@บ้านโรเกอร์
พอคิริวจอดรถหน้าบ้านฉันก็ลงจากรถแล้วถอดหมวกกันน็อคยื่นให้เขาคืนจากนั้นก็รีบเดินเข้าไปในตัวบ้านขึ้นบันไดไปที่ห้องตัวเองทันที
”หนาวชะมัด” ฉันยืนตัวสั่นอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าไปอาบน้ำอุ่นในห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีฉันก็ออกมาแต่งตัวสวมกางเกงวอมเสื้อกล้ามสีขาวแล้วสวมเสื้อกันหนาวทับอีกที จากนั้นก็เดินลงไปหาป้านวลที่ครัวชั้นล่าง
”ป้านวลมีอะไรให้ลาน่าช่วยมั้ยคะ”
“กลับมาแล้วเหรอคะ ไม่เป็ไรค่ะหนูลาน่าป้าทำเสร็จพอดี แต่คุณท่านกับคุณยูมิน่าจะไม่อยู่สักสองอาทิตย์นะคะ เห็นบอกว่าต้องไปประชุมที่ฝรั่งเศส”
“อ้าวเหรอคะ”
”แล้วนี่หนูทานอะไรมาหรือยัง” ป้านวลหันมาส่งยิ้มใจดีให้
”ยังเลยค่ะ มีอะไรทานบ้างคะ”
“วันนี้ป้าทำแกงจืดเต้าหู้กับพะโล้ของโปรดคุณคิริวเขาน่ะค่ะ”
“คิริวชอบพะโล้เหรอคะ ไม่เห็นจะเข้ากับเขาเลย” หน้าแบบนั้นน่าจะชอบพวกลาบเืผัดเผ็ดขี้เมาอะไรแบบนั้นมากกว่านะฉันว่า
”คุณคิริวชอบทานั้แ่เด็กแล้วค่ะ“
“งั้นหนูตักใส่ชามเลยนะคะป้า“ ฉันกำลังจะตักแกงใส่ชามแต่สายตาเหลือบไปเห็นคิริวแต่งตัวดูดีสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนสีเข้มราคาแพงผ่านมาพอดี นั่นเขาจะออกไปไหนน่ะ
“หนูลาน่าตักทานเลยก็ได้ค่ะ วันนี้คุณคิริวคงไม่อยู่ทานข้าว“
“เขาออกไปทุกวันเลยเหรอคะป้านวล”
“เกือบจะทุกวันนั่นล่ะค่ะบางวันก็กลับเช้าทีเดียว คุณท่านก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เห็น่นี้ท่านอาการไม่ค่อยดีด้วยคงเพราะเื่งานด้วยมั้งคะ”
“น้าแพตทริกเป็อะไรเหรอคะ” พอฉันถามคำถามนี้ไปป้านวลก็ดูลำบากใจที่จะพูดทันที
“คือคุณท่านเพิ่งป่วยเป็ความดันน่ะค่ะ แต่หนูลาน่าอย่าให้คุณคิริวทราบนะคะ คุณท่านไม่อยากให้ใครเป็ห่วงมีแค่ป้ากับคุณยูมิเท่านั้นที่รู้เื่นี้” ฉันพยักหน้าเข้าใจแล้วส่งยิ้มกว้างให้ป้านวล ฉันหันกลับไปมองคิริวที่กำลังใส่รองเท้าผ้าใบหน้าบ้านอีกครั้ง ทำไมเขาต้องทำตัวแบบนี้ให้พ่อแม่ตัวเองต้องไม่สบายใจด้วยนะ ยิ่งรู้ว่าน้าแพตทริกกำลังป่วยฉันยิ่งรู้สึกขัดใจแปลกๆ พ่อฉันท่านเสียไปั้แ่ฉันยังเด็กถึงจะจำอะไรไม่ค่อยได้เท่าไรแต่ฉันก็รักท่านมาก นึกถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกลึกๆว่าไม่อยากให้คิริวต้องมาเสียใจทีหลังยังไงไม่รู้ ป้านวลเองก็ดูจะเป็ห่วงน้าแพตทริกน้ายูมิและก็คิริวด้วยเหมือน ฉันที่เป็คนมาอาศัยจะทำอะไรให้พวกท่านได้บ้างอะ
“ป้านวลคะ เดี๋ยวลาน่ามานะคะ”
“หนูลาน่าจะไปไหนคะน่ะ”
”ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะป้า เดี๋ยวก็กลับค่ะ” ฉันวางชามลงที่เดิมแล้วเดินไปทางหน้าบ้านด้วยความรวดเร็ว เห็นคิริวกำลังคร่อมบิ๊กไบค์คันโปรดของเขาอยู่พอดี ฉันรีบวิ่งไปยืนขวางหน้ารถเขาทันที
“นายจะไปไหน”
”ทำไมต้องบอก” คิริวมองหน้าฉันไม่สบอารมณ์เท่าไร
“ทำไมนายต้องทำให้น้าแพตทริกกับน้ายูมิเป็ห่วงด้วย”
“ยุ่ง” คิ้วเข้มของคิริวขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิดแล้วเขาก็สวมหมวกกันน็อคโดยไม่สนใจฉันเลย ให้ตายสิ! น่าโมโหชะมัด
”งั้นฉันไปด้วย” ฉันะโขึ้นรถเขาทันที ถึงแม้ว่าตอนนี้จะใส่รองเท้าสลิปเปอร์ที่ไว้ใส่ในบ้านก็เถอะ ขืนลงไปเปลี่ยนคิริวก็หายหัวไปก่อนพอดี เอาสิ ฉันจะตามเขาไปจนคิริวรำคาญกลับมาบ้านเลยคอยดู
บรื้นนน!
”อ๊ายยย นายจะรีบไปไหนเนี่ย!” ฉันยังไม่ทันจัดท่านั่งให้ดีเลยเขาก็บิดรถออกไปซะแล้ว ดีนะฉันคว้าเสื้อยืดเขาไว้ทันน่ะ ไม่งั้นหัวทิ่มพื้นตายไปแล้ว
บรื้นนน บรื้นน!
คิริวขี่ให้เร็วขึ้นไปอีกจนผมฉันที่ไม่ได้มัดปลิวว่อนพันกันยุ่งเหยิงหัวฟู ลมตีหน้าจนแสบไปหมด ฉันเลยซุกหน้าไปกับแผ่นหลังกว้างของคิริว มือก็กำเสื้อยืดข้างเอวสอบของเขาเอาไว้แน่น ฉันจะมาตกรถตายก่อนไม่ได้นะ