"ฟงเอ๋อ ดูนี่ พี่มีอะไรมาฝากเจ้า"
"พี่ใหญ่กลับมาแล้ว"
อี้ฟงที่เห็นพี่สาวถือตะกร้าเดินตรงมารีบวิ่งไปรับตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ที่มีรังผึ้งอยู่เต็มแต่ไม่มีน้ำผึ้ง มาวางเอาไว้ ก่อนจะรีบไปดูตะกร้าใบเล็กที่พี่สาววางลงข้างในนั้นอัดแน่นเต็มไปด้วยน้ำหวานและรังของตัวอ่อน
"ชิมดูสิ"
บอกพลางใช้มีดตัดรังของตัวอ่อนก่อนจะชุบลงไปในน้ำผึ้งเหนียวหวานฉ่ำแล้วส่งเข้าปากเล็กที่อ้ารับ
"อร่อยหรือไม่"
ใบหน้าเล็กที่มีรังผึ้งอยู่เต็มปากพยักหน้ารับยิ้มจนตาเล็กหยี
"ถ้าเช่นนั้นก็กินเยอะๆ"
สองพี่น้องที่นั่งกินรังอ่อนของผึ้งอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าอี้ฟงอิ่มแล้วจึงหยิบกระบอกน้ำมาให้เจ้าตัวเล็กล้างไม้ล้างมือบ้วนปากแล้วให้เข้าไปนอนก่อน ส่วนนางจะเก็บน้ำผึ้งสักครู่แล้วค่อยนำมากรองพรุ่งนี้เพราะตอนนี้มองไม่เห็นและไม่มีอะไรจะใส่น้ำผึ้งที่ได้มา ในตอนแรกนางคิดว่าจะได้น้ำผึ้งแค่นิดหน่อยไม่นึกว่าจะได้มาเยอะเช่นนี้ ที่ตั้งใจจะไปในตอนแรกแค่เผื่อจะเจอรังผึ้งร้างเท่านั้น เพราะอยากจะนำเอามาทำเทียนจากไขของรังผึ้งให้แสงสว่างเพราะนางไม่มีเงินมากพอจะซื้อตะเกียง เงินที่ได้มานั้นตอนนี้ไม่มีเหลือสักอีแปะแล้ว ก่อนที่จะเข้านอน พอล้มตัวลงนอนก็แทบจะหลับทันทีวันนี้เป็นวันที่หนักเอาการอยู่เหมือนกัน
เวลาย่ำรุ่งมาเยือนเสียงไก่ป่าที่โก่งคอขันเรียกให้ร่างเล็กที่ตื่นเช้าจนติดเป็นนิสัยให้ลุกขึ้น รู้สึกถึงความเย็นของอากาศในตอนรุ่งสางเห็นร่างเล็กขดตัวในผ้าห่มบางรู้สึกสงสารยิ่งนัก นางคงต้องเร่งมือสร้างบ้านให้เสร็จก่อนหน้าหนาวมาเยือน ขนาดยังไม่ถึงหน้าหนาวยังรู้สึกเย็นไปถึงกระดูก หากในหน้าหนาวยังไม่มีบ้านที่กันลมหนาวและหิมะที่มิดชิดกว่านี้คงได้แข็งตายอย่างที่อี้ฟงบอก มือบางที่ตวัดผ้าห่มบางๆของนางห่มให้ร่างเล็กอีกผืนหนึ่ง ก่อนจะออกมาล้างหน้าล้างตาที่ลำธารและเก็บที่ดักปลาของนางที่เมื่อวานนั้นลืมเก็บไปเสียสนิท ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยปลาเล็กปลาใหญ่ที่ดิ้นขลุกขลักเมื่อนางยกเครื่องดักปลาขึ้นจากน้ำ เห็นจำนวนปลาที่ดักได้ให้รู้สึกยินดียิ่งนัก ก่อนจะจัดการรื้อค้นพวกหม้อ ไห เครื่องใช้เก่าๆ ที่ยังพอใช้ได้มาล้างทำความสะอาดและคว่ำเอาไว้ทั้งหมด แล้วก่อกองไฟหุงหาอาหารที่วันนี้จะมีข้าวสวยร้อนๆ ให้กินเป็นมื้อแรกและเป็นข้าวจริงๆ มิใช่น้ำข้าวอย่างที่ท่านอาสะใภ้ผู้นั้นเจียดมาให้กิน แล้วนำปลาที่ดักได้มาเผา เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงเอาน้ำใส่หม้อมาตั้งไฟเอาไว้แล้วไปรื้อเอาเศษผ้าสีขาวที่ได้มาจากร้านผ้ามาซักทำความสะอาดนำมาตากบริเวณกองไฟ ในขณะที่รอให้ผ้าแห้งก็เอาน้ำผึ้งที่แยกรังผึ้งออกตั้งแต่เมื่อคืนบีบเอาน้ำผึ้งออกจากรังจนหมดแล้วเอาน้ำผึ้งที่ได้มาตั้งพักไว้รอผ้าแห้งสนิทก่อนถึงจะกรองเอาเศษไม้เศษหญ้าออก เพราะหากผ้าแห้งไม่สนิทจะทำให้น้ำผึ้งเสียได้ น้ำผึ้งที่ได้มาสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไม่เสียและสามารถนำมาใช้เป็นยาได้อีกด้วย ก่อนจะไปตัดลำของต้นไผ่ขนาดใหญ่ข้างในมีรูเท่ากับแขนของนางเห็นจะได้
เสียงตัดไม้ไผ่ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของป่า ทำให้อี้ฟงรู้สึกตัวตื่น เมื่อเก็บผ้าห่มมาพับไว้เรียบร้อยเหมือนที่พี่สาวสอนจึงออกมาล้างหน้าล้างตาแล้วเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน เห็นพี่สาวกำลังตัดไม้ไผ่เป็นท่อนๆ ใส่ในตะกร้ากำลังจะขนมายังกระท่อมจึงเดินไปช่วยถือ
"พี่ทำเจ้าตื่นหรือ"
เห็นน้องน้อยที่เดินมาช่วยถือตะกร้าอีกฝั่งจึงถามขึ้น
"เปล่าขอรับ พี่ใหญ่จะเอาไม้ไผ่พวกนี้ไปทำอะไรหรือขอรับ"
อี้ฟงที่เอ่ยตอบ พลางถามขึ้น
"พี่จะเอาไปใส่ไขผึ้งทำเป็นเทียนจากไขผึ้ง เอาไว้จุดเวลากลางคืนอย่างไรเล่า ต่อไปก็จะไม่ต้องอยู่แบบมืดๆอีก"
อี้ฟงถึงกับตาโต
"ทำได้หรือขอรับ"
"ทำได้สิ ไปเดี๋ยวเราไปทำกัน"
เมื่อเดินมาถึงกระท่อมน้ำก็กำลังเดือดปุดปุด อี้ซินจึงนำเศษรวงผึ้งที่ได้ใส่ในน้ำเดือด จากนั้นไขผึ้งบริสุทธิ์จากรวงผึ้งจะหลอมละลายออกมา ใช้ผ้ากรองเศษผงออก ทิ้งให้น้ำที่มีไขผึ้งปนอยู่ด้วยให้เย็นลง ก็จะได้ไขผึ้งบริสุทธิ์ลอยจับอยู่ที่ผิวหน้า นำส่วนของไขผึ้งนี้ไปใส่ในกระทะที่ตั้งบนไฟ ไขผึ้งจะหลอมละลายเป็นไขผึ้งเหลว ระหว่างที่รอให้ไขผึ้งเหลวนั้นอี้ซินให้อี้ฟงใช้เศษผ้ามัดตัดเป็นเส้นเล็กๆ ก่อนจะหมุนๆ เป็นเส้นกลมทำเป็นไส้ไว้จุดไฟแล้วนำมาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเตรียมไว้ก่อนจะนำไม้อันเล็กมาผูกกับเศษผ้าวางตรงขอบไม้ไผ่เพื่อไม่ให้ผ้านั้นหล่นลงไปเวลาเทไขผึ้ง เมื่อเสร็จทุกกระบอกจึงนำไขผึ้งมาเทลงไปเป็นอันเสร็จสิ้น รอแค่ให้ไขผึ้งแข็งตัวเป็นอันใช้ได้
"เสร็จแล้ว ระหว่างรอให้มันแข็งเราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า"
แล้วสองพี่น้องก็นั่งกินข้าวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในความรู้สึกด้วยรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความสุข