บทที่ 24 ไม่มั่นใจ
“เดี๋ยวผมโทรไปหาพี่ชายแล้วกัน” ปลายฝนพูดขึ้นหลังจากปลงตกแล้ว แม้ว่าเขาจะอยากดื้อด้านแค่ไหน แต่ชีวิตหลังจากนี้ของเขามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกน่ะสิ ทางที่ดีไม่ควรจะสร้างเื่ให้ลำบากใจดีกว่า
หลังจากที่ลุงกบได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเขาก็ดีขึ้นมาก มีเพียงปลายฝนที่กำลังใช้ความคิดกับตนเองว่าจะหาคำพูดอะไรกับพี่ชายดี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้โทรหาอีกฝ่าย มือถือของเขาก็สั่นรัวๆ ความรู้สึกของเขาเหมือนกับถูกฟ้าที่กำลังพิโรธผ่าเข้าที่กลางหลัง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็ยุ่งยากในทันที
ชายวัยกลางคนลอบมอง เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคุณชายรองแบบนี้ ขนแขนของเขาก็ลุกชัน
“คะ คุณชายรอง...” ปลายฝนเงยหน้ามองคนที่เหมือนกับว่าถูกเขาพาลงนรกไปด้วย ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เป็การยืนยันความเข้าใจอีกฝ่ายว่า “ใช่ พี่ชายผมโทรมาแล้วล่ะ”
“พี่” ปลายฝนกดรับสายในที่สุด น้ำเสียงนั้นดูค่อนข้างร่าเริงเหมือนกับไม่ได้รู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปเลย
“อยู่ที่ไหน” คนอายุมากกว่าที่อยู่ปลายสายถามเสียงเรียบ น้ำเสียงนั้นบ่งบอกสีหน้าและอารมณ์ได้เป็อย่างดี ปลายฝนลอบเบะปากเล็กน้อยให้กับคนขี้หวง กระนั้นน้ำเสียงของปลายฝนก็ยังดูนุ่มนวลอย่างมาก
“ผมมาที่โรงพิมพ์”
“ทำไม” ต้นหนาวยังซักต่ออย่างอารมณ์ไม่ดี เมื่อเขาได้ยินเสียงของน้องชายที่ไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิดที่หนีเที่ยวไปเจอกับผู้ชายอื่นโดยไม่บอกเขา เขาก็อยากจะไปลากเ้าน้องชายตัวแสบนี้กลับมาให้เขาตีก้นสักทีสองทีให้หลาบจำ ครั้งต่อไปจะได้ไม่กล้าหนีเที่ยวอีก
“เป็ความลับครับ” ปลายฝนหัวเราะเสียงใส ไม่ได้ใส่ใจน้ำเสียงเหมือนกับ้าจะบีบคอคนของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย
“ปลายฝน...” คนปลายสายกัดฟันกรอด เอ่ยเสียงเข้มอย่างโกรธเคือง
“หือ? พี่โกรธหรอ พี่...อย่าโกรธเลยครับ ผมก็แค่...” ปลายฝนส่งเสียงออดอ้อน น้ำเสียงนี้ทำให้ต้นหนาวที่อยู่อีกฝั่งของสายชะงักไปเล็กน้อย บรรยากาศของเขาดูดีขึ้นในทันตา เชษที่คิดว่าตัวเองอาจจะไม่ได้มีโอกาสหายใจแล้วก็ผ่อนลมออกมาจากจมูกด้วยความโล่งอก ดูเหมือนคุณชายรองจะสามารถดับไฟโลกัณฑ์ของประธานได้อีกครั้ง
“แค่อะไร” ต้นหนาวเอ่ยถามออกมา แม้ว่าจะยังเป็การถามที่จริงจัง ทว่าน้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้ดุดันเหมือนเดิมอีก
เด็กน้อยที่แสร้งออดอ้อนไปเมื่อครู่ผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยๆเมื่อผ่านมาแล้วหนึ่งชีวิต เขาก็ยังสามารถจับจุดของพี่ชายได้ ถ้าเป็เมื่อก่อนคงจะต้องตบตีกันพักใหญ่ไปแล้ว
ก็นะ...ใครจะคิดว่าพี่ชายจอมโหดที่เอาแต่ดุเขา ที่จริงแล้วก็แพ้ให้กับแค่การพูดหวานๆใส่คำสองคำเท่านั้นเอง
“เอ่อ พี่อย่าเพิ่งดุนะครับถ้ารู้ว่าทำไมน่ะ คือผม....ผมก็แค่อยากอ่านนิยายครั้งล่ะมากๆแต่ี้เีแบกหนังสือครั้งล่ะเยอะๆ ผมขอใช้เงินสัก 30 ล้าน ขอให้คนของสำนักพิมพ์มาเปิดบริษัททำเป็เหมือนหนังสือนิยายออนไลน์ได้ไหมครับ หลังจากนี้ผมอยากจะอ่านมันเมื่อไรก็กดเปิดจากมือถือเลย แถมถ้ามันดังขึ้นมา มีคนเขียนมาเขียนเยอะๆ ผมก็อาจจะมีนิยายเป็พันๆเื่ให้อ่าน แค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ....พี่ครับ ต่อไปผมก็นอนเกลือกกลิ้งอยู่บ้านได้ทั้งวันโดยไม่เบื่ออีกต่อไปแล้ว” ปลายฝนเน้นประโยคสุดท้ายของตนเองออกมา เขาเชื่อว่าด้วยเหตุผลข้อสุดท้ายนี้จะทำให้คนเป็พี่ชายพึงพอใจอย่างแน่นอน
ไอ้ที่บอกว่า “ต่อไปผมจะนอนเกลือกกลิ้งอยู่ที่บ้านได้ทั้งวันน่ะ” มันมีความหมายเดียวกับประโยคที่ว่า “ต่อไปผมจะไม่ออกไปจากบ้านของพี่อีกแล้ว” หรือประโยคที่ว่า “ต่อไปผมจะนอนรอพี่อยู่ที่บ้านทุกวัน” นั่นแหละ
เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลังจากที่คนพี่ได้ยินจะไม่รู้สึกว่ามันเป็ไอเดียที่ดีน่ะ....เหอะ เชื่อหัวปลายฝนเถอะ!
“...................” ต้นหนาวที่ได้ยิน เขาเงียบไปเหมือนกับกำลังคิดและวางแผนอะไรบางอย่าง เด็กน้อยจึงแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ตอนนี้ผมติดต่อลุงบุญสมไว้ และน้องชายของเขา “ลุงบุญเสริม” ก็ดูเหมือนจะสนใจโครงการนี้อยู่นะครับ พวกเขาเป็คนในวงการนิยายอยู่แล้ว ถึงจะเป็แค่โรงพิมพ์ก็เถอะ แต่ถ้าทั้งสองคนทำออกมาได้ดีจริงๆ มันก็ยอดไปเลยใช่ไหมครับ ในอนาคตผมก็จะได้ไปเรียนออนไลน์ที่บริษัทพี่ พอเรียนเสร็จก็อ่านนิยายรอพี่ทำงานเสร็จ แบบนั้นได้ไหมครับ” น้ำเสียงสดใสเอ่ยคำว่า “ลุงบุญเสริม” ออกมาอย่างไม่สงสารคนที่โดนพูดถึงเลย
ต้นหนาวได้ยินน้องชายเรียกชายที่หน้าตาพอไปวัดไปวาแถมอายุยังไม่ได้มากกว่าตัวเองเท่าไรนักว่าลุงก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ดูเหมือนว่าน้องชายของเขาจะไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายจริงๆ
เขาโยนรูปถ่ายในมือส่งคืนเชษอย่างอารมณ์ดี คนเป็มือขวารับมาก่อนจะเบ้หน้าเล็กน้อย มาอีหรอบนี้คงไม่พ้นจะตำหนิเขาทีหลังแน่ๆว่าเอารูปไร้สาระมาให้ดูทำให้ต้องเลิกประชุมกลางคันน่ะ
ทั้งๆที่ตัวเองเป็คนสั่งไว้แท้ๆว่าถ้าคุณชายรองไปเจอกับผู้ชายข้างนอกเมื่อไรให้รีบรายงานด่วน แถมตอนแรกก็ยังจริงจังอยู่ แต่พอดีกัน คนที่ซวยก็ยังเป็คนอื่นอีก
“ถ้าอยากจะทำจริงๆ ทำไมไม่บอกเชษ” ต้นหนาวเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขานั้นมีความอบอุ่นอย่างมากแล้วในตอนนี้
“ก็ผม...ก็ผมเขินนี่ครับ จะให้บอกพี่หรอว่าผมจะลงทุนในการทำแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์เพราะี้เีถือหนังสือน่ะ อีกอย่างพวกพี่ก็ยุ่งๆอยู่ด้วย เื่นี้แค่ให้ผมทำเองเถอะครับ” ปลายฝนกระเง้ากระงอดตอบกลับมา ประมาณว่าถ้าพี่ไม่ซักถาม ผมก็จะเก็บความลับที่น่าอายนี้เอาไว้ มันทำให้ต้นหนาวที่อยู่ในห้องส่วนตัวรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะหยิกแก้มคนสักสองสามทีให้หายหมันเขี้ยว
“ไม่เป็ไร หลังจากนี้ให้เชษเป็คนดูแลต่อ”
“อ่า แต่ว่าผมติดต่อพวกลุงๆไว้แล้ว เดี๋ยวผมให้คุณเชษติดต่อผ่านข้อมูลที่ผมได้มานะครับ”
“อืม”
“ขอบคุณครับพี่ แต่ถ้ามันยุ่งเกินไป ผมทำเองได้จริงๆนะครับ”
“ไม่ยุ่ง” ต้นหนาวตอบกลับ ไม่ได้มองสีหน้าของมือขวาของตนเองที่ทำงานเกินตัวไปมากแล้วตอนนี้ เขาแทบอยากจะบอกว่า “ไม่้าเงินมากมายของคุณประธานอีกแล้ว ขอแค่เวลาพักผ่อนให้ผมบ้างนะครับ” แบบนี้จริงๆ
แต่ก็ติดที่ว่าขนาดคนเป็ประธานที่รวยพันล้านแถมยังเป็ผู้มีพระคุณของเขายังไม่พัก ตัวเขาเองจะกล้าพักได้ยังไง สุดท้ายก็ต้องเอางานต่างๆมาทำให้อยู่ดี ยังดีที่ประธานจอมโหดคนนี้ไม่ได้ตระหนี่เื่เงิน ขอแค่งานเสร็จเท่านั้น เขาจะเอาเงินไปจ้างผู้ช่วยเป็สิบเป็ร้อยก็ไม่ได้ว่าอะไร ดังนั้นเื่เล็กๆน้อยๆอย่างนี้ยังพอโอนให้คนอื่นที่เขาจ้างมาช่วยดำเนินต่อได้
“งั้นก็...ขอบคุณครับพี่ ฝากขอบคุณคุณเชษด้วยนะครับ” ปลายฝนรับคำในที่สุดหลังจากทำทีว่าลังเล แม้ในใจจะรู้อยู่แล้วว่าไม่อาจจะปฎิเสธคำของคนเป็พี่ได้ั้แ่แรก
“อืม” คนอายุมากกว่าฮึมฮำในลำคอ เอนกายพิงที่โต๊ะทำงานอย่างสบายใจเมื่อได้ยินว่าน้องน้อยไม่ได้ยึดติด ทั้งยังยอมให้เขาเข้าไปจัดการอะไรให้เหมือนเดิม
เขาไม่ปรารถนาให้คนตีปีกออกไปไกลจากเขาเลย ไอ้เื่เงินที่ทางนั้นได้มานั้นก็ใช่ว่าจะทำให้เขาพอใจ ตัวเขานั้นอยากจะให้น้องชายพึ่งพาเขาไปตลอดกาล เคยคิดด้วยซ้ำว่าถ้าวันหนึ่งน้องชายที่ฉลาดของตนเองนั้นอยากจะหนีเขาไป ตัวเขานั้นจะเป็อย่างไร แน่นอนว่าคำตอบคือ “เขาอยู่ไม่ได้”
หากเป็ก่อนหน้านี้เขาก็ยังทำใจไว้อยู่บ้าง ถึงเวลาเด็กน้อยก็ต้องออกจากอ้อมอกของเขาไปอยู่กับคนอื่น เหมือนกับที่เขารู้ว่าน้องมีคนรักที่ชื่อคีย์ ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปห้ามปราม เพียงมองอยู่ข้างนอกเพื่อให้น้องได้เดินไปในทางที่สมควร ทว่าตอนนี้มันเหมือนกันที่ไหน!
เขาได้ชิมความหวานล้ำของน้ำผึ้งน้อยจนได้รู้ว่ารสชาติของมันเลิศล้ำแค่ไหนแล้ว ถ้าบอกว่าต่อไปจะไม่มีโอกาสได้เป็เ้าของอีก จะไม่มีวันได้แตะต้องอีก มันได้ด้วยหรอ?
จากที่เคยคิดว่าถ้าน้องอยากทำอะไร อยากมีอนาคตแบบไหน เขาจะคอยเป็คนสนับสนุน ตอนนี้ไม่เหลือความคิดนั้นเลย เขายังอยากให้น้องมีความสุขเหมือนเดิม แต่เป็ความสุขที่ใช้ร่วมกันกับเขา
“พี่ครับ วันนี้พี่อยากกินอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมแวะโรงหนังสักสองชั่วโมงแล้วจะซื้อไปฝาก” ปลายฝนเห็นคนอารมณ์ดีก็เลยลองแหย่ขาเข้าไปข้างหนึ่ง หวังไว้เล็กๆว่าคนเป็พี่จะให้เขาได้เที่ยวเล่นบ้าง
ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็ไปไม่ได้
“กลับมา” คำสั้นๆแต่บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาดดังขึ้น ปลายฝนย่นจมูก แสดงออกว่าคิดเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจเล็กๆอยู่ดี เขาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูดอีกครั้ง
“พี่ ผมขอดูหนังก่อนได้ไหมครับ” ครานี้ แม้จะใช้เสียงออดอ้อนแค่ไหน แต่คำขอที่ว่าจะไปเที่ยวตัวคนเดียว ทั้งยังเปิดเผยต่อหน้าผู้คนมากมายนั้นก็ทำให้คนเป็พี่ไม่ได้รู้สึกใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวพาไปดู” ถึงต้นหนาวจะบอกแบบนั้น แต่ปลายฝนรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
อะไรคือบอกว่าจะพาไปดู คิดว่านี่คือการถอยให้เขาก้าวหนึ่งงั้นหรอ? ถ้าพวกคุณคิดแบบนั้น พวกคุณคิดผิดแล้วล่ะ
ในเวลาต่อมา บ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งถูกซื้อต่อมาใหม่ๆที่อยู่ใจกลางเมืองก็ถูกแต่งเติมจนมันกลายเป็เหมือนโรงฉายภาพยนต์ขนาดย่อม ด้วยเม็ดเงินหลายสิบล้านที่ถูกโยนมาใช้อย่างไม่ใยดีเมื่อรู้ว่าน้องชาย “ชอบ” ที่จะดูหนังจากโรงภาพยนตร์ พี่ชายอย่างต้นหนาวก็จัดเตรียมเอาไว้ให้เสร็จสรรพ
คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ในความมืดกับจอภาพที่กำลังเคลื่อนไหวตรงหน้า ข้างกายมีประธานใหญ่จากตระกูลอธิบรักขณกุลนั่งอยู่ด้วย สายตาวิบวับของคนเป็พี่ชายไม่ได้มองไปที่หน้าจอเลยแม้แต่น้อย เขานั่งจับจ้องน้องชายที่มองตรงไปข้างหน้า มือหนาเกลี่ยที่ผมไปมาอย่างมีความสุข
ในใจปลายฝนนั้นร้องโอดครวญออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าการดูหนังกับพี่ชายนั้นมันจะต้องไม่ปกติ แต่ที่ไม่คิดคือมันไม่ปกติเกินไป เกินไปมากจริงๆ!
วันเวลาของนกน้อยในกรงทองค่อยๆผ่านไป ยังดีที่ปลายฝนนั้นกำลังยุ่งกับการแต่งนิยายทั้งของตัวเองและนึกเอานิยายเลื่องชื่อจากสมัยก่อนมาพิมพ์ทิ้งไว้เพื่อที่จะรอลงตอนที่เว็ปเปิดตัว เขาจะใช้นิยายดังเ่าั้เป็สื่อเชิญชวนให้ผู้คนมาสนใจมากขึ้น เป้าหมายของ Users คือ 10,000 ID ก่อนในเดือนแรกที่เปิดตัว หลังจากนั้นก็หวังว่ามันจะขึ้นเป็หลัก 100 ล้านเหมือนกับชีวิตที่แล้ว
อย่างไรก็ตามปลายฝนไม่ได้คาดคิดว่าพล็อตฟอร์มของเขาจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเกินกว่าชีวิตที่แล้วเสียอีก เนื่องจากนิยายที่เขาเอามาลงนั้นเดิมทีก็เป็นิยายแปลจากต่างประเทศอยู่แล้ว มันดังไปทั่วโลกกระทั่งทำเป็อนิเมะด้วยซ้ำ ดังนั้นทันทีที่เขาเอานิยายดังๆมาลง พร้อมกับเม็ดเงินลงทุนที่มากมายกับคนของต้นหนาว ท้ายที่สุดเว็บนี้ทำให้คนแต่งสามารถแต่งเป็ภาษาของตนเองได้ แต่คนอ่านสามารถเลือกที่จะแปลเป็ภาษาที่ตนเองถนัด ต่อไปพวกเขาต้องเปิดบัญชีสำหรับเงินหลากหลายสกุล เม็ดเงินจากทั่วโลกไหลผ่านระบบนิยายออนไลน์อันดับหนึ่งนี้
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือลุงขี้เหล้าของเขาก็ยังคงเลือกเดินเส้นทางเดิม ดังนั้นจึงเป็น้องชายอย่างลุงบุญเสริมที่จะได้รับผลประโยชน์นี้ ถึงอย่างนั้นด้วยความช่วยเหลือของน้องชาย ลุงบุญสมก็ยังไม่ถึงกับตกอับขนาดนั้น อีกทั้งเขาไม่ได้ลงทุนใหญ่โตกับเครื่องจักรเพราะนี่ยังไม่ใช่่เวลาที่ทางสำนักพิมพ์มากมายจะส่งคำร้องไป เขาจึงยังมีเงินเก็บอยู่บ้าง ไปเปิดร้านเช่าหนังสือกับร้านของเล่นเด็กๆก็ยังพอทำให้มีกำไรอยู่
ปลายฝนใช้เวลาระหว่างนี้ในการเรียนไปด้วย แต่งนิยายไปด้วย เล่นหุ้นไปด้วยอย่างมีความสุข วันเวลาดีๆของพวกเขาดำเนินต่อไปจนถึงวันที่พวกบ้านใหญ่ไม่สามารถที่จะอดใจไหวอีกแล้ว
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและเป็เสาร์ที่เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์นี้เป็เสาร์ที่พี่ชายไม่ต้องไปทำงานที่บริษัท ดังนั้นจึงได้เรียกน้องชายไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของตนเอง ซึ่งห้องทำงานที่มืดครึ้มตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็ห้องทำงานที่มีมุมพักผ่อนใหญ่กว่ามุมทำงานเสียอีก
ปลายฝนนั่งนอนพิมพ์นิยายของตนเองอย่างมีความสุข มือก็ยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่มไปด้วย เพิ่มความสดชื่นให้กับตนเอง หูก็ฟังเสียงเพลงเพราะๆ แม้จะอยากฟังเพลงสมัยใหม่ที่โด่งดังเมื่อก่อนมากเท่าไร เขาก็ต้องทำใจฟังผลงานเก่าๆเหมือนกับได้ฟังเพลงย้อนยุคที่ไม่มีความคลาสสิคเอาเสียเลยไปงั้นๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงบ เ้าของห้องเหลือบมองไปที่น้องชายซึ่งยังไม่รู้ว่ากำลังมีคนขึ้นมารบกวน คนตัวสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหาเด็กน้อยที่นอนตีขาอย่างสบายอารมณ์ โชว์ขาขาวเนียนให้อวดสายตาคนอย่างไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย
ต้นหนาวเองก็เพิ่งรู้ว่าน้องชายมีความสนใจในเื่นี้มาก ปกติแล้วเ้าหนูทำอะไรจะดูน่ารักน่าชังก็จริง แต่มันให้ความรู้สึกหน้าหยิกมากกว่า ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ให้ความรู้สึกเป็ธรรมชาติมากที่สุด ราวกับไม่ได้รับรู้ว่ามีใครอยู่รอบๆ ทำอะไรก็ทำมันออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว ในความคิดของเขาแม้จะชอบทั้งหมดที่ปลายฝนเป็ ทว่าเขาชอบมองเด็กน้อยของเขาหลุดเข้าไปในโลกจินตนาการมากกว่า
ทางปลายฝนเองเมื่อได้เข้ามาอยู่ในการจินตนาการแล้ว เขาก็หลงลืมสิ่งรอบๆไปจริงๆนั่นแหละ อย่างที่บอกว่าเขาชอบที่จะแต่งนิยายมากๆ แต่ตอนอายุยังน้อยนั้นเขายังไม่มีทักษะที่ดีพอ ดังนั้นไปเร่ขายที่ไหนก็ไม่มีใครรับพิมพ์ อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าหลังจากที่เขาได้อ่านนิยายมาเป็จำนวนมากในชีวิตที่แล้ว ตอนนี้เขาเห็นทักษะของตนเองพัฒนาขึ้นจริงๆ แถมความคิดของเขาก็เปิดกว้างมากขึ้นไปด้วย
เขาไม่รู้เลยว่าในอนาคต นิยายที่เขาแต่งขึ้นมานั้นมันจะดังกว่านิยายที่เขาไปเอาของคนอื่นมาลงเสียอีก นั่นก็เพราะว่านิยายของเขานั้นผ่านการขัดเกลาเป็อย่างดี ทั้งยังเข้ากับยุคสมัยมากกว่า กลายเป็นิยายบุกเบิกเลยก็ว่าได้
จากธุรกิจที่คิดทำเล่นๆกลับสร้างรายได้เป็เดือนละหลายสิบล้าน แม้แต่ทางตระกูลใหญ่ของอธิบรักขณกุลก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้ขนาดนี้ แถมมันยังเป็ธุรกิจที่พวกเขาไม่ต้องเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ขอเพียงมีระบบที่ดีก็ทำงานได้ตลอดไป นานๆทีจะเข้ามาอัพเดตและจัดการเื่เงินทอง ที่เหลือก็ไม่ต้องทำอะไรมากเลย นักเขียนมากมายต่างก็ไหลเข้ามา นักอ่านมากมายก็มารวมกันที่นี่เองโดยไม่ได้นัดหมาย การโปรโมทนิยายก็เป็งานของนักเขียนเองด้วยส่วนหนึ่ง พวกเขาทำของใครของมัน สุดท้ายก็ทำให้เว็บไซต์กลายเป็ที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว
................................