ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 27 พบกันโดยบังเอิญ
เมื่อจางหย่งคุยธุระกับช่างชุนเรียบร้อยก็พาลูกๆทั้งสามไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในหนึ่งปีที่ผ่านมาเด็กๆทั้งสามได้ออกมากินอาหารวันนี้เป็ครั้งแรกทำให้พวกเขารู้สึกเจริญอาหารเป็พิเศษจนจางหย่งถึงกับอ้าปากค้าง
อาเฟยลูกชายคนโตกินบะหมี่ไปสองชาม อาฟู่ลูกชายคนรองกินบะหมี่ไปหนึ่งชามครึ่ง และอาฟงลูกชายคนเล็กกินบะหมี่ไปถึงสามชามครึ่ง หากเขาไม่ห้ามไว้เพราะกลัวกระเพาะคราก อาฟงคงจะกินมากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน
ตอนแรกจางหย่งหยุดอาฟงลูกชายคนเล็กไว้ที่สามชาม แต่อาฟู่ลูกชายคนกลางที่กินไปได้แค่ครึ่งชามเริ่มรู้สึกอิ่ม อาฟงได้อาสาที่จะกินอีกครึ่งชามที่เหลือ จึงได้กินไปทั้งหมดสามชามครึ่ง
ระหว่างที่พวกเขากำลังจะลุกออกไปจากร้านอาหาร ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านข้างว่า
"คุณชายอี้ บังเอิญจังเลยที่ได้พบกันที่นี่"
คุณหนูหลัวบังเอิญเดินผ่านมาพบจางหย่งอยู่กับเด็กๆอีกสามคนก็รู้สึกสงสัยจึงเดินเข้าไปทักทาย จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็คิดจะเอ่ยตอบแต่อาฟู่ลูกชายคนรองกลับเอ่ยขึ้นก่อนว่า
"ท่านพ่อ ท่านรู้จักกับเทพธิดาผู้นี้ด้วยหรือขอรับ"
จางหย่งที่ได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย เ้าเด็กคนนี้นอกจากจะเ้าเล่ห์แล้วยังปากหวานอีกต่างหาก หลัวเลี่ยงหรูที่ได้ยินเด็กน้อยเรียกขานตัวเองว่าเทพธิดาก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย นางกระแอมออกมานิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามว่า
"คุณชายอี้ เด็กๆพวกนี้คือหลานของท่านหรือ"
"อ้อ ทั้งสามคนเป็ลูกของข้าเอง"
หลัวเลี่ยงหรูหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกเสียดายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ นางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ลูกๆของท่านน่ารักมากเลย"
จางหย่งที่ได้ยินหลัวเลี่ยงหรูชมลูกๆของเขาก็รู้สึกจิตใจพองโต แม้เขาจะมาเป็พ่อเด็กๆเพียงไม่กี่วัน แต่ความผูกพันที่แม้แต่ตัวเขาเองยังบอกไม่ถูก ได้สะสมอยู่ในใจมากมาย เด็กๆเองที่ได้รับคำชมต่างก็ยิ้มหวานส่งไปให้หลัวเลี่ยงหรู หลังจากคุยกันอยู่พักหนึ่งหลัวเลี่ยงหรูได้ขอตัวไปทำธุระของตัวเองต่อ สามพ่อลูกจึงพากันเดินไปเที่ยวเล่นในตลาดก่อนจะกลับบ้าน
ระหว่างที่พวกเขาเดินเล่นกันได้มีการแสดงปาหี่กลางตลาด ชาวบ้านล้อมวงดูกันมากมาย จนเด็กๆทั้งสามรู้สึกสนใจและอยากไปดูความสนุก อาเฟยลูกชายคนโตจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ข้าขอไปดูแสดงนั้นได้หรือไม่ขอรับ"
จางหย่งพยักหน้าและพาทั้งสามฝ่าฝูงชนเข้าไปดูใกล้ๆ ฝูงชนที่เห็นคนมาเบียดเข้าวงในเป็เด็กตัวเล็กๆที่มาพร้อมผู้ใหญ่หนึ่งคนจึงไม่มีใครติดใจเอาความ แถมยังหลบทางให้พวกเขาเข้าไปดูใกล้ๆโดยสะดวกอีกด้วย เสี่ยวเหมาไม่ได้สนใจการแสดงเ่าั้ มันจึงไปหาที่ร่มๆนอนหมอบเพื่อรอเ้านายมันออกมา
เสียงประหลาดใจของเด็กๆทั้งสามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแสดงพ่นไฟ กายกรรม อีกทั้งยังมีการแสดงทักษะการใช้ดาบ เมื่อการแสดงจบลงแต่ละ่จะมีทีมนักแสดงคนหนึ่งนำขันเรี่ยไรสินน้ำใจจากผู้ชม แม้ผู้ชมจะไม่ได้ให้เงินมากมาย แต่เมื่อรวมๆกันกลับเป็เงินไม่ใช่น้อย ทำให้จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นเกิดมีความคิดดีๆในการหาเงินขึ้นมา
เขามองซ้ายมองขวาหาเ้าสุนัขมิติตัวน้อยจนพบว่ามันไปแอบหลับอยู่ที่ใต้โต๊ะไม้ในร้านแห่งหนึ่ง เขาก็รีบะโเรียกขึ้นในใจว่า
'เสี่ยวเหมา ข้า้าของในมิติ'
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินเ้านายมันเรียกก็หูกระดิกทีหนึ่งหรี่ตาเล็กน้อยอย่างงัวเงียก่อนจะหลับตาลงต่อไป จางหย่งที่เห็นปฏิกิริยาของเ้าหมาจอมี้เีก็เรียกขึ้นอีก ว่า
'เสี่ยวเหมา หากไม่ลุกขึ้นมาตอนนี้ ตอนเย็นไม่ต้องกินข้าว'
เ้าสุนัขมิติเด้งตัวขึ้นราวกับติดสปริงขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
'ไม่ได้นะเ้านาย ข้าเป็สุนัขวัยกำลังโต หากท่านไม่ให้ข้ากินข้าว แล้วข้าจะโตได้อย่างไร'
'ข้าไม่ชอบเลี้ยงพวกี้เีเอาไว้'
'ไหนๆ ใครมันี้เี เดี๋ยวเสี่ยวเหมาผู้นี้จะจัดการเอง'
จางหย่งมองค้อนมันไปทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์อีกครั้งว่า
'ข้า้าของในมิติ'
เสี่ยวเหมารีบทำตามคำขอของเ้านายมันทันที ตอนนี้อาฟงลูกชายคนเล็กกำลังสนใจการแสดงด้านหน้าจึงขึ้นไปขี่อยู่บนคอของบิดา ดังนั้นตอนนี้ในตะกร้าจึงไม่มีใครอยู่ เสี่ยวเหมาใช้จังหวะนี้แอบเปิดมิติเล็กๆแล้วส่งของที่เ้านายมัน้าไปไว้ในตะกร้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
'ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วท่านห้ามงดอาหารเย็นข้านะ'
จางหย่งค่อยๆขยับตะกร้ามาด้านหน้า ก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างล้วงลงไปหยิบของที่นำออกดูโดยไม่ให้มีใครเห็น เมื่อการแสดงปาหี่ของคณะแสดงพเนจรจบลง จางหย่งก็พาเด็กๆไปที่ลานกว้างไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก เขาขอยืมโต๊ะที่ไม่ได้ใช้งานจากร้านค้าข้างๆก่อนจะเอ่ยว่า
"พ่อจะเปิดการแสดงพลังพิเศษ ลูกๆสนใจจะช่วยพ่อหรือไม่"
"เล่นๆ"
อาฟงลูกชายคนเล็กที่ได้ยินว่าพ่อจะแสดงพลังพิเศษก็รู้สึกว่าอยากเล่นด้วยขึ้นมาทันที จางหย่งส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยว่า
"พ่อไม่ได้เล่น พ่อจะแสดงมายากล"
"มายากล?"
เด็กๆที่ได้ยินต่างก็รู้สึกสงสัย จางหย่งไม่ปล่อยให้ทั้งสามสงสัยได้นาน เขาหยิบอุปกรณ์แสดงมายากลขึ้นมาวางบนโต๊ะ ในนั้นมีทั้งผ้าหลากสี ดอกไม้ แกนกระบองและไพ่หนึ่งสำรับ เขาเอ่ยกับลูกๆขึ้นว่า
"หน้าที่ของลูกๆคือเรียกคนดูและคอยเก็บเงินทุกครั้งที่การแสดงจบรอบ เข้าใจหรือไม่?"
อาเฟยและอาฟู่พยักหน้ารับ มีเพียงอาฟงที่ยังไม่สามารถเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้ จางหย่งจึงเอ่ยกับอาฟงขึ้นว่า
"อาฟง ลูกมีหน้าที่คอยรับเงินจากคนอื่นที่หยิบยื่นมาให้ เพื่อที่พวกเราจะเอาเงินไปซื้อขนมลูกทำได้หรือไม่?"
เมื่อพูดถึงเื่กิน ดวงตาของอาฟงลูกชายคนเล็กก็ทอประกายขึ้นทันที เื่อื่นเขาอาจไม่เข้าใจ แต่เื่กินคือเื่ใหญ่สำหรับเขา ก่อนหน้านี้เพราะมีอาหารน้อยเกินไป อาฟงที่เป็เด็กรู้ความ เขารู้ถึงความยากลำบากของครอบครัวจึงไม่เคยแสดงออกว่าตนเองไม่อิ่ม แต่ตอนนี้มีอาหารมากมายพอให้เขาได้กิน เขาจึงกินให้เต็มที่จนตัวเองพอใจ
หลังจากจางหย่งเตรียมตัวเรียบร้อย อาเฟยลูกชายคนโตและอาฟู่ลูกชายคนรองต่างเดินไปรอบๆบริเวณนั้นเพื่อป่าวประกาศว่า
"ใครมาดูขอให้สวย ใครมาช่วยขอให้หล่อ พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย วันนี้บิดาของพวกเราผู้มีพลังพิเศษจะมาแสดงพลังให้พวกท่านได้รับชมเป็ขวัญตา พวกท่านต้องไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน"
"สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา ใครพลาดการแสดงวันนี้รับรองว่าจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต"
อาฟงลูกชายคนเล็กที่เห็นพี่ๆเชื้อเชิญคนมาชมการแสดงก็ไม่ยอมแพ้ เขาเดินเข้าไปจับมือเด็กหญิงตัวน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"คนสวย ดูๆ"
เด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกจับมือหันไปมองมารดาของตัวเองด้วยแววตาเว้าวอนให้มาดูการแสดง จางหย่งถึงกับอ้าปากค้างในการเรียกลูกค้าของอาฟง เ้าเด็กนี่เพิ่งสองขวบเองนะ หากโตกว่านี้จะขนาดไหนกัน
ขณะที่ทั้งสามกำลังเรียกลูกค้าในแบบของตัวเอง สตรีผู้หนึ่งได้มาหยุดยืนมองดูพวกเขาจากระยะไกล ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อาฟู่ที่เห็นว่าผู้มาใหม่งดงามจับตา ก็ตรงเข้าไปเอ่ยถามขึ้นว่า
"พี่สาวคนสวยท่านนี้ ท่านมีคู่หมายหรือยังขอรับ เชิญทางนี้ก่อนนะขอรับ"
จางหย่งถึงกับอ้าปากค้างกว้างขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกกังวลความเ้าชู้ของลูกชายคนเล็ก แต่เมื่อได้ยินคำพูดของลูกชายคนรองเขายิ่งกังวลใจมากกว่า อย่าเพิ่งรีบมีภรรยากันนะลูกๆ แค่หาเงินซื้อข้าวยังลำบาก หากพวกเ้าแต่งงานั้แ่เด็ก พ่อจะหาสินสอดที่ไหนไปให้เขากัน เฮ้อ... เ้าลูกลิงทั้งสามเอ๊ย... จางหย่งได้แต่คิดในใจ