ตอนที่ 19 กลียุค(7)
ในเขตพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ปรากฏเป็ป้อมปราการขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านพร้อมกับกำแพงที่สูงกว่ายี่สิบเมตรทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตาซึ่งโอบล้อมทุกดินแดนเหล่าผู้คนในราชอาณาจักรล้วนอาศัยอยู่ในกำแพงนี้ทั้งสิ้น และมีเพียงประตูเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเข้าออกสู่ราชอาณาจักรเซอร์วอสได้เนื่องจากจักรพรรดิองค์ก่อนเป็กังวลเื่การลอบเข้าสู่เขตแดนราชอาณาจักรเป็อย่างมากเพราะราชอาณาจักรเซอร์วอสนั้นเคยประสบเหตุการณ์การลอบโจมตีจากทุกทิศทาง เหตุการณ์นั้นถูกขนานนามว่า "สังหารสิบทิศ" มันเป็ตราบาปที่ฝังรากลึกจนมิอาจลืมเลือน
ข้างหลังกำแพงนั้นเต็มไปด้วยเหล่าอัศวินของราชอาณาจักรหากแต่เมื่อเทียบกับเหล่าอัศวินที่ออกไปรบเพื่ออาณาจักรแล้ว พวกเขาล้วนไม่แข็งแกร่งเลยสักนิดเป็อัศวินชนชั้นล่างสุดที่ทำหน้าที่ราวกับหมาเฝ้าบ้าน ไร้สิ้นระเบียบที่ควรจะเป็ยามนี้พวกเขากำลังนั่งก๊กเหล้ากันเป็หมู่บางโต๊ะห้าคน บางโต๊ะสามคนหรือกระทั่งผู้ที่ดื่มด่ำเพียงคนเดียว มันเป็่เวลาที่น่าเศร้าและน่าหดหู่พวกเขาเพิ่งจะสูญเสียบุคคลสุดเก่งกาจอย่างผู้บัญชาการที่หนึ่ง ทุกคนล้วนรักและเทิดถูนวีรบุรุษเยี่ยงเขาั้แ่เช้าหัวข้อการสนทนาส่วนใหญ่ก็ยังไม่พ้นที่เกี่ยวกับผู้บัญชาการที่หนึ่ง จนเพลานี้ก็ถึงยามราตรีแล้ว
"เฮ้..! โรโฮแบ่งเหล้าให้ข้าบ้างสิวะ" มังโซกล่าว
"เฮอะ...เ้าอยากได้มันเรอะ" โรโฮกล่าวก่อนจะ...
อึก อึก อึก อึก
"โรโฮ...เ้าไม่แบ่งข้าถึงสองครั้งสองครา!!...งั้นรอบนี้เ้าเลี้ยงแล้วกัน"
"ได้!!...รอบนี้ข้าเลี้ยง ฮ่าฮ่าฮ่า" โรโฮกล่าวด้วยอาการมึนเมาเป็อย่างมาก ใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มไปตามอารมณ์ก่อนกล่าวต่อ "เอาเลยทุกคน!...วันนี้ข้าเลี้ยง"
เฮฮฮฮฮฮ
"ฮ่าฮ่าฮ่า...เ้าได้ยินไหมโรโฮจะเลี้ยงวะ"
"พอข้านึกสภาพตอนเขาได้สติแล้วตื่นมาพบว่าเงินหมดตัวข้าก็อดขำไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ"
โรโฮ อัศวินชนชั้นล่างสุดแต่ถึงกระนั้นเขาก็เป็หัวหน้าของเหล่าอัศวินชนชั้นล่าง เขามักจะมาเมาอยู่ที่ร้านเหล้าแห่งนี้พร้อมกับสหายคู่ใจเสมอและผู้นั้นก็คือ มังโซ พวกเขาเป็อัศวินชนชั้นล่างสุดกันทั้งคู่เป็สัญลักษณ์ถึง "ความอ่อนแอ" อัศวินชั้นล่างมิได้ถูกแบ่งแยกโดยฐานะั้แ่กำเนิดหากแต่ถูกแบ่งแยกตามความสามารถเพราะเหตุนี้อัศวินชนชั้นล่างทั้งหมดจึงไม่อาจโต้เถียงได้เลย พวกเขานั้นอ่อนแอมากจริงๆ แต่ก็มีใจที่อยากจะเป็อัศวินที่จะต่อสู้เพื่อราชอาณาจักรของตนแต่มันยังไม่มากพอ
ครืนนนนนนนน
เสียงดังราวกับมีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่มากๆตกลงมา มันดังสนั่นะเืแผ่นดินพร้อมกับเกิดแผ่นดินไหวเพียงเสี้ยววิ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในพริบตาจริงๆถึงกระนั้นมันก็รุนแรงเสียจนทุกคนเสียการทรงตัวและล้มพับลงไป
"เกิดอะไรขึ้น!!"
"เฮ้ยๆ ตะกี้เสียงดังอะไรวะ"
"เหมือนมีบางตกลงมาจากฟ้าบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มากๆ"
เพียงสามลมหายใจเกียรติแห่งอิศวินก็เรียกร้องจากจิติญญาของพวกเขา ทุกคนต่างแสดงใบหน้าจริงจังพลางวิ่งออกจากร้านเหล้าไปด้วยความเร่งรีบ ทุกหน่วยต่างเข้าประจำตำแหน่ง อัศวินภาคพื้นดินเริ่มต่อแถวอย่างเป็ระเบียบพร้อมอาวุธครบมือ และหน่วยสังเกตการณ์เริ่มจะวิ่งขึ้นหอคอยปราสาทด้วยความรีบร้อนก่อนจะใช้สายตาอันเฉียบคมกวาดมองพื้นที่เบื้องหน้า
"นะ..นะ...นั่น...นั่นมันอะไรน่ะ"
"บะ..เบ้อเร่อเลย"
"อะ..อะ..อะไรกัน...ทำไม...ทำไมูเาถึงมาอยู่ตรงนี้กันละ"
เหตุการณ์แผ่นดินไหวประหลาดเมื่อครู่เพิ่งจะจบลงก่อนจะปรากฏูเาขนาดมหึมาเบื้องหน้าประตูของราชอาณาจักร ราตรีอันเงียบสงัดและความมืดมิดแห่งรัตติกาลได้บดบังสายตาอันเฉียบคมของเหล่าอัศวิน ูเาตรงหน้ามันมีรูปร่างแปลกประหลาดเป็อันมากมันมีสีดำทมิฬที่กลมกลืนไปกับยามราตรี เนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็พื้นที่ราบทำใหู้เาลูกนี้ยิ่งดูเด่นสดุดตามากไปอีก มันสูงเทียมเมฆไม่อาจมองเห็นจุดสูงสุดของูเาลูกนี้ได้ชัด โรโฮแข็งทื่ออยู่ครู่ก่อนเขาจะเผยอปาก
"ภะ...ูเา...สะ...สีดำ"
"มันเกิดขึ้นตอนเกิดแผ่นดินไหวเมื่อครู่งั้นหรอ" มังโซไถ่ถาม
"มันเป็สิ่งแปลกปลอม" ไรโฮกล่าวพลางเพ่งมองูเาลูกนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนกล่าวต่อ "มันดึกเกินไปที่จะออกไปสำรวจูเาตอนนี้ ยิ่งเป็่ที่ราชอาณาจักรของเรากำลังอ่อนแอที่สุด หากเหล่าผู้บัญชาการและอัศวินชั้นกลางชั้นสูงไม่ออกไปรบละก็พวกเราอาจจะได้สำรวจมันทันที"
"โรโฮ...เราควรจะไปรายงานให้องค์จักรพรรดิทราบกระทั่งเื่ราวประหลาดในวันนี้ทั้งหมด ขนาดตอนนี้มันถึงเวลาอันสมควรตั้งนานแล้ว ทว่า เ้าพวกปีศาจอสูรก็ยังไม่บุกมาเสียที" อัศวินคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ข้าเห็นด้วยกับเ้า"
ก๊าซซซซซซ
เสียงสุดน่าพรั่นพรึงพลันดังกึกก้องทั่วทุกสารทิศมันดังมากพอจะครอบคลุมเมืองหลวงทั้งหมดของราชอาณาจักร ทุกผู้คนในเมืองหลวงล้วนได้ยินเสียงอันน่าหวั่นเกรงราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจ ทุกคนพลันขนลุกชูชันราวกับได้ฟังเสียงที่ผุดออกมาจากขุมนรก อัศวินนับร้อยคนไม่อาจรู้สึกปลอดภัยได้อีกต่อไปถึงจะมีโรโฮหัวหน้าเหล่าอัศวินที่มีเลเวลเกือบถึงหนึ่งพัน ก็มิอาจทำให้รู้สึกสบายใจ เหล่าอัศวินพลันหลั่งเหงื่อเย็นเยียบพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทากระทั่งเด็กตัวเล็กที่นอนหลับก็ล้วนตื่นขึ้นมาพร้อมกับความกลัวอันไร้ขอบเขตราวกับได้ััความตายเพียงชั่วครู่ ถึงจะเพียงชั่วครู่แต่ก็มากพอให้เหล่าเด็กๆหวาดกลัวจนแทบบ้า
"ฮืออออ...แม่จ๋า..แม่จ๋า..แม่..ฮือๆๆ"
"อ๊ากกกก...เสียงอะไรกัน!..ไอ้ปีศาจออกไปจากหัวข้าาาาา"
"เสียงนี่มัน!!...ังั้นหรอ?...ัอะไรกันทำไมเสียงน่าผวาแบบนี้"
เหล่าเด็กน้อยผู้มีจิตใจที่อ่อนแอย่อมหวาดผวาจนเสียสติ ทว่า หากเปรียบกับพวกเด็กน้อยผู้มีจิตใจที่เข้มแข็งแล้วพวกเขาหวาดกลัวแค่เพียงน้อยนิด ไม่มีสิ่งใดน่าผวาไปกว่าเหตุการณ์ "สังหารสิบทิศ" อีกแล้วถึงกระนั้นเสียงอันน่าขนหัวลุกยังคงดังอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนมันจะเงียบสงบไป
ณ ราชอาณาจักรทั้งสี่...ณ ราชอาณาจักรเซอร์วอส...ณ พระราชวัง
"สะ...เสียงอะไร!" องค์จักรพรรดิกล่าวอย่างตื่นตะลึง
"ตามรายงานของเหล่าอัศวินที่ป้อมปราการ ปรากฏเป็ูเาสีดำทมิฬขนาดั์ขึ้นหน้าราชอาณาจักรพะยะค่ะ คาดว่าที่มาของเสียงสุดน่าผวานี้น่าจะมาจากมันเช่นกัน"
"แล้วพวกเ้าจะรีรออะไรเล่า!...ทำไมไม่ส่งกำลังพลไปสำรวจมัน!!"
"เพลานี้ถึงยามราตรีข้างนอกนั้นอันตรายมากเกินไปพะยะค่ะ...พวกเราคงไม่อาจต่อต้านเหล่าปีศาจอสูรข้างนอกกำแพงนั้นได้เป็แน่...เหล่าอัศวินจึงขอเลื่อนการสำรวจูเาเป็ตอนเช้าของวันพรุ่งนี้พะยะค่ะ"
บุรุษผู้นี้กล่าวไม่ผิดยังมีความจริงของการสร้างกำแพงที่สูงราวยี่สิบเมตรนี้ขึ้น จักรพรรดิองค์ก่อนมิได้ป้องกันเพียงผู้ลอบเข้าราชอาณาจักร ทว่า มีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเหตุผลที่สำคัญยิ่งจนมิอาจละเลยสิ่งนั้นคือการปกป้องเหล่าประชาชนจากปีศาจอสูร พวกมันร้ายกาจเป็อันมากและเป็ศัตรูตัวฉกาจของราชอาณาจักรเซอร์วอสมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนพวกมันจะแข็งแกร่งมากเสียจนมิอาจต่อกรได้ มันเพียงหนึ่งตัวเทียบได้กับอัศวินชนชั้นสูงถึงสามคน
"ฮึ่ม!...ก็จริงของเ้าจงไปเรียกเหล่าปราการสุดท้ายมาซะ...พรุ่งนี้เราจะทำการส่งปราการสุดท้ายสามคนออกไปสำรวจูเานั้น" องค์จักรพรรดิกล่าว
"รับด้วยเกล้าฝ่าา"
.
.
.
.
ความมืดยามรัตติกาลหวนผ่านไปพลางแสงอรุณที่สาดส่องฟ้าพาวันใหม่ เหล่าอัศวินแห่งป้อมปราการไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งคืนพวกเขาต้องคอยเฝ้าระวังเผื่อจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ูเาลูกใหญ่เริ่มจะสังเกตการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้นแสงแดดเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่เช้าวันใหม่โดยสมบูรณ์ ทว่า ภาพตรงหน้าต้องทำให้พวกเขาตกตะลึงงัน มันดูแตกต่างจากูเาอย่างสิ้นเชิงดูราวกับอะไรบางอย่างที่มีสีดำทมิฬเสียมากกว่า บางสิ่งบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตมโหราฬและสีดำทั้งหมดของมันก็ดูราวกับเกล็ดยังไงอย่างงั้นก่อนเสียงบางอย่างจะดังขึ้น
กร๊าซซซซ
เสียงกรีดร้องจากขุมนรกพลันดังขึ้นอีกคราพร้อมกับูเาขนาดั์เริ่มขยับเขยื้อนก่อนเงาร่างสายหนึ่งจะตกลงมาจากฟากฟ้า
ตุบ
บางสิ่งบางอย่างะโลงมาจากูเามันมีขนาดใหญ่โตมากๆเช่นกัน เพียงมองปราดเดียวรับรู้ได้เลยว่ามันแข็งแกร่งและทรงพลังมากเพียงใดด้วยรูปร่างที่สูงราวเจ็ดแปดเมตรและทั่วร่างที่เป็เพียงโครงกระดูกยิ่งทำให้มันดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น
"มังโซ!...ดูนั่น!!...โครง!!...โครงกระดูกั์!!!" อัศวินคนหนึ่งกู่ะโ
"นะ..นั่น...นั่นตัวอะไร" มังโซกล่าว
"ไหนๆ...พวกเ้าเจออะไร" โรโฮกล่าวพลางเพ่งมองตามสหายคู่ใจเพียงพริบตาที่เห็นมันราวกับทั่วทั้งโลกถูกผนึกโดยสมบูรณ์ ทั้งกายและใจล้วนแข็งค้างมิอาจกระทำสิ่งใด ก่อนโรโฮจะคืนสติในสิบลมหายใจต่อมา "นะ...นั่น...นั่นคือตัวอะไร!" เขากล่าวด้วยดวงตาเบิกโตกว้างปานถลน
สหายคู่ใจทั้งสองพลันเร่งรีบวิ่งลงจากป้อมปราการด้วยความเร็วสูงสุดและเร่งมุ่งหน้าไปทาง พระราชวังขององค์จักรพรรดิในทันที ทว่า ยามเมื่อลงได้ถึงข้างล่างป้อมปราการ บุรุษทั้งสองก็พบเจอกับปราการสุดท้าย...
อึก...
"คารวะแด่ปราการสุดท้าย...พวกท่านคงจะเป็ ท่านทัชท์ ท่านลิร่าและท่านซุลิน" โรโฮกล่าวพร้อมกับท่าเคารพ
เหล่าอัศวินที่อยู่ข้างล่างทั้งหมดล้วนอยู่ในท่าเคารพทั้งสิ้น พวกเขาล้วนเคารพเหล่าปราการสุดท้ายเทียบเท่าองค์จักรพรรดิ ปราการสุดท้ายไม่ใช่ชื่อที่ได้กันมาเล่นๆ ผลงานของพวกเขามันใหญ่หลวงระดับราชอาณาจักร
ทัชท์ บุรุษร่างสูงใหญ่และร่างกายกำยำดูแข็งแรงเขาไม่ได้ดูแข็งแรงแค่เพียงร่างกาย พลังเวทย์ของเขาก็มิได้เป็สองรองใครกล่าวได้ว่าเป็ชายที่แข็งแกร่งเป็สุดๆไปเลย เขาคือชายที่แข็งแกร่งระดับเดียวกับมัลฟรอยผู้ได้ชื่อว่า "ปราการสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุด"
ลิร่า สตรีรูปร่างสมส่วนพร้อมกับหน้าอกสุดสะบึ้มยิ่งทำให้สตรีรูปงามคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหายิ่งขึ้นไปอีก นางมาพร้อมกับพลังเวทย์สุดยิ่งใหญ่ผู้ถือครองเวทมนตร์สายฟ้าสุดแข็งแกร่งว่ากันว่านางคือว่าที่ตำแหน่งฉายาาาอัสนีเลยทีเดียว
ซุลิน สตรีร่างเล็กรูปร่างสมส่วนนางเป็คนเงียบขรึมราวกับจอมวางแผนไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ทำให้เป็ตัวตนที่ดูลึกลับเป็อย่างมาก นางมาพร้อมกับความสามารถทางกายภาพสุดเหนือล้ำ ด้วยความเร็วและพลังทำลายที่สูงทำให้ถูกขนานนามว่า "อสูรลมกรด" เป็ผู้อาชีพนักฆ่า
"รู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบพวกท่าน" โรโฮกล่าว
"ไม่ต้องพูดเยอะให้เปลืองน้ำลายเปิดประตูซะ...ข้าจะไปสำรวจมันเพียงคนเดียว" ทัชท์กล่าว
"เอ่อ...แต่พวกท่านมากันถึงสามคน"
"ข้าบอกข้าจะไปเพียงคนเดียว" ทัชท์กล่าวพลางเพ่งจิตสังหารเต็มกำลัง
อึก...
การกระทำของเขาต้องทำให้โรโฮกลืนน้ำลายคำโต เขาทำอะไรไม่ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง โรโฮก้มหน้าลงด้วยความเจ็บใจก่อนเอ่ยปากกล่าว "เปิดประตูให้ท่านทัชท์ซะ"
ดูเหมือนปราการสุดท้ายอีกสองคนก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเหล่าอัศวินจึงเริ่มยกประตูขึ้น
กึก กึก กึก
ประตูบานใหญ่ั์ถูกยกขึ้นก่อนบุรุษสุดแกร่งจะก้าวออกไปเบื้องหน้าด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม จิติญญาแห่งการต่อสู้กำลังเดือดพุ่งพล่านอย่างตื่นเต้นด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่อาจมีใครต่อกรทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างเบื่อหน่ายนานนับหลายปีเนื่องจากเหล่าปราการสุดท้ายนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปสู้รบหรือกระทั่งการประมือระหว่างปราการสุดท้ายด้วยกันเอง เพราะพวกเขาต้องคอยทำหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักรในฐานะ "ปราการสุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเซอร์วอส"
ปราการสุดท้ายคนใดคิดฝ่าฝืนกฏเหล็กข้อนี้พวกเขาจะถูกฆ่าล้างโคตรตามคำบัญชาขององค์จักรพรรดิ เป็เื่จริงที่เหล่าปราการสุดท้ายนั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ทว่า เมื่อเทียบกับองค์จักรพรรดิแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปกับลูกไก่ในกำมือ
"ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดข้าก็จะได้รับความตื่นเต้นเสียทีการสำรวจูเาสินะ" ทัชท์กล่าวพลางพุ่งทะยานไปยังูเาประหลาด
ทัชท์มองเห็นโครงกระดูกั์สีขาวนวลั้แ่หน้าป้อมปราการแล้ว เขารู้สึกได้เลยว่ามันแข็งแกร่งมาก ทว่า เขาเป็ชายที่หยิ่งทะนง ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่เขาไม่ได้ต่อสู้กับอะไรเลย เขาทำการฝึกตัวเองทุก่เวลา มันเป็การฝึกระดับนรก มันโหดมหาหินเป็อย่างมากและเขาทำการฝึกอย่างนั้นตลอดเวลาสิบกว่าปี! ตอนนี้เขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าสามารถสังหารมัลฟรอยได้ด้วยการโจมตีเดียว ด้วยความมั่นใจและความหยิ่งทะนงเขาไม่กระทำกระทั่งเื่พื้นฐานที่สุดอย่าง "การส่องค่าสเตตัส" เขามั่นใจยิ่งว่าสามารถสังหารโครงกระดูกั์ตรงหน้าได้
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ถึงมันจะดูแข็งแกร่งแต่มันคงไม่แข็งแกร่งไปกว่าข้าหรอก"
บุรุษผู้เปี่ยมความสามารถพุ่งเข้าหาโครงกระดูกั์สีขาวนวลโดยไม่ใช้สิ่งใดเลย เป็การพุ่งเข้าไปโจมตีเพียวๆ ไม่มีกระทั่งเสริมพลังกายหรือเสริมศักยภาพร่างกาย
ทันใดนั้นเองเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นจากหอคอยบนป้อมปราการ
"ทัชท์!....ถอยกลับมาาาาาา!!!!!" ลิร่าะโสุดเสียงปานเส้นเสียงจะแตก
"ทัชท์!.......ถอยกลับมาเดี๋ยวนี้เลย!!!!!!" ซุลินพลันะโสุดเสียงเช่นกัน
หากแต่ทุกอย่างมันไม่เป็ไปตามที่คิด ทัชท์ ยิ่งเร่งความเร็วให้ถึงตัวเป้าหมายโดยเร็วที่สุด เขาเพียงคิดว่าหากสามารถชนะมันได้ในการโจมตีเดียว อิสตรีทั้งสองจะต้องใในความสามารถของเขาเป็แน่ เพราะเื่การฝึกตลอดหลายสิบปีนี้มันเป็ความลับขั้นสุดยอดสำหรับทัชท์เลยละ
"ข้าจะฆ่ามันให้พวกเ้าดูเอง"
ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเอื้อมมือโครงกระดูกั์ก็ยังไม่กระทำสิ่งใด ทว่า ในเสี้ยววินาทีทัชท์พลันรู้สึกราวกับโดนจ้องมองประดุจตนเป็มดปลวก
ก่อนเสียงสุดเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสจะดังขึ้น "โอหังนัก"
แผละ
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,859 พลังกาย:49,958 พลังเวทย์:590,017