ในห้องโถงร้างของสำนักหมอกควันเมฆาที่ถูกทิ้งไว้เื้ั หลี่ มู่ไป๋ ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสายฟ้า ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยการคำนวณที่เ็าที่สุด
เขาเพิ่งจะถอดรหัสข้อความจากยันต์ที่ถูกทำลายทิ้งไป และได้รู้ว่า เย่ อู่ฉาง เป็เพียงหมากตัวหนึ่ง และภัยคุกคามที่แท้จริงคือ ปรมาจารย์เทียนิ ระดับแยกิญญา/มหายาน ผู้ซึ่งเป็รากฐานอำนาจของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
"การหลบซ่อนมีโอกาสรอดน้อยกว่า 1%... การเผชิญหน้าในขณะที่ยังอ่อนแอมีโอกาสรอด 0.5%... ทางเลือกเดียวที่มีโอกาสเพิ่มพลังให้ถึงระดับที่สามารถต้านทานได้ คือการมุ่งหน้าสู่แหล่งทรัพยากรที่ใหญ่ที่สุด" มู่ไป๋วิเคราะห์ด้วยตรรกะที่ไร้ความรู้สึก
เขาหันไปหา เสวี่ย ลั่ว ซึ่งกำลังเก็บสัมภาระและโอสถที่เหลืออยู่ของพวกเขา
"เตรียมตัว เสวี่ย ลั่ว" เสียงของเขาเรียบและดังกังวาน "เรากำลังมุ่งหน้าสู่ นครหลวง"
เสวี่ย ลั่ว ชะงักมือ เธอยื่นยาและยันต์ที่รวบรวมได้ทั้งหมดให้เขา "นครหลวงคือใจกลางอำนาจของตระกูลใหญ่... เป็จุดที่ปรมาจารย์เทียนิมีอิทธิพลสูงสุดไม่ใช่หรือคะ?"
"ถูกต้อง" มู่ไป๋ตอบ "แต่ก็เป็ที่เดียวที่มี วิชาบ่มเพาะขั้นสูง ที่ข้า้า และ ข้อมูล เกี่ยวกับวิชาที่เป็จุดอ่อนของปรมาจารย์ระดับนั้น ถ้าข้าไม่เพิ่มพลังอย่างก้าวะโ ข้าจะไม่มีทางมีชีวิตรอดเกินกว่าหนึ่งเดือน"
การผูกมัดเพื่อความอยู่รอดก่อนออกเดินทาง มู่ไป๋มองสำรวจเสวี่ย ลั่ว อย่างละเอียด เธอคือ ทรัพยากร ที่มีค่าที่ต้องได้รับการดูแลรักษา
"ในระหว่างการเดินทาง เ้าต้องบ่มเพาะอย่างเต็มที่" มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "ข้าจะไม่ปกป้องเ้าจากภัยคุกคามทั่วไป แต่จะช่วยให้เ้าเพิ่มระดับการบ่มเพาะให้เร็วที่สุด"
เขาหยิบโอสถที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของเขาออกมาเม็ดหนึ่ง ซึ่งเป็โอสถที่ช่วยเสริมรากฐานการบ่มเพาะ และมอบให้เธอ
"กลืนมันเข้าไป"
เสวี่ย ลั่ว ไม่ได้ถามไถ่ เธอกลืนโอสถลงไปทันที ในสายตาของเธอ การติดตามหลี่ มู่ไป๋ ไม่ใช่เื่ของความภักดี แต่คือ โอกาส ที่ดีที่สุดในการบ่มเพาะของตัวเธอเอง และเป็ หน้าที่ ที่เธอต้องตอบแทนชีวิตที่เขาช่วยไว้
การใช้พลังอัสนีเพื่อเร่งความเร็วการเดินทางสู่นครหลวงกินเวลาหลายวัน แต่สำหรับหลี่ มู่ไป๋ มันคือการทดสอบ เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายอัสนี อย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่เคลื่อนที่ผ่านป่าทึบและูเา มู่ไป๋ใช้พลัง แก่นทองคำแห่งอัสนี ของเขาอย่างระมัดระวัง เขาไม่ใช้พลังทำลายล้าง แต่ใช้ ความเร็วบริสุทธิ์ ที่เกิดจากสายฟ้าเพื่อนำพาตัวเองและเสวี่ย ลั่ว ไปข้างหน้า
ตู้ม!
เสียงที่คล้ายฟ้าร้องแ่เบาจะดังขึ้นทุกครั้งที่เขาเคลื่อนที่พุ่งไปข้างหน้า เสวี่ย ลั่ว ต้องใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีเพื่อรักษาความสมดุลและตามเขาให้ทัน การเดินทางที่โหดร้ายนี้บีบให้เธอต้องใช้พลังปราณอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับการบ่มเพาะของเธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเฝ้าระวังที่ไร้การหยุดพักมู่ไป๋รู้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้หลุดพ้นจากสายตาของปรมาจารย์เทียนิ เขาจึงหยุดพักเพียง่สั้นๆ ในยามค่ำคืน
ขณะที่เสวี่ย ลั่ว เข้าสู่สภาวะบ่มเพาะ มู่ไป๋จะใช้พลังของ แก่นทองคำ แผ่ปราณอัสนีที่ละเอียดอ่อนออกไปรอบตัวเป็ระยะทางหลายสิบลี้ เพื่อ เฝ้าระวัง และ วิเคราะห์ สภาพแวดล้อม
คืนนี้ มู่ไป๋สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของ ผู้ฝึกตนปริศนา สองคน ที่มีระดับพลังในขั้น ก่อตั้งรากฐาน พวกเขาติดตามเขามาตลอดั้แ่เขาออกจากสำนักหมอกควันเมฆา
"พวกมันอ่อนแอเกินไปที่จะเป็หมากของปรมาจารย์เทียนิ" มู่ไป๋คิด "แต่พวกมันมาจากสำนักอื่นที่้าค้นหาความลับของพลังสายฟ้าบริสุทธิ์... พวกมันเป็เพียงแมลงที่น่ารำคาญ"
มู่ไป๋ตัดสินใจที่จะ เพิกเฉย และปล่อยให้พวกนั้นติดตามไป เพราะการใช้พลังอัสนีที่รุนแรงเพื่อกำจัดพวกเขาจะดึงดูดความสนใจที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
การเดินทางสู่นครหลวงไม่ใช่การหนีรอด แต่เป็การเตรียมพร้อมสำหรับ า ที่กำลังจะมาถึง มู่ไป๋รู้ว่าการเข้าสู่เมืองหลวงคือการก้าวเข้าสู่ปากของเสือ แต่เขามั่นใจว่าเขาจะกลายเป็ พายุสายฟ้า ที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า.