บทที่ 7
หนึ่งรุมเก้า!
“หา!...ยุวาจารย์!”
มหาเสนาอำมาตย์ะโขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นใ
“ถูกต้องแล้ว” สุเมธาธิบดีพยักหน้า จ้องมองมหาเสนาทุกคนด้วยความมั่นใจ
มหาเสนาพิมุขมนตรีลุกขึ้นจากที่นั่ง แสดงอาการไม่พอใจสีหน้าบึ้งติง “ท่านจะให้ตำแหน่งยุวาจารย์กับเ้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้ไม่ได้! ข้าไม่เห็นด้วย! และข้าก็เชื่อว่าทุกคนในห้องนี้ต่างก็ไม่เห็นด้วย”มหาอำมาตย์ในห้องรวมทั้งภริยาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ปราณรีบชิงพูดขึ้นในทันที “ท่านเ้าเมืองครับ! ข้ายังเด็กอยู่ ไม่เหมาะสมจะรับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น”
สมุหเสนาแก่นนครหัวเราะชอบใจ “ฮ่าๆๆๆ เห็นไหมล่ะท่าน? ขนาดเด็กมันยังรู้เลยว่าไม่ควรแล้วท่านคิดยังไงที่จะแต่งตั้งให้เ้าเด็กปราณ ชาวบ้านสามัญชนธรรมดาๆ มารับตำแหน่งยุวาจารย์พ่อแม่ของเ้าเด็กคนนี้พวกเราก็ไม่รู้จัก คงไม่ได้มีบทบาทอะไรกับทางการล่ะสิ! มิเช่นนั้นเ้าเด็กนี่คงไม่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ อย่างพยัคฆ์คำรามหรอก!” าุโสองลุกขึ้นไปยืนข้างๆมหาเสนาพิมุขมนตรีเหมือนกับสนับสนุนความคิด
พิมุขมนตรีจ้องมาสุเมธาธิบดี สีหน้ากังวลถอนหายใจยาว “ในเมื่อท่านเสนอตำแหน่งยุวาจารย์ให้เ้าเด็กปราณก็หมายความว่าท่าน้าให้เ้าเด็กคนนี้มาเป็ครูสอนลูกหลานของพวกเราหรืออย่างไรกัน?”
ท่านเ้าเมืองพยักหน้าเผบรอยยิ้มเหลือบมองปราณเล็กน้อย แล้วหันมาตอบพิมุขมนตรี “ถูกต้องแล้วท่านาุโสี่ข้าจะให้เ้าหนูปราณสอนลูกๆ ของพวกเราให้เด็กที่มีฌานสัมบูรณ์เป็คนสอนไม่ได้หากันง่ายๆ นะ”
าุโสี่ยังคงส่ายหัว ไม่อมรับการตัดสินใจ “หึหึหึหึ ถึงแม้ปราณจะมีพลังฌานสัมบูรณ์จริง แต่ด้วยการเรียนและการศึกษาเขาเทียบกับลูกๆ ของพวกเราไม่ได้ ไม่เหมาะที่จะสอนลูกหลานของพวกเราเื่นี้ข้าขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด นอกเสียจากว่า...ท่านจะพิสูจน์ให้เห็นว่าปราณมีความสามารถจริง!”แม้จะไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังเปิดทางเลือกเพราะตัวของเขาเองก็อยากเห็นผู้มีพลังฌานสัมบูรณ์เช่นกัน
ทุกคนในห้องประชุม ต่างก็อยากเห็นกันทั้งหมดพวกเขารู้ว่ามหาพิภพอาเชียมีกลุ่มบุคคลที่ใช้พลังฌานยุทธ์ในการต่อสู้และดำเนินชีวิต จัดเป็บุคคลที่ทางการจำเป็ต้องพึ่งพาเพื่อให้ฝึกปรือทหารและเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร อาณาจักรไหนมีนักฌานยุทธ์ระดับสูงย่อมได้เปรียบในการปกครองเหนือกว่าทุกๆ อาณาจักร
อาณาจักรไชยครามที่กว้างใหญ่ก็ยังมีนักฌานยุทธ์ในระดับเทพยุทธ์ (ระดับ 91-99) เพียง 2คนเท่านั้น ซึ่งยังเป็บุคคลลึกลับที่ไม่เปิดเผยตัวตน โดยเฉพาะกับเมืองเชียงคลองเมืองขนาดเล็กที่ไม่ได้มีความสำคัญเฉกเช่นเมืองอโยดาที่เป็เมืองหลวงของอาณาจักรไชยครามแล้วกลับยิ่งห่างไกลจากบรรดานักฌานยุทธ์ยิ่งนัก
สุเมธาธิบดีเดินวนไปรอบๆด้วยรอยยิ้ม เพราะเขารู้แน่ว่าย่อมไม่มีมหาเสนาอำมาตย์คนใดเห็นด้วย “แน่นอนเื่นี้ข้าคิดไว้แล้วซึ่งเท่าที่ข้ารู้มาทั้งอาณาจักรไชยครามก็ยังไม่มียุวาจารย์เกิดขึ้นเลยสักคนถ้าเมืองของเรามียุวาจารย์เกิดขึ้นจริงๆ พวกท่านคิดว่าเมืองเชียงคลองของเรา จะได้รับความสนใจจากเมืองหลวงขนาดไหน?”
ท่านเ้าเมืองเดินพูดไปรอบๆสังเกตกิริยาอาการของผู้ร่วมประชุม แล้วอธิบายต่อ “ยุวาจารย์มาจากคำว่ายุวชน กับ อาจารย์ เอามาผสมกันเป็ยุวาจารย์ซึ่งเป็ตำแหน่งที่ว่างมาอย่างยาวนาน เพราะไม่มีเด็กคนไหนเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ดังนั้นข้าจะให้ปราณแสดงฝีมือให้พวกท่านเห็นว่าเขาเหมาะที่จะได้รับตำแหน่งยุวาจารย์เป็คนแรกของอาณาจักรไชยครามซึ่งตำแหน่งยุวาจารย์นี้ จะส่งผลดีอย่างมากต่อการเรียนในโรงเรียนมหรรณพาลัยของเขา”
ปราณยืนนิ่งมองหน้าท่านเ้าเมืองแล้วนึกในใจ ‘ตำแหน่งยุวาจารย์มีความสำคัญต่ออาณาจักรขนาดนั้นเชียวหรือ? แต่ถึงจะสำคัญอย่างไร ข้าก็คือปราณคนเดิมแหละสิ่งที่ท่านพ่อท่านแม่และท่านลุงสอนข้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด’
สุเมธาธิบดีเดินเข้ามาหาปราณและโอบบ่าเด็กน้อย “เพื่อให้ทุกคนเห็นด้วยและยอมรับ ข้าจะขอจัดการประลองขึ้นอีกครั้งในห้องนี้เลย”สบตาผู้ใต้บัญชาโดยรอบ “โดยให้ลูกๆ ของทุกท่านมาประลองฝีมือกับปราณ แน่นอนว่าเขาเคยได้ฉายาไอ้ขี้แพ้ดังนั้น ก็ให้ลูกๆ ของพวกท่านมาประลองกับเขา ท่านจะได้รู้นิสัยและพฤติกรรมลูกๆของพวกท่าน ว่าไม่ได้แสดงทีท่าองอาจสง่างามเฉกเช่นพวกท่านที่มียศถาใหญ่โตเป็ผู้สูงศักดิ์แต่ในทางกลับกับ ข้ามองเห็นความสง่างามของเ้าหนูปราณเสียยิ่งกว่าลูกหลานของพวเราอีก...เอาล่ะ! ได้เวลาให้เด็กๆ ขึ้นมาแสดงฝีมือให้พวกเราได้ดูกัน”
ท่านเ้าเมืองหันไปมองทหารหน้าประตูโถงแล้วออกคำสั่งสิ้นสุดคำสั่งก็มีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว นายทหาร 5 นายที่เฝ้าภายในห้องรีบวิ่งออกไปด้านนอกห้องโดยพร้อมกัน สักพักก็นำเก้าอี้บุฟองน้ำตบแต่งสวยงามจำนวน 10 ตัว มาวางเรียงเป็แถวหน้ากระดานหันไปทางหน้าบัลลังก์ แล้วแสดงการเคารพท่านเ้าเมืองกลับไปยืนประจำตำแหน่งของตนเอง
เวลาไม่ถึง 10 นาทีบรรดาลูกหลานมหาอำมาตย์ทั้ง 9 นำโดยคุณหนูเทวาเดินเรียงแถวมายืนตรงหน้าเก้าอี้ ทั้งหมดโค้งคำนับท่านเ้าเมืองท่านเ้าเมืองโบกมือให้ทุกคนนั่งลง
“เมื่อทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้ว ข้าขอประกาศว่านับจากนี้เป็ต้นไปข้าจะแต่งตั้งปราณให้เป็ยุวาจารย์คอยแนะนำและสั่งสอนและปลุกพลังฌานยุทธ์ให้พวกเ้า”
เทวาหูตาเหลือก ะโสวนทันที “ท่านพ่อ...ท่านคิดจะทำอะไรครับ? ท่านจะให้ไอ้ขี้แพ้นี่มาสอนพวกเราข้า...ข้ารับไม่ได้ มัน...มัน”
สุเมธาฯ จ้องมองบุตรชายแล้วส่ายศีรษะ “เขาชนะเ้าได้มิใช่หรือเทวา?”
เทวานึกภาพที่เขาถูกหมัดเสยจนลอยเคว้งกลางอากาศความรู้สึกตอนนั้นมันน่ากลัวยิ่งนัก เสียวแปลบในท้อง หน้ามืด วูบกลางอากาศจากนั้นก็มารู้สึกตัวอีกทีว่ากำลังนอนอยู่บนฟูก โดยมีพยาบาลคอยดูแล
ปราณรีบเข้ามาโค้งคำนับเทวา “ข้าต้องขอโทษด้วยครับคุณหนูที่เมื่อวานข้าลงมือให้ท่านต้องเจ็บตัว”
แม้จะได้ยินเช่นนั้นแต่ในจิตใจของเทวากลับยิ่งรังเกียจกิริยาเช่นนี้ของปราณยิ่งนัก‘ข้าเกลียดนักท่าทีแบบนี้ ทำตัวนอบน้อมแสร้งเป็ไอ้ขี้แพ้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก หรือนี่คือคนที่มีพลังฌานยุทธ์จริงๆั้แ่เกิดมาข้าก็ได้ยินแต่คนพูดถึงกัน’
เทวามองปราณั้แ่หัวจรดเท้าแววตาเหยียดหยาม “ก็ถือว่าแล้วไปก็ได้!ข้าก็เป็ลูกผู้ชายพอ ไม่อยากให้ท่านพ่อต้องเสียเกียรติเพราะการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของข้าแต่ในเมื่อเ้ามาอยู่ตรงนี้แล้วก็ดี วันนี้ข้าขอทวงคืน เมื่อวานอาจจะเพราะข้าประมาทเ้าเกินไปแต่วันนี้ยังไงข้าต้องชนะเ้าให้ได้ เพราะเ้าคือไอ้ขี้แพ้ของข้ามาตลอด ฮ่าๆๆๆ”
ในหัวจะมีความคิดสับสนกล้าๆ กลัวๆ แต่ว่าที่นี่เป็พื้นที่ของเขาอีกทั้งบรรดามหาอำมาตย์ทั้งหลายก็นั่งอยู่ในที่นี้แล้ว ความกลัวเสียหน้ามีมากกว่าความกลัวต่อสู้เลยเผลอพูดออกไปแบบนั้น
คำสอนของท่านลุงผุดขึ้นมาหัวของปราณทันที ‘ความอดทนย่อมมีขีดจำกัดคงถึงเวลาที่ข้าจะต้องแสดงพลังฌานยุทธ์ภายในตัวให้พวกเขาได้ประจักษ์ชัดว่ามันไม่ใช่แค่เื่เล่าในตำนานข้าถูกเหยียบย่ำมาหลายปี ได้เวลาที่ข้าจะขอทวงศักดิ์ศรีของสกุลโอฬารปฐีได้แล้วรวมไปถึงพวกผู้ใหญ่ที่แสดงท่าทางหยิ่งผยองยิ่งนักทำไมพวกเขาช่างดูถูกผู้คนเยี่ยงนี้
ปราณมองเห็นโอกาสในการแสดงความสามารถของการเป็นักฌานยุทธ์และเมื่อวิเคราะห์แล้วว่าลูกหลานมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ไม่มีทางชนะเขาได้เลยจึงเสนอความคิด “ท่านเ้าเมืองครับ ข้ามีข้อเสนอเพื่อให้เื่วันนี้จบๆโดยไม่ต้องกังขากันอีกต่อไป”
“ว่ามาเ้าหนู?”
“ข้ายินดีประลองตามคำท้าของคุณหนูเทวาแต่ข้าของเพิ่มเงื่อนไข”
ผู้าุโสองรีบพูดทันทีเมื่อได้จังหวะ “น้ำหน้าไอ้ขี้แพ้อย่างเ้าแค่เด็กสามัญชนกล้าต่อรองผู้สูงศักดิ์อย่างพวกเราด้วยรึ ฮ่าๆๆๆๆๆ”
แก่นนครยืนกัดกรามมานานกับท่าทีหยิ่งผยองนิ่งสงบของปราณาุโสองอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนกับความเย่อหยิ่งวางท่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงติดที่ท่านเ้าเมืองถือหางอยู่
ปราณจ้องหน้าาุโสอง ไม่พอใจกับการเหยียดหยามแต่ก้โต้ตอบออกไป “ถึงแม้ว่าข้าจะเป็ไอ้ขี้แพ้พวกคุณหนูเทวาก็เข้ามาพร้อมกันทั้งเก้าคนเลยจะได้ไม่เสียเวลาจัดการกับไอ้ขี้แพ้อย่างข้า”