ณัฐวลัญช์เดินตามหลังฮันย่าไปยังห้องนอนของอัศม์เดช เมื่อได้รับประทานอาหารเสร็จอย่างเร่งรีบ โดยภายในใจรู้สึกสงสัย และหวาดหวั่นกับงานที่จะต้องทำให้เขาในเวลาต่อไปนี้เหลือเกิน ถึงจะยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร แต่เค้าลางมันรู้สึกไม่ค่อยจะดีเลย เพราะเขาเรียกไปทำที่ห้องนอนอย่างนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! ......
ฮันย่ายื่นมือไปเคาะประตูห้อง เมื่อได้พาณัฐวลัญช์มายืนกันอยู่ที่หน้าห้องนอนของอัศม์เดชนั้นแล้ว
“เข้ามา”
และเมื่อได้ยินเสียงของเ้าของห้องร้องะโดังออกมา ฮันย่าจึงทำการเปิดประตูออก แล้วพาณัฐวลัญช์เดินเข้าไปภายในอย่างไม่รั้งรอ
ณัฐวลัญช์เผลอมองสำรวจห้องนอนของอัศม์เดช ซึ่งห้องนี้ดูกว้างขวางมากมายนัก กว้างมากกว่าห้องนอนของเธอเป็สี่เท่าก็ว่าได้ ในการตกแต่งห้องก็ดูคลาสสิคหรูหราทันสมัยไปหมด ไม่ว่าจะเป็เตียงนอนที่ดูกว้างขวางกว่าเตียงนอนปกติธรรมดาทั่วๆ ไป ที่นอนก็ดูหนานุ่มน่านอนหลับสบายเป็ยิ่งนัก
ทั้งภายในห้องก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย อาทิ ทีวี เครื่องเสียง โซฟา ตู้เล็กๆ ที่ไว้ตั้งโชว์และใส่หนังสือ ซึ่งในห้องนอนนี้ มีห้องน้ำแยกไปทางฝั่งซ้าย และต่อจากห้องน้ำก็เป็ห้องแต่งตัว
ณัฐวลัญช์มองเพลินจนหันมาสะดุดเข้ากับสายตาคมดุ ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว จึงต้องแสร้งก้มหน้าบนพื้นห้อง
“ขอบใจมากฮันย่า”
อัศม์เดชหันมาขอบอกขอบใจฮันย่า และฮันย่าก็หันหลังเดินกลับออกไปทางประตูห้องนอนอย่างรู้งาน ขณะนี้จึงเหลือเพียงแค่ณัฐวลัญช์กับอัศม์เดชอยู่ภายในห้องเพียงสองคน
อัศม์เดชไม่พูดแต่ได้เดินเข้ามาใกล้ๆ คนตัวเล็กที่ยืนสงบนิ่งอยู่ เขาเดินวนรอบร่างบางไปช้าๆ อย่างใจเย็น โดยใช้สายตาสำรวจไปทั่วร่างบาง ราวกับจะสำรวจให้ทะลุถึงเนื้อในอย่างเปิดเผย ซึ่งนั้นทำให้ณัฐวลัญช์เริ่มมีอาการประหม่า และมือเรียวเล็กเกิดอาการเย็นเฉียบ จนต้องนำมือเรียวเล็กทั้งสองข้างมาจับกุมกันไว้เพื่อให้ความอบอุ่น
“คะ.... เอ่อ!! นายท่านจะให้ฉันทำอะไรหรือคะ?” ณัฐวลัญช์เริ่มรู้สึกอดรนทนไม่ไว้ จึงได้ร้องถามคนตัวโตออกไป
“ฮึ! งานที่เธอจะต้องทำในตอนนี้ คนอย่างเธอยังจะไม่รู้เลยเหรอว่าจะต้องทำอะไรน่ะ? อย่ามาแสดงท่าทางอิโนเซ้นท์หน่อยเลย ฉันไม่หลงกลเธอหรอกนะจะบอกให้ พวกเธอมันก็เหมือนๆ กันทั้งพี่ทั้งน้องนั่นแหละ น้องเป็ยังไงพี่สาวมีหรือจะไม่เป็เหมือนกัน”
อัศม์เดชพูดกระแนะกระแหนใส่คนที่ยืนอยู่ตรงๆ อย่างไม่คิดจะสนใจความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
“เหมือนกันยังไงหรือคะ?”
ณัฐวลัญช์เงยหน้าขึ้นมาอย่างสงสัย ไม่ใช่ว่าพึ่งจะสงสัยหรอก เธอนั้นสงสัยคำพูดกับการกระทำของเขามาั้แ่แรกแล้ว แต่ไม่มีจังหวะที่จะถาม
“ก็พวกเธอร่าน เห็นแต่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง พอมีเงินมาล่อหน่อยก็ขี้คร้านจะนอนถ่างขารอเลยล่ะ ฮึ! คอยดูน้องสาวเธอทำอะไรไว้ ถึงฉันจะจับน้องสาวเธอมาชดใช้ให้ไม่ได้ แต่เธอก็จะต้องชดใช้ให้กับฉันอย่างสาสม”
อัศม์เดชไม่พูดเปล่า ยังยื่นมือใหญ่ไปดึงร่างบาง เข้ามาปะทะกับกายแกร่งอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“คะ คุณ!!.... จะทำอะไรคะ ฉันไม่ได้มาชดใช้หนี้ให้คุณในรูปแบบนี้นะ ฉันไม่รู้หรอกว่าพี่สาวฉันทำอะไรไว้กับคุณ แต่ฉันกับพี่เป็คนละคนกัน ถ้าคุณจะให้ฉันทำอะไรอย่างอื่น ไม่ว่าจะหนักแค่ไหน ฉันทำได้ทุกอย่าง แต่ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำอย่างนี้กับฉันเลย”
ณัฐวลัญช์รับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังจะทำอะไร จึงพยายามใช้มือเรียวเล็กยันที่หน้าอกแกร่งเอาไว้ และพยายามขืนตัวออกจากการอ้อมแขนแกร่ง ที่ราวกับปลอกเหล็กนั้นอย่างสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดรัดเข้าหาตัวแน่น
“เก็บคำขอร้องของเธอ เอาไว้ร้องครวญครางเวลาที่ฉันอยู่ในตัวเธอเถอะ เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่คิดจะสนใจ จำเอาไว้!!”
อัศม์เดชโอบกอดพาคนตัวเล็กไปเหวี่ยงลงบนเตียงนอน จนร่างบางลงไปนอนแอ่งแม่งอยู่บนนั้น ดีว่าที่นอนหนานุ่มเธอจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด และไม่ทันที่เธอจะยันตัวลุกขึ้น ร่างแกร่งก็โหมตัวลงมาทาบทับไว้ซะก่อน
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘