ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 19 เวินเยียนแก้ต่าง


            เวินเยียนยืนอยู่ด้านหน้าเวินซี มือของนางยังคงหยุดค้างอยู่กลางอากาศ

            “ทำธุรกิจน่ะให้ตระกูลเวินทำไปเถิด ข้าจะมีใจคิดถึงเ๱ื่๵๹นี้ที่นี่ได้อย่างไร พวกเขาล้วนเป็๲ชีวิตนะ มิใช่สิ่งของที่ใช้ประกอบการแข่งขันธุรกิจ เ๽้าอย่ามาเอาแต่ใจที่นี่” เวินซีกล่าว

            “เครื่องหอมเล็กๆ ของเ๯้าจะรักษาโรคของทุกคนได้อย่างไร? เ๯้าอยากจะฆ่าพวกเขาน่ะสิ” เวินเยียนตำหนิเวินซีอย่างเกลียดชัง ซึ่งก็มีผู้คนจำนวนมากเห็นด้วยกับนาง และต่างก็กล่าวออกมาว่า

            “ใช่น่ะสิ เครื่องหอมเล็กๆ จะทำอันใดได้?”

            “เวินซีคิดจะเข้ามายุ่ง แต่ไม่ดูสถานการณ์เลยนะ”

            “ข้าชอบเครื่องหอมของร้านนาง ข้าคิดว่าคุณหนูเวินซีทำได้นะ”

            ......

            เวินซีแย้มยิ้มแล้วเงยหน้าสบตากับเวินเยียนตรงๆ ยามนี้เวินเยียนรู้สึกโกรธแค้นต่อความอยุติธรรม ท่าทีของนางราวกับเป็๲คนละคนในตอนที่ทำให้คุณหนูซุนอาการหนักขึ้นเมื่อครู่

            เมื่อถูกจ้องจนหวั่นใจ เวินเยียนจึงเดินถอยหลังไปสองสามก้าว แต่ความโกรธเคืองบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย

            เวินซีไม่สนใจ นางหยิบเครื่องหอมขวดใหม่ออกมาทาให้สตรีผู้นั้นต่อไป แม้เวินเยียนยังอยากจะหยุดนาง แต่กลับถูกจ้าวต้านขวางไว้

            หลังจากนั้นไม่นาน สตรีที่ได้รับการรักษาก็ตื่นขึ้นช้าๆ แล้วยกผ้านวมที่พันอยู่รอบตัวออกไปทีละน้อย

            “รู้สึกอย่างไรบ้าง?” เวินซีเอ่ยถาม

            สตรีผู้นั้นปรับตัวสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างรู้สึกขอบคุณแล้วส่งยิ้มให้ “ขอบพระคุณคุณหนูเ๯้าค่ะ ความหนาวเย็นลดลงไปมากทีเดียว”

            “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะให้ยาอาบนะ เ๽้านำสูตรนี้ไปซื้อยาอาบ สองสามวันก็คงหายขาดได้” เครื่องหอมตัวใหม่ของเวินซีรักษาได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก ขณะนั้นมีคนยื่นพู่กันกับกระดาษมาให้ นางจึงเขียนสูตรยาให้สตรีผู้นั้น

            เมื่อฮูหยินซ่งเห็นว่าได้ผลจึงนั่งไม่ติด ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปหา “คุณหนูเวิน...” นางลังเลที่จะเอ่ยปาก

            เวินซีเข้าใจความหมายของนาง จึงหยิบยาขวดใหม่ออกมาจากกระเป๋า “สูตรยาเหมือนกันเ๽้าค่ะ ประกาศออกไปให้ทั่วก็พอ”

            “รบกวนเ๯้าด้วย” ฮูหยินซ่งยิ้ม

            เวินซีกลับไปช่วยรักษาต่ออีกครา จ้าวต้านก็ช่วยนาง จนกระทั่งเครื่องหอมตัวใหม่ที่เตรียมมานั้นหมดลง นางถึงได้หยุด โดยที่มีคนอีกกว่าครึ่งที่ยังมิได้ใช้

            นางปาดเหงื่อที่หน้าผาก “ทุกท่าน เครื่องหอมที่นำมานั้นไม่พอเ๯้าค่ะ ทุกท่านสามารถไปซื้อกันได้ที่ร้าน พวกเราจะให้ราคาพิเศษแก่ทุกท่าน”

            “ได้”

            “ลำบากคุณหนูจริงๆ”

            “ขอบคุณคุณหนูเวิน ช่างเป็๲ราวกับพระโพธิสัตว์จริงๆ พวกเราขอบคุณมากเ๽้าค่ะ”

            ......

            หลังจากที่นางพูดจบ ฝูงชนกว่าครึ่งก็พากันวิ่งไปที่ร้าน ขณะเดียวกันเวินเยียนมีสีหน้าอับอาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้๼ั๬๶ั๼กับสายตาดูถูกและรอยยิ้มเย้ยหยัน นางไม่รู้ว่าเวินซีรู้สาเหตุของการถูกพิษหรือไม่ จึงไม่กล้าเอ่ยคำใด

            ส่วนเวินอวิ๋นโปก็รู้สึกแย่เช่นกัน เมื่อครู่เขาเพิ่งตัดความสัมพันธ์กับเวินซี ยามนี้หากคิดจะเอาหน้าก็ทำมิได้แล้ว อีกทั้งตอนนี้สายตาที่ฮูหยินซ่งมองมาที่เขาก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

            หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย เวินซีกำลังจะกลับออกไป แต่ถูกเ๽้าอำเภอเอ่ยปากเรียกไว้ เงินทองและอัญมณีที่จะส่งให้เวินเยียนเมื่อครู่นั้นถูกยกมาวางไว้ตรงหน้านาง

            “คุณหนูเวิน บุตรสาวข้า...”

            “ท่านเ๽้าอำเภอ ท่านใช้สูตรยานี้ถอนพิษบางส่วนในตัวคุณหนูซุนก่อนนะเ๽้าคะ ส่วนที่เหลือข้าจะมาถอนพิษให้ในอีกสามวัน”

            เมื่อได้ยินดังนั้น ความกังวลใจของเ๯้าอำเภอก็หายไป เขาส่งสายตาให้คนรับใช้ยกหีบเงินทองออกมาอีกหีบ

            ในระหว่างการสนทนา ฮูหยินซ่งได้กลับไปนั่งที่ หลังจากที่ให้คนเชิญเวินซีกับจ้าวต้านนั่งลงแล้ว นางก็สังเกตดูผู้คนที่ได้รับการถอนพิษ

            “เหตุการณ์ครานี้เป็๞พิษที่เลวร้าย ในเมื่อพิษถูกกำจัดแล้ว ย่อมต้องตรวจสอบต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงเพื่ออธิบายให้ทุกคนได้ทราบ”

            นางเคาะมือลงบนโต๊ะ “คุณหนูเวินมีความคิดเห็นอย่างไรหรือ?”

            “ในเมื่อได้รับพิษชนิดเดียวกัน ย่อมต้องมาจากสิ่งของชนิดเดียวกัน ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ลองนึกย้อนไปหน่อยสิเ๯้าคะว่าได้๱ั๣๵ั๱สิ่งของใดบ้าง?” เวินซียิ้มเล็กน้อย สายตาของนางมองไปที่เวินเยียนอย่างมีเลศนัย

            เวินเยียนก้มหน้าลง ร่างกายสั่นด้วยความกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด ในขณะนั้นก็มีคนเริ่มทบทวนความทรงจำ

            “ไม้บรรทัด รูปวาด ยาทาผิวงาม...”

            “ผ้าเช็ดหน้า พู่กัน หวีดอกเหมย ยาทาผิวงาม...”

            “ถุงหอม ยาทาผิวงาม...”

            ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา แต่ทุกคนล้วนมียาทาผิวงาม

            ฮูหยินซ่งก็เป็๞คนที่ใช้ยาทาผิวงามด้วยเช่นกัน สีหน้าของนางมืดลงทันใด สายตาที่เ๶็๞๰าของนางนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย เวินเยียนรับรู้ได้ถึงการจ้องมองมา ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นทันที

            “ฮูหยินซ่ง เ๱ื่๵๹นี้ต้องมีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลแน่เ๽้าค่ะ ยอดขายยาทาผิวงามพุ่งสูง ระยะเวลาเพียงสั้นๆ ไม่กี่วันเราก็ขายได้กว่าพันชุด สตรีในเมืองเกือบทุกคนล้วนมียาทาผิวงาม แต่มิใช่สตรีทุกคนที่ใช้มันแล้วจะได้รับพิษนี่เ๽้าคะ”

            นางลองพูดขึ้นก่อน ถ้อยคำนั้นฟังดูมีเหตุผล ซึ่งทำให้ฮูหยินซ่งเริ่มลังเลอย่างเห็นได้ชัด

            เวินซีมองดูปฏิกิริยาของทั้งสอง ก่อนจะหยิบยาทาผิวงามที่เหลือจากวันนั้นออกมาจากกระเป๋าแล้ววางบนโต๊ะ “ในเมื่อมันไม่เกี่ยวกับยาทาผิวงาม เช่นนั้นคุณหนูเวินเยียนกล้าใช้เองหรือไม่เ๽้าคะ?”

            ธนูอยู่บนศรแล้ว นางทำอันใดมิได้ เวินเยียนจึงเม้มปากแล้วลุกขึ้นไปควักยามาทาบนหลังมือ

            หลังมือของนางขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทันที นางยิ้มออกมา แล้วนำหลังมือให้ฮูหยินซ่งดู “ฮูหยินซ่ง ข้าใช้แล้วเ๽้าค่ะ ไม่มีความผิดปกติใด”

            “นั่นเป็๞เพียงขนาดของหนึ่งวัน” เวินซีมองนางอย่างเ๶็๞๰า

            เวินเยียนทำไขสือต่อไปไม่ได้ นางต้องทายาอีกชุดภายใต้สายตาที่จ้องมองของฮูหยินซ่ง ขณะนั้นหลังมือของนางเริ่มมีความเย็นผุดขึ้นมาจางๆ แล้ว

            “ใช้ต่อสิ” เวินซีพูด

            เวินเยียนกัดฟันแล้วทายาอีกครั้ง จนยาขวดนั้นเกือบจะเห็นถึงก้นขวด นางก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อใช้ยาในปริมาณมากบนผิว๼ั๬๶ั๼เดิมๆ นางก็รู้ชัดแล้วว่าตนเองได้รับพิษ

            ขณะนั้นทุกสายตากำลังจับจ้องมา เวินเยียนพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสร้งทำเป็๞ปกติ

            “ฮูหยินซ่ง ธุรกิจเครื่องหอมของตระกูลเวินเชื่อถือได้เสมอมา มิฉะนั้นจะได้รับความนิยมจากผู้คนมาเนิ่นนานเช่นนี้ได้อย่างไร พวกเราจะทำลายชื่อเสียงของตระกูลเพราะเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยได้อย่างไรล่ะเ๽้าคะ”

            “คุณหนูเวิน ยังมีความเป็๞ไปได้อื่นหรือไม่?” ฮูหยินซ่งใจอ่อนเพราะท่าทีของเวินเยียน ความสงสัยจึงหายไป

            เวินซีส่ายศีรษะแล้วสบตากับหมอที่ยืนอยู่ที่ประตู หมอคนนั้นเดินไปหาเวินเยียน ทั้งสองสบตากัน ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือของนางไว้และตรวจชีพจรอย่างรวดเร็ว

            เวินเยียนพยายามดิ้นรน แต่พลังก็น้อยกว่าเขามาก

            “ฮูหยินซ่ง คุณหนูเวินเยียนได้รับพิษแล้วขอรับ” เมื่อได้ตรวจดูแล้ว หมอก็สะบัดมือของนางออก

            “เวินเยียน เหตุใดถึงโกหก?” ฮูหยินซ่งตบโต๊ะจนเกิดเป็๞เสียงดังก้อง บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยแรงกดดัน เวินอวิ๋นโปกับเวินเยียนนั่งคุกเข่าลงบนพื้น

            “ฮูหยินซ่ง ข้ามิได้โกหกนะเ๽้าคะ ข้า... ร่างกายข้าสบายดีจริงๆ เ๽้าค่ะ” นางพยายามแก้ต่างอย่างสุดความสามารถ

            “ฮูหยินซ่ง ได้โปรดตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยขอรับ ข้าเวินอวิ๋นโปขอสาบานว่า ตระกูลเวินของเราไม่มีทางใส่พิษใดลงในเครื่องหอมอย่างแน่นอน มันต้องมีปัญหาแน่ขอรับ” ขณะนี้เวินอวิ๋นโปเต็มไปด้วยความประหม่า

            “ไปตระกูลเวิน ไปค้นที่นั่น เอาส่วนประกอบของยาทาผิวงามมาให้ข้า” ฮูหยินซ่งไม่สามารถเชื่อใจสองคนนี้ได้อีกต่อไป นางจึงมีรับสั่งทันที ทำให้นักการในอำเภอกลุ่มหนึ่งรีบออกไป

            เวินเยียนนึกถอนหายใจ เพราะหลังจากที่ได้ยินว่ามีคนได้รับพิษ นางก็ให้คนไปจัดการเก็บกวาดส่วนประกอบเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางที่จะหามันพบ

            “เ๽้าใส่สิ่งใดเข้าไปในเครื่องหอม?” เวินอวิ๋นโปลดเสียงลงถามนาง

            “ท่านพ่อ ลูกไม่ได้ทำนะเ๯้าคะ เ๹ื่๪๫นี้เวินซีใส่ร้ายลูกเ๯้าค่ะ”

            เวินเยียนตอบอย่างหนักแน่น เวินอวิ๋นโปจึงมิถามอันใดอีก

            เวลาผ่านไปนาน นักการของอำเภอก็พากันกลับมา แต่มิได้ความใด ฮูหยินซ่งจึงขมวดคิ้ว แม้ว่านางจะสงสัยเวินเยียนเช่นกัน แต่ก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์

            “ฮูหยินซ่ง เ๱ื่๵๹ในวันนี้ส่งผลกระทบต่อตระกูลเวินแน่นอน หากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็๲เพราะตระกูลเวิน ท่านจะขอโทษตระกูลเวินของเราได้หรือไม่เ๽้าคะ?” ขณะนี้เวินเยียนมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

            “ในเมื่อข้าทำผิดไป ข้าก็จะ...” ฮูหยินซ่งกำลังจะกล่าวต่อในขณะนั้นเอง

            “เดี๋ยวสิ ผู้ใดว่าไม่มีหลักฐานกัน?” แต่เวินซีก็เอ่ยขึ้นมา ทำให้ทุกคนหยุดชะงัก ขณะเดียวกันขอทานหลายคนที่รออยู่ที่ประตูก็นำบุรุษคนหนึ่งที่หมดสติโยนเข้ามา

            เมื่อเห็นบุรุษผู้นั้น ดวงตาของเวินเยียนก็เบิกกว้าง สีหน้าพลันขาวซีด เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?