ฤาบุปผาลิขิตชะตารัก

    ตอนที่ 38 เรื่องภายในใจไม่อาจลืม

            หญิงสาวรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ที่อยู่ๆเธอก็ถูกแม่ทัพหนุ่มขโมยจูบแรกไปแถมยังสารภาพความในใจว่าชอบเธอ แล้วเวลานี้เธอควรต้องรู้สึกอย่างไรดี ในเมื่อเธอเป็นเพียงหญิงธรรมดาเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่หมอหลิวซูเหยียนอุปโลกน์ขึ้น เป็นเพียงหญิงที่ไม่มีตัวตนในโลกยุคนี้เลยด้วยซ้ำ

            “ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เจ้าตกใจข้าขอโทษ” หวางชุนเทียนพูดด้วยความรู้สึกผิด ทั้งที่ความจริงแล้วจูบนั้นคือความรู้สึกดีๆที่เขามีให้ต่อนางแต่นางกลับเข้าใจว่าเขาฉวยโอกาส

            “แต่เรื่องที่ข้าชอบเจ้ามันคือเรื่องจริง...แล้วเจ้าเล่า...” นัยน์ตายาวรีของชายหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย

            เมื่อถูกชายหนุ่มคาดคั้นขอคำตอบ เหม่ยหลินหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาจะให้เธอตอบรับหรือปฏิเสธทันทีทันควันได้อย่างไร?

            “หรือว่ายังโกรธข้าอยู่? จะให้ข้าทำเช่นไร บอกข้ามาสิ”

            ร่างบางสะดุ้งไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงกระวนกระวายของอีกฝ่ายริมฝีปากสีอ่อนเม้มเข้าหากันก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ต้องคิดให้ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

            “ข้ารู้สึก....รู้สึกง่วงนอนแล้วพาข้ากลับจวนเถอะ”

            หญิงสาวพลันยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดๆ ทำเหมือนง่วงงุนเต็มที่

            “อะไรนะ เจ้าง่วงนอน? แต่เรายังคุยกันไม่จบ”

            “แล้วจะให้ข้านอนที่นี่หรืออย่างไรเจ้าคะ”ดวงหน้าหวานแสร้งทำตาปรือ ความจริงแล้วเหม่ยหลินรู้สึกอายเกินกว่าที่จะตอบคำถามของชายหนุ่มในตอนนี้

            “หากท่านแม่ทัพยังไม่อยากกลับข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ” หญิงสาวพยายามข่มเสียงสั่นๆไว้ พลางหันหลังก้าวออกไป

            แม่ทัพหนุ่มเอียงคอมองร่างระหงที่เดินลงบันไดไปอย่างช้าๆเขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะก้าวเดินตามไป

            เอาเถิด...ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่อาจรู้ความในใจของนางแต่อย่างน้อยนางก็ได้รู้ความในใจของเขาแล้ว

            หวางชุนเทียนอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าที่หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกของเขาเป็นเพราะต้องการเวลามากกว่านี้เพราะฉะนั้นเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้นางยอมรับเขาในฐานะคู่รักไม่ใช่เป็นเพียงผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งเท่านั้น

             

            เบื้องล่างกำแพงเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ กลับมีใครคนหนึ่งที่เอาแต่ยืนนิ่งเงยหน้ามองดูความเป็นไปที่เกิดขึ้นบนกำแพงข้างหอประตูเมืองสถานที่ที่ควรจะมีทหารชั้นประทวนยืนประจำตำแหน่งอยู่  แต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้สักคนเดียว

            และสองชายหญิงที่เพิ่งเดินจากไปก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแม่ทัพหวางชุนเทียนและแม่นางเหม่ยหลิน

            “ท่านรองแม่ทัพ ตอนนี้คนของเราตั้งค่ายอยู่ในหุบเขาตามคำแนะนำขององค์ชายรองขอรับ” หลัวอี้ชิงที่เพิ่งกลับมาจากนอกเมืองก้าวเข้ามารายงานจากทางด้านหลัง

            “ท่านรองแม่ทัพขอรับ มัวแต่มองสิ่งใดอยู่หรือขอรับ?” ทหารคนสนิทเรียกซ้ำอีกครั้ง

            ครั้นหลัวอี้ชิงลองเงยหน้ามองขึ้นไปยังทิศทางนั้นบ้างเกิดความแปลกใจที่วันนี้ไม่มีทหารประจำการบนกำแพงเมืองเลย จนกระทั่งเห็นชายหญิงโผล่ออกมาจากฝั่งบันไดทางลงหอประตูเมืองดูเหมือนทั้งสองก้าวขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับที่หมาย

            “ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพหวางชุนเทียน และนั่นก็คงจะเป็นแม่นางเหม่ยหลินคู่หมายใช่ไหมขอรับ”

            “คู่หมาย…ใช่...ตอนนี้นางเป็นเพียงคู่หมาย” เหอไป่เฉินกล่าวถึงหญิงสาว        

            “แต่ถึงอย่างนั้น แม่นางลู่หลิ่งบอกว่าอีกไม่นานทั้งสองจะแต่งงานกันหลังจากองค์ชายใหญ่เข้าพิธีแต่งตั้งเป็นรัชทายาท” หลัวอี้ชิงพูดตามที่รู้มา

            “ฮึ!” เหอไป่เฉินแค่นหัวเราะออกมาภายในใจกลับคิดสวนทางกับคำพูดของหลัวอี้ชิง

            ‘หวางชุนเทียน...อย่าเพิ่งดีใจไปสิ่งที่เจ้าคิดอาจจะไม่มีทางเกิดขึ้นก็เป็นได้!’

             

            ที่ตำหนักเฟยหลง องค์ชายรองลี่หยางขอเฝ้าองค์ชายใหญ่ลี่หมิงเป็นการส่วนตัวทั้งสองนั่งดื่มสุรากันตามประสาพี่น้อง

            “เสด็จพี่อยู่ชายแดนใต้หลายเดือนแล้วกลับมาวังหลวงครั้งนี้ต้องพักผ่อนให้มากๆนะพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายรองเอ่ยคำพูดที่พยายามสื่อให้เห็นถึงความห่วงใย

            “ฮะๆๆ น้องรองช่างใส่ใจยิ่งนัก หรือว่าข้าดูซูบผอมลงไปงั้นหรือ”เสียงหัวเราะดังขึ้น

            พระวรกายขององค์ชายใหญ่แม้ดูผอมลงจากเดิมแต่ก็ดูกำยำแข็งแรงขึ้นใบหน้าที่เคยดูขาวสะอาดสะอ้านเปลี่ยนแปลงเป็นคร้ามคมและคล้ำลงไปเล็กน้อยหากเทียบกับหลายเดือนก่อนทั้งหมดนี้เป็นเพราะความตั้งใจในการออกพื้นที่เพื่อดูแลการซ้อมรบของเหล่าทหารที่ชายแดนทางใต้

            “จะว่าไปแล้วระหว่างที่ข้าไม่อยู่น้องรองดูแลเสด็จพ่อได้ดีทีเดียวเมื่อถึงเวลาที่ข้าต้องนำทัพอีกครั้งก็ไม่ต้องกังวลแล้ว”

            “ไยเสด็จพี่จึงคิดถึงการนำทัพออกรบอีกแคว้นตงเยว่ของเราในยามนี้ก็สงบสุขดีอยู่แล้ว หรือว่า...เสด็จพี่คิดการใหญ่เกี่ยวกับเรื่องบ้านเมืองบอกข้าได้หรือไม่”

            องค์ชายใหญ่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมองหน้าองค์ชายรองพลางทำหน้าครุ่นคิด

            แม้จะกลับเข้าวังหลวงเพียงไม่กี่วันก็ทราบข่าวคราวหลายเรื่องจากขันทีผู้ซื่อสัตย์ที่อยู่รับใช้พระชายาหม่านลี่คอยรายงานข่าวคราวที่เกิดขึ้นทำให้องค์ชายใหญ่ได้รับรู้ถึงความสนิทสนมระหว่างองค์ชายรองและรองแม่ทัพเหอไป่เฉินแห่งแคว้นม่งอู๋ถึงขั้นรับเป็นอาคันตุกะส่วนพระองค์

            แล้วจะให้เอ่ยความลับเกี่ยวกับการทหารให้องค์ชายรองรับรู้ได้อย่างไร!

            ในเมื่อการนำทัพที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เป้าหมายคือแคว้นม่งอู๋กลศึกจะเป็นเช่นไร มีแต่องค์ชายใหญ่และแม่ทัพหวางชุนเทียนเท่านั้นที่รู้ดี

            “อ่อ...ข้าหมายความว่า เราไม่ควรประมาทแคว้นฟู่เฉิงที่ตอนนี้เกิดกบฏภายในแคว้นไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ เมืองชายแดนทางใต้ของเราอาจถูกรุกรานได้”

            ทรงกล่าวถึงแคว้นฟู่เฉิงที่อยู่ติดกับชายแดนใต้อย่างน้อยทรงตอบแบบนี้เพื่อทำให้องค์ชายรองหายคลางแคลงใจ

            “เป็นเช่นนี้เองเสด็จพี่ต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อบ้านเมืองข้าละอายใจยิ่งนักที่มิได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของเสด็จพี่”

            “น้องรองอย่าคิดมากเลยข้าต่างหากที่มีหน้าที่ต้องดูแลน้องรองตามคำสั่งเสียของเสด็จแม่”

            องค์ชายใหญ่ทรงคิดถึงเสด็จแม่ผู้เป็นพระมเหสีของท่านอ๋องที่สิ้นพระชนม์จากการถูกลอบวางยาพิษในอาหารนางกำนัลซึ่งเป็นคนร้ายถูกจับได้ก็ซัดทอดไปถึงสนมรองผู้หนึ่ง จากหลักฐานที่มัดตัวแน่นหนาทำให้ทุกคนต่างก็เชื่อว่าเป็นฝีมือของสนมรองผู้นั้นที่บังอาจคิดการใหญ่อยากยกฐานะตัวเอง

            พระมเหสีมีความเป็นห่วงองค์ชายรองมาก ทั้งที่พระมเหสีไม่ใช่แม่แท้ๆขององค์ชายรอง!

            มารดาผู้ให้กำเนิดขององค์ชายรองลี่หยางคือพระสนมเอกผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอหลังจากให้คลอดองค์ชายรองได้ไม่นายสุขภาพก็ทรุดหนักและสิ้นพระชนม์ลง พระมเหสีจึงยินดีรับองค์ชายรองไว้เป็นเหมือนดังบุตรอีกคนหนึ่งตามคำสั่งของเสด็จย่าและดูเหมือนความรักที่มีให้ต่อบุตรชายทั้งสองเป็นไปอย่างเสมอภาค

            แต่สำหรับองค์ชายรองแล้วรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมในการเลี้ยงดูอย่างชัดเจน...

            “เรื่องปกป้องชายแดนทางใต้ข้าคิดว่าเสด็จพี่ไม่จำเป็นต้องกระทำด้วยองค์เองให้เป็นหน้าที่ของแม่ทัพหวางจะไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ กบฏแคว้นเล็กๆอย่างแคว้นฟู่เฉิงจะมาทำอะไรแคว้นตงเยว่อย่างเราได้อีกอย่างแคว้นม่งอู๋คงไม่ปล่อยให้มาผู้ใดมายึดครองแคว้นเราไปง่ายๆ”

            ความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองบ้านเมืองขององค์ชายรองก็สวนทางกับองค์ชายใหญ่โดยสิ้นเชิง

            “ที่พูดเช่นนี้ เป็นเพราะน้องรองยอมรับการเป็นเมืองขึ้นของแคว้นม่งอู๋มากกว่าสิ่งอื่นใด” องค์ชายใหญ่เลิกคิ้วถาม

            “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ หลายปีมานี้ เพียงแค่เราส่งบรรณาการเล็กๆน้อยๆให้แคว้นม่งอู๋เราก็อยู่สุขสบายดีมิใช่หรือ”

            องค์ชายใหญ่ถอนหายใจเฮือกกับความคิดของน้องชายต่างมารดาช่างคิดเรื่องบ้านเมืองได้อย่างผิวเผินเสียจริงราษฎรต้องตรากตรำทำงานเพิ่มหลายเท่าเพื่อเลี้ยงชีพ เสียภาษีและเพื่อบรรณาการที่ส่งให้แก่แคว้นม่งอู๋นั่นอีก หากต่อไปถูกบังคับให้ต้องเพิ่มบรรณาการขึ้นเรื่อยๆแล้วแคว้นตงเยว่ของเราคงไม่พ้นสิ้นชาติเป็นแน่

            “เอาเถิดเราสองพี่น้องไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว วันนี้มานั่งดื่มกันให้เต็มที่ดีกว่ามา...ดื่ม” องค์ชายใหญ่เป็นฝ่ายจบการสนทนาเรื่องบ้านเมืองแล้วชักชวนดื่มสุรา

            ในขณะที่องค์ชายใหญ่ทรงคิดกับองค์ชายรองในแบบพี่ใหญ่ที่รักน้อง

            แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายกลับคิดตรงกันข้าม

            องค์ชายรองยกจอกสุราขึ้นดื่มพลางมององค์ชายรองด้วยสายตาเยือกเย็นยากจะหยั่งรู้ว่าน้องคนนี้คิดสิ่งใดอยู่ภายในใจ

             

            หลังกลับจากตำหนักเฟยหลงแล้ว องค์ชายรองยืนนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณที่เขียนชื่อมารดาผู้ล่วงลับ

            “เสด็จแม่สมควรได้ใช้ชีวิตและมีความสุขมากกว่านี้ลูกไม่มีวันลืมว่าเสด็จแม่ต้องจากลูกไปเพราะอะไร!”

            เสด็จแม่...พระสนมเอกที่ต้องจากไปเพราะความอคติของเสด็จย่า! และความนิ่งดูดายของพระมเหสี!

            แม้บัดนี้เสด็จย่าเองก็ได้สิ้นพระชนม์ไปตามอายุขัยแล้วแต่สิ่งที่เหลือไว้คือความทุกข์ขององค์ชายรองหลังจากที่ทรงรับรู้เรื่องการตายของมารดาจากคนรับใช้เก่าแก่ที่ได้เห็นวาระสุดท้ายของพระสนมเอก

            ในอดีต พระสนมเอกทรงคลอดองค์ชายรองในช่วงเวลาที่ท่านอ๋องนำทัพไปชายแดนเสด็จย่าไม่ทรงโปรดพระสนมเอกผู้มาจากสามัญชน แต่พระสนมเอกกลับเป็นที่โปรดปรานที่สุดในบรรดาสนมทุกคนเสด็จย่าไม่เคยใส่ใจพระสนมเอกที่เพิ่งคลอดบุตรชายและเสียเลือดมากจนร่างกายไม่อาจต้านทานไหว

            ทั้งที่ร่างกายย่ำแย่อยู่หลายวันแต่เสด็จย่ากลับจงใจปล่อยปละละเลยไม่คิดตามหมอหลวงฝีมือดีมารักษาอาการนอกจากนี้ยังติดสินบนหมอหลวงให้ทูลต่อท่านอ๋องว่าเป็นเพราะสุขภาพที่อ่อนแอนั้นเป็นสาเหตุของการสิ้นพระชนม์

            ความเป็นจริงเหล่านี้คงไม่มีผู้ใดคิดรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่อเอาผิดผู้ใดได้อีกแล้ว

            คงมีแต่องค์ชายรองที่ไม่อาจลืมอดีตอันน่าเศร้านี้ได้

             

            “เสด็จพี่เพคะ” เสียงของพระชายาฟางซินดังขึ้นทันทีที่เพิ่งก้าวพ้นประตูเข้ามายังห้องบรรพชน

            เมื่อเห็นพระสวามีที่ยืนต่อหน้าป้ายวิญญาณยังคงนิ่งเงียบพระชายาฟางซินจึงพูดต่อ

            “นางกำนัลเตรียมฉลองพระองค์สำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เรียบร้อยแล้วแต่เหตุใดจึงคิดไปล่าสัตว์ที่นอกเมืองกะทันหันเช่นนี้เพคะ จะไม่อันตรายหรอกหรือ”

            สำหรับพระชายาฟางซินแล้ว นางค่อนข้างเป็นห่วงเพราะรู้ดีว่าองค์ชายรองไม่ได้ทรงโปรดการเข้าป่าล่าสัตว์แต่น่าแปลกใจที่พอกลับมาจากตำหนักเฟยหลงก็เอ่ยปากบอกว่าพรุ่งนี้ต้องออกนอกเมืองไปล่าสัตว์กับองค์ชายใหญ่

            “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้นกับข้าอย่างแน่นอน” องค์ชายรองหันมาเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ

    คล้ายกับเรื่องฤาบุปผาลิขิตชะตารัก ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505