“อ้อ” ฉินมู่หยาง
“เจ้ากลับไปพักเถอะดูเหมือนกองทัพของเจ้าจะกลับมาเกือบครบถ้วน” ฮ่องเต้
มีการรายงานว่าทหารได้กลับมาเกือบหมดทุกคนเพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นหลังจากเสบียงถูกส่งไปปรากฏว่ากองกำลังมีพลังสู้มากขึ้นและแม่ทัพฉินมู่หยางสามารถสังหารศัตรูได้ครั้งละหลายคนและสามารถตามรอยตัดหัวหัวหน้าโจรได้อย่างรวดเร็ว
แต่ที่กลับมาช้าเพราะต้องการขุดรากถอนโคนจัดการแม้แต่แม่ทัพของตงเป่ยที่บงการอยู่เบื้องหลังจนทำให้ตงเป่ยร่นทัพถอยไปก่อนที่จะเริ่มศึกได้อีกครั้ง
“พ่ะย่ะค่ะ” ฉินมู่หยาง
การกลับมาครั้งนี้ที่จริงควรมีการเลี้ยงฉลองชัยชนะแต่เป็นฉินมู่หยางที่ขอให้เลื่อนไปด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ทุกคนรู้กันดีอยู่
เมื่อมาถึงที่หน้าจวนเหล่าภรรยาก็มายืนรอรับยกเว้นหยวนเข่อชิงที่อ้างว่าไม่สบาย
“ท่านอ๋องยินดีต้อนรับกลับเพคะ” หลี่ลี่เฟินเป็นตัวแทนทำความเคารพ
ทั้งหมดย่อตัวลงแต่ฉินมู่หยางที่กำลังยืนนิ่งก็ไม่บอกให้ทุกคนลุกขึ้นทำให้ต้องย่อเข่าอยู่อย่างนั้นจนอนุเย่วเซล้มลงไปแล้วรีบกลับมานั่งคุกเข่า
“รู้ความผิดของพวกเจ้าหรือไม่” ฉินมู่หยาง
“เสิ่นเยี่ยไปตามพ่อบ้านหวางและเอาบัญชีมา” ฉินมู่หยาง
เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายกับภรรยาขายพ่วงเหล่านี้เหลือเกิน
เหตุเพราะมารดาต้องการให้เขาอับอายจึงแต่งสตรีที่ไม่มีคุณสมบัติอะไรนอกจากรูปร่างหน้าตาและเพราะเป็นลูกนอกสมรสจึงไม่ได้รับการอบรมอย่างลูกของภรรยาเอก
ซึ่งเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรแต่ที่รับไม่ได้คือผู้หญิงเหล่านี้ขาดยางอายและโง่เกินไปพวกนางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงและมองไม่เห็นผลที่ตามมาของการกระทำ
“ท่านอ๋อง” พ่อบ้านหวางที่หน้าซีดมารายงาน
“รายงานมาว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพระชายาของข้าจึงกลายเป็นอนุไปได้” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องพวกข้า” หลี่ลี่เฟิน
“ยังไม่ได้ให้ยืน” ฉินมู่หยาง
เขาติดนิสัยลงโทษทหารจึงลืมไปว่าพวกนางเป็นสตรีเพียงไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาทุกคนก็ล้มลงไปกองกันบนพื้น
“ตอนนั้นท่านอ๋องผลีผลามออกไป” พ่อบ้านหวาง
เขาเริ่มเล่าว่าหลังจากกงกงมาเชิญพระเสาวนีย์ของไทเฮาว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีแต่งครั้งนี้ชายารองหลี่และชายารองเจียงสั่งให้ปิดประตูหน้าไม่ต้อนรับแล้วให้อนุซุนกับอนุจื่อไปนำทางให้เกี้ยวเข้าด้านข้าง
โดยอ้างว่าหน้าจวนเกิดดินทรุดตัวไทเฮาจึงสั่งให้หยุดงานแต่งไปก่อนจึงให้เกี้ยวเจ้าสาวเข้ามาพักที่จวนก่อนแต่กลายเป็นว่าการเข้ามาครั้งนั้นทำให้หยวนเข่อชิงกลายเป็นอนุเพราะผิดหลักการแต่งงานของราชวงศ์
“คิดว่าความผิดนี้คืออะไร” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องตอนนั้นข้าเข้าใจเช่นนั้นเพราะไทเฮาที่เป็นตัวแทนพระองค์ไม่มาข้าจึงคิดว่ามีการยกเลิก” หลี่ลี่เฟิน
ปัง!ฉินมู่หยางตบโต๊ะด้วยความโกรธ
“ความผิดคือการขัดพระราชโองการโทษสถานเดียวคือประหาร!” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วยเรารู้เท่าไม่ถึงการ” หลี่ลี่เฟิน
“แล้วใครอ้างว่าข้าให้ปิดประตู” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องเป็นเพราะตอนนั้นข้าเข้าใจอย่างนั้น” เจียงถงเอ๋อ
“สมองมีปัญหาหรือ” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องนี่เป็นเรื่องเล็กน้อยอนุหยวนเองก็ไม่ได้โวยวายอะไร” หลี่ลี่เฟิน
“เจ้ายังกล้าเรียกนางว่าอนุอีกหรือ” ฉินมู่หยางพยายามข่มใจ
“เอ้อเช่นนั้นข้าควรจะเรียกว่าคุณหนูหยวน” หลี่ลี่เฟิน
“ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง” ฉินมู่หยาง
“พระชายาเพคะ!ข้าต้องเรียกนางว่าพระชายา” หลี่ลี่เฟินลนลาน
“จะเรียกนางว่าพระชายาได้อย่างไร!ในเมื่อนางไม่ได้เข้าประตูหน้าตามจารีต” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นเรียกนางว่าอนุไม่ถูกแล้วหรือเพคะ” หลี่ลี่เฟินเริ่มสับสน
“จะเรียกอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อนางได้รับสมรสพระราชทาน” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นก็เรียกนางว่าคุณหนูหยวน” เจียงถงเอ๋อ
“จะเป็นคุณหนูได้อย่างไรในเมื่อนางขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาอยู่ที่จวนข้า!” ฉินมู่หยาง
“พ่อบ้านหวางหลังจากที่หยวนเข่อชิงเข้ามาแล้วเป็นอย่างไร” ฉินมู่หยาง
พ่อบ้านหวางก็เล่าเรื่องที่เหล่าชายารองและอนุทั้งหกคนรวมถึงสาวใช้ที่รุมรังแกหยวนเข่อชิงทั้งยังริบเอาสินเดิมนางมาใช้แถมไม่ยอมให้เบี้ยหวัดจนทำให้สุขภาพของนางแย่ลง
จนถึงตอนที่นางถูกตีที่ศีรษะแล้วไม่มีลมหายใจแล้วแต่ทว่านางดวงแข็งจึงยังไม่ตายแต่ก็ยังคงถูกกลั่นแกล้งอยู่
“ท่านอ๋องเป็นเพราะนางมาหาเรื่องพวกเราก่อนนางหยาบคายและอวดดี” อนุเย่ว
“สถานะอย่างเจ้ายังกล้าพูดอีกหรือไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาบัญชีมา” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องข้าน้อยไม่เกี่ยวนะเพคะ” อนุจื่อรีบออกตัว
เพราะคนที่ถือบัญชีคือหลี่ลี่เฟินแต่เป็นเพราะนางทำบัญชีไม่เป็นจึงวานให้อนุจื่อที่เป็นลูกสาวพ่อค้าทำบัญชีให้ส่วนตัวเองมีหน้าที่เบิกเงินอย่างเดียว
และเพราะไม่กล้าขัดใจนางจึงต้องตบแต่งบัญชีตามที่หลี่ลี่เฟินสั่ง
“คิดว่าข้าไม่อยู่เลยไม่รู้อะไรเลยสินะเสิ่นเยี่ย!” ฉินมู่หยาง
“นี่ขอรับ” องครักษ์เสิ่นยื่นหนังสือหกฉบับให้ฉินมู่หยาง
“ความผิดของพวกเจ้านั้นสมควรตายแต่ข้าจะให้ทางเลือกรับเอาหนังสือหย่านี่ไปเสียดีๆ หรือจะยอมตายก็เลือกเอา” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องไม่นะเพคะหม่อมฉันไม่หย่า” หลี่ลี่เฟิน
“งั้นก็ตาย!” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องเราได้ชื่อว่าแต่งกับท่านแล้วหากเป็นหม้ายเพราะถูกหย่าจะใช้ชีวิตอย่างไร” อนุซุน
“เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าข้าไม่เคยแตะต้องพวกเจ้าหากพวกเจ้าต้องการข้าก็หาคนที่พร้อมจะแต่งกับพวกเจ้าเอาไว้แล้วอนุอี่คนรักของเจ้ายังรอคอยเจ้าอยู่หากเจ้าพร้อมจ้าจะเป็นเถ้าแก่ให้” ฉินมู่หยาง
เขาเริ่มนี่อี่เหมยนางเป็นคนเดียวที่อยู่อย่างสงบแต่ก็ต้องตามน้ำไปกับคนอื่นไม่เช่นนั้นไม่แน่ว่านางเองก็จะมีชะตากรรมเดียวกับหยวนเข่อชิง
“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ” อนุอี่เดินไปหยิบหนังสือมาอย่างดีใจ
“ว่าอย่างไรจะเข้ามารับเองหรือจะให้ข้าลากตัวพวกเจ้าไปส่งพร้อมหนังสือหย่าให้ถึงบ้าน” ฉินมู่หยาง
“แต่ว่าหากข้ากลับไป” หลี่ลี่เฟิน
“ท่านเจ้ากรมพิธีการคงลำบากหน่อยที่ต้องคืนเงินที่เจ้ายักยอกเอาไปคืนมาแล้วก็สินเดิมของหยวนเข่อชิงอีกครึ่งหนึ่งหนึ่งใครเอาไปต้องเอามาคืนให้เหมือนเดิม” ฉินมู่หยาง
“แต่ว่าบางส่วนอยู่ที่ไทเฮา” เจียงถงเอ๋อ
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปทวงคืนมาสิ” ฉินมู่หยาง
“หากทำอย่างนั้นหม่อมฉันไม่พ้นตายท่านอ๋องได้โปรดเห็นแก่ความเป็นสามีภรรยาช่วยหม่อมฉันด้วยเถอะนะเพคะ” เจียงถงเอ๋อ
“แม่ทัพเจียงที่ใช้ความเป็นสามีของข้ากับเจ้ารับประโยชน์ไปเท่าไหร่แล้วเจ้ายังจะกล้าขออีกหรือ” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นพวกข้าจะทำอย่างไรได้” หลี่ลี่เฟิน
“เจ้าก็ไปขอร้องหยวนเข่อชิงสิหากนางยอมก็ไม่มีปัญหา” ฉินมู่หยาง
“แล้วหากว่านางไม่ยอมล่ะเพคะ” เจียงถงเอ๋อ
“เจ้าก็รับผลกรรมของเจ้าไปสิมาหยิบหนังสือหย่าไปได้แล้วข้าอยากพักเสิ่นเยี่ยคอยดูพวกนางหากยังไม่ยอมรับก็จับไปโบยคนละยี่สิบไม้ก่อนแล้วลากพวกนางกลับบ้านแม่แล้วยื่นหนังสือหย่าให้พ่อของพวกนาง” ฉินมู่หยางสั่งเสร็จก็เดินเข้าจวนตัวเองไป
_____________
อีพี่เริ่มสะสางงานค้างแล้วนะ