เส้นผมยาวนุ่มแผ่สลายเต็มแผ่นหลังเล็ก หวีไม้จันทร์ถูกบรรจงหวีเส้นผมเงางามอย่างถนุถนอม ทว่ามิใช่เพราะเ้าของรักใคร่เส้นผมตนเองมากนัก นางเพียงแค่อยากถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่านั้น
ในกระจกเงาสะท้อนภาพชายหนุ่มใช้ดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวจ้องมองนางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวอยากจับเส้นผมตนขึ้นมาหวีทีละเส้นเสียด้วยซ้ำ
"นี่มันยามใดแล้ว"
"น่าจะเข้ายามซวีแล้ว ท่านโหวง่วงแล้วหรือ เช่นนั้นนอนกันเถอะ" ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยที่เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาในความเงียบ ก่อนจะทิ้งหวีไม้จันทร์ในมือ รีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่
มือเรียวเล็กดึงผ้าห่มที่กองตกอยู่ขึ้นมาห่มร่างหนาไว้ ฝ่ามือเล็กตบหน้าอกที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเบา ๆ ดังกำลังกล่อมให้เขาหลับอย่างที่นาง้า
"ท่านแม่"
"อันใดหรือ" ใบหน้าสวยสบตาชายหนุ่มอย่างกล้าหาญ แม้ว่าน้ำเสียงจะติดสั่นเทาก็ตาม
"ข้ามิใช่บอกให้หลังอาบน้ำเสร็จ ท่านแม่มิต้องสวมใส่อาภรณ์หรอกหรือ เหตุใดถึงชอบขัดคำสั่งข้านักเล่า" ฝ่ามือร้อนจับกุมมือเล็กของสตรีที่เขาเรียกว่า 'ท่านแม่' ไว้แน่น ก่อนจะพลิกร่างเล็กที่นั่งอยู่ขอบเตียงให้ขึ้นมานอนหงายอยู่บนเตียงนุ่ม
ข้อมือเล็กถูกจับรวบยกขึ้นสูงไว้เหนือศีรษะ ใบหน้าสวยหันหนีมิกล้าสบกับนัยต์ตาสีเข้มที่จ้องมองนางเขม็ง ขาเรียวชาวาบเมื่อถูกฝ่ามือร้อนแหวกชายกระโปรงเข้าััลูบไล้
"ทะท่านโหว วันนี้ได้พูดคุยกับเหล่าคุณหนูทั้งสามที่มาพร้อมมารดา พวกนางล้วนน่ารักอ่อนหวานยิ่งนัก ทั้งอายุอานามก็น่าจะใกล้ออกเรือนได้แล้ว" หญิงสาวทำใจกล้าเอ่ยถึงเหล่าคุณหนูที่นางได้เจอวันนี้ เมื่อเย็นฮุ่ยิมีได้เห็นหน้าคาตาอยู่บ้าง หากเขามีต้องใจสตรีนางใดเข้า นางจะได้รีบสานต่อความสัมพันธ์นั้นให้อย่างเร็วไว
"เฟินเจียว อย่าคิดว่าข้าไม่ทันความคิดเ้า"
"ข้าแค่เล่าให้..อะ อืมม" หากเขาเรียกชื่อนางเช่นนี้ มีทางเดียวคือยอมล่าถอยเท่านั้น
ฟันขาวขบกัดติ่งหูนิ่มลงโทษที่นางบังอาจคิดจะตั้งตนเป็แม่สื่อหาสตรีให้เขา ร่างหนาแทรกกายเข้าระหว่างขาเรียว มือใหญ่จับเสื้อคลุมตัวบางที่ร่างเล็กสวมใส่อยู่ถอดทิ้งอย่างไม่ใสใจว่าจะทำให้มีรอยขาดหรือไม่ เขาอยากให้ฉีกขาดจนใส่มิได้เลยยิ่งดี
นิ้วเรียวยาวดึงสายรัดเอวชุดคลุมตนเองออก ทว่าเชือกเส้นยาวมิได้ถูกทิ้งขว้างดังเช่นเสื้อคลุม เขานำมันมาใช้ให้เป็ประโยชน์ ในการมัดข้อมือเล็กทั้งสองรวบไว้ด้วยกัน ก่อนจะผูกตรึงไว้กับหัวเตียงมิให้มือเล็กยกมาปัดป่ายให้น่ารำคาญ
นัยต์ตาคมจ้องมองผิวกายขาวเนียน ที่เต็มไปด้วยรอยรักแดงที่ถูกเขาทำทิ้งไว้อย่างหื่นกระหาย ฝ่ามือร้อนบีบเคล้นหน้าอกเนียนกลมจนเนื้อนิ่มล้นง่ามนิ้วยาว พร้อมกับส่งลิ้นสากร้อนไล่เลียในใบหูขาว แม้ใบหน้าสวยจะเอียงข้างหนีก็ยังมิหลุดพ้นเรียวลิ้นเขาไปได้
"อืมม ท่านโหว อาฮุ่ย อืออ" เสียงหวานเริ่มหลุดครางด้วยความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มปลุกเร้า
กระนั้นแม้ข้อมือเล็กจะถูกมัดตรึงไว้ หญิงสาวยังคงหดคอเกร็งยกไหล่มนขึ้น ให้เขาไม่สามารถทำได้ดังใจปรารถนา
ทว่าเมื่อลิ้นร้อนยอมละจากใบหูนาง ดวงตากลมโตกลับสบเข้ากับนัยต์ตาคมเข้มที่จ้องมองนางอย่ามิชอบใจที่ถูกขัดจังหวะ
"อาฮุ่ยคืนนี้มิทำมิได้หรือ" เสียงหวานเอ่ยอย่างออดอ้อนหวังให้เขาเห็นใจปล่อยนางไป นางอยากนอนหลับสบาย ๆ สักคืน
"มิได้ ท่านแม่ เป็ท่านที่ทำผิด หากข้าไม่ลงโทษ ท่านก็จะคิดยัดเยียดข้าให้กับคุณหนูบ้านไหนอีก"
"มะ อืมม" ริมฝีปากบางยังมิได้เอ่ยเถียง ก็ถูกริมฝีปากร้อน่ชิงกลืนเสียงหวานลงคอไปเสียก่อน
ลิ้นร้อนไล่เลียดูดดึงริมฝีปากบาง ก่อนจะดุดดันเข้ากวาดหาน้ำหวานในโพรงปากเล็ก เรียวลิ้นสากตวัดเกี่ยวชักชำลิ้นเล็กให้แลกสายธารน้ำใส แม้จะไม่เต็มใจนักแต่ลิ้นเล็กก็ยอมตอบสนองเขาได้เป็อย่างดี
ดวงตากลมโตหลับลงเคลิบเคลิ้มกับััดูดดื่ม ปล่อยใจให้คล้อยตามเลิกคิดที่จะท้วงขัดขืน สิ่งที่แข็งดุนดันกลางกายนางเป็สิ่งยืนยันว่าเขามิยอมหยุดลงโดยง่ายอย่างแน่นอน เมื่ออารมณ์ราคะได้จุดติดขึ้นแล้ว ทางเดียวเท่านั้นคือเขาต้องได้ปลดปล่อยมันออกมา
มิรู้ั้แ่เมื่อใดกัน ที่นางมิอาจฝืนความ้าของเขาได้เลยสักครั้ง
หากนึกย้อนกลับไป คราแรกที่นางได้พบเขาหลังแต่งเข้าตระกูลหม่า เขายังเป็เด็กชายตัวน้อยอายุเพียงสิบขวบปีเท่านั้น เขามิได้ต่อต้านหรือยอมรับในการมีตัวตนของนาง แม้จะเป็เื่ยาก แต่ไม่นานเด็กชายตัวน้อยก็ยอมเรียกนางว่า 'ท่านแม่' ตามธรรมปฎิบัติได้ ถึงแม้จะเป็แบบไม่เต็มใจก็ตาม
ฮุ่ยิตอนนั้นยังมีความสูงเพียงหน้าอกนางเท่านั้น ทว่าใบหน้าเด็กชายกลับส่อแววหล่อเหลาั้แ่ยังเยาว์วัย เขากับนางมิได้สนิทกันนัก อาจเรียกได้ว่าน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำโคลนก็เป็ได้
ด้วยเขาเป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหม่า จึงถูกเข้มงวดกว่าเด็กวัยไล่เลี่ยกันที่ยังได้มีโอกาสวิ่งเล่นบ้าง เด็กน้อยฮุ่ยิทั้งวันอยู่แต่กับตำราและตำราเท่านั้น มีเป็บ้างครั้งที่นางทำหน้าที่แม่ที่ดี นำขนมที่นางทำเป็มิกี่อย่างส่งไปให้เขาระหว่างเรียน โดยที่มิสนว่าหลังจากนั้นเขาจะทานหรือเอาไปทิ้งก็ตาม
เราทั้งสองใช้ชิวิตอย่างต่างคนต่างอยู่เช่นนั้นเกือบสองปีเต็ม จนกระทั่งจวนตระกูลหม่าเกิดเื่เศร้าขึ้น
ผู้นำตระกูลหม่า หม่าซ่งหยวนล้มป่วยจากพิษไข้ ด้วยอายุที่มากทำให้ท่านหมอไม่สามารถยื้อชีวิตเขาจากพญามัจจุราชไว้ได้ ทั่วทั้งจวนต่างโศกเศร้าที่ต้องเสียผู้นำตระกูลที่แสนดีไป ทั้งจวนใหญ่ต่างประดับด้วยผ้าขาวดำไว้อาลัยแก่ผู้จากไป
ผู้ที่เสียใจร่ำไห้มากกว่าผู้ใด คงจะเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของหม่าซ่งหยวน เฟินเจียวเฝ้าปลอบประโลมดูแลเด็กชายอย่างใกล้ชิด เป็ผู้ดำเนินธุระจัดการแทนผู้สืบทอดตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มจะสูงเทียบเท่านางแล้ว
นางสงสารกลัวเด็กชายอยู่เพียงผู้เดียวจะยิ่งคิดถึงบิดาที่จากไป ถึงแม้ยามมีชีวิตอยู่ผู้เป็บิดาจะพูดคุยกับเขานับคำได้ก็ตาม ยามกลางคืนเป็่เวลาที่เงียบเหงาน่าเป็ห่วงที่สุด นางจึงให้เขามานอนกับนาง ทั้งที่ตอนนั้นเขาอายุสิบสองปีแล้วก็ตาม เด็กชายที่เริ่มไร้แววเป็เด็กชาย ก็มิได้อิดออดยอมนอนให้นางกกกอดจนหลับอยู่ทุกค่ำคืน
หากคิดดูแล้วเื่มันคงจะผิดพลาดเกินแก้ไขมาั้แ่ตอนนั้น
จวบตอนนี้ให้หลังมาแปดปีเต็มแล้ว เขาก็ยังมิยอมกลับเรือนตนไป บอกเพียงยังเสียใจเื่บิดายังไม่คลาย ยากที่จะทำใจอยู่ผู้เดียวได้
"อะ อ๊าา อืมม" นิ้วเรียวยาวที่เขี่ยขยี้ติ่งสวาทเบื้องล่าง ทำให้ความนึกคิดเฟินเจียวกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เมื่อก้มมองลงไป ยอดปทุมถันนางกำลังถูกดูดดึงจนตั้งแข็งเสียวซ่าน ก้อนเนื้อนิ่มถูกกลืนหายจมเข้าไปอยู่ในริมฝีปากร้อน
คราแรกเขาบอกนางว่าอย่างไรนะ หากจำมิผิด เขาว่ามารดาจากไปแต่ยังเล็ก เขามิเคยได้มีโอกาสดูดนมจากเต้ามารดาสักครั้ง บัดนี้เขามีนางเป็ 'ท่านแม่' แล้ว อยากจะขอดูดนมได้หรือไม่
ผ่านมาหลายปีแล้ว จนเขาได้แต่งตั้งเป็ท่านโหว กินตำแหน่งใหญ่ในราชสำนัก เหตุใดเขายังดูดนมท่านแม่อย่างนางอยู่อีกเล่า
*************************************
** ยามซวี = เวลา 19:00 - 20:59 น.