเหรอ?” น้ำเสียงเด็กหนุ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย สวนทางกับความมั่นใจที่มากขึ้น
“ไม่ต้องแอบมองก็รู้ มีเธอคนเดียวในโรงเรียนนี่แหละที่เข้าห้องสมุดมากี่ครั้งก็เห็นตลอด”
อเล็กซ์นิ่งเงียบแทนคำตอบ ประหนึ่งไม่รู้จะต่อบทสนทนาต่อไปอย่างไร แพรวาเห็นดังนั้นจึงใช้น้ำเสียงสดใสแก้สถานการณ์
“โอเค โอเค ไม่ถามแล้วก็ได้ เอาเป็ว่าเราจับมือทำความรู้จักเป็เพื่อนกันแล้ว เราไม่ได้เข้าห้องสมุดบ่อยเท่าเธอหรอก แต่ต่อไปถ้าเราเข้ามาขอมานั่งอ่านหนังสือด้วยคนนะ เพื่อนเราไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือกันน่ะ เลยต้องมาคนเดียวตลอดเหมือนกัน”
จากตอนแรกที่หลบตามองไปทางอื่น ทว่าเมื่อสิ้นประโยคของเด็กสาว อเล็กซ์ก็หันกลับมาสบตาเ้าของเสียง พลันพบว่าแววตาที่มองมาคือสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ไม่ใช่แววตาที่มองเขาเป็ตัวประหลาดเช่นทุกคน ตรงกันข้ามกลับััได้ถึงความห่วงใยและอบอุ่นราวกับประกายแดดยามเช้า ซึ่งนอกจากแม่แล้ว อเล็กซ์ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน เขาจึงนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย รู้สึกร้อนวาบที่แก้ม ก่อนตอบกลับ
“ได้สิ จริง ๆ ห้องสมุดก็เป็ของทุกคนอยู่แล้ว เธอจะนั่งตรงไหนก็ได้”
“เป็คำตอบที่แปลกน่าดูเลยแฮะ แต่จะตีความว่าได้ละกัน...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี อยู่ ๆ ก็มีเสียงะโเรียกดังมาจากแถวชั้นหนังสือที่ห่างออกไปไม่ไกล
“แพรวา! แกอยู่ไหนน่ะ ไปกันได้แล้ว”
“อยู่นี่ ๆ แล้วแกจะะโทำไมเนี่ย นี่มันห้องสมุดนะ” แพรวาตอบต้นเสียง
ราวกับเป็การตัดบทสนทนา เมื่อรู้ตัวว่าต้องไปแล้วแพรวาจึงบอกว่า
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราชื่อแพรวา อย่าลืมซะละ แล้วเจอกัน”
พูดเสร็จก็ยกมือโบกอำลา ยิ้มแฉ่งทิ้งท้าย ก่อนหันหลังเดินตามต้นเสียงที่เรียกไป พร้อมห้วงความคิดที่ว่า ‘ก็ไม่เห็นเป็ตัวประหลาดไม่น่าคบเหมือนที่เค้าว่าเลยนี่นา ออกจะดูเป็เด๋อ ๆ ด๋า ๆ ด้วยซ้ำ น่ารักกว่าที่คิดตั้งเยอะ’
ส่วนอเล็กซ์ก็ยกมือขึ้นมาโบกตอบอย่างเงอะงะ ขณะมองไล่หลังเด็กสาว ก่อนที่อยู่ ๆ ภาพตรงหน้าจะค่อย ๆ เลือนลางจางหายไป
อเล็กซ์ลืมตาตื่นขึ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก ถ้าเลือกได้เขายังอยากอยู่ในภวังค์แห่งความฝันให้นานกว่านี้ หรือตลอดไปเลยยิ่งดี แต่ไม่มีใครต้านทานการโคจรของโลกแห่งชีวิตจริงได้ แม้จะเป็อัจฉริยะที่ทั่วโลกยกย่องก็ตาม
แม้ความฝันเกี่ยวกับ ‘แพรวา’ จะมาเยือนเขายามหลับใหลบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่ตื่น เขาก็ไม่เคยชินเสียทีกับการรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความจริง และไม่มีทางจะเป็ความจริงอีกแล้ว มันช่างโหวงเหวงและเ็ปยิ่งกว่าโดนคมมีดกรีด
ขณะลุกขึ้นอยู่ในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียงขนาดคิงไซส์ อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม
และเพื่อระงับอุทกภัยในดวงตา อเล็กซ์เอื้อมมือไปหยิบขวดคริสตัลที่บรรจุเครื่องดื่มสีอำพันอยู่ครึ่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เปิดฝาออก ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ราวกับสิ่งนี้เป็น้ำวิเศษที่จะเข้าไปช่วยกดความรู้สึกทรมานปานไฟเผากลางอกให้สงบนิ่งลง
‘เฮ้อ’ เมื่อสิ้นอานุภาพความแสบร้อนของบรั่นดี ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ยิ่ง่หลังมานี้ หลังจากความคิดว่าจะลองเปิดหัวใจที่ถูกปิดผนึกมานานให้กับมีอา เบิร์ก นางแบบสาวชาวสวีเดนแวบเข้ามาในหัว ความฝันเช่นนี้ก็ยิ่งตามหลอกหลอนเขาหนักขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าแทบทุกครั้งที่หลับตา ‘แพรวา’ ก็จะปรากฏขึ้น และนี่ก็เป็สาเหตุให้สุดท้ายอเล็กซ์ตัดสินใจผิดสัญญาที่ให้ไว้กับมีอา โดยหลังจากการพบกันที่สตอกโฮล์มเมื่อสามเดือนก่อน เขาก็ไม่ได้ติดต่อหาเธออีกเลย
อเล็กซ์ลุกขึ้นจากเตียงในสภาพท่อนบนเปลือย ก่อนเดินไปรูดผ้าม่านสีดำที่ปิดสนิทออกจนสุด ทันใดนั้น แสงแดดยามสายก็ส่องแยงตาเข้ามา พร้อมปรากฏภาพหาดทรายสีขาวนวลตัดกับท้องทะเลสีฟ้าใสยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
ทิวทัศน์ในครรลองสายตาอเล็กซ์คือชายหาดมาลิบูอันโด่งดัง ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกเมืองลอสแอนเจิลลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สถานที่ที่อเล็กซ์เลือกซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดเกือบหนึ่งเอเคอร์สไตล์โมเดิร์นทรอปปิคอล และใช้มันเป็ที่อยู่อาศัยหลัก ด้วยความคิดว่าอย่างน้อยสายลม แสงแดด และบรรยากาศสนุกสนานของเมืองนี้น่าจะช่วยเยียวยาแผลร้าวลึกในใจของเขาได้บ้าง
เปิดประตูกระจกออกมายืนที่ระเบียง อเล็กซ์หยิบซองบุหรี่ที่วางทิ้งไว้บนเก้าอี้ขึ้นจุดสูบ พ่นควันสีเทาพลางปล่อยห้วงความคิดให้ล่องลอยไปตามท่วงทำนองแห่งเกลียวคลื่น
“รอย วันนี้มีข่าวอะไรน่าสนใจบ้าง”
อเล็กซ์เอ่ยเสียงสั่งงานระบบปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะคู่ใจ ขณะที่เขาเดินออกมาจากห้องอาบน้ำพลางใช้ผ้าเช็ดผมให้แห้งไปด้วย
“สวัสดียามสายครับคุณอเล็กซ์ วันนี้เป็ครบรอบสิบปีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ‘อันเดรีย ลูเซียโน่’ นักมายากลอัจฉริยะชาวอิตาเลี่ยนที่ขณะนั้นอายุเพียงสิบแปด ในโชว์มายากลครั้งประวัติศาสตร์ที่เขาจะแสดงการหายตัวออกจากห้องนิรภัยที่แ่าที่สุดในโลก แม้แต่หัวรบมิดไซส์ก็ไม่ทำให้เกิดแม้รอยขีดข่วน มดสักตัวก็ไม่อาจเล็ดรอดออกไปได้ แต่อันเดรียที่มีเพียงมือเปล่าก็ทำสำเร็จ เขาหายตัวออกจากห้องนิรภัยแห่งนั้นได้จริง ๆ เพียงแต่ว่าั้แ่นั้นมาก็ไม่มีใครได้เห็นเขาอีกเลย กระทั่งถึงวันนี้ก็สิบปีแล้ว... ” น้ำเสียงนุ่มที่ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับเสียงของชายวัยกลางคนดังมาจากลำโพง ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ชายหนุ่มผู้เป็เ้านายก็ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
“ชั้นบอกว่าข่าวที่น่าสนใจไง นี่แกก็ไม่ได้เมาค้างเหมือนชั้นสักหน่อย ข่าวนี้มันน่าสนใจมันน่าสนใจตรงไหน”
“ขออภัยครับ แต่จากกระแสในโซเชียลมีเดียนี่คือข่าวที่ติดเทรนดิ้งอันดับหนึ่งจริง ๆ แต่ผมคาดว่าตอนนี้จิตใจของคุณอเล็กซ์น่าจะจดจ่ออยู่กับ ‘ปฏิบัติการลา ฮวนโก้’ ในสัปดาห์หน้าจนไม่มีข่าวไหนน่าสนใจมากพอ”
ได้ยินเช่นนั้น อเล็กซ์ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย ตอนที่ประดิษฐ์ ‘รอย’ ขึ้นมา เขาลืมคิดไปเสียสนิทว่าข้อเสียของการทำให้ระบบปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะฉลาดเกินไปก็คือการโดนต่อล้อต่อเถียงกวนประสาทอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“เอาเหอะ ี้เีเถียงด้วย ไหน ๆ ก็พูดถึงปฏิบัติการลา ฮวนโก้ ขึ้นมาแล้ว ช่วยทบทวนให้ชั้นฟังหน่อยว่านัดหมายต่อไปคือเมื่อไร” อเล็กซ์กล่าวตัดรำคาญ
“ขออนุญาติแจ้งให้ทราบถึงตารางงานปฏิบัติการลา ฮวนโก้ คุณอเล็กซ์มีนัดหมายประชุมสรุปแผนการครั้งสุดท้ายกับลูกทีม Dictator Slayer จำนวนสิบห้าคนที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ณ ฐานทัพลับเกาะลิตเติ้ลเฮย์ ในวันที่สองกุมภาพันธ์ หรืออีกห้าวันต่อจากนี้ครับ”
เมื่อทราบสิ่งที่้า อเล็กซ์ก็เดินหายลับเข้าไปในห้องแต่งตัว พลางความคิดในหัวแล่นว่า
‘ถึงเวลาได้บดขยี้พวกเศษสวะอีกแล้วสินะ’