บทที่ 7 ซื้อโอสถเสริมรากฐาน
"ศิษย์พี่พูดเล่นแล้ว ถ้าพูดถึงพร์ ข้าจะเทียบกับรากฐานิญญาธาตุไม้ชั้นยอดของท่านได้อย่างไร?"
หยางซวีห่าวพูดด้วยความสุภาพ เวินฉิงก็จำต้องพูดด้วยความสุภาพเช่นกัน
หยางซวีห่าวหัวเราะร่า ในใจรู้สึกดีใจมาก
เวินฉิงเป็สาวงามที่มีชื่อเสียงของสำนักกระบี่ิญญา
เขาหมายปองความงามของเวินฉิงมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ วันนี้บังเอิญพบเวินฉิงที่ยอดเขาไพร์ที่มาซื้อโอสถ จึงเป็โอกาสที่เขาจะได้แสดงตัว
"ศิษย์น้องเ้าถ่อมตัวแล้ว ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่ารากิญญาธาตุน้ำแข็งชั้นยอดของเ้านั้นหาได้ยากนักในรอบหมื่นปี อีกทั้งอาจารย์เหยียนก็ดูแลเอาใจใส่เ้าเป็พิเศษ รักใคร่เ้ามาก"
"ข้าได้ยินมาว่าอาจารย์เหยียนเพื่อหาอาวุธที่เหมาะมือให้เ้า ถึงกับลงจากเขาไปค้นหาด้วยตัวเองจนบัดนี้ยังไม่กลับมา"
"ตามความเห็นของข้า การประลองเจ็ดยอดเขาอีกครึ่งปีหน้า ตำแหน่งที่หนึ่งก็เป็ของเ้าแล้ว"
เมื่อพูดถึงอาจารย์ แววตาของเวินฉิงพลันเศร้าหมองลง
หลังจากนางบรรลุขอบเขตจินตานแล้ว ก็ยังใช้กระบี่ไม้ไผ่ที่ทำจากไม้ไผ่มรกตซึ่งมีมากที่ยอดเขาไผ่รำพัน
ยามปกติการฝึกฝนไม่มีผลกระทบอันใด แต่เมื่อต้องต่อสู้กับผู้อื่น ก็ไม่อาจเทียบได้
เหยียนชิงหุ่ยอาจารย์ของนาง เพื่อให้เวินฉิงสามารถแสดงฝีมืออันยอดเยี่ยมในการประลองเจ็ดยอดเขาอีกครึ่งปีข้างหน้า จึงลงจากเขาไปด้วยตนเองเพื่อหาอาวุธให้เวินฉิง
แต่เดิมท่านอาจารย์บอกว่า การเดินทางครั้งนี้ อย่างน้อยสองสามเดือน อย่างมากครึ่งปีก็จะกลับมา
ให้นางอยู่ที่ยอดเขาไผ่รำพันอย่างสงบและตั้งใจฝึกฝน
ผลคือบัดนี้ผ่านไปกว่าเจ็ดเดือนแล้วยังไม่กลับมา
เวินฉิงกังวลจนนอนไม่หลับทั้งวัน กลัวว่าท่านอาจารย์จะพบอันตรายข้างนอกและไม่สามารถกลับมาได้
ทุกวันนี้นางจะรออยู่บนยอดเขาไผ่รำพันทุกวัน นั่งรออยู่ตลอดทั้งวัน
ไม่ได้ฝึกฝนเพียงแค่นั่งเฉย ๆ จ้องมองรอคอยท่านอาจารย์กลับมา
วันเวลาผ่านไปทีละวัน ไม่มีแม้แต่เงาของท่านอาจารย์ อารมณ์ของนางก็แย่ลงเรื่อย ๆ
หากเป็เช่นนี้ต่อไปอีกสองสามเดือน เกรงว่านางอาจเกิดมารร้ายในใจขึ้นมา
การมาของเซียวอวิ๋นทำให้นางมีสิ่งอื่นให้ทำในทันที
ความรู้สึกหนักอึ้งก็ได้รับการผ่อนคลายลงบ้าง
ในตอนนี้เมื่อหยางซวีห่าวพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา หัวใจของนางก็เป็ห่วงท่านอาจารย์อีกครั้ง
เวินฉิงยิ้มขื่นแล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่หยางมีพร์ล้ำเลิศ อีกทั้งยังมีโอสถให้ใช้ไม่จำกัด การประลองเจ็ดยอดเขา ศิษย์พี่หยางจะต้องคว้าชัยชนะอย่างแน่นอน ข้ายังมีธุระ จึงขอตัวไม่อยู่สนทนากับศิษย์พี่หยางแล้ว"
เวินฉิงไม่อยากสนทนากับหยางซวีห่าวต่อไปอีก
หลังจากพูดคำสุภาพสองสามคำ นางก็หมุนตัวจะไปยังตำหนักร้อยโอสถเพื่อเลือกโอสถให้เซียวอวิ๋น
หยางซวีห่าวจะยอมพลาดโอกาสประจบเอาใจได้อย่างไร
พอเห็นเวินฉิงจะไป เขาก็รีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว
"ศิษย์น้อง้าโอสถอันใดหรือ ให้ข้ามอบให้เ้าสักสองสามเม็ดดีหรือไม่?"
"เวินฉิงขอบคุณในน้ำใจของศิษย์พี่หยาง หาก้าโอสถอะไร เวินฉิงก็จะจ่ายเอง"
เมื่อเห็นว่าเวินฉิงไม่ยอมรับ หยางซวีห่าวก็รีบกล่าวว่า "คำพูดของเ้านี่ช่างดูห่างเหินเสียจริง"
"ปกติแล้วยอดเขาไพร์ของเราใช้ไม้ไผ่มรกตจากยอดเขาไผ่รำพันเป็เชื้อเพลิงในการกลั่นโอสถ เ้าก็ไม่เคยเรียกเก็บหินิญญาจากพวกข้าไม่ใช่หรือ"
"บัดนี้เ้าประสบปัญหาในการฝึกฝนจึงมาซื้อโอสถจากพวกข้าที่ยอดเขาไพรสรรค์หากข้าเรียกเก็บหินิญญาจากเ้า ข้าจะยังเป็มนุษย์อยู่หรือ?"
เวินฉิงคิดดูแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง
สิ่งที่แต่ละยอดเขาของสำนักกระบี่ิญญาผลิตได้ล้วนเป็ของยอดเขานั้น ๆ หากยอดเขาอื่น้าก็ต้องใช้หินิญญาซื้อ
มีเพียงไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่รำพันของนางเท่านั้นที่ไม่ต้องเสียหินิญญา
ตามหลักการแล้ว ไม้ไผ่ของยอดเขาไผ่รำพันก็ควรต้องซื้อด้วยหินิญญา เพียงแต่ท่านอาจารย์เหยียนชิงหุ่ยของนางไม่สนใจเื่เล็กน้อยเช่นนี้
อีกทั้งยังไม่มีศิษย์ผู้รับใช้มาจัดการ ไม้ไผ่มรกตจึงได้แจกจ่ายให้ศิษย์ของยอดเขาอื่น ๆ
ด้วยเหตุนี้เอง ยอดเขาไผ่รำพันจึงเป็ยอดเขาเดียวที่ไม่มีแหล่งรายได้
เวินฉิงก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร
เมื่อนึกถึงว่ายอดเขาไพร์ต้องขึ้นไปตัดไม้ไผ่มรกตบนยอดเขาไผ่รำพันทุกวัน แลกกับโอสถเสริมรากฐานเพียงไม่กี่เม็ดก็เกินพอแล้ว เวินฉิงจึงพยักหน้าพลางกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ต้องขอบคุณศิษย์พี่หยางด้วย"
หยางซวีห่าวอมยิ้มด้วยความยินดี
หากเวินฉิงไม่ยอมรับของขวัญจากเขา นั่นก็หมายความว่าเขาไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่เวินฉิงรับโอสถสักครั้ง เขาก็จะมีข้ออ้างไปหานางที่ยอดเขาไผ่รำพัน
พบปะกันไปมา เมื่อสองคนสนิทสนมกันแล้ว ความรักระหว่างพวกเขาก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมิใช่หรือ?
หยางซวีห่าวพาเวินฉิงเข้าสู่ตำหนักร้อยโอสถอย่างกระตือรือร้น
"ศิษย์น้องเวินฉิง้าโอสถอะไรก็หยิบไปได้เลย ไม่ต้องเกรงใจข้า ที่นี่อาจจะไม่มีอย่างอื่น มีแต่โอสถเท่านั้น จะเอาเท่าไหร่ก็ย่อมได้"
เวินฉิงไม่ใช่คนละโมบโลภมาก
ท่านอาจารย์ก็มักสอนนางเสมอว่าเป็คนอย่าโลภมากเกินไป
ไม่มีเื่ดี ๆ ใดได้มาโดยเปล่า เหมือนกับขนมเปี๊ยะ ยิ่งขนมเปี๊ยะใหญ่เท่าไหร่ กับดักก็ยิ่งใหญ่เท่านั้น
เวินฉิงจดจำคำสอนของอาจารย์ไว้ในใจเสมอ
นางเลือกโอสถเสริมรากฐานสิบเม็ดแล้วจึงกล่าวกับหยางซวีห่าวว่า "ศิษย์พี่หยาง ข้าเลือกโอสถเสร็จแล้ว หากไม่ต้องจ่ายหินิญญา เวินฉิงขอกลับไปยังยอดเขาไผ่รำพันเลยนะเ้าคะ"
หยางซวีห่าวขมวดคิ้วมองโอสถเสริมรากฐานในมือเวินฉิงอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
นี่นางเลือกอันใดกัน?
เขาบอกให้หยิบตามใจชอบ นางก็เลือกโอสถเสริมรากฐานสิบเม็ดเลยหรือ?
นางไม่ใช่บรรลุขอบเขตจินตานมานานแล้วหรอกหรือ? เหตุใดยัง้าโอสถเสริมรากฐานพวกนี้อีก?
แม้โอสถเสริมรากฐานสิบเม็ดนี้จะมีค่าอยู่บ้าง แต่หยางซวีห่าวไม่คิดว่าความเมตตาเล็กน้อยนี้จะเพียงพอให้เวินฉิงมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หยางซวีห่าวโบกมือเบา ๆ ขวดกระเบื้องใบหนึ่งก็ปรากฏในมือ
"ศิษย์น้อง เ้าไม่รู้เื่โอสถ ไม่รู้ถึงประโยชน์อันวิเศษของโอสถเม็ดนี้"
"เ้าได้บรรลุถึงขอบเขตจินตานแล้ว โอสถเสริมรากฐานนั้นแทบไม่มีผลต่อเ้าแล้ว ข้ามีโอสถเสริมอยู่หนึ่งขวด สามารถช่วยให้ศิษย์น้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งของจินตาน เพิ่มพลังิญญา และจะเป็ประโยชน์อย่างมากต่อการบรรลุขอบเขตปฐมิญญาของเ้าในวันหน้า"
โอสถเสริมปราณไม่มีขายในตำหนักร้อยโอสถ
นี่เป็โอสถที่ประมุขแห่งยอดเขาไพร์กลั่นขึ้นเองเพื่อให้หยางซวีห่าวเสริมสร้างพลังปราณโดยเฉพาะ
ส่วนผสมที่ใช้ในการกลั่นโอสถเสริมปราณล้วนหายากยิ่ง กระบวนการกลั่นก็ยากลำบากนัก กลั่นทั้งหมดสิบเตา สำเร็จเพียงหนึ่งเตาเท่านั้น
จากนี้จะเห็นได้ว่าโอสถเสริมปราณนั้นหาได้ยากเพียงใด
เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเวินฉิง หยางซวีห่าวจึงทุ่มเทอย่างหนัก
เวินฉิงย่อมรู้ดีถึงความล้ำค่าของโอสถเสริมปราณ โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่นางก็ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับมัน
นางเพียงยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าวว่า "ขอบคุณในน้ำใจของศิษย์พี่หยาง ท่านอาจเข้าใจผิดไป ข้ามาเลือกโอสถครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวข้าเอง แต่เพื่อศิษย์น้องจากยอดเขาไผ่รำพันของพวกเรา"
"ศิษย์ใหม่ของยอดเขาไผ่รำพันหรือ? เ้าหมายถึงคนที่มีรากฐานิญญาผสมนั่นหรือ?" หยางซวีห่าวมองเวินฉิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ท่านพ่อของเขาก็คือประมุขแห่งยอดเขาไพร์ จึงย่อมรู้เื่ที่มีผู้มีรากฐานิญญาผสมเข้าร่วมยอดเขาไผ่รำพัน
ท่านพ่อของเขากลับมาจากหอทดสอบแล้วยังโกรธจนแทบหายใจไม่ออก
ยอดเขาอื่น ๆ ต่างได้รับศิษย์ที่มีรากฐานิญญาชั้นยอด มีเพียงยอดเขาไพร์ของพวกเขาเท่านั้นที่เหมือนเก็บขยะ รับศิษย์ที่มีรากฐานิญญาชั้นกลางเพียงสามคน
สิ่งที่ทำให้โมโหที่สุดคือมีคนที่มีรากฐานิญญาผสมคนหนึ่งกลับอยากเข้าร่วมยอดเขาไพร์ของพวกเขา ทำให้เขาต้องขายหน้าต่อหน้าประมุขยอดเขาทั้งหลาย!
หลังจากที่ประมุขยอดเขาไพร์โกรธมากก็ได้กำชับหยางซวีห่าวเป็พิเศษ
จะต้องคว้าชัยชนะในการประลองเจ็ดยอดเขาอีกครึ่งปีข้างหน้าให้ได้ เพื่อระบายความแค้นนี้แทนเขา!
ตอนนั้นหยางซวีห่าวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ในตอนนี้เมื่อได้ยินเวินฉิงบอกว่าโอสถเสริมรากฐานนั้นซื้อให้คนที่มีรากฐานิญญาผสม เขาถึงได้นึกถึงเื่นี้ขึ้นมา
หยางซวีห่าวมองเวินฉิงด้วยสีหน้างุนงงแล้วถามว่า "ศิษย์น้องเวินฉิง คนที่มีรากฐานิญญาผสมซึ่งด้อยกว่าศิษย์ผู้รับใช้เสียอีก มีคุณสมบัติอันใดให้เ้าต้องมาซื้อโอสถเสริมรากฐานให้ด้วยตัวเองเช่นนี้?"