หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 ก่อนพายุกระหน่ำ

            เสียงกลองศึกและเสียงโห่ร้องต้อนรับดังกึกก้องทั่วท้องถนนแห่งเมืองหลวง เมื่อซ่งติ้งหย่วนยาตราทัพกลับคืนสู่เซิ่งจิงในฐานะวีรบุรุษผู้พิชิตชายแดนเหนือ ฮ่องเต้โปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์อันทรงเกียรติยศเป็น ‘ผิงเป่ยเจียงจวิน’ หรือ ‘ขุนพลพิทักษ์เหนือ’ พร้อมทั้งมอบอำนาจบัญชาการทหารส่วนหนึ่งไว้ในบังคับบัญชาของเขาโดยตรง

            การกลับมาอย่างเกรียงไกรครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำความภาคภูมิใจมาสู่ตระกูลซ่ง ยังเป็นครั้งแรกที่พวกเขามีกำลังทหารในครอบครองอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ดุลอำนาจอันเปราะบางในราชสำนักพลันสั่นคลอน

            ทว่า ความปีติยินดีในการหวนคืนของพี่รองยังมิทันได้จางหาย ข่าวร้ายอันน่าตระหนกก็ซัดสาดเข้ามาประดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เมื่อฮ่องเต้ ‘เซียวเฉิงต้า’ ทรงพระประชวรกะทันหัน พระวรกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วจนมิอาจเสด็จออกว่าราชการได้อีกต่อไป

            ภายในเรือนชั้นใน... ทันทีที่เหยาเหยาได้ยินข่าวนี้ ร่างกายของเด็กน้อยพลันแข็งค้าง โลหิตในกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันใด

            'ฮ่องเต้ทรงพระประชวรกะทันหันอย่างนั้นหรือ!' เสียงกรีดร้องในใจของเหยาเหยาดังระงมด้วยความตื่นตระหนก 'นี่มัน... นี่มันคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมการก่อกบฏในนิยายชัดๆ!'

            'ในต้นฉบับเดิม ตอนที่อ๋องรองคิดคดชิงบัลลังก์ มันก็เริ่มจากการประชวรอย่างปริศนาของฮ่องเต้นี่แหละ!' เหยาเหยาเค้นสมอง ขุดคุ้ยความทรงจำจากเนื้อเรื่องเดิมอย่างเอาเป็นเอาตาย 'และการเจ็บป่วยครั้งนี้... มิใช่โรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ ทว่าคือแผนชั่วของอ๋องรองที่แอบวางยาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้าลงในเทียบยาบำรุงของฮ่องเต้! เพื่อให้ฮ่องเต้ค่อยๆ อ่อนแอและทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนมิอาจควบคุมราชสำนักได้ จากนั้นอ๋องรองก็จะสบโอกาสเข้ายึดครองอำนาจทั้งหมด!'

            'ที่ร้ายแรงที่สุดในนิยายก็คือ ยามที่ฮ่องเต้ประชวรหนักจนไร้สติ อ๋องรองจะใช้ฐานะโอรสผู้มีอาวุโสและเปี่ยมความสามารถ อ้างสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทน จากนั้นจะค่อยๆ ตัดแขนตัดขา กำจัดรัชทายาทอย่างโหดเหี้ยม แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้คนใหม่... และตระกูลซ่งที่ยืนหยัดเคียงข้างรัชทายาท ก็ต้องถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก ล้างบางทั้งตระกูลในศึกครั้งนี้!'

            'ไม่ได้การ! ข้าต้องรีบเตือนทุกคนในครอบครัว! ฮ่องเต้ทรงถูกวางยาพิษในยาบำรุง! อ๋องรองกำลังจะก่อกบฏชิงบัลลังก์แล้ว!' นางแผดเสียงเตือนในความคิดอย่างสุดกำลังเท่าที่มี

            ‘เสิ่นว่านอวี๋’ ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงความคิดอันตื่นตระหนกของบุตรสาวครบถ้วนทุกถ้อยคำ ใบหน้าของนางพลันซีดเผือด ไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบหมุนกายรุดไปยังห้องประชุมลับของตระกูลในทันที

            ——————

            ณ ห้องประชุมลับอันเงียบสงัด ยามที่ทุกคนได้รับฟังคำเตือนที่ผ่านมาจากปากของเสิ่นว่านอวี๋ บรรยากาศรอบด้านก็พลันตึงเครียดขึ้นมาจนแทบหยุดหายใจ

            "ฮ่องเต้ทรงถูกวางยาพิษในโอสถบำรุง..." ซ่งจงอี้กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ดวงตาฉายแววกร้าว "และอ๋องรองกำลังจะใช้เหตุการณ์นี้อ้างสิทธิ์ยึดอำนาจ เพื่อก่อกบฏชิงบัลลังก์สินะ"

            ซ่งจิ้งอันดวงตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ในที่สุดอ๋องรองก็ทนไม่ไหว ลงมือ 'ครั้งใหญ่' ตามที่เราคาดการณ์ไว้เสียที แต่นี่แหละ... คือความผิดมหันต์และช่องโหว่ครั้งใหญ่หลวงที่เราเฝ้ารอคอยมาตลอด"

            "การก่อกบฏชิงราชบัลลังก์ คืออาญาแผ่นดินขั้นสูงสุด" ซ่งจิ้งอันเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง "ยามที่อ๋องรองเปิดฉากลงมือ เขาจะกลายเป็นกบฏแผ่นดินในสายตาของใต้หล้าทันที เมื่อถึงเวลานั้น เราจะเปิดโปงหลักฐานเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขาซ้ำเข้าไปอีกชั้น ทำให้เขากลายเป็นทั้งกบฏทรยศแผ่นดินและคนนอกราชวงศ์... ชาตินี้ดิ้นอย่างไรก็ไม่มีวันหลุด"

            "แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำคือช่วยเหลือฮ่องเต้" เจิ้นกั๋วกงเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "หากฮ่องเต้สวรรคต อ๋องรองจะอ้างความชอบธรรมในการครองบัลลังก์ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เราต้องหาทางถอนพิษร้ายนี้ให้พระองค์ และปกป้องรัชทายาทให้อยู่รอดปลอดภัย"

            อันที่จริง ทุกคนในที่นั้นต่างละเว้นการเอ่ยถึงคำว่า "ระบบ" ออกมาตรงๆ เพราะไม่มีผู้ใดเข้าใจอย่างแท้จริงว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ พวกเขารับรู้เพียงว่า ยามที่สถานการณ์เข้าสู่จุดคับขัน เหยาเหยามักจะมี "ของวิเศษ" ปรากฏขึ้นมาช่วยชีวิตเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยาสมานแผลอัศจรรย์ที่รักษาบาดแผลฉกรรจ์ของเป้ยจิ้งหานจนหายเป็นปลิดทิ้ง หรือยันต์ควันพรางตาที่ช่วยให้นางรอดพ้นจากการถูกลักพาตัว สิ่งของเหล่านั้นล้วนเป็นอิทธิฤทธิ์ลึกลับเหนือธรรมชาติที่ไม่มีตำราเล่มใดอธิบายได้

            "ข้าจะลองดู" เสิ่นว่านอวี๋เอ่ยขึ้นด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "หากเหยาเหยามีโอสถวิเศษที่สามารถล้างพิษร้ายนี้ได้ ข้าจะหาทางส่งมันผ่านเส้นทางของฮองเฮา เพื่อนำเข้าสู่วังหลวงและผสมในเทียบพระโอสถของฮ่องเต้"

            "แต่ต้องระมัดระวังให้จงหนัก อย่าให้ผู้ใดจับพิรุธได้เด็ดขาด" ซ่งจิ้งอันเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย "ของวิเศษของน้องเล็กคือความลับสูงสุดของตระกูลเรา หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไปแม้เพียงนิด ย่อมนำภัยพิบัติมาสู่นางยิ่งกว่าเดิม เราต้องดำเนินการทุกอย่างอย่างแนบเนียนและรัดกุมที่สุด"

            สายตาทุกคู่ในห้องประชุมลับต่างหันมองตรงไปยังทิศทางของเรือนด้านในที่เหยาเหยาพักอาศัยอยู่... เพราะเวลานี้ มีเพียงของวิเศษลึกลับในมือของบุตรสาวคนเล็กเท่านั้น ที่จะสามารถถอนพิษร้ายแรงนี้ และพลิกกระดานหมากที่กำลังจะพ่ายแพ้ให้กลับมาชนะได้

            ——————

            ขณะเดียวกัน ภายในเรือนชั้นใน เหยาเหยาก็กำลังครุ่นคิดถึงหนทางแก้ไขในเรื่องเดียวกันนี้พอดี

            'ฮ่องเต้ทรงถูกวางยาพิษ... ในนิยายต้นฉบับไม่มีหมอหลวงคนใดสามารถถอนพิษนี้ได้ พระองค์จึงต้องทนทุกข์ทรมานจนสิ้นพระชนม์ไปในที่สุด' เด็กหญิงตัวน้อยขมวดคิ้วมุ่น 'แต่ตอนนี้ฉันมีระบบอยู่ในมือ! ในร้านค้าแต้มบุญน่าจะมีโอสถถอนพิษขายอยู่บ้างสิ!'

            นางรีบเรียกหน้าต่างร้านค้าแต้มบุญขึ้นมาในหัวทันที สายตากวาดไล่ดูรายการสิ่งของอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับ "ยาถอนพิษวิเศษ" ที่ระบุสรรพคุณว่าสามารถล้างพิษได้ทุกชนิดในใต้หล้า ทว่าราคาของมันสูงถึงหนึ่งร้อยห้าสิบแต้มบุญ!

            'ตอนนี้ฉันมีแต้มบุญสะสมอยู่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองแต้ม! พอซื้อได้สบายมาก!' ดวงตากลมโตของเหยาเหยาเปล่งประกายวาววับด้วยความหวัง 'หากฉันนำยาถอนพิษนี้ไปให้ฮ่องเต้เสวย พระองค์ก็จะทรงรอดชีวิต และแผนการอ้างสิทธิ์ของอ๋องรองก็จะพังครืนลงทันที!'

            'ทว่า... ฉันจะส่งยาถอนพิษนี้ไปถึงมือฮ่องเต้ได้อย่างไร? ตัวฉันเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ที่มิอาจเข้าวังหลวงได้ง่ายๆ อีกทั้งหากจู่ๆ เด็กอายุหกขวบอย่างฉันมียาถอนพิษวิเศษเช่นนี้ ครอบครัวย่อมต้องสงสัยแน่ๆ' นางครุ่นคิดอย่างหนัก 'เห็นทีต้องพึ่งพาให้คนในครอบครัวช่วยจัดการ... ฉันต้องแสร้งคิดดังๆ ในใจเอาไว้ เผื่อว่าโชคชะตาจะนำพาให้พวกท่านเข้ามาช่วยเหมือนทุกครั้ง'

            'ข้าแลกยาถอนพิษวิเศษมาแล้ว! ขอเพียงส่งยานี้ให้ฮ่องเต้เสวย อาการประชวรทั้งหมดก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง! ยาถอนพิษอยู่ในมือข้าแล้ว! ขอเพียงหาทางส่งเข้าวังหลวงผ่านทางฮองเฮาก็พอ!' นางย้ำเตือนความคิดในหัวซ้ำๆ พลางกดยืนยันแลกยาถอนพิษออกมาทันที ส่งผลให้แต้มบุญของนางลดฮวบลงเหลือเพียงห้าสิบสองแต้ม

            เสิ่นว่านอวี๋ที่เพิ่งก้าวเท้ากลับเข้ามาในเรือนพอดี ได้ยินเสียงความคิดอันแน่วแน่ของบุตรสาวอย่างชัดเจน นางรีบตรงรี่เข้าไปหาเด็กน้อยทันที "เหยาเหยา... ลูกรัก ลูกมียาดีใช่หรือไม่"

            เหยาเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตใสซื่อ ก่อนจะยื่นขวดยาถอนพิษขนาดเล็กส่งให้มารดาอย่างไม่ลังเล "ท่านแม่ เหยาเหยามียาถอนพิษเจ้าค่ะ! รีบนำไปให้คนป่วยดื่มเร็วเข้าเถิด!"

            เสิ่นว่านอวี๋รับขวดยานั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาอุ่นๆ พลันรื้นขึ้นมาคลอเบ้า บุตรสาวตัวน้อยของนางยอมสละแต้มบุญที่เพียรสะสมมาด้วยความยากลำบาก เพื่อช่วยชีวิตฮ่องเต้ที่นางไม่เคยพบหน้าด้วยซ้ำ... เพียงเพราะรู้ว่าสิ่งนี้จะช่วยปกป้องครอบครัวและรักษาแผ่นดินนี้เอาไว้ได้

            ——————

            ในคืนเดือนมืดนั้นเอง ฝ่ายของฮองเฮาตวนหรูได้ดำเนินการนำยาถอนพิษลึกลับของเหยาเหยาเล็ดลอดเข้าสู่พระราชวังหลวงอย่างลับที่สุด ก่อนจะนำไปผสมลงในถ้วยพระโอสถของฮ่องเต้อย่างแนบเนียน

            และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิด — พระวรกายของฮ่องเต้ที่เคยทรุดโทรมลงทุกวันจนแทบสิ้นหวัง กลับค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพียงไม่กี่วันต่อมา พระองค์ก็ทรงได้สติและกลับมาแข็งแรงดังเดิม

            ทว่า ฮ่องเต้ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและช่ำชองในเกมกลอำนาจมาอย่างยาวนาน ทรงตระหนักได้ทันทีว่าการประชวรกะทันหันในครั้งนี้ต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแพทย์หลวงคนสนิทตรวจพบร่องรอยของยาพิษร้ายแรงตกค้างอยู่ในถ้วยพระโอสถบำรุง พระองค์จึงทรงตัดสินใจแสร้งทำเป็นยังทรงประชวรหนักและไร้สติอยู่เช่นเดิม เพื่อล่อให้สุนัขจนตรอกที่อยู่เบื้องหลังเผยธาตุแท้ออกมา

            และเป็นไปตามคาด... หมากตัวนั้นเริ่มขยับเคลื่อนไหวแล้ว

            ——————

            สายข่าวกรองอันฉับไวของซ่งจิ้งอันรายงานว่า เวลานี้อ๋องรองเริ่มระดมกำลังทหารส่วนตัวเคลื่อนทัพเข้าประชิดชายขอบเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ โดยอ้างเหตุผลบังหน้าว่า "เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในยามที่ฮ่องเต้ทรงประชวรหนัก" ขณะเดียวกัน อัครมหาเสนาบดีหลี่ก็เริ่มเดินสายกดดันเหล่าขุนนางในราชสำนักให้หันมาสนับสนุนให้อ๋องรองขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

            ทุกสัญญาณอันตรายบ่งชี้เด่นชัดว่า — อ๋องรองกำลังจะลงมือก่อการกบฏในอีกไม่ช้านี้

            ภายในห้องประชุมลับของตระกูลซ่ง เหล่าแกนนำและพันธมิตรต่างร่วมประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อวางแผนรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดกระหน่ำ

            "ทุกอย่างเตรียมการพร้อมสรรพแล้ว" ซ่งจิ้งอันสรุปแผนการขั้นสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาด "ทั้งกองกำลังทหารองครักษ์รักษาพระนครของท่านตา กองทัพในมือของน้องรอง พันธมิตรฝ่ายฮองเฮาและรัชทายาท รวมถึงหลักฐานชาติกำเนิดและพยานปากเอกคนสำคัญ... พวกเราเตรียมพร้อมรับศึกครั้งนี้มานานหลายปี บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่หมากทุกตัวจะมาบรรจบกัน"

            “ข้าเองก็หารือกับเป้ยจิ้งหานแล้ว ให้เขาวางกำลังอยู่ด้านนอกจวนเราอีกชั้น จะได้ช่วยเหยาเหยากับท่านแม่ทัน”

            ซ่งจงอี้กวาดสายตาคมปลาบมองทุกคนในห้องประชุม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอันแรงกล้า "ศึกครั้งนี้ คือศึกตัดสินชะตากรรมของตระกูลซ่ง และความมั่นคงของแผ่นดินต้าเหยียน พวกเราจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่เคยลิขิตให้พวกเราต้องตายหมู่ ให้กลายมาเป็นบทบาทของผู้กอบกู้แผ่นดินอย่างแท้จริง!"

            ——————

            ในเรือนชั้นในอันเงียบสงบ เหยาเหยานอนขดตัวกอดกำไลกระดิ่งแน่น สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด ไร้ซึ่งแสงดาวประดับฟ้า

            'พายุใหญ่กำลังจะพัดกระหน่ำแล้ว' เด็กหญิงคิดในใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวระคนหวั่นเกรงอยู่ลึกๆ 'ศึกชิงบัลลังก์... ในนิยายเดิมนี่คือศึกที่ตระกูลซ่งต้องถูกล้างบางจนสิ้นชื่อ ทว่าในชาตินี้ พวกเราเตรียมพร้อมรับมือไว้หมดทุกอย่างแล้ว'

            'อ๋องรอง... เจ้าคิดหรือว่าจะสามารถยึดครองบัลลังก์มังกรได้ง่ายดายเหมือนในต้นฉบับเดิม? คราวนี้ เจ้าต่างหากที่กำลังก้าวเท้าเข้าสู่กับดักอันแสนเหี้ยมโหดที่ตระกูลซ่งขุดล่อเอาไว้!' มือเล็กๆ กำกำไลแน่นขึ้นจนข้อนิ้วซีด 'รอดูเถิด... หน้าสุดท้ายของนิยายที่เขียนให้เจ้าได้เสวยสุขเป็นใหญ่ ข้าจะเป็นคนฉีกมันทิ้งด้วยมือคู่นี้เอง แล้วจะเขียนบทสรุปใหม่ให้เจ้าต้องจบชีวิตลงในฐานะกบฏแผ่นดินผู้พ่ายแพ้อย่างน่าอนาถที่สุด!'