บทที่ 35 ชิงทรัพยากรฝูงชน (รีไรต์)
“ฉันยังมีใบเสร็จจากห้างสรรพสินค้าเหลืออยู่ พวกเธออยากดูไหม?” น้ำเสียงของหลินเนี่ยนเย็นเยียบ
“อยากจะตรวจจำนวนบนตั๋วไหม?”
“ดูว่าฉันซื้อกระติกน้ำมาทั้งหมดห้าใบจริงหรือเปล่า?”
เหล่ายุวชนชายไม่พูดอะไร ต่างร้อนใจกันขึ้นมา ใครจะไปคิดว่าหลินเนี่ยนจะพกกระติดน้ำมาเยอะขนาดนี้จริง ๆ!
หลินเนี่ยนคิดอะไรอยู่กันน่ะ?
เธอไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าของสิ่งนี้หายากในชนบทจึงพกมาด้วยอีกสองใบ ถ้าได้แสดงตัวกับญาติก็จะได้มอบให้ แบกกระติกน้ำทหารสีเขียวออกไปไหนดูมีหน้ามีตาดี
หากไม่ได้แสดงตัว เธอก็จะใช้แลกสิ่งของที่เธออยากได้
ต้องรู้ไว้ว่ามีของไม่กี่อย่างในยุคนี้ที่ดูนำสมัยเมื่อสวมหรือใส่ออกมา อย่างหนึ่งคือเครื่องแบบทหารสีเขียว อีกอย่างคือเป้ทหารสีเขียว ไหนจะกระติกน้ำทหารสีเขียวอีก!
ถ้ามีพร้อมทั้งชุดนี้ ก็จะกลายเป็นคนโดดเด่นที่สุดในชนบท ทำให้คนตาพร่าบอดได้เลย
ยังไงพกมาก็ไม่เสียเปล่าอยู่แล้ว เวลาจะทำอะไรก็ง่าย
เมื่อหลินเนี่ยนเห็นทุกคนเงียบจึงเอ่ยปากถาม “พูดอะไรบ้างสิ จะดูใบเสร็จที่ฉันซื้อกระติกน้ำมาหรือเปล่า?”
ผู้ดูแลฝั่งยุวชนชายเฉียวกั๋วเหลียงพูดอย่างเก้อเขิน “ไม่จำเป็นแล้ว พวกเราเชื่อคำพูดของยุวชนหลินอยู่แล้ว!”
“หลินเนี่ยน เธอจงใจใช่ไหม? เธอจงใจหลอกฉันใช่ไหม?” หวงอวี้เฟิ่งรับความจริงไม่ได้ แล้วพุ่งออกมากระโจนเข้าใส่หลินเนี่ยนเหมือนยายแก่เสียสติ
หลินเนี่ยนเบี่ยงตัวหลบ ทำให้หวงอวี้เฟิ่งล้มลงไป
เธอปรายตามองหวงอวี้เฟิ่งที่จนตรอก สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังรุนแรง “ฉันจงใจหลอกเธอ?”
“เธอเป็นใครน่ะ?”
“แล้วสมควรไหม?”
“ไม่ใช่ว่าเธอเข้ามาสาดน้ำสกปรกใส่ฉันก่อนเหรอ?”
“ถ้าเธอไม่สาดน้ำสกปรกใส่ฉัน ฉันจะหลอกเธอทำไม?”
หวงอวี้เฟิ่งนิ่งเงียบแล้ว ในใจรู้สึกอึดอัดขึ้นมา แล้วร้องไห้โฮอยู่กับพื้น
หลินเนี่ยนมองทุกคน ท้ายที่สุดสายตาก็ตกไปอยู่บนร่างจางหงอิง “ยุวชนจาง คุณเป็นหัวหน้าของกลุ่มยุวชนหญิง เรื่องทั้งหมดคุณก็เห็นกระจ่าง อีกอย่างพวกคุณเป็นยุวชนรุ่นพี่ อย่ามาพูดว่าไม่รู้จักต้าต้านหรือแม่ต้าต้านอะไรกับฉัน”
“แต่พวกคุณกลับมองหวงอวี้เฟิ่งรังแกฉันตาปริบ ๆ ไม่มีใครจะออกมาช่วยฉันอธิบายสักคน ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ขอให้หัวหน้ากลุ่มแบบคุณปฏิบัติอย่างเท่าเทียมด้วย”
“นิ่งดูดายขณะที่หวงอวี้เฟิ่งวางแผนทำร้ายฉัน ถ้างั้นต่อไปขณะที่ฉันตบหวงอวี้เฟิ่งก็ขอเชิญคุณและยุวชนหญิงคนอื่นอย่าออกตัวเป็นผู้พิทักษ์ศีลธรรมก็แล้วกัน บอกว่าเป็นยุวชนกันทั้งนั้น หัดใจกว้างหน่อยให้ลืมมันไป”
“จากนี้ถ้าใครกล้าพูดประโยคนั้นอีก ฉันหลินเนี่ยนก็จะไม่ทำอะไรทั้งวัน จะไปโพนทะนาให้ทั่ว อ้าปากแต่งเรื่องโดยเฉพาะ เมื่อถึงเวลานั้น พวกคุณก็อย่าโทษที่ฉันเรียนรู้จากหวงอวี้เฟิ่งและสาดน้ำสกปรกใส่พวกคุณแล้วกัน!”
หลินเนี่ยนพูดใส่จางหงอิงจนหน้าบูดหน้าซีดไปพักหนึ่ง
ยุวชนหญิงคนอื่นก็ถูกสวนกลับจนพูดไม่ออก แต่ละคนทำตัวไม่ถูก
หลินเนี่ยนดุร้ายเกินไปแล้ว พวกเธอยุคนแบบนี้ไม่ขึ้น เลี่ยงดีกว่า!
“จริงสิ หวงอวี้เฟิ่งกำลังร้องไห้จนมอมแมมไปหมด แบบนี้ฉันตบไม่ลงหรอก เดี๋ยวหน้าเธอแห้งเมื่อไร ฉันอยากตบตอนไหนก็ตบตอนนั้นแหละ!”
หวงอวี้เฟิ่งที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย “...”
ฮือ ๆๆๆ!
ถูกกระทำกลายเป็นแบบนี้ หลินเนี่ยนนังสารเลวนี่ยังรังเกียจใบหน้ามอมแมมของเธออีก!
เธอมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้แล้ว!
เหล่ายุวชนไม่เปล่งเสียงสักแอะ แต่เหล่าชาวบ้านที่มามุงดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทางนี้ส่งเสียง “ยุวชนหลินสบายใจได้ พวกเราจะช่วยเธอจำไว้เอง!”
“ใช่ ตอนเธอจะตบก็ส่งเสียงหน่อย พวกเราจะมารับชมความบันเทิง” พูดจบก็หัวเราะดังลั่น
โอ้โฮ! พวกเขาแค่ชอบดูความบันเทิงของหน่วยยุวชน แค่อยากเห็นเรื่องน่าตลกของหน่วยยุวชนกลุ่มนี้สินะ
ยุวชนเหล่านี้คิดว่าตัวเองเป็นคนในเมือง เมื่อมาที่นี่ก็ไม่เห็นคนในหมู่บ้านอยู่ในสายตา ท่าทางสูงส่งเหนือฝูงชน ถึงเวลาทำงานก็ไร้ประโยชน์พอกัน ไม่ช่วยให้ยุ่งก็ดีแล้ว!
แต่ละคนเหมือนได้คะแนนงานฟรี ปลายปียังแบ่งเสบียงจากพวกเขาอีก!
ไม่เป็นที่ชื่นชอบสักคน!
ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉียนจิ้นส่วนใหญ่ไม่ชอบเหล่ายุวชนในหน่วยยุวชนกันทั้งนั้น
แม้ชาวบ้านกลุ่มนี้จะมามุงดู ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยหลินเนี่ยนแม้แต่น้อย ตอนนี้ที่เอ่ยปากที่จริงไม่ใช่เพื่อช่วยหลินเนี่ยน แต่เพียงเพื่อจะได้มีความบันเทิงให้ดูมากขึ้นต่อจากนี้
แต่หลินเนี่ยนไม่ใส่ใจ เธอมาออกชนบท จะผิดใจกับยุวชนก็ต้องปรองดองกับคนในหมู่บ้าน เพราะคนในหมู่บ้านเป็นเจ้าถิ่น
หลินเนี่ยนจึงพูดอย่าง ‘ซาบซึ้งใจ’ มากว่า “ขอบคุณพวกคุณมากค่ะ! จิตสำนึกของเหล่าสหายสมาชิกในหมู่บ้านเฉียนจิ้นยอดเยี่ยมไปเลย ไม่ใช่แค่เป็นคนดี ยังมีความยุติธรรมมากด้วย!”
“ฉันคิดถูกแล้วจริง ๆ ที่มาหมู่บ้านเฉียนจิ้น!”
“ฉันจะเรียนรู้คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายจากสมาชิกส่วนใหญ่ได้แน่นอนค่ะ!”
พูดจบก็หันหลังเข้าไปหยิบกระเป๋าผ้าออกมาจากในห้อง เดินไปตรงหน้าชาวบ้าน แล้วแบ่งเมล็ดแตงโมในกระเป๋าผ้าให้ทุกคน*[1]
“นี่เป็นเมล็ดแตงโมอบเนยที่ฉันพกมาจากเมืองหรง รสชาติหอมหวาน พวกคุณลองชิมสิ!”
“ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ ค่ะที่ออกตัวช่วยฉัน ถ้าพวกคุณไม่รักความยุติธรรม ฉัน...ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงหลังจากนี้”
ที่เรียกว่าเมล็ดแตงโมอบเนยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนยแม้แต่น้อย แต่ใส่ดีน้ำตาลตอนคั่ว ดังนั้นจึงได้รับความนิยมมากในท้องตลาด
หลินเนี่ยนแบ่งเมล็ดแตงโมให้ชาวบ้านที่มามุงดู ชาวบ้านกลุ่มนี้กระตือรือร้นกับเธอขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในบ้านพวกเธอก็เก็บอาหารคั่ว จะจัดจานรับแขกตอนที่มีแขกมาบ้านในวันตรุษจีนและเทศกาลอื่น
แต่ของพวกนั้นจะปลูกในบ้านและที่ดินส่วนตัว ไม่ก็เก็บบนภูเขา จากนั้นตากแดดให้แห้งก่อนจะคั่วเอง
ใครจะยอมใส่น้ำตาลล่ะ?
เมล็ดแตงโมอบเนย ฟังดูราคาแพง!
เมื่อชิมไปหนึ่งเม็ด โอ้แม่เจ้าโว้ย!
ทั้งหวาน!
ทั้งกลิ่นหอมกรุ่น!
“ยุวชนหลินสบายใจได้ พวกเราทนเห็นพวกเขารังแกเธอไม่ได้แน่นอน!”
“ใช่ มีเรื่องอะไรเธอก็มาหาอาได้ตามสบาย อาทำอะไรไม่เป็น แต่สู้เก่งมากเลยนะ!”
หญิงคนนี้พูดพลางจงใจควงแขนที่ล่ำสันของตัวเองด้วย
ยุวชนอาวุโสทั้งหลายในหน่วยยุวชนเห็นแบบนี้ก็สั่นเทา เห็นได้ว่าเคยเสียเปรียบเธอมาก่อน
“ยุวชนหลิน ฉันด่าสู้เป็น เวลาที่เธอต้องการก็ให้เรียก ฉันจะยืนด่าที่หน้าประตูคนนั้นตั้งแต่เช้าจรดเย็น ด่าตั้งแต่บรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรไปจนไม่มีลูกมีหลาน...”
หลินเนี่ยนได้ยินแบบนี้ความเศร้ากลับกลายเป็นเสียงหัวเราะ เธอพูดอย่าง ‘ซาบซึ้งใจ’ “ขอบคุณพี่สาวกับคุณอาทั้งหลาย ขอบคุณทุกคนเลยค่ะ มีทุกคนเป็นที่พึ่งพิงให้ฉัน ฉันก็มีแรงแล้ว!”
เหล่าอาสาวรู้สึกทันทีว่าหลินเนี่ยนดีที่สุดในบรรดายุวชนทุกคน จึงชวนเธอพูดคุยอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น
หลินเนี่ยนนิสัยก็ดี ยืนฟังอย่างว่าง่าย เหล่าพี่สาวและอาสาวพูดอะไรก็ว่าตามนั้น เธอพูดชมเชยเป็นครั้งคราว พูดต่อบทจนเหล่าพี่สาวและอาสาวรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
เหล่ายุวชนในหน่วยยุวชนต่างรู้สึกเย็นวาบไปทั่วหลัง
แล้วหลบเข้าห้องของตัวเองเหมือนเต่าหดหัวเข้ากระดองทีละคน
หลินเนี่ยนคลุกคลีกับเหล่าอาสาวจนสนิทสนมระดับหนึ่ง แล้วพูดอย่างกลัดกลุ้ม “ตอนนี้ฉันผิดใจกับคนในหน่วยยุวชนแล้วค่ะ ไม่กล้าอยู่ที่นี่อย่างสงบใจ กลัวว่าพวกเธอจะถ่มน้ำลายใส่ยาถ่ายลงในข้าวและน้ำของฉัน กลัวว่าพวกเขาจะแอบมาทำเรื่องไม่ดีกับฉันในกลางดึกด้วย”
“อย่างเช่น แอบยัดของบางอย่างเข้าในกระเป๋าเสื้อของฉัน วันต่อมาก็ปรักปรำว่าฉันเป็นขโมย”
“พวกคุณก็เห็นแล้วนี่ วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเธอยังปั้นน้ำเป็นตัวได้ แล้วจากนี้...”
“ยุวชนหลิน เธอไปพักที่บ้านฉัน บ้านฉันยังมีห้องว่างอยู่!” สะใภ้หลี่ว์ตอบสนองเร็วที่สุด บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านมียุวชนสองคนเข้าไปอาศัย ได้ยินเด็กหลายคนในบ้านหัวหน้าหมู่บ้านมาโอ้อวดข้างนอก บอกว่าสภาพครอบครัวของสองยุวชนดีสุด ๆ พกของดีมาเยอะมากด้วย
ต้องหยิบเนื้อกระป๋องออกมาใส่ผักทุกครั้ง
แม้ยุวชนหลินจะเทียบกับพวกเซียวหลานไม่ติด แต่ยุวชนหลินก็ดูมีเงินไม่ขาด เมล็ดแตงโมรสเนยบอกจะหยิบมาแบ่งก็แบ่งเลย พกกระติกน้ำใหม่ห้าใบมาออกชนบทอีก
ถ้าล่อลวงเธอเข้าไปพักในบ้านได้ บ้านตนก็จะได้พึ่งบารมีทุกวันไม่ใช่เหรอ?
สะใภ้หลี่ว์เริ่มคิดแผนการ จึงเรียกสติคนที่เหลือทันที ทุกคนพากันล้อมหลินเนี่ยน ต่างแย่งกันเชื้อเชิญหลินเนี่ยนไปพักบ้านพวกเขา
[1] แบ่งเมล็ดแตงโมในกระเป๋าผ้าให้ทุกคน ภาษาจีนจะมีคำว่า 吃瓜群众 หมายถึง พวกกินแตงโม หรือพวกชอบเผือก หมายถึงคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน หลินเนี่ยนเลยเหน็บแนมชาวบ้านโดยการแจกเมล็ดแตงโมให้คนที่มาดูเหตุการณ์