บทที่ 9: ผู้มาเยือนกลิ่นโฉ่
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงลอยมาก่อนตัวเ้าของ...
มันเป็กลิ่นที่ผสมผสานกันระหว่างอุจจาระหมูป่าที่หมักหมม ไข่เน่า และกำมะถันที่ถูกเผาไหม้ เพียงแค่ได้กลิ่นโชยมาตามลม ลุงหวังที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดจมูก หน้าเขียวคล้ำทำท่าจะอาเจียนออกมา
"นี่มันกลิ่นบ้าอะไรกัน..."
ยังไม่ทันที่ลุงหวังจะหายสงสัย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากก็มาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนพักของเฟิงอู๋จี้
ปัง!
ประตูไม้ที่เพิ่งจะซ่อมแซมเสร็จถูกถีบจนพังยับเยินอีกครั้ง เศษไม้ปลิวว่อนเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน
ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดไหมราคาแพงปักลวดลายกิเลน แต่ทว่าสภาพของเขากลับดูไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำที่ขัดไม่ออก ิัตามแขนและคอก็มีจุดดำด่างพร้อย และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นเหม็นเน่าที่ชวนคลื่นไส้นั้นแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรงจนเหล่าลูกสมุนที่ติดตามมายังต้องแอบเบือนหน้าหนี
เขาคือ 'เฟิงหยาง' นายน้อยสายรองผู้มากพร์แห่งตระกูลเฟิง... ในสภาพที่ดูเหมือนเพิ่งตกลงไปในบ่อเกรอะ
"เฟิงอู๋จี้! ไอ้สวะชาติชั่ว! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
เฟิงหยางะโเสียงแหบแห้ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและความอับอาย
เฟิงอู๋จี้ที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง ยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองผู้มาเยือนด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับไม่ได้รับรู้ถึงแรงกดดันนั้น
"นายน้อยเฟิงหยาง..." เฟิงอู๋จี้เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มิทราบว่าลมอะไรหอบท่านมาถึงที่ซุกหัวนอนของข้า? แล้วก็... ท่านไปทำอะไรมาหรือ? เหตุใดกลิ่นกายของท่านถึงได้... ชวนให้เจริญอาหารน้อยลงเช่นนี้?"
คำพูดเหน็บแนมนั้นเสียดแทงใจดำเฟิงหยางจนสั่นสะท้าน เส้นเืที่ขมับปูดโปน
"หุบปาก!" เฟิงหยางตวาดลั่น "อย่ามาทำไขสือ! เมื่อสามคืนก่อน คลังสมบัติส่วนตัวของข้าถูกโจรปล้น แถมมันยังวางกับดักะเิเน่าๆ ไว้! ข้าสืบรู้มาว่า่ที่ผ่านมาเ้าหายหัวไปสามวัน! บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเ้าเอาของของข้าไปซ่อนไว้ที่ไหน!"
เฟิงอู๋จี้เลิกคิ้วแสร้งทำหน้าใ "โจรปล้น? กับดักะเิ? น่ากลัวจริงๆ... แต่ข้าเป็เพียงบ่าวรับใช้ที่เส้นลมปราณพิการ วันๆ เอาแต่เก็บสมุนไพร ข้าจะมีปัญญาไปทำลายค่ายกลของท่าน หรือแบกสมบัติหนีออกมาได้อย่างไร?"
เขาหยุดเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ส่วนที่ข้าหายไปสามวัน... ก็เพราะลูกน้องคนสนิทของท่าน จางหมา ซ้อมข้าจนปางตาย ข้าก็ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้องสิ จะให้ข้าลุกไปไหนไหว?"
ข้ออ้างนี้ฟังดูสมเหตุสมผลในสายตาคนนอก เพราะทุกคนรู้ดีว่าเฟิงอู๋จี้เป็ขยะที่ไร้วรยุทธ์ การจะให้เชื่อว่าเขาบุกไปปล้นยอดฝีมืออย่างเฟิงหยางได้นั้น เป็เื่ตลกที่ขำไม่ออก
"เ้าโกหก!" เฟิงหยางไม่ฟังเหตุผล สัญชาตญาณของเขาบอกว่าไอ้เด็กนี่มีบางอย่างผิดปกติ "ค้น! ค้นให้ทั่ว! รื้อห้องมันให้กระจุย! ถ้าเจอแม้แต่เหรียญทองแดงที่ดูผิดปกติ เอามาให้ข้า!"
เหล่าลูกสมุนสิบกว่าคนกรูกันเข้ามาในห้องเล็กๆ เริ่มรื้อค้นข้าวของ เฟิงอู๋จี้ได้แต่ยืนกอดอกพิงผนัง มองดูพวกมันทำลายข้าวของเครื่องใช้ราคาถูกของเขาอย่างใจเย็น
เตียงถูกรื้อ ฟางกระจายเต็มพื้น ไหใส่น้ำถูกทุบแตก แม้แต่พื้นไม้กระดานบางแผ่นก็ถูกงัดขึ้นมาดู
เฟิงอู๋จี้ลอบยิ้มในใจ พวกเ้าหาไปเถอะ... หินปราณและสมุนไพรทั้งหมด ข้าใช้มันไปหมดแล้ว ส่วนของมีค่าอื่นๆ ข้าใช้อักขระ 'ซ่อนลักษณ์' ฝังมันไว้ในแกนกลางของเสาไม้ต้นนั้น ต่อให้รื้อหลังคาลงมาก็หาไม่เจอหรอก
ผ่านไปครู่ใหญ่ หัวหน้าลูกสมุนเดินกลับมารายงานเฟิงหยางด้วยสีหน้าลำบากใจ "นายน้อย... ไม่พบสิ่งใดเลยขอรับ นอกจากเสื้อผ้าเก่าๆ กับเศษสมุนไพรแห้งๆ"
เฟิงหยางกัดฟันกรอด "เป็ไปไม่ได้! มันต้องซ่อนไว้สักที่!"
สายตาของเฟิงหยางเต็มไปด้วยความอาฆาต เขาไม่สนหลักฐานแล้ว เขา้าระบายความโกรธ เขาหันไปพยักหน้าให้ลูกสมุนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ตัวเฟิงอู๋จี้
ลูกสมุนคนนั้นรู้ทันที มันแอบล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนเอง หยิบ 'ป้ายหยกประจำตัว' ของเฟิงหยางที่เตรียมมาเพื่อยัดข้อหา
"เอ๊ะ! นั่นอะไรอยู่ใต้หมอน!" ลูกสมุนะโขึ้น พร้อมกับทำท่าจะยัดป้ายหยกลงไปในกองฟางที่ถูกรื้อค้น
นี่คือแผนสกปรกที่ตื้นเขินที่สุด แต่ได้ผลที่สุด หากป้ายหยกถูกพบในห้องนี้ เฟิงอู๋จี้จะมีโทษถึงตายฐานขโมยของนาย
วูบ!
แต่ก่อนที่มือของลูกสมุนจะทันได้แตะกองฟาง ข้อมือของมันกลับถูกมือปริศนาคว้าเอาไว้แน่นกลางอากาศ!
"อ๊ะ?" ลูกสมุนสะดุ้งเงยหน้าขึ้น พบว่าเป็เฟิงอู๋จี้ที่เข้ามาประชิดตัวั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
"พี่ชาย..." เฟิงอู๋จี้กล่าวเสียงเย็น ั์ตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนก "ท่านทำของตกหรือ? หรือว่า... ท่านกำลังจะ 'ทำของตก' กันแน่?"
เฟิงอู๋จี้บิดข้อมือลูกสมุนผู้นั้นเบาๆ
กร๊อบ!
"อ๊ากกก!" ลูกสมุนร้องลั่น มือคลายออก ป้ายหยกประจำตัวของเฟิงหยางร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้เสียงดัง เคร้ง!
ทุกสายตาจ้องมองไปที่ป้ายหยกนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที ลุงหวังที่แอบดูอยู่หน้าประตูถึงกับอ้าปากค้าง
เฟิงอู๋จี้ก้มลงเก็บป้ายหยกขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปหาเฟิงหยาง ยื่นคืนให้ด้วยรอยยิ้ม "นายน้อย... คนของท่านนี่ช่างสะเพร่าจริงๆ ทำป้ายหยกสำคัญร่วงหล่นในห้องขยะเช่นนี้ หากหายไปคงแย่แน่ๆ"
เฟิงหยางหน้าแดงก่ำจนแทบจะเป็สีม่วง (ตัดกับคราบเขม่าสีดำบนหน้า) แผนการยัดข้อหาถูกเปิดโปงซึ่งหน้า แถมลูกน้องยังโดนหักข้อมือต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่ทันมองเห็นความเคลื่อนไหว
"เ้า..." เฟิงหยางรับป้ายหยกมา กำไว้แน่นจนสั่นระริก "เ้ากล้าทำร้ายคนของข้า?"
"ข้าแค่ช่วยรับของ ไม่นึกว่ากระดูกเขาจะเปราะบางปานนั้น" เฟิงอู๋จี้ตอบหน้าตาย
"พอที!"
เฟิงหยางทนไม่ไหวอีกต่อไป ความโกรธทำให้เขาลืมตัว "ข้าจะสั่งสอนเ้าให้รู้สำนึกว่าบ่าวไพร่ควรปฏิบัติตัวเช่นไร!"
ตู้ม!
พลังปราณขอบเขต 'ก่อกำเนิด ขั้นที่หก' ะเิออกมาจากร่างของเฟิงหยาง แม้จะยังไม่เสถียรเพราะาเ็จากกับดัก แต่แรงกดดันนั้นก็ทำให้ข้าวของในห้องสั่นะเื
เฟิงหยางง้างฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยปราณสีเหลืองทอง ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของเฟิงอู๋จี้เต็มแรง! ฝ่ามือนี้รวดเร็วและหนักหน่วง หากโดนเข้า หัวของเฟิงอู๋จี้คงหมุนคว้างหลุดจากบ่า
เฟิงอู๋จี้หรี่ตาลง เขาไม่ได้ถอยหนี
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาโคจรพลังปราณ 'ขั้นที่สี่' ที่เพิ่งได้มาผนึกไว้ที่ฝ่ามือซ้าย พร้อมกับใช้นิ้วนางและนิ้วก้อยแอบวาดอักขระ 'สะท้อน' (Reflect) ขนาดจิ๋วไว้กลางฝ่ามือ
ปัง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่น ฝ่ามือของเฟิงอู๋จี้ยกขึ้นมารับฝ่ามือของเฟิงหยางไว้อย่างแม่นยำ!
ร่างของเฟิงอู๋จี้สั่นไหวเล็กน้อย เท้าทั้งสองข้างจมลงไปในพื้นไม้หนึ่งนิ้ว แต่เขา 'ไม่ถอย' แม้แต่ก้าวเดียว
"อะไรกัน!?"
เฟิงหยางเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง เขาเป็ถึงอัจฉริยะขั้นหก ส่วนไอ้เด็กนี่เป็แค่สวะเส้นลมปราณพิการ เหตุใดมันถึงรับฝ่ามือของเขาได้? แถมเขายังรู้สึกเหมือนพลังของตนเองถูกสะท้อนกลับมาจนแขนชาหนึบ
"นายน้อยเฟิงหยาง..." เฟิงอู๋จี้เอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เขาค่อยๆ ดันมือของเฟิงหยางออกช้าๆ
"การรังแกบ่าวรับใช้ที่เพิ่งหายป่วย... ดูจะไม่ใช่วิถีของผู้ยิ่งใหญ่กระมัง? อีกเจ็ดวันก็จะถึงงานประลองประจำปีแล้ว หากท่านฆ่าข้าตอนนี้ ท่านอาร์วุโสคงตำหนิท่านได้ว่าจิตใจคับแคบ"
เฟิงอู๋จี้รู้ดีว่าเขายังเอาชนะเฟิงหยางขั้นเด็ดขาดไม่ได้ในตอนนี้ และหากสู้ยืดเยื้อ เขาจะเสียเปรียบ เขาจึงยกกฎตระกูลขึ้นมาอ้างเพื่อหาทางลง
เฟิงหยางชักมือกลับ หน้าตาน่าเกลียดบิดเบี้ยว เขารู้ว่าวันนี้เขาพลาดแล้ว พลาดที่ประมาทมัน พลาดที่แผนแตก และพลาดที่ร่างกายไม่พร้อม
"ดี... ดีมาก!" เฟิงหยางกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน "เ้าซ่อนเขี้ยวเล็บได้เก่งมากเฟิงอู๋จี้ ข้าไม่รู้ว่าเ้าไปเจอวาสนาปาฏิหาริย์อะไรมา แต่จำไว้..."
เขาชี้หน้าเฟิงอู๋จี้ นิ้วสั่นระริก
"ในงานประลองอีกเจ็ดวันข้างหน้า ข้าจะท้าประลองเป็ตายกับเ้าบนเวที ต่อหน้าผู้าุโทุกคน ข้าจะขยี้เ้าให้แหลกคาเท้า ให้สาสมกับความอัปยศในวันนี้!"
"ข้าน้อมรับคำท้า" เฟิงอู๋จี้ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล "เตรียมล้างตัวให้สะอาดเถิดนายน้อย กลิ่นของท่านอาจจะทำลายบรรยากาศงานประลองได้"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
เฟิงหยางสะบัดชายเสื้ออย่างแรง (ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายอีกรอบ) แล้วเดินกระแทกเท้าปึงปังจากไปพร้อมกับลูกสมุนที่หิ้วปีกคนเจ็บตามหลังไป
เมื่อความวุ่นวายจบลง ลุงหวังรีบวิ่งเข้ามาดูเฟิงอู๋จี้ด้วยความเป็ห่วง "อู๋จี้! เ้า... เ้าไปรับคำท้ามันทำไม! มันตั้งขั้นหกเชียวนะ! เ้าจะเอาอะไรไปสู้!"
เฟิงอู๋จี้มองดูมือซ้ายของตนเองที่ยังสั่นระริกเล็กน้อยจากการปะทะ เขายิ้มบางๆ ให้ชายชรา "ไม่ต้องห่วงครับลุงหวัง... เจ็ดวัน... สำหรับข้า มันนานพอที่จะเปลี่ยนผืนฟ้าและผืนดิน"
เขามองออกไปนอกประตู แววตามุ่งมั่น
"เจ็ดวันนี้ ข้าต้องออกไปเตรียม 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ไว้ต้อนรับนายน้อยเฟิงหยางเสียหน่อย"