วันที่เริ่มเขียน6 กุมภาพันธ์ 2551
คู่แฝดแสบสุดขั้ว
ณ บ้านเดชารงค์ บนเนื้อที่ 5 ไร่กว่าๆใจกลางกรุงเทพมหานครภายในห้องทำงานอันโอ่อ่าของพลเอกณรงค์ฤทธิ์ เดชารงค์ ผู้บัญชาการกองทัพบกและประธานกรรมการบริษัทเดชารงค์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย พลเอกณรงค์ฤทธิ์ผู้เป็เ้าของห้องกำลังนั่งอ่านรายงานผลกำไรประจำไตรมาสบนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าพอใจพลัน! เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พลเอกณรงค์ฤทธิ์จึงเงยหน้ามองประตูห้องพร้อมกับพูดว่า“เชิญครับคุณคุณหญิง”
ก็ดึกขนาดนี้แล้วมีแต่ศรีภรรยาสุดที่รักของเขาเท่านั้นแหละที่กล้ามาเคาะประตูอย่างนี้คุณหญิงจิตตรา เดชารงค์ภรรยาของพลเอกณรงค์ฤทธิ์จึงเปิดประตูห้องเข้ามาเมื่อได้ยินสามีอนุญาตเธอถามสามีด้วยความเกรงใจว่า “จิตตรามารบกวนคุณหรือเปล่าคะ?”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับยิ้มกว้างก่อนเอ่ยเย้าแหย่ผู้เป็ภรรยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ไม่ครับ คุณหญิงมีอะไรให้กระผมรับใช้หรือขอรับ? ขอเชิญคุณหญิงได้โปรดบัญชามาได้เลยขอรับ”
“คุณณรงค์คะ คือว่าจิตตรามีเื่จะบอกน่ะค่ะ”
สีหน้าเคร่งเครียดของคุณหญิงจิตตราทำให้พลเอกณรงค์ฤทธิ์สงสัยยิ่งนักว่าภรรยาของเขากำลังมีเื่ไม่สบายใจแน่ๆเขาจึงเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปนั่งที่โซฟาริมหน้าต่าง “มีเื่อะไรเหรอครับ?”
คุณหญิงจิตตราปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆสามี
“มีเื่อะไรจะบอกผมเหรอครับ?”พลเอกณรงค์ฤทธิ์กุมมือภรรยาเอาไว้ คุณหญิงจิตตรามองหน้าสามีอยู่นานด้วยสีหน้าอึดอัดใจ“เอ่อ...”
เธอไม่แน่ใจว่าจะพูดดีไหมนะ
“เอ่อ...คือว่า...คือว่า...เฮ้อ...”เธอถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกก็ยังไม่กล้าพูด “เอ่อ...คือ...”
จนพลเอกณรงค์ฤทธิ์รู้สึกสงสัยยิ่งนักว่าภรรยาของเขามีเื่หนักอกหนักใจอะไรนักหนา“มีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือครับ?”
คุณหญิงจิตตราสูดลมหายใจเฮือกใหญ่“ฮึ่ม!”
แล้วตัดสินใจว่ายังไงซะวันนี้ก็ต้องพูดให้ได้เธอจึงค่อยๆ พูด ช้าๆ ชัดๆ ทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คุณณรงค์คะ จิตตรา้าหย่าค่ะ”
“อะไรนะคุณ!?คุณพูดใหม่อีกทีซิ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ใมองหน้าภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเขาต้องหูฝาดไปแน่ๆ ‘ใช่ๆ ต้องหูฝาดแน่นอน!’
คุณหญิงจิตตราจึงย้ำประโยคเดิมอีกครั้งว่า“จิตตรา้าหย่าค่ะ”
“เพราะอะไรหรือครับคุณจิตตรา? ผมทำอะไรผิดหรือครับคุณถึงขอหย่าจากผม?”พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถามภรรยาด้วยสีหน้างงงวยอย่างที่สุด ‘ทำไมถึงอยากหย่าล่ะ?’
เพราะั้แ่แต่งงานกันมาจนถึงขณะนี้ก็ร่วม25 ปีแล้ว ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาและภรรยาทะเลาะกัน อย่างมากก็แค่ขัดคอกับแง่งอนกันบ้างตามประสาสามีภรรยาเท่านั้น
“จิตตราจะแต่งงานใหม่ค่ะ จิตตราจะแต่งงานกับทอมสันค่ะแล้วจิตตราก็จะย้ายไปอยู่กับทอมสันที่แคนนาดาค่ะ” คุณหญิงจิตตราบอกอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเธอมองหน้าสามีที่กำลังตกตะลึงอึ้งงันอยู่
คำพูดของคุณหญิงจิตตราทำให้พลเอกณรงค์ฤทธิ์เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็อย่างดีเมื่อนึกย้อนไปในอดีตั้แ่สมัยที่เธอยังเป็สาวกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 1 สถานที่ๆ หล่อนได้รู้จักกับ ทอมสัน นักศึกษาชาวแคนนาดาซึ่งเป็นักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนจากแคนนาดาผู้ซึ่งกุมหัวใจของเธอมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตัวเขาเองเพิ่งจะมารู้ความจริงทีหลังว่าที่เธอแต่งงานกับเขานั้นเป็เพราะถูกผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานด้วยกว่าจะรู้ความจริงก็จนกระทั่งเธอได้ให้กำเนิดลูกชายให้กับเขาแล้ว และทางฝ่ายนายมิสเตอร์ทอมสันเองก็ได้แต่งงานไปกับเพื่อนคนหนึ่งของจิตตราหลังจากที่จิตตราแต่งงานกับเขาแล้วซึ่งทั้งคู่แต่งงานอยู่กินด้วยกันมาจนกระทั่งภรรยาของนายทอมสันได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปีที่แล้วโดยที่ทั้งคู่ไม่มีทายาทไว้สืบสกุลเลยซักคนคุณหญิงจิตตราก็เดินทางไปร่วมไว้อาลัยในพิธีฝังศพของเพื่อนคนนั้นด้วย และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณหญิงจิตตราและทอมสันหวนกลับมาสนิทสนมกันอีกครั้ง
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ลุกจากโซฟาเดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำออกมารินใส่แก้วให้ตัวเองก่อนจะถามภรรยาด้วยน้ำเสียงเป็กังวลว่า“แล้วคุณบอกลูกหรือยังครับ?”
“ยังค่ะ จิตตรา้าคุยกับคุณก่อนแล้วค่อยบอกลูกทีหลังค่ะ”คุณหญิงจิตตราตอบเมื่อสามีกลับมานั่งที่โซฟาตามเดิม
“ผมรู้ว่าที่ผ่านมาคุณไม่เคยรักผมเลยแต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ วันที่คุณขอ...หย่า...จากผม” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้คุณหญิงจิตตราน้ำตาซึม เพราะถึงเธอจะไม่รักผู้เป็สามีแต่เธอก็รู้สึกผูกพันกับเขาในฐานะพ่อของลูกและสามีที่ดีเลิศของเธอหยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม “จิตตราขอโทษ อึกๆ...”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ปาดน้ำตาบนใบหน้าภรรยาด้วยกริยาทนุถนอม“อย่าร้องไห้เลยคุณ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ผมต่างหากที่ผิดเพราะผมทำให้คุณกับเขาไม่ได้แต่งงานกัน ถ้าไม่มีผมซะคนคุณก็คงจะแต่งงานกับเขามีลูกด้วยกัน ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานแล้ว ไม่ต้องมาทนอยู่กับคนที่คุณไม่ได้รักอย่างผม”
“อย่าค่ะ” คุณหญิงจิตตรารีบยกมือห้ามไม่ให้สามีพูดต่อ“คุณณรงค์ค่ะ อย่าพูดอย่างนั้นซิคะ คุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็เพราะอะไรต่อให้ไม่มีคุณ คุณพ่อคุณแม่ของจิตตราก็ไม่มีวันยอมให้จิตตราแต่งงานกับทอมสันหรอกค่ะแล้วจิตตราก็ไม่เคยต้องทนอยู่กับคุณเลย จิตตราอยู่กับคุณมาจนถึงตอนนี้จิตตรามีความสุขมากค่ะแต่เื่ความรักมันบังคับกันไม่ได้คุณก็รู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว ที่จิตตราขอหย่าเพราะจิตตราไม่อาจห้ามหัวใจตัวเองต่อไปได้อีกแล้วค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองหน้าภรรยาด้วยความรักแล้วก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า“ผมรู้ เพราะผมรักคุณทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณไม่เคยรักผมเลย ผมจึงจะหย่ากับคุณตามที่คุณ้าผมอยากเห็นคุณมีความสุขนะครับคุณจิตตรา”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะคุณณรงค์” คุณหญิงจิตตราพยักหน้าให้สามีน้ำตาอาบแก้มด้วยความรู้สึกสงสารเขาทั้งๆ ที่เขารักเธอมากเหลือเกิน เขาไม่หย่าให้เธอก็ได้แต่ที่เขาทำไปก็เพราะเขารักเธอมากนั้นเอง
ณ อพาร์ทเม้นต์สุดหรูใจกลางเมืองนิวยอร์กปฐวีเดชารงค์ลูกชายคนเดียวของพลเอกณรงค์ฤทธิ์และคุณหญิงจิตตรากำลังนั่งอ่านธีซิสที่จะต้องพรีเซ้นต์ต่อหน้าคณะอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะถ้าหากเขาพรีเซ้นต์ไม่ผ่านนั่นหมายถึงว่าเขาจะต้องรอพรีเซ้นต์ธีซิสใหม่อีกครั้งในปีหน้าและทำให้เขาจบปริญญาโทช้าไปถึง1 ปี แน่นอนว่าเขาจะต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ ใบหน้าหล่อคมเข้มขั้นเทพยิ่งกว่าดาราซุปเปอร์สตาร์จึงย่นคิ้วนิ่วขมวดจนแทบจะผูกโบว์ได้พลัน!เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปฐวีเอื้อมมือไปรับโดยไม่ทันมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ “ฮัลโหล”
“ฮัลโหลจ้ะลูก”
ปฐวีละสายตาจากจอโน๊ตบุ๊คทันทีเมื่อได้ยินเสียงแม่
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมกำลังคิดถึงคุณแม่อยู่เชียวครับ”เขาอ้อนทันที
“แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกันจ้ะ” คุณหญิงจิตตราบอกแล้วถามว่า“เป็ยังไงบ้างจ๊ะลูก? วีสบายดีไหมจ๊ะ? อากาศหนาวมากรึเปล่า?”
“ผมสบายดีครับแม่วันนี้ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ครับ แต่เห็นข่าวเขาว่าอีกซัก 2 วันหิมะอาจจะตกครับแล้วแม่ละครับสบายดีรึเปล่าครับ?” ปฐวีย้อนถาม ทำให้คุณหญิงจิตตราน้ำตาคลอเมื่อคิดว่าจะบอกลูกชายอย่างไรดีเื่ที่เธอจะหย่าขาดจากสามี“แม่สบายดีจ้ะลูก”
“แต่เสียงคุณแม่เหมือนเป็หวัดนะครับ”
คุณหญิงจิตตรารีบเช็ดน้ำตาทันทีพยายามปรับเสียงให้เป็ปกติ“แม่ไม่เป็อะไรจริงๆ ลูก แม่สบายดีทุกอย่าง ว่าแต่เื่เรียนของลูกเถอะไปถึงไหนแล้วล่ะ?”
“ตอนนี้ผมกำลังเตรียมตัวพรีเซ้นต์ตาตั้งเลยครับพรุ่งนี้ก็จะพรีเซ้นต์แล้วล่ะครับคุณแม่ ถ้าพรุ่งนี้พรีเซ้นต์ผ่านก็จบแล้วล่ะครับ”
คุณหญิงจิตตรารีบอวยพรว่า “แม่ขอให้ลูกพรีเซ้นต์ผ่านนะจ๊ะลูกจะได้กลับบ้านไวๆ แม่คิดถึงลูกจะแย่อยู่แล้ว”
“สาธุ...ขอให้สมพรปากคุณแม่ด้วยเถอะครับผมจะได้กลับไปกินแกงเขียวหวานฝีมือคุณแม่เร็วๆ ครับ” ปฐวีหยอดคำหวานอ้อนแม่แล้วก็ถามว่า“แล้วคุณพ่อล่ะครับ?”
“คุณพ่ออยู่ในห้องทำงานจ้ะลูก” คุณหญิงจิตตราตอบแล้วก็รีบตัดบททันทีเมื่อน้ำตามันพานจะไหลให้ได้“งั้นลูกก็เตรียมตัวพรีเซ้นต์ให้ดีนะจ๊ะ ดึกแล้วแม่ไปนอนก่อนล่ะ แม่รักลูกมากๆ นะจ๊ะ”
“ครับคุณแม่ ผมก็รักคุณแม่มากครับกู้ดไนท์ครับ”
“จ้ะ กู้ดไนท์จ้ะลูก” คุณหญิงจิตตราตัดสายแล้วก็ถอนหายใจอย่างหนักใจ
“คุณหญิง” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินเข้ามาในห้องรับแขกทันได้ยินภรรยาคุยกับลูกชายเขาก็ถามว่า “เ้าวีเป็ยังไงบ้างล่ะ?”
“ตาวีสบายดีค่ะ” คุณหญิงจิตตราตอบแล้วรีบปาดน้ำตาทิ้งพลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินไปยืนตรงหน้าภรรยา
“คุณบอกเ้าวีเื่หย่าหรือยังครับ?”เขาถามเสียงนุ่ม คุณหญิงจิตตราส่ายหน้า “ยังค่ะ พรุ่งนี้ตาวีจะต้องพรีเซ้นต์ธีซิส จิตตราไม่อยากให้ลูกคิดมากก็เลยยังไม่ได้บอกค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์พยักหน้ารับรู้ “ดีแล้วล่ะครับเอาไว้ให้เ้าวีเสร็จเื่ธีซิสก่อนแล้วค่อยบอกก็ได้ครับนี่ก็ดึกมากแล้วผมว่าเราไปนอนดีกว่าครับ”
คุณหญิงจิตตราพยักหน้ารับแล้วก็เดินตามสามีขึ้นห้องนอน
วันต่อมา ปฐวีโทรหาคุณแม่ทันทีหลังเดินออกจากห้องพรีเซ้นต์คุณหญิงจิตตรารีบรับสายเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์ของลูกชาย “สวัสดีจ้ะลูก”
“สวัสดีครับคุณแม่ผมมีข่าวดีจะบอกครับ คือว่าผมพรีเซ้นต์ผ่านแล้วครับคุณแม่ ผ่านฉลุยเลยครับ” ปฐวีรีบบอกอย่างตื่นเต้นดีใจทำให้คุณหญิงจิตตราดีใจมาก “จริงเหรอจ๊ะลูก แม่ดีใจจริงๆ เลยที่ลูกจะเรียนจบโทแล้วอย่างนี้ก็ต้องฉลองกันหน่อยนะจ๊ะ แล้วลูกจะกลับมาบ้านเมื่อไหร่ล่ะ? แม่จะได้ไปรับ”
“ผมว่าจะไปจองตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวนี้เลยครับถ้าวันมะรืนมีที่นั่งว่างผมก็จะกลับไปวันมะรืนเลยครับคุณแม่แล้วเดี๋ยวตอนเย็นผมขอไปฉลองกับเพื่อนๆ ก่อนนะครับเดี๋ยวผมจองตั๋วได้แล้วผมจะโทรไปบอกคุณแม่อีกทีนะครับ ผมรักคุณแม่มากนะครับ จุ๊บๆ ครับ”
“จ้ะลูก จุ๊บๆ จ้ะ”
แล้วปฐวีก็ตัดสายไป คุณหญิงจิตตราเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็หันไปบอกสามีว่า “คุณณรงค์คะ ตาวีบอกว่าพรีเซ้นต์ผ่านแล้วค่ะ”
“เหรอครับ ดีแล้วล่ะครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์พยักหน้ารับรู้แล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือธรรมะต่อท่าทีเฉยๆ ของสามีให้เธอนึกหมั่นไส้จึงหยิกหมับเข้าให้ “แหมคุณนี่ล่ะก็...ขอซักทีเถอะ”
“โอ้ย! คุณ ผมเจ็บนะครับเื่อะไรมาหยิกผมล่ะครับ?” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ร้องลั่นรีบถูแขนตัวเองตรงรอยหยิก คุณหญิงจิตตราค้อนควับตาขุ่น“แหม ก็ลูกเรียนจบปริญญาโททั้งทีคุณพูดแค่ว่า...เหรอครับ...ดีแล้วล่ะครับคุณพูดแค่นี้เองเหรอ คุณไม่ดีใจเลยหรือไงคะที่ลูกเรียนจบแล้วน่ะค่ะ”
“อ้าว...ก็แล้วคุณจะให้ผมพูดว่ายังไงล่ะครับเ้าวีเรียนจบก็ดีแล้วนี่ครับ มันจะได้รีบๆ กลับมาเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่เร็วๆเพราะเดี๋ยวมันก็รีบแจ้นกลับไปเอาปริญญาเอกมาฝากคุณอีกใบแล้วก็ทิ้งให้ผมนั่งบริหารบริษัทหลังขดหลังแข็งอยู่คนเดียวเอาไว้ให้มันจบปริญญาเอกแล้วกลับมาช่วยผมทำงานซิครับผมจะได้ร้องไชโยโห่หิ้วให้ลั่นบ้านเลย”เขาตอบภรรยาหน้าเฉย จนคนฟังนึกหมั่นไส้สุดกำลัง เธอลุกขึ้นค้อนควับๆ “ฮึ!ไม่อยากจะคุยกับคุณแล้วล่ะค่ะ จิตตราไปแช่น้ำร้อนดีกว่า หมั่นไส้นักเชียว เชอะ!”
แล้วเธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำไป พลเอกณรงค์ฤทธิ์ได้แต่มองตามอย่างงุนงง“เออหนอ...เป็งั้นไป”
แล้วเขาก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
คุณหญิงจิตตรานั่งรอลูกชายด้วยความกระวนกระวายตื่นเต้นดีใจอยู่ที่จุดรอผู้โดยสารขาเข้าส่วนพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็นั่งอ่านหนังสือในมือรออย่างใจเย็น
“พี่จิตตราคะ เที่ยวบินของตาวีจะแลนดิ้งแล้วค่ะ”จิตตรีน้องสาวของคุณหญิงจิตตรารีบเดินมาบอกหลังจากที่เที่ยวบินของสายการบินไทยจากนิวยอร์กขึ้นโชว์ว่ากำลังจะแลนดิ้งอยู่บนหน้าจอ
“ขอบใจจ้ะจิตตรี” คุณหญิงจิตตราพยักหน้ารับรู้แล้วลุกขึ้นเดินไปดูตารางสายการบินด้วยตัวเองจิตตรีจึงหันไปพูดกับพี่เขยพร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้ม “คุณพี่คะ เที่ยวบินของตาวีจะแลนดิ้งแล้วนะคะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์เงยหน้าขึ้นมามองแล้วให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆเมื่อน้องเมียทอดสายตาหวานเยิ้มหยดย้อยมาให้
“เหรอครับ...ขอบคุณครับ” เขาพูดแล้วปิดหนังสือในมือฉับ! จากนั้นก็รีบลุกขึ้นเดินตามภรรยาไปโดยเร็วเมื่อน้องเมียทำท่าจะเข้ามานั่งข้างๆเขาไม่เปิดโอกาสให้คุณเธองาบได้ หากเป็ผู้ชายคนอื่นก็คงจะดีใจจนเนื้อเต้นที่น้องเมียแอบทอดสะพานอ่อยให้ั้แ่สาวยันแก่...เพราะไม่มีใครกล้าเอาไปทำเมีย
แต่ถึงมีโอกาสพลเอกณรงค์ฤทธิ์ผู้รักมั่นในศรีภรรยาตนก็หาทางเลี่ยงเรื่อยมาแถมน้องเมียของเขาคนนี้ก็ร้ายยิ่งนัก ปากร้าย ใจร้าย ขี้อิจฉาตาร้อนริษยาเป็ที่หนึ่ง ใช้เงินฟุ่มเฟือยติดการพนันงอมแงมจนทรัพย์สินที่คุณเธอได้รับจากกองมรดกนั้นถูกคุณเธอผลาญละลายไปจนเกือบจะหมดเหลือเพียงบ้านที่ซุกหัวนอนกับตึกแถวย่านรังสิตที่ให้เช่าทำรายได้ให้คุณเธอยังพอมีกินมีใช้แต่ก็ยังไม่พอให้คุณเธอเอาไปละลายในบ่อนจนต้องมาขอยืมเงินพี่สาวอยู่เป็ประจำ ซึ่งคุณหญิงจิตตราไม่้าให้มรดกที่บรรพบุรุษหามาได้นั้นตกเป็ของคนอื่นจึงรับซื้อทรัพย์สินของน้องสาวไว้ในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายในท้องตลาดมากนักแต่เพราะเป็เื่ของพี่น้อง พลเอกณรงค์ฤทธิ์จึงไม่ยุ่งด้วย นี่ขนาดว่าคุณเธอยังไม่รู้ว่าคุณหญิงจิตตรากำลังจะหย่าจากเขาไปแต่งงานใหม่ยังให้ท่าไม่เว้นแต่ละวันนี่ถ้ารู้เข้าก็คง...หยึ่ย!...ไม่อยากจะคิด!
จิตตรีกระฟัดกระเฟียดที่พี่เขยเดินหนีไปโดยไม่สนใจหล่อนเลยซักนิดฮึ! ทำเป็เมินดีไปเถอะ...มีโอกาสเมื่อไหร่ล่ะก็...แม่จะ...ปล้ำทำผัวเอาให้ดิ้นไม่หลุดเลยเชียว!
“เมื่อไหร่ตาวีจะมาซักทีนะ” คุณหญิงจิตตราเปรยกับตัวเองพลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินเข้าไปยืนข้างภรรยาแล้วก็บอกว่า “เดี๋ยวก็มาแหละคุณ เ้าวีมันไปๆมาๆ อยู่เป็ประจำคุณก็ยังไม่เลิกเห่อซักทีรู้ว่ามันจะกลับวันไหนเป็ต้องรีบแจ้นมารอรับมันเลยเชียว”
“เอ๊ะคุณนี่!พูดอย่างนี้อยากจะโดนใช่ไหมเนี่ย อยู่ตรงนี้ฉันก็หยิกคุณได้นะคะ” คุณหญิงจิตตราหันไปเสียงเขียวใส่พร้อมขยับนิ้วเป็ปูหนีบจนพลเอกณรงค์ฤทธิ์ต้องรีบถอยให้ห่างรัศมีมือของภรรยาพร้อมกับยกมือยอมแพ้ “ไม่เอาน่าคุณผมแค่ล้อเล้นเท่านั้นเอง”
คุณหญิงจิตตราสะบัดหน้าพรึ่ดค้อนควับๆให้สามี พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบเปลี่ยนเื่ ชี้ให้ภรรยาดูบนหน้าจอ “ดูนั่นซิเครื่องแลนดิ้งแล้วล่ะคุณ”
“ฮึ!” คุณหญิงจิตตราค้อนขวับ! แล้วก็เดินไปรอหน้าประตูทางออกอย่างใจจดใจจ่อ
หลังจากยืนรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ปฐวีก็เดินออกมาปะปนกับผู้โดยสารคนอื่นๆคุณหญิงจิตตรารีบโบกมือเรียกด้วยความดีใจ “ตาวีแม่อยู่นี่ลูก”
ปฐวีเห็นแล้วรีบเดินเข้าไปหาทันที “คุณแม่”
นายนพคนขับรถรีบยกมือไหว้ “สวัสดีครับคุณวี”
ปฐวีรับไหว้พร้อมกับยิ้มให้ “สวัสดีครับน้านพ”
แล้วเขาก็ส่งรถเข็นกระเป๋าเดินทางให้น้านพจากนั้นเขาก็หันไปยกมือไหว้พ่อแม่ “สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
“แม่คิดถึงลูกมากที่สุดเลย” คุณหญิงจิตตราโผกอดลูกชายด้วยควาทคิดถึงแล้วก็หอมแก้มซ้ายขวาเสียหลายทีปฐวกอดตอบ “ผมก็คิดถึงคุณแม่ครับ”
คุณหญิงจิตตรากอดลูกชายสมใจแล้วจึงปล่อยให้เขาได้ทักทายกับคุณพ่อบ้างพลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินเข้าไปกอดบ้างพร้อมกับตบบ่าถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ไงล่ะไอ้เสือเที่ยวนี้จะอยู่ซักกี่วันล่ะ?”
“แหมคุณล่ะก็...ลูกก็ต้องอยู่นานๆ ซิคะจริงไหมตาวี” คุณหญิงจิตตรารีบตอบแทนลูก ปฐวีพยักหน้ารับ “ครับคุณแม่”
แล้วเขาก็หันไปไหว้จิตตรี “สวัสดีครับคุณน้า”
จิตตรีรีบจีบปากจีบคอต่อว่าต่อขาน “แหม...คิดว่าจะลืมน้าซะแล้วซิเห็นเอาแต่คุยกับคุณพ่อคุณแม่อยู่นั้นแหละ”
“โธ่...คุณน้าล่ะก็...ทำเป็น้อยอกน้อยใจไปได้ใครจะกล้าลืมคุณน้าคนสวยได้ลงคอล่ะครับ”ปฐวีรีบเข้าไปอ้อนพร้อมกับกอดคุณน้า ทำให้จิตตรียิ้มแป้น“จ้าๆ...น้าดีใจจริงๆ ที่ตาวีจบโทกลับมาซักที รู้ไหมคุณแม่เราบ่นกับน้าว่าคิดถึงเราเป็ประจำเลยทีนี้พี่คุณหญิงจิตตราจะได้เลิกบ่นซักที”
“เอ้า กลับไปคุยกันต่อที่บ้านดีกว่ามัวแต่ยืนคุยกันอยู่อย่างนี้เมื่อไหร่จะได้ไปล่ะเนี่ย”พลเอกณรงค์ฤทธิ์ขัดขึ้นเพราะอยากกลับบ้านเต็มแก่ คุณหญิงจิตตราค้อนควับเข้าให้ “แหมคุณล่ะก็...บ้านมันไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ!”
“โธ่...ก็ผมเมื่อยขาจะแย่อยู่แล้วคุณเล่นลากผมมารับเ้าวีั้แ่ไก่โห่...” พลเอกณรงค์ฤทธิ์หยุดพูดทันควันเมื่อเห็นภรรยาทำปูหนีบหยับๆ“ไม่เอาน่าคุณ ใจเย็นๆ”
ปฐวีรีบห้ามทัพ “ไปกันเถอะครับคุณพ่อคุณแม่คุณน้าผมหิวจะแย่อยู่แล้ว ข้าวบนเครื่องไม่ค่อยอร่อยเลยครับสู้ฝีมือคุณแม่ก็ไม่ได้”
เขารีบเข้าไปอ้อนกอดเอวคุณแม่ คุณหญิงจิตตราเชิดใส่สามีแล้วก็หันไปพูดกับลูกว่า“งั้นก็รีบกลับบ้านเถอะ แม่ทำขนมจีนแกงเขียวหวานไว้ให้ด้วยนะจ๊ะ”
“เย้! คุณแม่น่ารักที่สุดเลยครับ”ปฐวีดีใจรีบหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ คุณหญิงจิตตราหอมกลับแล้วก็บอกว่า “ไปกันเถอะจ้ะ”
ปฐวีเดินโอบแม่พร้อมกับคล้องแขนพ่อเดินตามคนขับรถไปส่วนจิตตรีก็เดินตามไปติดๆ
หลังจากที่ปฐวีกลับมาเมืองไทยได้ 3 วันคุณหญิงจิตตราก็ตัดสินใจว่าจะบอกลูกเื่หย่า “วีจ๊ะ คือว่าแม่.......”
ครั้นบอกแล้วปฐวีก็ลุกขึ้นยืนกระฟัดกระเฟียดใส่คุณแม่ทันที“ไม่ได้นะครับคุณแม่ ผมไม่ยอมเด็ดขาด! ทำไมคุณแม่จะต้องหย่ากับคุณพ่อด้วยล่ะครับ? ทำไมครับ?ทำไมคุณแม่จะต้องแต่งงานใหม่ด้วยล่ะครับ?”
“แม่คุยกับคุณพ่อแล้วน่ะจ้ะ” คุณหญิงจิตตราตอบอย่างใจเย็นแต่ก็ไม่ได้ทำให้ปฐวีอารมณ์เย็นตามไปด้วย “ยังไงผมก็ไม่ยอม!”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ทนดูพฤติกรรมที่เริ่มจะก้าวร้าวของลูกชายต่อไปไม่ไหวก็ลุกขึ้นตวาดเสียงดังว่า“เอ๊ะ! เ้าวีนี่ชักจะพูดไม่รู้เื่แล้วนะ แกจะให้แม่เขาแต่งงานใหม่ทั้งๆ ที่ยังไม่หย่ากับพ่อรึไงห๊า!”
“คุณคะ ใจเย็นๆ ก่อนเถอะค่ะ” คุณหญิงจิตตรารีบห้ามทัพด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ปฐวีชะงักไป! เขารีบยกมือไหว้ “ผมขอโทษครับคุณแม่คุณพ่อ”
แล้วเขาก็เดินปึงๆ ออกจากห้องรับแขกไปด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจและยังทำใจไม่ได้ที่พ่อแม่จะหย่าขาดจากกันพลเอกณรงค์ฤทธิ์หันไปปลอบใจภรรยาว่า “ปล่อยมันไปก่อนเถอะคุณเดี๋ยวอีกหน่อยมันก็ทำใจได้เองแหละ”
“ค่ะคุณ” คุณหญิงจิตตราพยักหน้ารับอย่างกังวลใจเพราะรู้ดีว่าเื่นี้กระทบกระเทือนใจลูกยิ่งนัก
หลายวันต่อมา พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็พาคุณหญิงจิตตราไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตอย่างเงียบๆโดยที่ปฐวีค้านหัวชนฝาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากจะเห็นแม่เป็ทุกข์
หลังจากหย่าขาดจากสามีแล้วคุณหญิงจิตตราก็ย้ายออกจากบ้านเดชารงค์ไปอยู่คอนโดที่พลเอกณรงค์ฤทธิ์สร้างเอาไว้และยกให้เป็กรรมสิทธิ์ของเธอจิตตรีรีบแจ้นไปหาพี่สาวทันทีเมื่อรู้ข่าว “พี่จิตตราจะแต่งงานใหม่จริงๆ เหรอคะ?”
“จริงจ้ะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ