“ท่านทูตผมขอยืมแหวนแต่งงานของท่านหน่อยเพราะท่านหญิงจะได้มั่นใจว่าท่านเป็คนส่งผมไป”
ท่านทูตรีบถอดแหวนแต่งงานมอบให้กับอัสนีทันทีไม่นาน รองผอ.เกรียงก็เข้ามาพร้อมกับกระถางธูป 1 ดอก
“ ในทางการแพทย์ หรือทางความเชื่อของศาสนา ยังไม่เคยมีใครสามารถเข้าไปในความฝันได้เลย คุณหมอแน่ใจนะครับ ว่าเข้าไปได้” ผอ.อีริคเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เื่นี้ผมก็เพิ่งจะทดลองทำเป็ครั้งแรกเหมือนกัน เพียงแค่ระยะเวลา 1 ก้านธูป
ผมจะต้องนำพาท่านหญิงกลับมาให้ได้มิเช่นนั้นแล้ว แม้แต่ตัวผมเอง ก็อาจจะไม่ได้กลับมาบนโลกนี้อีกก็ได้”
อัสนีเอ่ยไปตามตรงทำให้ทุกๆ คนต่างใกับคำตอบนี้
“คุณหมอเื่นี้มันเสี่ยงเกินไป ก็อย่าทำเลยครับผมไม่อยากใครต้องมาเป็อันตรายเช่นนี้ เอลม่าเองก็คงไม่เห็นด้วยเช่นกัน” ท่านทูตสวิสเอ่ยเสียงเครียด
“ แม้นความเป็ไปได้จะมีเพียงแค่10 % ผมก็พร้อมที่จะเสี่ยง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็ใคร ผมก็จะช่วยเหมือนกันครับ จุดธูปได้เลย”
อัสนีเอ่ยจบก็นั่งลงข้างๆ เตียงของท่านหญิงเอลม่า แล้ววางแหวนแต่งงานในมือของท่านหญิงแล้วเอามือตนเองจับมือของท่านหญิงเอลม่า แล้วรวบรวมสมาธิ
ตั้งจิตแน่วแน่ท่องคาถาเข้าฝัน ทันที
“ ด้วยอำนาจแห่งพญามัจจุราชผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกิญญาทั้งเก้าภพภูมิ แปดทิศสี่มหาสมุทร จงนำพาดวงจิตของข้าไปสู่ความฝันของท่านหญิงเอลม่าณ บัดนี้”
อัสนีกล่าววาจาไปเพียงครั้งเดียวดวงจิตของเขา ก็ค่อยๆ ลอยออกจากร่างเข้าสู่ห้วงฝันของ ท่านหญิงเอลม่าทันที
ในห้วงแห่งความฝันของท่านหญิงเอลม่า กลับพบว่า มันคือ โลกแห่งาแห่งอนาคต ประเทศมหาอำนาจใช้อาวุธมหาประลัยนิวเคลียร์ะเิเข้าใส่กันทำลายล้างโลกไปกว่าครึ่งเหลือแค่เพียงไม่มีประเทศเท่านั้นที่ยังคงอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือ ประเทศไทยซึ่งพวกเขาต่างเห็นตรงกันว่า แม้นต้องตายกันไปข้าง แต่พวกเขายังต้องอาศัยประเทศที่เป็แหล่งผลิตอาหารของโลกให้เหลืออยู่ต่อไป
แต่ในสภาพความเป็จริงประเทศไทย ก็โดนนิวเคลียร์ถล่มไปจนด้ามขวานไม่มีเหลือแล้ว ส่วนท่านหญิงตอนนี้เป็อาสาสมัครพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้าเ็
ในประเทศไทย โดยที่ท่านหญิงเอลม่านั้นมีความรู้สึกเป็ห่วงเด็กๆ และ เหล่าคนเจ็บในาโลกครั้งที่สามจนถึงกับลืมไปว่า ที่นี่คือความฝัน
“ สวัสดีครับท่านหญิงเอลม่า” อัสนีมายืนอยู่ต่อหน้าของท่านหญิงเอลม่า ที่กำลังช่วยหมอกำลังตัดขาของ คนเจ็บคนหนึ่งที่ถูกอาวุธปืนยิง ขาแทบจะขาด
“ คุณเป็ใครรู้จักชื่อฉันได้ไง”
“ท่านทูตลูคัสให้ผมมาตามท่านหญิงกลับบ้าน”
“ ฉันไม่กลับสถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่สงบ เลย เห็นไหม ฉันต้องช่วยคนก่อน”
อัสนีไม่ตอบอะไรเห็นแพทย์สนาม ถือเลื่อยไฟฟ้า กำลังจะตัดขาของคนเจ็บ
“ หยุดก่อนผมจะรักษาเขาเอง”
อัสนีเอ่ยจบแพทย์สนามก็กำลังจะอ้าปากแย้ง เขาก็เดินเข้ามา แล้วจับขาของคนเจ็บแล้วใช้มือจับขาที่ขาดต่อกัน แล้ว เอ่ยออกไปว่า
“ จงหายดี”
ขาของคนไข้ก็กลับมาเป็ปกติ ได้ดั่งเดิม ราวปาฏิหารย์
“เป็ไปได้ยังไง” ทุกๆคนหันมามองหน้าอัสนีราวกับเห็นผี
“ ท่านหญิงครับหากผมช่วยรักษาคนป่วยทั้งหมดนี่ได้ ท่านหญิงจะกลับบ้านไปหาท่านทูตลูคัส กับผมได้ไหมครับ”
“ อะไรนะจะรักษาคนป่วยที่นี่ทั้งหมด คุณคิดว่าคุณเป็พระเ้าหรือไง” แพทย์สนามและพยาบาลคนอื่นๆ ต่างก็มองหน้า อัสนีด้วยสายตาที่ดูถูก
“ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าลูคัสส่งคุณมา”
อัสนีมอบแหวนแต่งงานให้ดู
“ ก็ได้หากคุณช่วยรักษาคนป่วยที่นี่ได้ทั้งหมด งานของฉันก็ไม่มีอีกแล้ว”
“คนป่วยที่นี่มีอาการแตกต่างกัน การรักษาแต่ละคนให้หายทันที มีแต่เพียงพระเ้าเท่านั้นที่ทำได้คุณเป็ใครกัน ถึงได้กล้าพูดแบบนี้ คนไข้ในโรงพยาบาลสนามนี้มีไม่ต่ำกว่า 500 คนนะ”
แพทย์สนามยังไม่เชื่อว่าอัสนีจะทำได้
“ ก็ลองดู”
ในห้วงแห่งความฝันนี้มันไม่ใช่ความฝันของเขา แต่ว่า เขามีพลังจากพญามัจจุราช จักรพรรดิแห่งโลกิญญาดังนั้น เขาจึงมีพลังเหนือใครในโลกแห่งความฝันนี้
“ ขอถังน้ำถัง 200สักสองร้อยลิตรมาให้ผมสักถังหนึ่ง”
ไม่นานก็มีเ้าหน้าที่แบกถังน้ำมาวางต่อหน้าเขา
อัสนีเริ่มเอ่ยวาจาทันทีว่า
“ด้วยพลังแห่งจิตมัจจุราช จักรพรรดิแห่งโลกิญญาขอให้น้ำในถังนี้จงกลายเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาอาการของโรคร้ายอาการาเ็ ให้หายขาดได้ทันที”
อัสนีปล่อยพลังจิตมัจจุราชลงไปในน้ำพลันน้ำก็พุ่งขึ้นกลางอากาศราวกับน้ำพุ่ง
“ จงไปรักษาผู้คนให้หายกลับมาเป็ปกติกันทุกคน ณ บัดนี้”
สายน้ำพุพุ่งออกไปทั่วทิศทางราวกับน้ำฝน ััร่างกายของคนไข้ทั้งหมดแล้วปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้น คนไข้พลันหายกลับมาเป็ปกติได้ทั้งหมด
ทำให้ทุกๆคนต่างยินดีกันยิ่งนัก
“ คุณ เป็ใคร ทำแบบนี้ได้ยังไง” ท่านหญิงเอลม่า เอ่ยอย่างใ
“ ผมชื่ออัสนี ผมเป็หมอ คราวนี้ท่านหญิงคงไม่ผิดคำสัญญานะครับ” อัสนียืนมือให้ ท่านหญิงเอลม่าจับท่านหญิงกำลังจะจับมือเขา แต่ทันใดนั้นเอง แพทย์สนามคนนั้นก็ดึงมือของท่านหญิงเอลม่าไป
“ ท่านหญิงจะทิ้งผมไปแบบนี้ได้ยังไง ลืมความสัมพันธ์ของเราแล้วหรือ?”
“ มาโคพวกเราทำผิดมากแล้ว ฉันต้องกลับไปหาสามีและลูกของฉัน”
“ ไม่ผมจะไม่ยอมให้คุณจากผมไป ใครคิดพรากคุณไปจากผม มันต้องตาย”
มาโคหันมามองหน้าอัสนี แล้วยกมือขึ้นมา พลังงานบางอย่างก็กระแทกใส่ร่างของอัสนีจนปลิวลิ่วกระเด็นไปไกล
“ไอ้บ้านี่เป็ใครกันวะ” อัสนีขมวดคิ้วสงสัย แต่ไม่ทันได้คำตอบร่างของมาโคก็วาร์ปเข้ามาแล้วต่อยหมัดใส่หน้าเขาอย่างรวดเร็ว แต่ว่าถูกอัสนีจับเอาไว้ได้ แล้วศอกกระแทกใส่หน้าของมันจนหน้าสั่น เืออกปากจมูก
“ ที่นี่คือโลกของข้ามนุษย์อย่างเ้า ไม่มีวันทำอะไรข้าได้” มาโก เอ่ยจบ ก็ค่อยะเิพลังของตนออกมาร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็สองเท่าของมนุษย์ตัวของมันเป็สีเขียวข้างหลังของมันมีปีกสีดำปรากฏขึ้นมา ใบหน้าของมันหายจากาแศอก หูของมันแหลมแล้วยาวขึ้นหัวของมันมีเขางอกออกมาสองเขา
มีเขี้ยวเล็กๆขึ้นมาสองซี่
“ นี่แกคือ อินคิวบัสปีศาจแห่งความฝันหรือเนี่ย”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเ้ามนุษย์นี่ไม่ใช่คนโง่ รู้จักข้าเสียด้วย ในความฝันนี้ข้าเป็คนสร้างขึ้นแอลม่า คือคนที่ข้า้าอยู่ด้วย ใครกล้าบังอาจยุ่งเกี่ยวกับนางต้องตายสถานเดียว”
อินคิวบัสมาโกวาร์ปร่างเข้ามาอีกครั้ง แล้วทุบร่างของอัสนีด้วยท่อนแขนอันใหญ่โตแต่ว่าอัสนีกลับไม่ถอย แต่พุ่งเข้าใส่มันด้วยความไวเหนือแสง แล้วต่อยเตะใส่อินคิวบัสมาโกอันใหญ่โต ราวกับกระสอบทราย มันถูกต่อยขึ้นไปบนอากาศ ร่างของอัสนีก็วาร์ปขึ้นไปต่อยจนร่วงไปอีกทาง แต่ยังถูกเขาต่อยกลับไปกลับมา จนหมัดสุดท้ายต่อยใส่กลางลำตัว จนร่างจมดินไป ถึงสามสี่เมตร
อินคิวบัสมาโก ไม่ตายมันตบพื้นดินด้วยความโมโหยิ่งนัก
“ แกเป็ใครกันแน่วะ”
“ ฉันเป็หมอชื่อ อัสนี”
“แก...แกต้องตาย” อินคิวบัสมาโกยกมือขึ้นฟ้า บรรยากาศในห้วงแห่งความฝันแปรเปลี่ยน กลายเป็ทะเลเพลิงเข้าโอบล้อมใส่ ร่างของอัสนีที่ยังคงยืนนิ่งอยู่
“โลกแห่งความฝันเป็ของข้า มนุษย์อย่างเ้า ไม่มีทางสู้ข้าได้หรอก ฮ่า ฮ่า ตายไปซะ”
คลื่นแห่งไฟไหลทะลักเข้าหา อัสนีรอบทิศ แต่เปลวไฟเหล่านี้หาได้ทำอะไรอัสนีได้ไหม่ เขาเดินผ่านไปอย่างช้าๆแล้วมายืนต่อหน้าของ อินคิวบัสมาโก
“ นี่แกไม่เป็อะไรเลย?”
“ เ้าปีศาจเ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ ข้าขอใช้พลังพญามัจจุราช จักรพรริแห่งโลกิญญาขอสังหารเ้า ด้วยเปลวไฟมัจจุราชโลกันต์ดวงนี้”
เปลวไฟพุ่งออกมาจากดวงตามัจจุราชของเขาพุ่งเข้ากระแทกใส่อินคิวบัสที่ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรถูกเปลวไฟโลกันต์เผาจนร่างไหม้กลายเป็ผุยผง
“ ไปกันได้แล้ว”อัสนีจับมือของท่านหญิงเอลม่า แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ด้วยพลังแห่งพญามัจจุราช จักรพรรดิแห่งโลกิญญา เหนือเก้าพิภพ แปดทิศ สี่มหาสมุทรจงพาข้ากลับไปยังโลกมนุษย์ณ บัดนี้”
ธูปที่จุดเอาไว้ในห้องดับหมดพอดีทุกคนต่างตกตะลึง มองสองคนอย่างเศร้าใจ
ผอ.อีริคเข้ามาจับชีพจรของ หมออัสนี แต่ทันใดนั้นเอง
อัสนีก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับ ท่านหญิงเอลม่าด้วย
“ ผมยังไม่ตายครับ”อัสนีเป่าปากโล่งใจ ยิ้มให้กับ ท่านหญิงเอลม่าที่มองเห็นท่านทูติก็ลุกนั่งแล้วโผกอดสามีของตนเองอย่างแแ่
อัสนีลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านข้าง
“คุณหมอทำได้ยังไงครับเนี่ย” รองผอ.เกรียงเอ่ยอย่างยินดีสงสัย
“ ครองกายบริสุทธิ์ใจบริสุทธิ์ ก็สามารถฝึกฝนการเชื่อมจิตได้แบบผม”
“ โอ้ แค่ข้อแรกผมก็ไม่ผ่านแล้ว” รองผอ.เกรียงเอ่ยอย่างรู้ตัว
“คุณหมอนี่เยี่ยมจริงๆ สามารถรักษาโรคยากๆ แบบนี้ก็ได้” ผอ.อีริคกล่าวชมอย่างจริงใจ
“พวกเราสองคนก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยภรรยาของผม โดยเฉพาะคุณหมออัสนีผมขอมอบบัตรเงินสด 50 ล้านบาทให้กับคุณหมอเป็การตอบแทน”
“ ไม่ต้องหรอกครับนี่มันคือหน้าที่หมออยู่แล้ว” อัสนีปฏิเสธไม่รับ แล้วก็เดินออกจากห้องไป แต่ท่านหญิงก็รีบเดินมาหาแล้วขอคุยเป็การส่วนตัว
“เื่ในความฝันนั่น ฉันขอให้คุณหมอได้โปรดเก็บไว้เป็ความลับด้วยนะคะ”
“ ไม่ต้องห่วงครับผมไม่เอาความลับของคนไข้เปิดเผยต่อผู้อื่นเป็อันขาดนี่คือจรรยาบรรณแพทย์ทุกคนครับ”
“ ขอบคุณค่ะ”
ภารกิจช่วยท่านหญิงเอลซ่าสำเร็จ อัพเกรดพลังดวงตามัจจุราชอยู่ในระดับที่สอง
อัสนีกระพริบตา ถี่ๆ ภาพของพยาบาลที่เดินผ่านหน้าเขาไปเสื้อผ้าก็หายวับไปเหลือแค่ร่างกายเดินโทงๆ ผ่านหน้าเขาไป
“ โอ้ นี่มันเห็นชัดขนาดนี้เลยหรือเนี่ย?”อัสนีตอนนี้มองไปทางไหน แต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่ไม่มีเสื้อผ้าปิดกายกันทั้งนั้นยิ่งดูๆ ไป ก็ยิ่งปลงสังขาร เพราะไม่ใช่มีแค่ผู้หญิงที่หุ่นดีสวยงามแต่เขาต้องเห็นหญิงชรา ตาเฒ่าที่ผ่านหน้าเขาไปเช่นเดียวกัน จนเขาต้องหลับตา รีบฝึกฝนทักษะควบคุมดวงตามัจจุราชระดับสองอย่างเร่งด่วนมิเช่นนั้นดวงตามัจจุราชของเขาคงได้เสื่อมลงเป็แน่..............