ตอนที่ 27 กระอักกระอ่วน (1)
เหลียงซื่อก้มหน้างุด แลดูอ่อนน้อมเชื่อฟัง ทั้งยังอ่อนโยน
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกลับรู้ดีว่านางไม่เคยเป็นคนเช่นนี้
เรื่องในครอบครัวครั้งนี้ แม้นางจะอายุมากแล้วทว่าไม่ได้เลอะเลือนแต่อย่างใด
เหลียงซื่อเป็นคนคิดไม่ซื่ออย่างรุนแรง ดังนั้นอย่าได้พยายามหลอกลวงนางเลย
แต่นางเป็นคนจิตใจกว้างขวางและคิดมาโดยตลอด ว่าบุตรหลานต่างมีโชคเป็นของตนเอง ตราบใดที่ตระกูลสวี่ไม่ล่มสลายก็สุดแล้วแต่พวกเขาจะจัดการ
หากว่าลูกสะใภ้คนโตมีความสามารถย่อมสามารถจัดการนางได้ในสักวัน ทั้งยังจะควบคุมเรื่องเรือนในของหลังจวนแห่งนี้ได้
หากว่านางไร้ความสามารถ เอาแต่พึ่งพาผู้อื่นไปเสียทุกเรื่อง เช่นนั้นนางก็คงจะเป็นคนไร้ซึ่งความก้าวหน้า ไม่ช้าก็เร็วคงต้องเละเทะดั่งโคลนตม กระทำการไม่สำเร็จ ต้องถูกเหลียงซื่อหักกระดูกกลืนลงท้อง เขมือบกินทั้งตัวเป็นแน่
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยตวัดสายตากลับ ไม่มองนางอีกต่อไป
เมื่อเหลียงซื่อรู้สึกได้ว่าสายตาเช่นนั้นไม่ได้จดจ้องที่ตัวนางแล้วจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “ก็ข้าเห็นว่าท่านสุขภาพแข็งแรง หาใช่อายุมาก ร่างกายไม่แข็งแรงอย่างที่ท่านพูดนะเจ้าคะ ถ้าท่านใคร่รักษาสุขภาพตนเองก็ถือเสียว่าข้าไม่เคยพูดเช่นนี้มาก่อน แต่พี่สะใภ้ใหญ่นางก็ลำบากจริงๆ วันข้างหน้าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกคงให้เฉิงอวี๋คอยจัดการอยู่ตลอดไม่ได้ เฉิงอวี๋เองก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น ให้นางเรียนรู้เรื่องดูแลบ้านกับพี่สะใภ้ใหญ่ก็คงไม่กระไรนัก แต่ถ้าจะให้นางรวบรวมความกล้าขึ้นมาเช่นนี้ เกรงว่าคงจะหนักหน่วงเกินไปจนสร้างความกดดันแก่นางเอาได้นะเจ้าคะ”
นางชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่นานสองนาน กระทั่งนายหญิงผู้เฒ่าเริ่มหมดความอดทนจึงตบผ้าห่มบางๆ บนกาย “เช่นนั้นตามความคิดของเจ้า พี่สะใภ้ของเจ้าลำบาก เฉิงอวี๋อายุน้อยเกินไป ส่วนข้าก็แก่ตัวมากแล้ว ควรทำเช่นไรดี”
เหลียงซื่อไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด พูดกับนางด้วยรอยยิ้ม “ก็ยังมีพี่สะใภ้รองอยู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ ให้นางตกลงกับพี่สะใภ้ใหญ่ให้ดี นางเองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ทั้งยังไม่ใช่คนที่จะยึดอำนาจส่วนกลางไม่ยอมปล่อยวาง ให้พี่สะใภ้รองมาดูแลเรื่องในตระกูลชั่วคราวก็คงเป็นความสบายใจของทุกคนไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
พูดมาตั้งนานสองนาน ที่แท้ก็รอพูดเรื่องนี้นี่เอง
ในบรรดาลูกสะใภ้ของนายหญิงผู้เฒ่าเว่ย จะว่าไปอันที่จริงก็ล้วนกตัญญูทั้งนั้น แม้แต่เหลียงซื่อเองก็หาใช่คนเนรคุณไม่เชื่อฟัง แต่นางมีใจทะเยอทะยานจนบางครั้งก็น่ารำคาญมากเป็นพิเศษเท่านั้นเอง
แต่โจวซื่อเป็นคนเก็บงำความคิด เหลียงซื่อมักทำตัวโดดเด่นเกินไปไม่รู้จักอยู่อย่างสงบ หยางซื่อแห่งบ้านสี่ดูแลกิจการอยู่กับเจ้าสี่ที่เมืองหางโจวนานหลายปีจึงไม่ต้องพูดถึงนาง ส่วนเสิ่นซื่อ…แห่งบ้านสอง นางผู้นั้นก็เป็นดั่งน้ำเต้าถูกตัดปาก[1] ต่อให้เฆี่ยนตีด้วยไม้ไผ่นางก็ไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียว นางจะดูแลตระกูลได้งั้นหรือ
ทว่านางเองก็เจ้าเล่ห์อยู่พอตัว สมัยยังเยาว์นางแย่งชิงทรัพย์สินในตระกูลตอนแยกครอบครัว นางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ร้านค้าอีกสองสามร้าน ได้บ้านเพิ่มอีกสองสามหลัง จากนั้นเล่าไม่มีอะไรหลังจากนั้นอีกแล้ว
นับตั้งแต่ตอนนั้นนางก็ถูกโจวซื่อสั่งสอนให้กลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายและไม่ก่อปัญหาใดขึ้นอีก
ถ้าไม่มีเหลียงซื่อคอยจับจ้องตาเป็นมันก็ใช่ว่าจะให้นางดูแลเรื่องในตระกูลแทนโจวซื่อชั่วคราวไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียนางก็เกรงกลัวโจวซื่ออยู่ หากว่าเจอเรื่องสำคัญเข้าจริงๆ นางคงไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง อย่างไรก็ต้องไปถามโจวซื่อ หรือไม่ก็ปรึกษาเจ้าสองดูเสียก่อน
แต่ในตระกูลยังมีเหลียงซื่อ ถ้ามอบตราประทับคู่ กุญแจและบัญชีรายชื่อให้เสิ่นซื่อจริงๆ ในตระกูลคงไร้ซึ่งความสงบสุขอีกต่อไป
เหลียงซื่อเคยเห็นความร้ายกาจของโจวซื่อมาก่อน หากจะก่อปัญหาขึ้นอีกอย่างไรก็ต้องควบคุมตนเองเอาไว้อยู่บ้าง แต่นางไม่เกรงกลัวเสิ่นซื่อเลยแม้แต่น้อย
นายหญิงผู้เฒ่าเว่ยหัวเราะเบาๆ
น้ำเสียงนั้นเบาบางมาก หากแต่แว่วเข้าหูเหลียงซื่ออย่างแผ่วเบา
นางพลันหนักอึ้งในใจ สีหน้าก็ไม่สู้ดีในทันใด
เชิงอรรถ
^ น้ำเต้าถูกตัดปาก คือ คนที่มีนิสัยเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา