“ป้าจะลองดู แต่ก็แค่เสี่ยงดูเท่านั้นอย่าหวังมากเกินไป เด็กเอ๋ย ศาสตร์แขนงนี้ลึกล้ำเกินไปไม่มีใครกล้ายืนยันว่าจะได้ผล ทวดของเธอเป็วีรบุรุษใหญ่ที่ไม่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์น่าเสียดายจริงๆ คนตายแล้วไม่อาจฟื้นได้ อย่าว่าแต่ป้าเลยต่อให้อาจารย์ของป้าหรืออาจารย์ปู่ก็ไม่มีวิชาที่จะฝืนฟ้าเปลี่ยนชะตาได้”ป้ากวนยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูด
ผมไม่รู้ว่าป้ากวนจะทำอะไรแต่เื่ก้าวมาถึงขั้นนี้ อยู่นอกเหนือการควบคุมของทุกคนแล้ว
ป้ากวนเอาเข็มเหน็บไว้ระหว่างซอกนิ้วของมือขวามือซ้ายห้านิ้วกดลงบนกระหม่อมของปู่
ตอนเข้าโรงพยาบาลพยาบาลโกนศีรษะให้ปู่จนล้านเลี่ยนผมหงอกขาวที่เพิ่งงอกขึ้นยาวไม่ถึงหนึ่งเิเ
“ช่วยให้ท่านฟื้นขึ้น” ถังหว่านพูด“ความลับที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดอยู่บนตัวท่าน”
ป้ากวนสั่นหัว “ฉันไม่เก่งขนาดนั้น จะลองทำเท่าที่ทำได้เท่านั้น”
ทันใดนั้นป้ากวนก็ลดมือขวาลงเข็มทั้งสามเล่มปักลงบนกระหม่อมปู่เป็รูปสามเหลี่ยม เข็มยาวหนึ่งนิ้วจมมิดลงไป
ร่างปู่สั่นทันทีสองเท้าบนเตียงถีบไปมาไม่หยุด
“หากระจกวารีโหรเทพให้เจออย่าให้พวกญี่ปุ่นเอาไปได้ เาาวซานตงต่อให้ตายก็ไม่ยอมเป็ทาสของต่างชาติ...หาให้พบรีบหา...” เสียงปู่ขาดหายเป็พักๆ แยกไม่ออกแล้วว่าทวดหรือปู่ที่กำลังพูด
ถังหว่านก้มลงจับข้อมือปู่พลางร้องเรียก“อย่าไปค่ะ หนูช่วยแก้ปัญหาให้ท่านได้...”
ผมเองก็ก้มตัวลง ใช้สองมือจับข้อเท้าสองข้างของปู่ไว้พยายามให้ปู่สงบลง
ข้อเท้าปู่ผอมแห้งมากเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ก่อนหน้านี้เวลาผมล้างเท้าให้ปู่ความรู้สึกที่มากที่สุดก็คือเท้าปู่เย็นเฉียบ แทบจะมีความร้อนเลย แต่ขณะนี้เท้าปู่กลับร้อนผ่าวจนแทบลวกมืออุณหภูมิอย่างน้อยน่าจะเกินหกสิบองศาเซลเซียส ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือผมรู้สึกว่าขณะนี้ข้อเท้าปู่กำลังมีพลังสิบกว่าสายระดมตีราวกับว่าิัจะะเิออกมาได้ตลอดเวลา
ผมโผขึ้นไปบนเตียง ใช้ตัวทับน่องปู่ไว้
แรงดิ้นของปู่รุนแรงมากผมออกแรงกดทั้งตัวลงไป มีหลายครั้งที่เกือบถูกปู่ถีบกระเด็นออกมา
“ปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วอาจเกิดเื่ใหญ่ขึ้น!” ป้ากวนะโบอก
“ให้แกบอกว่ากระจกวารีโหรเทพอยู่ที่ไหนถ้าแกไม่บอก เบาะแสก็จะขาดหายไป...รีบพูด รีบบอกว่าของสิ่งนั้นอยู่อยู่ที่ไหนที่จี่หนานหรือที่ญี่ปุ่น ในมือคนจีนหรือคนญี่ปุ่น รีบถามแก รีบถาม...”ถังหว่านไม่ยอมรามือ แต่เธอพูดถึงตรงนี้ก็สะดุดลง เพราะจู่ๆ ร่างปู่เหยียดตรงเลิกดิ้นอย่างสิ้นเชิง
เราสามคนปล่อยมือพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายถอยออกมาสามก้าว
“จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว...” ป้ากวนร้องซ้ำๆสามที แกใช้ด้ายร้อยเข้าไปในรูเข็ม แล้วค่อยๆ ดึงเข็มออกมา
ถังหวานตั้งสติได้ก่อนใคร เธอกำชับเบาๆ“เราช่วยกันจัดห้องผู้ป่วยให้เรียบร้อย อย่าให้คนนอกเห็นความผิดปกติ”
เธอก้มลงจัดผ้าห่มทันทีเอาข้าวของสารพัดใส่กลับเข้าไปในถุงผ้า
ป้ากวนยังจะพูดอีกแต่ถูกถังหว่านยกมือห้ามไว้ “ป้าคะ ป้ารีบไปเถอะ เอกสารทางนี้ฉันจะช่วยจัดการให้เทียนสือเอง”
“ก็ได้” ป้ากวนไม่โต้แย้ง เดินก้มหน้าถือถุงผ้าออกไป
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องส่องใบหน้าปู่ แกหลับตา ใบหน้าขาวซีดสงบนิ่ง รอยย่นบนหน้าผากยืดออกหมดแล้วดูราบเรียบ เหมือนผืนป่าหลังฝนตก
ถังหว่านกดกริ่งพยาบาลเข้ามาจัดการเครื่องติดตามสัญญาณชีพ จากนั้นก็เข็นรถเข็นเปลหามเข้ามายกปู่วางลงบนรถ
ระหว่างขั้นตอนเ่าั้ ร่างกายและจิตใจผมแข็งทื่อไปหมดแล้วไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้ทำอะไร
ขณะที่พยาบาลช่วยกันย้ายร่างปู่ผมดูฝ่ามือปู่ มองไม่เห็นเส้นลายฝ่ามือรูปชวน (川) แล้ว ิับนฝ่ามือปู่กางออกหมดเส้นลายทั้งหมดถูกลบไป
ผมนึกถึงคืนที่พี่ใหญ่ถูกฆ่าตายดาบปลายปืนเล่มนั้นแทงลงไปบนฝ่ามือพี่ใหญ่ เส้นลายมือไม่ได้หายไป แต่ถูกตัดขาด
“คนใกล้ชิดต่างจากไปแล้วการเชื่อมโยงระหว่างผมกับพวกเขาถูกตัดขาดไปด้วย นับจากนี้ไปคนทั้งโลกหกพันล้านคนจะไม่มีใครที่มีความสัมพันธ์ทางสายเืกับผมอีกแล้วผมเซี่ยเทียนสืออยู่ตัวคนเดียวเท่านั้น...สกุลเซี่ยเหลือผมเพียงคนเดียวแล้วผมจะแก้แค้นได้อย่างไร ผมจะแก้แค้นได้อย่างไร...” ตรงหน้าผมทุกอย่างหมุนคว้างของทุกอย่างถูกดูดเข้าไปในน้ำวนที่ใหญ่โตมโหฬาร ลอยวนอยู่รอบตัวผม
“ปู่ครับ...ทวดครับ...พี่ใหญ่ครับ...”ผมรู้สึกว่าตัวเองร้องเรียกไม่หยุด แต่สุดท้ายไม่ได้ยินแม้แต่เสียงตัวเอง
“แก้แค้น”กลายเป็คำสาบานที่จำได้แม่นยำก่อนที่ผมจะหมดสติไป
พอตื่นขึ้นก็ได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ๆ
นั่นน่าจะเป็เสียงน้ำที่ใต้สะพานฉี่เฟิ่งผมฟังมายี่สิบกว่าปี ผมรู้ดี ขอเพียงได้ยินเสียงน้ำไหลก็พอจะนึกสภาพของกระแสน้ำได้
ผมสะดุ้งตื่นแล้ว“ผมอยู่ที่บ้านเก่าในตรองจงอี้หรือ แล้วปู่ล่ะ เื่ที่โรงพยาบาลล่ะ”
ผมยังไม่ลืมตาก็ร้องฮือแล้วลุกขึ้นนั่ง
“อย่าขยับ ระวังเข็มฉีดยาด้วย” เสียงถังหว่านดังเข้าหูผมทันที
ผมลืมตาขึ้น ที่นี่เป็บ้านผมจริงๆอีกทั้งผมยังอยู่ในห้องนอนทางตะวันตกด้านทิศเหนือของบ้านข้างล่างตัวผมเป็เตียงไม้เจามู่ที่ผมนอนมาั้แ่เล็ก
ถังหว่านนั่งบนขอบเตียงมือขวาเธอกดมือซ้ายผมไว้ เพื่อประกันว่าเข็มน้ำเกลือที่หลังมือของผมจะไม่ถูกสลัดออก
ข้างเตียงไม่มีเสาให้น้ำเกลือ ขวดน้ำเกลือวางในตะกร้าตาข่ายแขวนไว้ที่เสามุ้งที่นี่คือบ้านผม ไม่ผิดแน่ แต่เมื่อสูญเสียปู่ไปแล้ว บ้านหลังนี้จึงเหลือเพียงเปลือกว่างเปล่าที่มืดมน
“เทียนสือ พิธีศพกำลังดำเนินอยู่ ตั้งเพิงพิธีศพข้างนอกเรียบร้อยแล้วถ้าคุณพร้อมเมื่อไหร่ ก็ออกไปที่เพิงพิธีศพข้างนอกได้ พวกเพื่อนบ้านพากันมาช่วยเตรียมพร้อมหมดแล้วทั้งเงินและข้าวของ คุณไม่ต้องกังวลเลย”ถังหว่านบอกกล่าวสภาพอย่างคร่าวๆ ทั้งหมดที่ผมอยากรู้ค่อยๆ กระจ่างทีละเื่
ผมยกมือขวาขึ้น ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ สองที
หัวผมตึงไปหมดเหมือนแตงโมที่สุกเต็มที่ พอใช้มือตีลงไปบนหน้าผากก็เกิดเสียงดังตึง
“สบายดีหรือยัง”ถังหว่านใช้หลังมือแตะหน้าผากผม ส่งความเย็นสดใสมาให้
“ขอบคุณ” นี่เป็สองคำที่ผมจะพูดได้เท่านั้น
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกเดี๋ยวคุณลุกจากเตียงได้ ค่อยไปขอบคุณเพื่อนบ้าน พวกเขาล้วนเป็คนดี” ถังหว่านตอบ“ตอนนี้นอนให้น้ำเกลือไปก่อน เป็การตอบแทนที่ดีที่สุดต่อทุกคน”
เธอพูดพลางยื่นมือมาข้างหลังผมประคองให้ผมค่อยๆ นอนลง
แน่นอนว่าเพื่อนบ้านตรอกจงอี้ถนนชวีสุ่ยถิงล้วนเป็คนดีน้ำและดินที่ดีของที่นี่หล่อเลี้ยงกลุ่มคนชาวจี่หนานดั้งเดิมที่คงเหลือความเป็คนที่ซื่อสัตย์มีคุณธรรม มีเมตตาและมีน้ำใจเท่านั้น เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วทั้งในและนอกเมืองนั้นไม่ว่าแบบแผนเก่าประเพณีเก่าและความเคยชินเก่าของชาวจี่หนานดั้งเดิมได้ถูกวัฒนธรรมภายนอกแรงงานต่างถิ่นและกลุ่มนักลงทุนชะล้างจนไม่หลงเหลือสภาพเก่าแล้ว ในที่สุดก็หดหายไป
จี่หนานเป็สถานที่ที่ดี เมื่อกระแสที่บ้าคลั่งของทุนนิยมม้วนตลบไปทั่วโลกสิ่งที่มนุษย์แสวงหาจึงเหลือเพียงชื่อเสียงและผลประโยชน์ เกรงว่าประเทศจีนเองก็ไม่มีสถานที่ซ่อนเร้นที่ไหนที่โชคดีรอดพ้นจากหายนะนี้ได้
เสียงน้ำยังคงดัง สายน้ำที่ในอดีตเคยอึกทึกครึกโครมหรือไม่ก็ไหลเอื่อยร้องเพลงเบาๆขณะนี้กลับมอบความเศร้าสร้อยน่ากลัวที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งให้แก่ผมเท่านั้นบ้านเก่าหลังนี้ไม่ใหญ่ แต่เหลือผมเพียงคนเดียว ต้องอ้างว้างโดดเดี่ยวแน่นอนหัวใจผมถูกคว้านจนว่างเปล่า ร่างกายเหลือเพียงเปลือกนอก แห้งเหี่ยวและหดเล็กลงไม่มีพลังชีวิตอีกแล้ว
“นอนเถอะ นอนอีกหน่อย คุณจะไม่เป็ไรค่ะ”ถังหว่านพูดเบาๆ ข้างหูผม
หลังจากที่ผมผ่าน่เวลาที่กึ่งหลับกึ่งตื่นฝันขณะที่ตื่น ยังตื่นขณะที่ฝัน ทุกนาทีคำว่ากระจกวารีโหรเทพจะะโออกมาเหมือนเข็มแหลมคมที่คอยทิ่มแทงตัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่อาจสงบได้
“หากระจกวารีโหรเทพให้เจอ...”ปู่กำลังร้องบอก
“กระจกวารีโหรเทพ...” ทวดกำลังร้องบอก
“มอบกระจกวารีโหรเทพออกมา...”ไม่รู้ว่าศัตรูลึกลับจากที่ไหนก็กำลังร้องบอก
พี่ใหญ่ไม่มีความผิดแต่เพราะสิ่งล้ำค่าจึงประสบเคราะห์กรรม พี่ใหญ่ตายอย่างน่าอนาถเพราะของสิ่งนี้สิ่งที่ทุกคนตามหาคือสิ่งนี้ ถ้าเช่นนั้นหากเข้าใกล้สิ่งนี้ก็จะเข้าใกล้คนร้ายที่แท้จริงมากขึ้นใช่หรือไม่
“ฉันจะแก้แค้น ฉันจะแก้แค้นให้พี่ใหญ่!” ผมบอกกับตัวเองซ้ำๆ
ขณะที่ผมสะลึมสะลืออยู่นั้น ผมรู้สึกว่าถังหว่านจับมือผมไว้ตลอดเวลาเธอยังคอยแตะหน้าผากผมเป็ระยะ พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ เหมือนกลีบดอกอวี้หลันที่ถนนซีเกิงเต้าร่วงลงบนน้ำในบ่อน้ำพุตระกูลหลิว
“เธอ้าอะไร ทำไมเธอจึงดีกับผมหรือเธอก็้ากระจกวารีโหรเทพ” ผมถามตัวเองในฝัน
นักปราชญ์กล่าวไว้ว่าโลกนี้ไม่มีความรักที่ไม่มีที่มาที่ไปและไม่มีความแค้นที่ไม่มีที่มาที่ไปเช่นกัน
ด้วยฐานะและหน้าตาของถังหว่านเป็ไปไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกรักแรกพบกับผม ยกเว้น...
ตามธรรมเนียมของชาวจี่หนานนั้นเมื่อในบ้านมีคนแก่ตายต้องตั้งศพในบ้านสามวัน ถึงเที่ยงวันที่สามจึงจะเคลื่อนศพได้ ไปเผาศพที่ฌาปนสถานก่อนแล้วนำกล่องใส่อัฐิอังคารไปฝังที่สุสาน จากนั้นสามวันไปกราบสุสานห้าสัปดาห์ไปกราบสุสาน ร้อยวันไปกราบสุสาน
ที่กล่าวข้างต้นเป็ธรรมเนียมปฏิบัติทั้งชุดหลายปีมานี้มีเพื่อนบ้านเสียชีวิตไม่ขาด ผมไปช่วยงานจนรู้ขั้นตอนทั้งหมดดีเวลานี้ขอเพียงให้ปู่ถูกฝังอย่างสงบ ให้ปู่สิ้นสุดชีวิตลงอย่างสมบูรณ์ไม่ถูกรบกวนใดๆ
พลบค่ำวันที่สองของงานศพในที่สุดผมก็สติแจ่มใสเต็มที่แล้ว สามารถนั่งคุกเข่าในเพิงพิธีศพได้
ด้านข้างผมเป็ตัวหนังสือคำว่าเตี้ยน[1]ขนาดใหญ่สองข้างของตัวหนังสือมีดอกไม้กระดาษสีขาวเป็สายห้อยลงมา พาดเฉียงรูปถ่ายขาวดำของปู่ในกรอบรูปไม้สีดำสูงสองศอก ปู่ยิ้มน้อยๆ มองดูเพิงพิธีศพที่ว่างเปล่า สีหน้าสงบแววตาฉลาดล้ำลึก
เสียงเดินดังตึกๆ ดังจากไกลเข้ามาใกล้ผ้าม่านสีขาวด้านขวาของเพิงถูกเลิกขึ้น โผล่ให้เป็ใบหน้าที่ชราและซูบผอมของป้ากวน
ผมกำลังจะลุกขึ้น แต่ป้ากวนยกมือขึ้นห้าม“นั่งเถอะ เธอยังไม่หายป่วยดี”
แกยกม้านั่งตัวเล็กมานั่งข้างผม
“เมื่อกี้ป้าเห็นหมอถังเดินออกจากปากตรอกฉวยโอกาสที่ในบ้านไม่มีใคร เราสองคนมาคุยกันตามลำพังเถอะ” ป้ากวนพูด
ผมผงกหัว นิ่งฟังแกพูด
แกล้วงกระเป๋า หยิบกล่องเหล็กใส่ยาเส้นทำจากสแตนเลสออกมาหยิบยาเส้นวางลงบนกระดาษมวนบุหรี่อย่างคล่องแคล่ว มวนเป็บุหรี่ปากแตรมวนหนึ่ง
“อาชีพอย่างเรามีหลายเื่ที่ละเอียดอ่อนมาก ได้เห็นได้ยินอะไรมาก็บอกคนอื่นไม่ได้ที่ผ่านมาคนรุ่นเก่าเชิญเราไปทำงาน พวกเขาเชื่อตามการจัดการทุกอย่างไม่เคยถามโน่นถามนี่ ไม่ถามเหตุผลด้วย พองานเสร็จ ที่ควรให้ก็ให้ ที่ควรเชิญก็เชิญที่ควรจ่ายก็จ่าย เสร็จแล้วก็คือเสร็จ แล้วแยกย้ายกันไป วันต่อมาตื่นขึ้นไม่มีใครเอ่ยถึงอีกเื่มากมายในอาชีพนี้ล้วนไม่ควรกลายเป็เื่โจษจันกันตามหัวถนนตามตรอกเพราะนั่นคือความลับที่ไม่ควรเปิดเผย คิดดูสิ บ้านเก่าทุกหลังในถนนเก่าตรอกเก่าบ้านใครที่ไม่มีเ้าที่เ้าทาง การนินทาเื่ของบ้านอื่น เป็เื่ต้องห้าม...”ป้ากวนจุดบุหรี่สูบ สูบพลางเริ่มพูดเริ่มเื่
[1](奠) หมายถึงการตั้งเครื่องเซ่นไหว้เพื่อสักการะผู้ตายมักแขวนในห้องพิธีศพหรือเขียนบนพวงหรีด เป็การแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิต