บทที่ 21 กล่องไม้แดง
“หัวหน้า เขาอยู่ตรงนั้น!”
ทว่าก่อนที่หลี่จื่อเย่จะได้โอหังไปมากกว่านี้ บนที่สูงห่างออกไป เสียงะโของโจรตาไวคนหนึ่งที่อยู่บนเนินเขาไกลออกไปก็ดังขึ้น “มันเข้าไปในค่ายของพวกเราแล้ว!”
“แย่แล้ว! มันล่อเสือออกจากถ้ำ รีบกลับไปกับข้า!”
หัวหน้าโจรใมาก รีบนำคนของตนกลับไปยังค่ายทันที
ภายในค่ายโจร หลี่จื่อเย่เตะประตูใหญ่เปิดออก มองดูสมบัติที่ซ่อนอยู่ข้างใน พลิกดูอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็เบื่อหน่ายอย่างรวดเร็ว
มีแต่ทองและอัญมณี ช่างน่าเบื่อเสียจริง!
พวกโจรเหล่านี้ช่างยากจนเหลือเกิน แม้แต่สมบัติที่ดูมีค่าสักชิ้นก็ไม่มี
“หืม?”
หลี่จื่อเย่มองไปรอบ ๆ สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเก้าอี้หนังเสือที่หัวหน้าโจรนั่งเป็ประจำ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ
หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่พบอะไร หลี่จื่อเย่คิดอยู่ชั่วขณะ แล้วชักกระบี่ในมือออกมาฟันลงไปที่เก้าอี้หนังเสืออย่างแรง
โครม!!
เสียงดังสนั่น เก้าอี้หนังเสือแตกออกเป็สองท่อนทันที
“ฮ่าๆ! ข้าว่าแล้วเชียว เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีสมบัติอะไรเลย!”
หลี่จื่อเย่มองกล่องไม้แดงใต้เก้าอี้หนังเสือด้วยสีหน้าตื่นเต้น แล้วหยิบกล่องไม้ขึ้นมา
“เ้าเด็กชั่วช้า! อยากตายรึ วางของในมือเ้าลงเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้นหัวหน้าโจรก็พาลูกน้องตามมาถึงพอดี เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่อยู่หน้าเก้าอี้หนังเสือ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันทีพลางะโด้วยความโกรธและร้อนใจ
“อยากได้ก็มาไล่ตามข้าสิ!”
หลี่จื่อเย่โบกกล่องไม้แดงในมือ ก่อนจะใช้เท้าเตะหน้าต่างจนแตกละเอียด แล้วพุ่งตัวหนีไป
“ตามมันไป! ต้องเอากล่องนั่นกลับมาให้ได้!” หัวหน้าโจรตวาดลั่น
“ขอรับ!” เหล่าโจรที่อยู่ด้านหลังรับคำสั่ง ก่อนจะไล่ตามหลี่จื่อเย่ไปอย่างไม่ลดละ
ภายในป่าเขา หลี่จื่อเย่ถือกล่องไม้แดงวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่กล้าหยุดพักแม้แต่ครู่เดียว
ด้านหลัง กลุ่มโจรยังคงไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง นำโดยหัวหน้าโจรที่ตอนนี้ทั้งโกรธทั้งแค้น จนตาถลนอยากจะฆ่าเด็กหนุ่มตรงหน้าให้ตายคามือ
ของสิ่งนั้น จะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด!
ยามราตรีอันมืดมิด หลี่จื่อเย่ไม่รู้ว่าตนเองหนีมานานเท่าไหร่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม โจรที่ไล่ตามมาด้านหลังก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังตามทัน
ทว่าหัวหน้าโจรยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ ไม่ยอมถูกทิ้งห่างแม้แต่ก้าวเดียว
ด้วยเหตุนี้ หลี่จื่อเย่จึงกอดกล่องไม้แดงในมือแน่นขึ้น
เขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้หัวหน้าโจรยึดติดมากขนาดนี้ ต้องเป็ของที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ภายในป่าอันกว้างใหญ่เหลือเพียงแค่สองร่างที่ยังคงวิ่งอยู่ แต่ตอนนี้ทั้งคู่ก็เหนื่อยจนแทบจะขาดใจ ต้องหยุดพักหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
หัวหน้าโจรทิ้งตัวพิงต้นไม้ใหญ่ หายใจหอบจนพูดไม่เป็คำ “เ้าหนู... แค่เ้าส่งกล่องนั่นมา... เื่บาดหมางระหว่างข้ากับเ้าก็ถือว่าจบสิ้นกันไป... และข้าจะไว้ชีวิตเ้า…”
“หึ! ฝันไปเถอะ หากเ้าเก่งจริงก็ตามข้าให้ทันสิ”
หลี่จื่อเย่เองก็เหนื่อยจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก็ยังปากแข็ง ตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ เ้ามอบกล่องมา ของในค่ายของข้า เ้าเลือกเอาได้ตามใจชอบ ทั้งเงินทองสมบัติทั้งหมดเป็ของเ้า” หัวหน้าโจรหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย พยายามกดความโกรธ แล้วพูดจาดี ๆ ด้วย
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย คนอย่างข้าขาดอะไรก็ขาดได้ แต่ไม่ขาดเงิน จะไล่ตามต่อหรือไม่ ถ้าไม่ไล่คุณชายน้อยอย่างข้าก็จะไปละ”
หลี่จื่อเย่กล่าวประโยคหนึ่ง จากนั้นก็ฝืนยืดตัวขึ้นแล้ววิ่งหนีต่อไป
“เ้าเด็กชั่ว! อย่าให้ข้าจับเ้าได้เชียว ไม่งั้นข้าจะทรมานเ้าทั้งเป็!”
หัวหน้าโจรตวาดลั่น ก่อนจะฝืนพยุงตัวเองลุกขึ้น แล้ววิ่งไล่ตามไปอย่างโซซัดโซเซ
แสงอรุณเริ่มส่องสว่าง เผยให้เห็นท้องฟ้าที่กลายเป็สีหม่น ๆ บอกเวลาว่าใกล้รุ่งสางแล้ว
ทางออกของป่าอยู่ใกล้แค่เอื้อม หลี่จื่อเย่เหลือบมองไปด้านหลัง แต่กลับต้องชะงัก
หายไปไหน?
หรือว่า... ตามไม่ทันแล้ว?
“เ้าเด็กชั่ว! ตายซะ!”
ทันใดนั้นร่าง ๆ หนึ่งก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ พลังหมัดพุ่งตรงมาที่หลี่จื่อเย่ราวกับสายฟ้าฟาด
หมัดที่พุ่งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ดูเหมือนจะมีพลังถึงขั้นทำลายูเาและหินได้ แม้แต่อากาศก็ยังส่งเสียงะเิดังตูม
การโจมตีอย่างฉับพลันทำให้ไม่มีเวลาหลบหลีก หลี่จื่อเย่จึงทำได้เพียงยกกระบี่ชิงซวงขึ้นรับหมัดอันหนักหน่วงนั้นไว้
โครม!!!
เสียงปะทะที่สั่นะเืฟ้าดินดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของหลี่จื่อเย่กระเด็นไปไกล ก่อนจะกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่
“อั่ก!”
พลังมหาศาลจากหมัดซัดเข้าเต็มอก หลี่จื่อเย่รู้สึกจุกจนเืคั่งในอก ก่อนที่เืสดจะพุ่งออกมาหนึ่งอึก
“เ้าหนู ไม่ยอมดื่มสุราคารวะ ชอบสุราลงทัณฑ์หรืออย่างไร เอากล่องมาซะ!”
หัวหน้าโจรค่อย ๆ ก้าวเข้ามา พร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าเยือกเย็น
“ฝันไปเถอะ!”
หลี่จื่อเย่กัดฟันฝืนอาการาเ็ คำนวณระยะห่างของคนทั้งสองอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งหัวหน้าโจรเข้ามาใกล้ในระยะสามก้าว เขาก็พุ่งตัวเข้าใส่พร้อมกับแทงกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าโจรเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะยังมีแรงสู้ต่อ ความประมาททำให้เขาไม่ทันได้หลบ กระบี่จึงพุ่งเข้าปักที่อกเต็ม ๆ
ฉึก!!
เืสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากปากแผล หัวหน้าโจรครางเสียงต่ำ ก่อนจะเซถอยหลังไปหลายก้าว
“อยากจับข้าหรือ? ดูเหมือนเ้าจะไม่มีปัญญาขนาดนั้นนะ!”
หลี่จื่อเย่ดึงกระบี่ออกจากร่างของอีกฝ่าย แม้จะาเ็สาหัส แต่เขาก็ไม่คิดจะสู้ต่อ รีบวิ่งดโซเซออกไปนอกป่า
หัวหน้าโจรอยากจะไล่ตาม แต่พอก้าวขาได้เพียงก้าวเดียวก็เซล้มลงไป เืไหลทะลักออกจากปาก
“เ้าเด็กชั่ว!”
หัวหน้าโจรมองดูเด็กหนุ่มที่หายลับไปนอกป่าเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
นอกเมืองอวี๋โจว ม้าเร็วตัวหนึ่งควบมา บนหลังม้ามีร่างของเด็กหนุ่มนอนหมดสติอยู่
ทหารยามที่ประตูเมืองรีบเข้าสกัดม้าตัวนั้นไว้ และเมื่อเห็นเด็กหนุ่มบนหลังม้า พวกเขาก็จำได้ทันทีว่าเป็ใคร
“นี่มิใช่คุณชายสามแห่งตระกูลหลี่หรอกหรือ? ทำไมถึงได้าเ็สาหัสเช่นนี้?” ทหารนายหนึ่งเอ่ยปากด้วยความใ
“อย่าเพิ่งถามมากความ รีบพาไปส่งที่จวนตระกูลหลี่ก่อนเถิด”
ทหารอีกคนพูดเสียงเครียด ในเมืองอวี๋โจวแห่งนี้ ตระกูลหลี่ถือเป็ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่เ้าเมืองยังต้องให้ความเคารพ หากคุณชายสามแห่งตระกูลหลี่เป็อะไรไป คงได้เกิดเื่ใหญ่ะเืไปทั้งเมืองแน่
ณ เรือนหลังของจวนตระกูลหลี่ เมื่อหลี่จื่อเย่ถูกส่งกลับมา ทุกคนในจวนก็แตกตื่นกันไปหมด
หลี่ไป่วานรีบรุดหน้ามาดูอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นลูกชายอันเป็ที่รักอยู่ในสภาพาเ็สาหัสและไม่ได้สติ เขาก็ใจหายแทบจะร้องไห้ออกมา
“เซียนจื่อ เกิดอะไรขึ้นกับจื่อเย่!” หลี่ไป่วานหันไปทางเซียนเหมยฮวาที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“กระดูกซี่โครงหักไปสองสามซี่ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง”
หลังจากตรวจอาการาเ็ของหลี่จื่อเย่แล้ว ฉินเอ๋อร์นั่วก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พาเขาไปที่ห้องยา”
พูดจบ ฉินเอ๋อร์นั่วก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกทันที
ริมทะเลสาบ จางซอมซ่อเห็นเรือนหลังวุ่นวายไปหมด เขาจึงดื่มสุราอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปสร้างความวุ่นวายเพิ่ม
ดูท่าเ้าเด็กคนนี้ คงจะสู้กับหัวหน้าโจรแบบตัวต่อตัวเป็แน่!
ฉินเอ๋อร์นั่วเคยกล่าวไว้ว่า หัวหน้าโจรผู้นั้นได้ฝึกฝนจนถึงขั้นกลางของระดับจุดเทพซ่อนจุดที่หนึ่งแล้ว แต่เ้าเด็กคนนี้เพิ่งเริ่มเปิดจุดเทพซ่อนก็ไปเผชิญหน้ากันซะแล้ว การที่ยังมีชีวิตกลับมาได้ก็นับว่ายากแล้ว
ยังอ่อนแอเกินไปจริง ๆ!
นี่เป็เพียงหัวหน้าโจรคนหนึ่งเท่านั้น คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเขาคือฮั่วหลินเอ๋อร์ผู้ซึ่งติดอันดับหนึ่งในสี่อัจฉริยะของโลก หากไม่คิดหาวิธีอื่น ชาตินี้เขาก็ไล่ตามไม่ทันแน่
ภายในห้องยา หลี่จื่อเย่ถูกหามเข้าไปในอ่างยา ฉินเอ๋อร์นั่วก้าวเข้าไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปลดปล่อยลมปราณภายในร่างกาย ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มลงไปที่ร่างของหลี่จื่อเย่
ทันใดนั้น ภายในอ่างยาก็มีไอน้ำลอยพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ภายในห้องยาก็เต็มไปด้วยม่านหมอกจาง ๆ
“อึก!”
แม้จะหมดสติอยู่ แต่หลี่จื่อเย่ก็ส่งเสียงครางออกมาด้วยความเ็ปพร้อมกับร่างกายที่เริ่มสั่นสะท้าน
พลังจากโอสถและลมปราณที่ถูกส่งเข้าไปในร่างอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆรักษาาแบริเวณหน้าอกของหลี่จื่อเย่จนหายเป็ปกติอย่างน่าอัศจรรย์
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ฉินเอ๋อร์นั่วเดินออกมาจากห้องยาด้วยสีหน้าอ่อนล้า ดูเหนื่อยอ่อนเป็อย่างยิ่ง
“เป็อย่างไรบ้าง?” จางซอมซ่อเอ่ยปากถาม
“ไม่เป็ไรแล้ว” ฉินเอ๋อร์นั่วตอบอย่างอ่อนล้า
“นับว่าเ้าหนูนี่โชคดี”
จางซอมซ่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วกล่าวว่า “เ้าหนูนี่ทำอะไรลงไป ดูรอยฝ่ามือที่หน้าอกของเขาแล้ว หัวหน้าโจรนั่นคงจะโกรธจนคลั่ง ถึงขั้น้าเอาชีวิตเขาให้ได้”
“บางทีอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้”
ฉินเอ๋อร์นั่วกล่าวพลางโยนกล่องไม้แดงในมือไปให้
จางซอมซ่อรับกล่องไม้แดงมา เปิดออกด้วยสีหน้างุนงง ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที…
[1] ไม่ยอมดื่มสุราคารวะ ชอบสุราลงทัณฑ์ เป็สำนวนจีน ในที่นี้มีความหมายนัย ๆ ที่แท้จริงก็คือในเมื่อพูดด้วยดี ๆ ไม่ยอมทำตามก็คงต้องใช้กำลังบังคับ