บทที่ 23
หลังจากนั้นพวกเขาก็วางสายกันไป ไอซ์เลือกที่จะกดโทรศัพท์หาพี่สาวที่โทรมามากกว่าร้อยสาย แม้แต่ตอนที่เขากำลังคุยกับเกียรติไกรก็โทรมาด้วยเช่นกัน“ว่าไงพี่ ผมกำลังทำงานอยู่.. มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า” เมื่ออีกฝ่ายรับสาย ไอซ์ก็รีบกล่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอไป“จะอะไรซะอีก ก็แกหายไปจากบ้านทั้งคน จะไม่ให้ฉันโทรตามได้ยังไงล่ะ แล้วป่านนี้แกยังต้องไปทำงานอีก โทรไปกี่สายยังไม่ยอมรับสายอีก” ครีมกล่าวอย่างมีน้ำโห“งานด่วนน่ะพี่ เมื่อกี้ผมเพิ่งจะเข้าดันเจี้ยนมาจะรับสายได้อย่างไร ออกมาก็โทรบอกกับลูกค้าก่อนเลยยังไม่ได้โทรกลับ นี่ก็ยังคุยกันไม่เสร็จ เอาเป็นว่าพี่นอนก่อนเลยก็ได้” ไอซ์กล่าว“แล้วแกเคยคิดจะบอกก่อนไหม ให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่ได้ เห้อ” ครีมพูดพร้อมกับถอนหายใจ“เอาน่าเป็นรองประธานก็อย่างนี้แหละ ต้องขยันกันหน่อย ครั้งนี้ลืมบอกเพราะมันรีบไปหน่อย แต่กำไรครั้งนี้ได้มา 5 ล้านบาทเลยนะพี่..” ไอซ์กล่าว และเขาต้องพูดถึงจำนวนเงินเพื่อให้พี่สาวเงียบปากในที่สุด“ 5 ล้านอย่างนั้นเหรอ ดีเลย แกต้องออกค่าตกแต่งสถานที่เป็นค่าไถ่โทษที่ทำตัวไม่น่ารัก โอเคนะ บาย” ครีมกล่าวตัดบทพร้อมกับตัดสายไป และไอซ์ก็ทำหน้าแบบจนปัญญากับความงกนี้ วันนี้เขาเหนื่อยมามากพอแล้ว ไหนวันพรุ่งนี้จะต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย เมื่อวานอู้ไปแล้ววันนี้ยังไงก็ต้องไป หลังจากที่เขาได้วางสายของพี่สาวจอมโจรไปแล้ว เวลาห้านาทีไม่ขาดไม่เกิด โทรศัพท์ของเขาก็ดังตามที่ได้นัดหมายเอาไว้..“ฮัลโหล.. สวัสดี..” ไอซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ ผมชื่อว่านิยม เป็นล่ามให้กับคุณหลินฟ่อเคอครับ.. ผมไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าของคุณ ดังนั้นผมจะเข้าเรื่องเลยนะครับ” นิยมที่เป็นล่ามเอ่ยกล่าวกับเขาในทันที“เชิญว่ามาได้เลย ผมกำลังค่อนข้างยุ่ง..” ไอซ์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเดิม“ครับคุณอนุวัฒน์ คือเรื่องของเรื่องคือว่าประธานหลินของเราอยากจะทราบเหตุผลที่นักลงทุนหลักพันล้านหยวนอย่างคุณ ทำไมถึงขายหุ้นในกองทุน และยอมขาดทุนอย่างเร่งด่วน ทั้งๆที่คุณเพิ่งจะซื้อมาไม่เกินสองวันด้วยซ้ำ ต้องเสียมารยาทแล้ว ทางเราขอทราบเหตุผลได้หรือไม่ครับ”นิยมตอบ และตอนนี้เขากำลังนั่งหน้าเครียด เพราะประธานหลินที่เขากำลังกล่าวถึงนั่งจ้องตาเขาราวกับนักโทษประหาร หากเขาพูดอะไรไม่ดีกับอีกฝ่ายล่ะก็ นอกจากไม่มีงานทำแล้ว ยังอาจจะถูกสั่งฆ่าก็ได้“เหตุผลอย่างนั้นเหรอ.. ผมก็แค่ทำตามคำสั่งของเจ้าของเงิน และดูเหมือนว่าพวกคุณไปล่วงเกินเจ้านายของผมก็เท่านั้น” ไอซ์กล่าวตอบตามที่ได้รับคำแนะนำมาจากเกียรติไกร“เจ้านายของคุณ.. สักครู่นะครับคุณอนุวัฒน์ ผมขออนุญาตแจ้งกับท่านประธาน ตามที่คุณกล่าว” นิยมเอามือป้องไว้ที่ไมค์ และหันไปกล่าวเป็นภาษาจีนกับหลินฟ่อเคอ หลังจากที่เขาได้ยินก็ไม่ได้มีเสียงตอบรับมาสักระยะหนึ่ง ไอซ์ที่รอสายอยู่จึงกล่าวขึ้นมากับล่ามภาษานายนี้“คุณช่วยเอามือถือให้กับคุณหลินที เห็นอย่างนี้ภาษาจีนผมก็พอตัว..” ไอซ์กล่าว“ได้ครับคุณอนุวัฒน์ ผมกำลังจะแจ้งท่านประธาน..” จากนั้นไอซ์ก็ได้ยินเสียงที่พวกเขาคุยกัน และดูเหมือนว่าล่ามคนนี้จะใช้คำที่ค่อนข้างให้เกียรติอีกฝ่ายมาก มันก็คงแน่เพราะว่านั่นเป็นถึงประธานหลิน และยังเป็นผู้นำตระกูลหลินอีกด้วย“สวัสดีคุณอนุวัฒน์.. ต้องขอโทษด้วยที่ติดต่อมาอย่างกะทันหัน ผมไม่ทราบมาก่อนว่าคุณมีทักษะด้านภาษาจีนด้วย” หลินฟ่อเคอกล่าวอย่างระมัดระวัง“ไม่เป็นไรๆ ผมเพียงต้องการทราบถึงเหตุผลที่พวกคุณโทรมา และผมก็ได้ให้คำตอบแก่พวกคุณไปแล้ว” ไอซ์กล่าวให้ตัวเองเหมือนอยากจะตัดสัมพันธ์กับอีกฝ่าย เพื่อกดดันให้เขาเร่งพูดกล่าว“ผมได้ยินแล้ว แต่ผมเพียงแค่สงสัยอยู่สองเรื่อง ..หนึ่ง คือใครเป็นเจ้านายของคุณ สองก็คือ ตระกูลหลินของผมได้ล่วงเกินด้วยเหตุอันใดกับเจ้านายของคุณ หากตอบได้ช่วยตอบผมให้กระจ่างใจด้วยเถอะ” หลินฟ่อเคอกล่าวตามที่ตัวเองสงสัย และเอ่ยถามกับไอซ์“แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความลับ.. เจ้านายของผมคือคุณเทียนหลง และผมเป็นเพียงแค่ผู้จัดการส่วนตัวของเขาเท่านั้น.. ส่วนเรื่องที่ตระกูลหลินล่วงเกินนั้น ถึงผมจะทราบรายละเอียดแต่ก็ไม่สามารถเอ่ยได้หากคุณเทียนหลงไม่อนุญาตให้กล่าว” ไอซ์ตอบกลับอย่างเชิงเล็กน้อยกับพวกเขา“คุณเทียนหลง!! เขาเป็นเจ้านายของคุณ?.. แต่เท่าที่เราทราบตระกูลหลินของเรายังไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินคุณเทียนหลงเลยสักครั้ง สินค้าในงานประมูลดันเจี้ยนเราก็ใช้เม็ดเงินไปอย่างมหาศาล นอกจากนี้เรายังถือว่าคุณเทียนหลงเป็นดั่งผู้มีพระคุณของตระกูลอีกด้วย ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองใดๆให้กับเขา” ฟ่อเคอกล่าวตอบกลับ“พวกคุณที่ประเทศจีนอาจจะไม่ได้ล่วงเกิน แต่มันก็ไม่ใช่กับตระกูลหลินที่อยู่ประเทศไทย.. ผมไม่คิดว่าพวกเขาอาจจะเป็นคนก่อความเดือดร้อนนี้ และคุณเทียนหลงได้เร่งกล่าวเรื่องนี้กับผม แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไร ผมเป็นเพียงแค่ผจก.ตัวเล็กๆของเขา แต่ผมสามารถบอกได้ไม่กี่อย่างกับพวกคุณเท่านั้น..” ไอซ์กล่าวกลับอย่างมีชั้นมีเชิง“แม้ว่าคุณอนุวัฒน์จะเป็นเพียงแค่ผจก.ตัวน้อยๆสำหรับคุณเทียนหลง แต่คุณก็ยังถือว่าเป็นตัวแทนของเขา ผมไม่อาจจะละเลยได้ หากคุณอนุวัฒน์ยินดีที่จะเอ่ยกล่าวถึงความขัดแย้งนี้ หลินฟ่อเคอคนนี้จะจำพระคุณครั้งนี้ไว้..” ฟ่อเคอกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ“..เพื่อเห็นแก่หน้าคุณ ผมจะยอมช่วยเหลือสักครั้งก็ได้ แต่จำเอาไว้ว่าผมไม่ได้เป็นคนกล่าวคำพวกนี้กับคุณ หากคุณเทียนหลงทราบผมจะถูกตำหนิเอาได้ .. บุคคลที่มีปัญหากับคุณเทียนหลงนั้น คือ ฮันเตอร์ที่มีชื่อว่า แจ๊คกี้ ถึงอย่างนั้นคุณเทียนหลงก็ยังได้กล่าวโทษที่ตระกูลหลินที่เลี้ยงดูฮันเตอร์คนนี้ในนามของหลานชายคุณ เรื่องที่เกี่ยวข้องนี้ไม่เพียงแต่คุณเทียนหลงจะไม่สบายใจเท่านั้น พวกเขายังได้สร้างความขุ่นเคืองด้วยการทำร้ายคนในครอบครัวของคุณเทียนหลง คุณคิดว่าการตอบโต้นี้เหมาะสมหรือไม่?”ไอซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะโมโหหน่อยๆ ฟ่อเคอที่ได้ฟังสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจนน่าเกลียด เขาส่งหลานชายไปควบคุมธุรกิจของตระกูลที่ประเทศไทย แต่พวกเขากลับทำเสียเรื่องเดือดร้อนมาถึงตน“เรื่องนี้ผมคิดว่าคุณเทียนหลงไม่ได้ทำเกินเลย ผมในฐานะผู้นำตระกูล…” เสียงของหลินฟ่อเคอที่กำลังกล่าวกับไอซ์เพื่อหาวิธีการชดเชย เขาพร้อมที่จะเดินทางไปยังประเทศไทยด้วยตัวเองเพื่อจัดการปัญหานี้ แต่เสียงของไอซ์ก็หลงเข้ามาเสียก่อน“เชี้ยยย!! นี่เกิดอะไรขึ้น!!...” ไอซ์อุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะตอนนี้ได้ปรากฏเป็นหน้าจออินฟราเรดสีฟ้าอยู่ต่อหน้าเขาอย่างกะทันหัน ‘เรียนผู้ใช้งานระบบ นับเวลาถอยหลังดันเจี้ยนเวฟ 00:04:59..’ ไม่เพียงแค่ไอซ์จะตกใจเท่านั้น ฝั่งตระกูลหลินเองก็ด้วย แม้ว่าหลินฟ่อเคอจะไม่เข้าใจความหมาย แต่ล่ามที่อยู่ด้วยได้ยินก็ถึงกับเหงื่อไหลบนหน้าผาก เมื่อบอสใหญ่หันมาที่เขาเพื่อต้องการคำตอบ เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ ไอซ์เองก็เงียบอ่านข้อมูลการอธิบายตรงหน้าอย่างร้อนรน“อย่างนี้มันก็ไม่ต่างจากใช้คำว่าดันเจี้ยนแตกอย่างนั้นใช่ไหม มัวร์.. แปลว่ามอนสเตอร์จะหลุดออกมาอย่างนั้นเหรอ..” ไอซ์กล่าวถามกับมัวร์เป็นภาษาไทย หลินฟ่อเคอที่ไม่อยากจะรอคำอธิบายก็เอ่ยขึ้นมาถึงกับไอซ์ตรงๆ“คุณอนุวัฒน์ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ ผมฟังดูแล้วไม่เข้าใจภาษาที่คุณใช้..” ฟ่อเคอกล่าว“ใช่ ตอนนี้ผมกำลังรีบมาก เอาไว้ติดต่อกันใหม่ในภายหลัง..” จากนั้นไอซ์ก็ตัดสายไปอย่างเร่งรีบ ปล่อยให้ผู้นำตระกูลหลินมึนงง และทำสีหน้าที่ยากต่อคำอธิบาย..