บทที่ 9
วงแหวนสีม่วงปรากฏ!
เด็กทั้งหมดรวมถึงาุโสองสมุหเสนาแก่นนครถูกนำตัวไปปฐมพยาบาล โชคดีไม่มีใคราเ็หนักแต่ปราณได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นแก่บรรดามหาเสนาอำมาตย์ทั้งหลายแล้วไม่มีใครกล้ามองปราณเหยียดหยามอีกต่อไป ยุวาจารย์ปราณกลายเป็ชื่อเรียกแทนตัว
เทวานอนพักฟื้นดูหงอยลงจนเห็นได้ชัดแววตาแห่งความเย่อหยิ่งจองหองอวดดื้อถือดีหายไปแล้ว เทวาเป็คนเดียวในกลุ่มที่โดนปราณจัดหนักสองวันติดๆกัน ทำให้เขาได้ลิ้มรสแห่งความพ่ายแพ้อย่างแท้จริง และเป็การแพ้โดยยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ!
สิ่งที่เทวาแปลกใจคือ ทำไมปราณยอมให้เป็ลูกไล่ ยอมถูกกลั่นแกล้งสารพัดจากพวกของเขาจนยอมอยู่ภายใต้ฉายาไอ้ขี้แพ้มาเป็แรมปี
สุเมธาธิบดีเปิดประตูเข้ามาเยี่ยมลูกชายจอมเอาแต่ใจที่ตอนนี้กลายเป็เด็กว่านอนสอนง่ายไปเสียแล้ว
“เป็ยังไงมั่งเ้าเด็กดื้อของข้า?”
“ท่านพ่อครับ...ข้า...” เทวาโผกอดท่านพ่อทันทีน้ำตาไหลพราก
สุเมธาธิบดีก้มมองลูกชายหัวดื้อที่หลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่อายน่าจะเป็ครั้งแรกที่ผู้เป็พ่อเห็นความเศร้าสลด “ไม่ต้องพูดอะไรมากพักผ่อนเสียก่อน...เ้าคงสงสัยว่าทำไมพ่อไม่ช่วยเ้า แต่กลับเข้าข้างเ้าเด็กปราณ!”
เด็กน้อยพยักหน้าจ้องมองด้วยความสงสัย น้ำตาอาบแก้ม สุเมธาธิบดีมองสภาพบุตรชายแล้วส่ายหัวอธิบายให้เข้าใจ “เพราะนี่คือการเรียนรู้ด้วยตัวเองไง! พ่อเคยสอนเ้าเสมอเื่ให้เกียรติผู้อื่นหลีกเลี่ยงการดูถูกเหยียดหยาม เพราะนี่คือสิ่งที่แสดงความเป็ผู้ดีเหมาะแก่การเคารพยำเกรงมิใช่การแสดงอำนาจบาตรใหญ่ แต่เพราะเ้ายังเด็กและหลงเชื่อบรรดาเพื่อนๆที่คอยประจบประแจงเอาใจ ไม่เคยขัดใจพร้อมใจกันเชียร์เ้าแบบผิดๆ ถูกๆและมักจะอวดอำนาจ ถือว่าพ่อแม่มียศถาในเมือง เพราะต่างรู้ว่าเ้าเป็ลูกของข้าเขาก็ต้องเอาใจเพื่อหวังผลประโยชน์กันทั้งนั้นแล้วเ้าก็หลงเชื่อคำเยินยอยุยงเ่าั้ จนมันยากเกินกว่าที่พ่อจะสอนเ้าได้อีกต่อไป...ต้องขอบใจเ้าเด็กน้อยปราณที่ใช้พลังฌานช่วยทำให้เ้าหยุดความก้าวร้าวได้”
เทวาปาดน้ำตามองหน้าท่านพ่อ“ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าเ้าเด็กนั่นจะกล้าลงไม้ลงมือกับข้าถึงเพียงนี้คิดไม่ถึงด้วยว่าจะมีฝีมือเกินเด็กธรรมดาจริงๆ”
สุเมธาธิบดีพยักหน้าตามที่เทวาพูด “เ้าจงจำไว้นะ มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เ้าไม่ควรดูถูกใครโดยเฉพาะกับคนที่อ่อนแอกว่ายิ่งต้องให้การปกป้องหรือช่วยเหลือพวกเขาเท่าที่สามารถช่วยได้ เราโชคดีที่มีอำนาจ วาสนา มีบริวาร และเงินทองมากมายควรใช้สิ่งที่มีช่วยผู้คนที่เดือดร้อนมากกว่าการเบียดเบียนหรือกดขี่ข่มเหงพวกเขาแบบที่เ้าเคยทำ!”
เทวาขมวดคิ้วย่น “แต่ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าถ้าเ้าปราณเก่งขนาดนี้แล้ว ทำไมเขายังต้องปิดบังตัวเองยอมเป็ไอ้ขี้แพ้ให้กับพวกเรามาตลอดด้วย?”
“หึหึหึ เ้าถามข้า...แล้วข้าจะไปถามใครล่ะ?ไว้เจอตัวเขา เ้าก็ถามเลยสิพ่อเองก็อยากรู้เช่นเดียวกับเ้านั่นแหละ ฮะฮะฮ่า”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ปราณปรากฏกายพร้อมการโค้งคำนับ“ข้าต้องขอโทษคุณหนูเทวาที่ลงมือรุนแรงหวังว่าท่านคงจะไม่เอาความข้า”
ท่านเ้าเมืองมองดูกิริยามารยาทของเด็กน้อยแล้วยิ้มชื่นชมในใจ‘แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็เพียงสามัญชนแต่การบ่มเพาะนิสัยและมารยาทช่างสูงส่งยิ่งนัก บวกกับพลังฌานยุทธ์ที่เขามีมีครบทั้งพระเดชและพระคุณ ทั้งๆ ที่อายุแค่นี้เองในอนาคตเขาคงได้ปกครองคนหมู่มากอย่างแน่นอนถ้าเทวาได้กิริยามารยาทที่สุภาพแบบนี้สักครึ่งนึงก็ยังดี’
สุเมธาธิบดีหันมองเทวาแล้วกำชับบอก “เทวา! ต่อไปเ้าต้องเรียกปราณว่า ท่านยุวาจารย์ปราณแล้วนะข้าจะให้เขาสอนพลังฌานให้กับพวกเ้าทุกคน...เริ่มั้แ่พรุ่งนี้เลย”
เทวามองหน้าอดีตไอ้ขี้แพ้แล้วก็นึกขายขี้หน้ากับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำแย่ๆ ลงไป แต่ยังทำอะไรไม่ถูก ใจหนึ่งก็อับอายกเื่ราวในอดีตอีกใจหนึ่งก็ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไอ้ขี้แพ้ไม่ใช่ปราณแต่กลับเป็ตัวของเขาเองต่างหาก
ปราณชำเลืองมองก็พออ่านออกจึงพูดด้วยน้ำเสียงสดใส หนักแน่น “คุณหนูไม่ต้องคิดมากครับข้ายังคงเป็ปราณคนเดิมอยู่เสมอ เพียงแค่ท่านไม่เรียกข้าว่าไอ้ขี้แพ้ข้าก็ดีใจมากแล้ว ในเมื่อท่านไม่เป็อะไรมากถ้าเช่นนั้นข้าไม่กวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้ว พักผ่อนมากๆ ครับพรุ่งนี้ข้าคงต้องปฏิบัติหน้าที่ หวังว่าคุณหนูจะให้ความกรุณา” ปราณโค้งคำนับให้เทวาและหันมาโค้งให้กับท่านเ้าเมืองแล้วเดินออกจากห้อง
เมื่อเด็กน้อยพ้นห้องผู้เป้นพ่อก็ถามลูกชายทันที“เ้าคิดว่าปราณนิสัยเป็ยังไง?”
เทวาอ้ำอึ้ง “เออ...ข้ายังไม่รู้ครับแต่สิ่งที่ข้ารู้ตอนนี้คือ เขาไม่ได้แสดงความอาฆาตหรือโกรธเกลียดอะไรข้าเลยแต่ยังนอบน้อมเหมือนสมัยก่อนทุกประการ ข้า...ข้าไม่เข้าใจจริงๆ”
“หึหึหึ เ้าเด็กน้อยเอ้ย!แม้ปราณจะอายุไล่เลี่ยกับเ้า แต่กิริยาอาการสงบนิ่งเหมือนผู้ใหญ่จนบางทีข้าเองยังอายด้วยซ้ำ เพราะถ้าข้าอยู่ในสถานการณ์แบบเขาอาจจะสงบอารมณ์ได้ไม่ถึงครึ่งของเขาก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆเด็กคนนี้มีอะไรที่เ้าต้องเรียนรู้จากเขาอีกมากมายนัก ถือเป็เื่ดีที่เมืองของเรามีเด็กอัจฉริยะมากความสามารถและกิริยาที่สุขุมแบบนี้มาเป็ยุวาจารย์พรุ่งนี้เ้าจงรับเอาความรู้ของเขา และศึกษานิสัยใจคอรวมไปถึงวิธีคิดของเขาให้มากๆแล้วก็เตือนสติเ้าเพื่อนขี้ประจบทั้งหลายของเ้าเสียด้วย...นอนพักซะข้ามีงานต้องไปทำต่อ”
**********
ปราณกลับหมู่บ้านด้วยหัวใจที่พองโตเป็ความรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่งมีกำลังใจ เด็กน้อยมองเข็มกลัดทองล้อมพลอยทับทิมแล้วใช้มือซ้ายกำเบาๆ ตำแหน่งยุวาจารย์ถือเป็ของขวัญชิ้นแรกในการต้อนรับเข้าสู่เส้นทางของนักฌานยุทธ์
‘สิ่งใดที่ได้มาล้วนเป็เพียงการอุปโลกน์แต่งตั้งจากผู้คนเมื่อเขาแต่งตั้งได้ เขาก็สามารถปลดหรือยกเลิกมันได้สิ่งที่สำคัญมากกว่าตำแหน่งใดๆ คือ พลังและความแข็งแกร่งของตัวเองจำคำพ่อไว้นะปราณ ไม่มีอะไรอยู่กับเราไปตลอดกาล แม้แต่ชีวิตของเ้าเอง’
คำพูดของท่านพ่อผุดขึ้นมาเตือนสติเด็กน้อยเสมอๆเดินไป คิดอะไรไปเพลินๆ เขาก็เดินมาถึงหมู่บ้านท่ามกลางสายตาของผู้คนที่พากันดีใจในการกลับมาของปราณอย่างปลอดภัย
“โอ้ย...ปราณเอ้ย! พวกเราเป็ห่วงเ้าแทบแย่โดนท่านเ้าเมืองลงโทษอะไรมาบ้างล่ะ?”
“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับท่านป้า พวกท่านต่างก็คิดไปเองท่านเ้าเมืองไม่ได้เรียกข้าไปลงโทษอะไรหรอกครับ!”
“อ้าว!!! ถ้าเช่นนั้นจะเรียกเ้าไปทำไมแต่เช้าพวกข้าก็ตื่นตระหนกกันทั้งหมู่บ้าน”
“ก็พวกท่านคิดไปเองนี่ครับก็เื่เมื่อวานนั่นแหละท่านเ้าเมืองพอใจข้าก็จึงเชิญข้าเข้าไปทำงานที่จวนนะครับ”
ปราณไม่บอกความจริงทั้งหมดเพราะรู้ว่าบอกไปก็เสียเวลาเปล่าๆเพราะคนพวกนี้ไม่รู้จักซ้ำร้ายอาจจะยิ่งถามจุกจิกและบางคนกอาจจะเกลียดขี้หน้าขึ้นมา
เขาเลยเลี่ยงที่จะไม่พูดความจริงของการได้ตำแหน่งยุวาจารย์ไม่มีใครสักคนที่สังเกตเห็นเข็มกลัดของเขา ก็แสดงว่ามิได้ให้ความสนใจอะไรเขาจริง
‘ขืนข้าเล่าเื่ในที่เกิดขึ้นในจวนให้คนเหล่านี้ฟังอาจจะพาลและเกิดริษยาข้าเสียเปล่าๆ สู้ข้าไม่เล่าดีกว่าให้เขาเห็นข้าเป็เด็กธรรมดาๆ ต่อไปก็พอแล้ว’
“ข้าขอตัวก่อนก่อนนะครับ เพลียมาทั้งวันแล้วขอบคุณทุกๆ ที่เป็ห่วงข้าครับ”
แน่นอนความดีใจเต็มอกท่านลุงคือบุคคลที่เขาจะบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังได้อย่างสนิทใจ
“ท่านลุงครับ ข้ากลับมาแล้ว” น้ำเสียงดีใจเป็ล้นพ้น
“มีข่าวดีอะไรมาเล่าให้ข้าฟังล่ะ? เด็กน้อย ฮ่าๆๆๆๆๆ”เสียงที่ลอดออกมาจากตัวบ้านเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้นประตูบ้านจึงเปิดออก ร่างในชุดคลุมค่อยๆเดินออกมา
“ข้า...ข้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็ยุวาจารย์ครับ!”
“หา! จะ...จะ...เ้าว่ายังไงนะ?”
“ข้าได้เป็ยุวาจารย์ครับ!”
ท่านลุงตกตะลึง อึ้งอยู่พักนึง ‘ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหมเนี่ยท่านเ้าเมืองถึงกับมอบตำแหน่งนี้ให้ปราณทีเดียวหรือ ตลอดทั้งชีวิตของข้ายังไม่เคยมีเด็กคนไหนได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้มาก่อนแต่เ้าหนูปราณกลับคว้ามาได้ ก็คงเพราะนิสัยที่ดีงามของท่านเ้าเมืองด้วย มิเช่นนั้นแล้วเส้นทางการเป็ยุวาจารย์ของปราณคงไม่ง่ายเช่นนี้แน่!’
ท่านลุงเหลือบมองที่หน้าอกซ้ายก็เห็นเข็มกลัดตำแหน่งยุวาจารย์ติดที่อกของปราณก็โผเข้าโอบกอดเด็กน้อยด้วยความดีใจ “ตลอดชีวิตของข้าเดินทางทั่วมหาพิภพยังไม่เคยมีตำแหน่งยุวาจารย์เกิดขึ้น ตำแหน่งนี้ว่างมานานมากเ้าได้สร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นแก่มหาพิภพอาเชียแล้วล่ะ”
แล้วปราณจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ท่านลุงฟังอย่างละเอียดรวมไปถึงการอัดาุโสองจนลอยละลิ่วกลางอากาศเพียงหมัดเดียว เรียกเสียงหัวเราะของท่านลุงได้เป็อย่างดี
“เออ...ท่านลุงครับ ตอนที่ต่อสู้ข้ามีวงแหวนสีม่วงๆ ปรากฏขึ้นมาด้วยครับ มันปรากฏขึ้นมาเดี๋ยวเดียวก็หายไปเป็อยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง ครับ”
ท่านลุงตกตะลึงอีกหน “นี่เ้าว่า...เ้ามีวงแหวนสีม่วงปรากฏขึ้นเป็เื่จริงหรือ?”