ตอนที่ 19
สักวันหม่อมฉันจะเก่งกาจกว่าพระองค์แล้ววันนั้นหม่อมฉันจะไปทวงพี่ชายคืน ! (1/2)
“ไม่ได้! น้องไม่ยอม !”
“อวี้เอ๋อร์”
“น้องกลับมายังไม่ทันได้พูดคุยอันใดกับพี่ใหญ่เลยแม่ทัพใหญ่บ้าพลังก็จะเอาพี่ใหญ่ไปจากน้องแล้วหรือเจ้าคะ”
“อวี้เอ๋อร์เจ้าอย่าพูดถึงท่านเเม่ทัพใหญ่เช่นนั้น”
“แต่น้องยังไม่ทันได้อยู่กับพี่ใหญ่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะเจ้าคะ”
“ชั่วโมงคือสิ่งใด?”
“คือสิ่งที่น้องจะไม่ยอมให้พี่ใหญ่ไปจากน้องเด็ดขาด”พูดจบก็กอดเอวพี่ชายไว้แน่น
ไป๋เหอยืนมองน้องสาวที่นั่งโวยวายเสียงดังทันทีที่รู้ข่าวว่าเขาต้องกลับไปชายแดนคืนนี้แขนเล็กกอดเกี่ยวเอวเขาจนแทบหายไจไม่ออกผู้เป็นพี่ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้มารดาเยวี่ยเหมยแม้จะเห็นด้วยกับบุตรีแต่ก็ต้องทำใจเพราะนี่เป็นหน้าที่ของบุตรชายของนาง
“อวี้เอ๋อร์ เจ้าปล่อยเหอเอ๋อร์เถิดพี่ชายของเจ้าต้องไปเตรียมตัวกลับชายแดน”
“ไม่เจ้าค่ะ ! ลูกไม่ให้พี่ใหญ่ไป”
ในชาติก่อนไป๋อวี้ไม่เคยมีพี่น้องนางเป็นสตรีธรรมดาที่มีนิสัยเอาแต่ใจตามประสาลูกคนเดียวหลังจากมารดาตายไปนางก็ไม่ค่อยได้ออดอ้อนผู้ใด นาน ๆครั้งจะได้กลับไปออดอ้อนคุณยายบ้างแต่ก็ต้องรีบกลับมาปั้นหน้ายิ้มแย้มทำงานในวงการที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน
ด้วยภาพลักษณ์นางร้ายที่แม้แต่เดินไปตลาดก็แทบโดนทุเรียนปาหน้าของนางในชาติก่อนรวมถึงกำแพงใจที่ตั้งไว้จึงไม่มีสักครั้งที่จะได้แสดงอาการออดอ้อนสมกับเป็นสตรีให้ผู้ใดเห็นแม้แต่หลี่เวินโหรวก็น้อยนักที่นางจะทำเช่นนั้นเพราะทั้งสองคบกันในตอนที่นางโกอินเตอร์ ด้วยงานและระยะทางจึงยากที่จะเจอกันและน้อยครั้งที่จะได้สานสัมพันธ์ใกล้ชิด ทั้งคู่ทำได้เพียงติดต่อกันผ่านวีดิโอคอลและการไม่มีเวลาของทั้งคู่ก็คงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นางถูกคนรักเก่าสวมเขามาสามปีเต็มๆ
นางข้ามภพมาในชาตินี้มีทั้งมารดาและพี่ชายที่รักนางสุดหัวใจ แล้วเหตุใดบุรุษปากร้ายผู้นั้นจะต้องมาพรากพี่ชายของนางไปด้วยนางยังไม่ทันได้ออดอ้อนให้พี่ชายสอนการใช้มนตราเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่หมายมั่นปั้นมือแล้วว่าจะให้พี่ชายที่แสนดีสอนนางใช้มนตราให้เก่งกว่าเดิมให้ได้แต่ความฝันก็ต้องสลายเพราะคนปากร้ายผู้นั้น
หงุดหงิด!
“พี่ใหญ่เจ้าขาท่านไม่ไปไม่ได้หรือเจ้าคะ อยู่กับอวี้เอ๋อร์และท่านแม่ก่อนสักวันไม่ได้หรือเจ้าคะ”เมื่อเห็นว่าโวยวายไปพี่ชายก็ไม่ใจอ่อนจึงคลายอ้อมแขนที่กอดเกี่ยวเอวพี่ชายไว้แล้วเงยหน้าถามอย่างออดอ้อนดวงตาดำขลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ไป๋เหอสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งพยายามไม่ให้ใจอ่อนกับน้องสาว คนเป็นพี่ค่อย ๆ เอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สตรีใดได้ฟังย่อมอ่อนระทวยคาอกเขาเป็นแน่
“น้องรักนี่เป็นหน้าที่ของพี่ พี่เป็นทหารของราชวงศ์ต้องทำตามคะ...อวี้เอ๋อร์..”
น้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงเผาะ
“โถ่ น้องน้อยของพี่...” ไป๋เหอหัวใจอ่อนยวบ“...พี่ขอโทษนะคนดี” ร่างสูงคุกเข่าลงตรงหน้าน้องสาวอ้อมแขนแกร่งรั้งร่างบอบบางมากอดปลอบทั้งที่กำลังจะอธิบายหน้าที่ของตนให้น้องสาวเข้าใจแต่กลับใจอ่อนเพราะน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงลงจากดวงตาหงส์คู่นั้น
“ฮึก..แต่น้อง..ฮึก..ไม่อยากให้พี่ใหญ่ไป”
เสียงที่เคยออดอ้อนอย่างอ่อนหวานบัดนี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไป๋อวี้กอดพี่ชายไว้แน่นไหล่กว้างถูกซุกด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่สั่งให้ไหลออกมาอย่างง่ายดายเพราะทักษะการแสดงที่ติดตัวมาแต่ชาติก่อนริมฝีปากบางแอบอมยิ้มเล็กน้อย...น้ำตามาแล้ว พี่ใหญ่ยังจะไปหรือไม่เจ้าคะ !
“อวี้เอ๋อร์เจ้าก็หักห้ามใจเสียเถอะ” เป็นมารดาที่เข้ามาลูบผมปลอบนางอีกคน
ไป๋อวี้ส่ายหน้าคล้ายไม่ยอมรับคำพูดของมารดายามที่มารดามองใบหน้าของพี่ใหญ่ทำไมนางจะไม่เห็นว่าแววตาที่นิ่งสงบนั้นฉายแววของความดีใจไว้มากมายแค่ไหน ยามที่พี่ใหญ่อยู่ที่จวนยามที่มีนางอยู่ข้างกาย มารดาของนางมีความสุขที่สุด !
“พี่ไปเพียงชายแดนหาได้จากเจ้าไปไหนไกล เจ้าจะไปหาพี่เมื่อใดก็ได้”
“จริงหรือเจ้าคะ!”
ไป๋อวี้ผละออกจากอ้อมกอดอุ่นดวงตาหงส์คลอน้ำใสมองสบตาพี่ชายทันที
“น้องไปได้หรือเจ้าคะ!”
ไป๋เหอพยักหน้าก็ไม่ได้จะส่ายหน้าก็ไม่ทัน นี่เขาเอ่ยสิ่งใดออกไป
“ลูกไปหาพี่ใหญ่ที่ชายแดนได้หรือเจ้าคะ” ไป๋อวี้จึงหันไปถามมารดา ดวงตาแวววาวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
นางไปที่ชายแดนได้หรือ !นางไปท่องเที่ยวไกลจากที่นี่ได้หรือ !
เยวี่ยเหมยสบตากับบุตรชายแม้จะไม่ต้องการให้บุตรีออกไปเสี่ยงอันตรายที่ไหน แต่เพื่อให้นางสบายใจจึงพยักหน้ายืนยันคำพูดของไป๋เหอซึ่งก็ทำให้ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแย้มยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีนางหวังว่าบุตรสาวที่แสนจะเรียบร้อยและว่าง่ายของนางจะไม่นึกซุกซนจนถึงขั้นไปที่ชายแดนแสนอันตรายจริงๆ หรอกนะ
“ท่านแม่กับพี่ใหญ่สัญญาแล้วนะเจ้าคะ”ไป๋อวี้ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาลวก ๆ แล้วยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้ามารดาและพี่ชาย เยวี่ยเหมยและไป๋เหอมองนิ้วเล็กนั้นอย่างงุนงง
“ถ้าสัญญาแล้วจะต้องทำเช่นนี้เจ้าค่ะ”ไป๋อวี้จัดการแงะนิ้วก้อยของมารดาและพี่ชายออกมาเกี่ยวกันไว้แล้วใช้นิ้วก้อยของตนเกี่ยวทับอีกชั้นหนึ่ง
“ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นการทำสัญญา!”
ภาพนิ้วก้อยทั้งสามที่เกี่ยวกันทำให้ไป๋อวี้แย้มยิ้มกว้างกว่าทุกครั้งเยวี่ยเหมยและไป๋เหอแม้จะไม่เข้าใจในสัญลักษณ์มือนี้แต่ก็มองมันด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสามมองนิ้วก้อยที่ถูกเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยความอุ่นวาบที่หัวใจ
“เรียนฮูหยินใหญ่ท่านแม่ทัพใหญ่เสด็จมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงอ่อนน้อมสาวใช้ดังขึ้นหลังจากเห็นว่าคุณหนูรองสงบลงแล้ว เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน หวางเย่ทรงมีรับสั่งให้คุณชายใหญ่เตรียมตัวกลับชายแดนแม้ไม่ได้แจ้งเวลากลับที่ชัดเจนแต่ก็ไม่นึกว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้และครานี้ทรงมารอที่จวนกว่าหนึ่งเค่อแล้ว
คุณหนูรองร้องโวยวายตั้งแต่รู้เรื่องจนป่านนี้ทำให้คุณชายใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวอันใด สาวใช้ข้างกายเยวี่ยเหมยจึงต้องเลือกว่าจะรับโทสะของคุณหนูรองหรือโทสะของแม่ทัพใหญ่
“ทรงรออยู่นานแล้วหรือ” ไป๋เหอขมวดคิ้ว
“เกือบจะครบหนึ่งเค่อแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่พอทราบหรือไม่ขอรับว่าวันนี้ไทเฮารับสั่งให้ผู้ใดเข้าเฝ้าบ้าง”รองแม่ทัพใหญ่หันไปถามมารดาผู้สายข่าวรอบรู้แทบจะทุกเรื่องของวังหลวง
“ไทเฮาทรงเรียกรุ่ยหวางเข้าเฝ้าหลังจากหวางเย่กลับจากจวนของเราได้ไม่นานนัก”เยวี่ยเหมยตอบบุตรชาย
ไป๋เหอเมื่อได้ฟังคำตอบแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่คล้ายกลัดกลุ้มใจบางอย่าง
“เช่นนั้นลูกก็พอทราบว่าเหตุใดหวางเย่ถึงทรงต้องการเสด็จกลับชายแดนรวดเร็วนัก”
“ทำไมหรือเจ้าคะ”ไป๋อวี้รีบเกาะแขนพี่ชายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม่ลูกได้เจอกันแล้วทำไมคนลูกรีบกลับเร็วจังไม่คิดถึงผู้เป็นแม่ที่รอคอยอยู่แต่ในวังหรือ ?
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”ไป๋เหอบีบจมูกรั้นของน้องสาวที่เกาะแขนตนทั้งยื่นหน้ามาใกล้เพราะอยากรู้เสียเต็มประดา
“มาเถอะแม่จะช่วยเจ้าเก็บของ” เยวี่ยเหมยพอรู้เรื่องราวในวังอยู่บ้างจึงรีบเปลี่ยนประเด็นนางส่งสัญญาณให้สาวใช้ไปเก็บข้าวของที่เรือนจิวเหอของคุณชายใหญ่เพราะตอนนี้คนทั้งหมดมารวมตัวกันที่เรือนจิวอวี้ของคุณหนูรองผู้ส่งเสียงดังโวยวายผิดวิสัยเพียงเพราะพี่ใหญ่จะต้องกลับชายแดนในขณะที่นางเพิ่งกลับมาที่จวน
“แม่กับพี่จะไปจัดการเรื่องข้าวของเจ้าก็ไปรับเสด็จหวางเย่เถิดอวี้เอ๋อร์”
“ทำไมต้องเป็นลูกล่ะเจ้าคะคนอื่นก็มีเยอะแยะ” นางยังเคืองเขาอยู่ นางไม่อยากไปเจอหน้าเขาหรอก
“เสด็จมากะทันหัน ผู้อื่นเขาหลับนอนกันหมดแล้วนิสัยของรุ่ยหวางย่อมไม่ต้องการให้ปลุกทุกคนในจวนให้มารับเสด็จกันให้เอิกเริกมีนายเหนือหัวทรงไม่ถือตัวเช่นนี้เป็นบุญของพี่ชายเจ้าแล้ว...” เยวี่ยเหมยเอ่ยกับบุตรีด้วยน้ำเสียงคล้ายจะดุเมื่อเห็นว่าไป๋อวี้ทำปากยื่นแสดงความไม่พอใจอย่างโจ่งแจ้ง “...ส่วนเจ้าที่เอาแต่โวยวายไม่หลับนอนก็จงไปรับรองพระองค์เสีย”
บุตรีของนางมักจะเก็บสีหน้าไม่ค่อยได้เมื่อเป็นเรื่องของนางหรือไป๋เหอครั้งนี้ก็เช่นกัน
“เจ้าค่ะ” ไหน ๆ ท่านแม่ก็เปิดโอกาสขนาดนี้ นางก็จะเอาพายุไปลงที่โอวหยางเฟยหลงก็เเล้วกันชิชะ คิดว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ของต้าหยางแล้วจะมาแย่งพี่ชายของนางได้หรือ
“ถวายพระพรหวางเย่เพคะ”นางกระแทกเสียงแต่ก็ยอบตัวลงตามธรรมเนียม
ก่อนหน้านั้นเขาอ่อนโยนเช่นไรนางหลงลืมไปเสียหมดแล้วตอนนี้มีแต่พายุเท่านั้นที่จะมอบให้เขา
“เป็นเจ้าเองหรือ”น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทว่าเย็นชากว่าทุกครั้งที่พบเจอทำให้ไป๋อวี้หยุดชะงักไปขณะหนึ่ง
โอวหยางเฟยหลงสงบจิตใจของตนได้สักพักแล้วแต่เมื่อมาเจอสตรีที่เสแสร้งไม่ต่างจากพระมารดาจึงเผลอใช้น้ำเสียงเย็นชาใส่นางโดยลืมนึกไปเสียว่าตัวโง่งมนี้ไม่ใช่คนเดียวกับพระมารดา แต่ยิ่งเห็นใบหน้างดงามของไป๋อวี้เหตุการณ์ที่เขาบังเอิญไปเจอนางและน้องสาวในจวนแห่งนี้ก็ผุดเข้ามาในความทรงจำและมันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงในหัวใจเขาสตรีล้วนทำตัวแสนดีต่อหน้าผู้คนเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีงามของตน เเต่ก็มักจะเย็นชาเเละร้ายกาจลับหลังผู้คนเพื่อปกปิดด้านมืดของตัวเอง
แล้วเช่นนี้จะไม่ให้เขาเกลียดสตรีเสแสร้งได้อย่างไร
สำหรับกองทัพทหารความจริงใจและความไว้เนื้อเชื่อใจคือสิ่งสำคัญที่สุดหากไม่มีสิ่งนั้นแล้วเขาจะกล้าหันหลังให้ทหารของตนเพื่อฟาดฟันศัตรูได้อย่างไรหากไร้ซึ่งความจริงใจต่อกัน แผ่นหลังของเขาคงโดนแทงจนทะลุเป็นแน่
“หวางเย่...ทรงเป็นอันใดหรือไม่เพคะ”
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook: หงเฟย 弘飛
Twitter: @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------