เฟยหรงเดินออกไปจากถ้ำบำเพ็ญแน่นอนสิ่งที่เขาอยากได้ย่อมเป็นเลือดของสัวต์อสูรประเภทงูระดับห้าเพื่อพัฒนาร่างกายของเขาจากกายมังกรเงินให้เป็นกายมังกรทองนั่นเอง และแน่นอนสถานที่ๆเขาจะไปนั่นก็คือสถานที่แลกแต้มภารกิจของสำนักนั่นเอง เพราะตั้งแต่เฟยหรงเข้าสำนักมายังไม่ได้ใช้แต้มตั้งต้นของสำนักที่มีอยู่ห้าร้ายแต้มของเขาเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการใช้แต้มนั่นเอง
"ข้ามาแลกทรัพยากรณ์ขอรับ"เมื่อมาถึงเฟยหรงก็กล่าวออกมาอย่างนอบน้อมในทันที เบื้องหน้าของเขานี้คือผู้อาวุโสฝ่ายควบคุมวัตถุดิบและภารกิจของสำนัก
"โอ้!ต้องการแลกอะไรล่ะ"ผู้อาวุโสกล่าวอย่างเป็นมิตรเฟยหรงเมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาใดๆก็กล่าวต่อไป "แลกเลือดสัตว์อสูรประเภทงูระดับห้าขอรับ"
"เลือดสัตว์อสูรงูระดับหน้าชนิดละห้าร้อยเต็ม"
"ห้าร้อยแต้ม!!ทำไมมันแพงจัง"เฟยหรงหน้าซีดเผือด เนื่องเขาต้องใช้เลือดงูถึงห้าสิบชนิดด้วยกันหากนับรวมแล้วก็จะอยู่ประมาณสองหมื่นห้าพันแต้มด้วยกันเลยทีเดียว แล้วเวลาเช่นนี้เขาจะไปหาแต้มมากมายเช่นนั้นได้ที่ไหนกัน
"เจ้าหนู เจ้าคิดว่าเลือดสัตว์อสูรระดับห้าเป็นของหาง่ายๆรึ ยิ่งประเภทงูที่มักจะเอาไปทำยาพิษหรือถอนพิษยิ่งหายาก แม้ความแข็งแกร่งของพวกมันจะอยู่ระดับองค์รักษ์ถึงราชันแต่ก็ไม่ใช่จะล่ากันได้ง่ายๆดังนั้นราคานี้ถือว่าถูกมากแล้ว"เฟยหรงได้ยินถึงกับหน้าหยู่ พร้อมกับหันหลังเดินก้มหน้าไปที่กระดานภารกิจซึ่งเป็นความหวังเดียวของเขาในเวลานี้
ชายหนุ่มมองสำเร็วกระดานภารกิจไปทั่งทั้งแผ่นก่อนที่สายตาจะชะงักไปหยุดอยู่ที่ภารกิจๆหนึ่งที่ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เฟยหรงดึงมันออกมาในทันทีและเดินไปขึ้นทะเบียนกับผู้อาวุโสคนเดิม
"งั้นข้าขอทำภารกิจนี้ขอรับ"เฟยหรงกล่าวขึ้นพร้อมวางกระดาษภารกิจไว้บนโต๊ะ
"หืม ล่าอสรพิษเขี้ยวมรกตระดับแปด!! เจ้าหนูเจ้ารนหาที่ตายหรืออย่างไร นั่นมันมีระดับเทียบเท่ากับนักบุญเชียวนะ!!"ผู้อาวุโสกล่าวด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มคนนี้รนหาที่ตายโดยแท้ สัตว์อสูรระดับแปดเทียบเท่าระดับนักบุญแต่ด้วยที่มันเป็นสัตว์อสูรดังนั้นมันจึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก หากให้คาดการเกรงว่าจะต้องใช้ระดับนักบุญถึงสามคนในการฆ่าสัตว์อสูรระดับแปดหนึ่งตัวเลยทีเดียว เมื่อรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้แล้วผู้อาวุโสเช่นเขาจะยอมให้เด็กหนุ่มรับภารกิจได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เขายื่นมีดให้กับคนที่จะฆ่าตัวตายหรอกหรือ
"ผู้อาวุโสขอรับ ข้าจำเป็นจริงๆดังนั้นให้ข้าไปเถอะขอรับ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัวอย่างแน่นอน"เฟยหรงแววตามาดมั่น แน่นอนเขาอยากได้ทั้งเลือดสัตว์อสูรและแต้มด้วยเพราะภารกิจนี้มีแต้มสูงถึงหนึ่งหมื่นแต้มเลยทีเดียว
"เห้อ เรื่องนี้ข้าไม่อาจตัดสินใจเองได้ ต้องถามผู้อาวุโสคุมกฏก่อน"
"ให้เขาทำภารกิจนี้ได้"ขณะที่ผู้อาวุโสคนดังกล่าวกำลังจะเดินไปหาปรึกษาผู้อาวุโสคุมกฏอยู่นั้น เสียงที่ทรงพลังก็ดังมาจากด้านบนสำสุดให้ชายวัยกลางคนถึงกับชะงักฝีเท้าก่อนที่จะประสานมือทำความเคารพไปยังต้นเสียงและหันมาทางเฟยหรง
"เจ้าหนุ่ม ระวังตัวด้วยละ หากเป็นอะไรไปข้าละเสียดายอัจฉริยะอย่างเจ้าจริงๆ"
"ขอบคุณขอรับผุ้อาวุโส ขอบคุณขอรับผู้อาวุโสคุมกฏ"เฟยหรงประสานมือคำนับ ก่อนจะคว้าจับกระดาษภารกิจและเดินออกไป แต่ทันใดนั้นเสียงที่ทรงพลังเมื่อครู่ก็ดังเข้ามาในหัวของชายหนุ่มจนทำให้เขาต้องหยุดเคลื่อนไหว โดยเสียงนั้นมีใจความว่า 'ระวังให้ดีในเวลานี้มีคนหมายตาเจ้าอยู่'
'ขอบคุณขอรับ หากพวกมันมาข้าจะฝังศพพวกมันเอง'เฟยหรงกล่าวตอบในใจก่อนจะเดินออกไปจากตำหนักภารกิจในทันที
"ฮ่าๆๆช่างเป็นชายหนุ่มที่องอาจสมกับเป็นลูกชายของเฟยเทียนจริงๆ ช่างน่าเสียดายที่ข้าไม่มีคุณสมบัติพอจะรับเขาเป็นศิษย์"ผู้อาวุโสคุมกฏที่อยู่ด้านบนตำหนักภารกิจกล่าวขึ้นและจะหายไปจากตรงนั้นในทันใด ทิ้งไว้เพียงผุ้อาวุโสหอภารกิจที่ต้องทำงานต่อไปอยู่อย่างนั้น
ส่วนทางด้านเฟยหรงเมื่อเข้าได้ภารกิจมาแล้วแน่นอนชายหนุ่มไม่ได้รีรอและออกเดินทางในทันที สถานที่ในภารกิจนี้อยู่บริเวณเขตติดต่อระหว่างพื้นที่ของหอกระบี่ดาวตกและหุบเขาเทพสุริยันนั่นเองดังนั้นเฟยหรงจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากสำหรับภารกิจนี้
ชายหนุ่มเดินทางเดินทางมาได้สองวันก็มาถึงสถานที่ทำภารกิจซึ่งมันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตอนนี้ถูกทำลายไปเกือบครึ่งพร้อมกับมีกลิ่นเหม็นของพิษที่โชยมาตลอดเวลา ทำให้เฟยหรงรู้ได้ในทันทีว่าหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะพบเจอกับเจ้าอสรพิาเขี้ยวมรกตมาหมาดๆเลยทีเดียว
"หวังว่าชาวบ้านจะยังคงปลอดภัยนะ"เฟยหรงเดินเข้าไปในหมู่บ้านสายตาสาดส่องไปทั่วเพราะกลัวว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ชายหนุ่มเดินสำรวจไปทั่วทั้งหมู่บ้านในที่สุดเขาก็พบกับหลุมหลบภัยขนาดใหญ่ที่ด้านในบรรจุคนเอาไว้จำนวนมากแถมหนึ่งในนั้นยังเป็นคนที่เขารู้จัก และไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากฮั่วหลินเฉินที่ไม่ได้กลับถ้ำมานาน ในเวลานี้เด็กหนุ่มกำลังนอนหมดสภาพโดยมีชาวบ้านดูแลอยู่
เฟยหรงที่เห็นสภาพของเด็กหนุ่มที่ราวกับเป็นน้องชายนอนหมดสภาพอยุ่เขาก็อดไม่ได้พุ่งเข้าไปรวดเร็วราวกับสายฟ้าและมาโผล่อีกทีด้านหน้าของเด็กหนุ่มและกลุ่มชาวบ้าน
"ไง เจ้าเด็กแสบ สภาพดูไม่ได้เลยนี่นึกยังไงถึงมาทำภารกิจนี้กัน"
"โถ่ พี่ชายอย่าพึ่งเทศนาข้าตอนนี้เลยนะขอรับ ช่วยพวกเขาก่อน"ฮั่วหลินเฉินหันหน้าไปทางชายหนึ่งหญิงสองที่กำลังนอนสภาพไม่ต่างจากตัวเองอยู่ไม่ไกล เฟยหรงที่เห็นถึงกับถอนหายใจก่อนที่จะกล่าว "เจ้าเนี้ยนะ สภาพอย่างนี้ยังจะห่วงคนอื่นอยู่อีก เอาเถอะๆบ่นไปก็เท่านั้น กลับไปโดนพี่สาวของเจ้าบ่นเองก็แล้วกัน รับรองได้หูชาแน่"เฟยหรงกล่าวก่อนที่เขาจะป้อนเม็ดยาแก้พิษและเม็ดยารักษาให้กับเด็กหนุ่มและกลุ่มของเขา ทั้งยังแจกเม็ดยาแก้พิษให้กับชาวบ้านทุกคนรวมถึงให้พวกเขาเอาเม็ดยาไปป้อนให้กับเหล่าคนที่ไม่ได้สติด้วย
"เอาละที่นี้เล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่าทำไมถึงมาอยู่ในที่ๆอันตรายเช่นนี้ได้ รุ้หรือไม่หากเจ้าเป็นอะไรไปข้าและพี่สาวของเจ้ารวมไปถึงครอบครัวของเจ้าจะเสียใจเพียงใด"เมื่อระยะเวลาผ่านไปสักพักเฟยหรงนั่งลงข้างๆฮั่วหลินเฉินที่กำลังฟื้นตัวอยู่ก่อนจะกล่าวถาม
"ขะ ข้าและกลุ่มเพื่อนๆได้ข่าวมาว่าตรงบริเวณเขตชายแดนเขตใต้แห่งนี้มีการปะทุขึ้นของเปลวเพลิงสวรรค์ดังนั้นพวกข้าจึงมาเพื่อแสวงโชคลาภขอรับ แต่ใครจะคิดพอมาถึงสิ่งที่พบเจออย่างแรกจะเป็นอสรพิษเขี้ยวมรกต พวกข้าพยายามวิ่งหนีสุดชีวิตแต่ความเร็วมันคนระดับกันกว่าที่พวกเราจะหนีมาได้สภาพก็เป็นอย่างที่ท่านเห็นนี่แหละขอรับ"ฮั่วหลินเฉินกล่าวอธิบาย
"เปลวเพลิงสวรรค์!! มิน่าอสรพิษเขี้ยวมรกตถึงได้มาอยู่ที่นี่ทั้งๆที่มันเป็นอสูรที่อยู่กลางป่าใหญ่ ที่แท้เจ้าตัวนี้ก็หมายปองเพลิงสวรรค์เพื่อพัฒนาตนเองเป็นอสรพิษเพลิงมรกตนี่เอง งานนี้เห็นทีจะมีโชคสองชั้นเสียแล้ว"เฟยหรงยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แน่นอนเขามีเปลวเพลิงอัสนีแถมยังมีเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างบัลลังก์ราชันเปลวเพลิงแล้วย่อมไม่ได้ต้องการเปลวเพลิงสวรรค์แต่อย่างใด แต่ต้องไม่ลืมว่าคนรอบข้างเขานั้นไม่เหมือนกัน พวกเขายังต้องการพลังของเปลวเพลิงสวรรค์มาเป็นตัวช่วยอย่างเช่นฮั่วหลิงหลิงและฮั่วหลินเฉินเป็นต้น
"เอาละเจ้าพักผ่อนไปก่อน ข้าจะไปจัดการทุกอย่างเอง เจ้าไม่ต้องกังวลอีกหนึ่งวันข้าจะกลับมารับเจ้า"เฟยหรงลุกขึ้นและเดินออกไปจากหลุมหลบภัยก่อนไปชายหนุ่มไม่ลืมที่จะขอให้ชาวบ้านช่วยดูแลน้องชายและเพื่อนๆให้ด้วย ซึ่งแน่นอนชาวบ้านที่ทราบซึ่งในบุญคุณที่เฟยหรงให้ยาแก้พิษมาก็ตอบตกลงแต่โดยดี เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็สบายใจขึ้นแถมก่อนจะจากไปเฟยหรงไม่ลืมที่จะหยิบหยกเขียวที่มีพลังตบะรวมไปถึงเลือดของเขาออกมาสี่ก้อนและบังคับให้มันลอยไปยังหน้าประตูทางเข้าของหลุมหลบภัยกายเป็นรูปสี่เหลียมผืนผ้าพร้อมกับประสานมือเป็นสัญลักษณ์ประหลาดหลายสิบรูปแบบจนในที่สุดม่านพลังบางๆก็ก่อตัวขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งประตูทางเข้าหลุมหลบภัย
"ค่ายกลป้องกันที่มีเลือดของข้าผสานอยู่ด้วย เพียงเท่านี้สัตว์อสูรประเภทงูก็จะไม่เข้าไกล้หลุมหลบภัยนี้อีกต่อไป"เฟยหรงพยักหน้าอย่างพอใจก่อนที่ร่างกายของเขาจะหายไปจากจุดนั้น