หนิงลี่รีบให้เซียวหยางฟางพาตนเองไปซื้อวัวเทียมเกวียนที่ตลาดค้าวัวทันที หลังจากนั้นนางก็รีบไปหาที่ลับตาเพื่อเข้าไปซื้อโหลแก้วใบใหญ่ในมิติมาทั้งหมดสิบใบ โดยไม่ลืมที่จะเอาผ้าคลุมไว้เพื่อไม่ให้เป็ที่สนใจของคนอื่น
เถ้าแก่หลี่เห็นขวดโหลใบใหญ่ทั้งหมดก็ยิ่งพอใจ โหลแก้วโปร่งใสคุณภาพดีเช่นนี้ คุ้มค่ากับเงินที่เขาใช้ไปจริงๆ และหนิงลี่ยังใจดีแถมผ้ากำมะหยี่สีแดงสำหรับปูโต๊ะเพื่อวางโหลแก้วที่บรรจุผลไม้อบแห้งให้กับเถ้าแก่หลี่อีกหนึ่งผืน
“แม่นางน้อย ผ้าผืนนี้คงมีราคาแพง เ้าเก็บกลับไปเถอะ ลำพังแค่ขวดโหลที่เ้าขายให้ข้าในราคาถูกนั้น ข้าก็เกรงใจเ้ามากแล้ว” เถ้าแก่หลี่รีบผลักผ้ากลับให้หนิงลี่
“เถ้าแก่หลี่รับไว้เถอะเ้าค่ะ ข้ายังอยากทำการค้ากับท่านไปอีกนาน และหลังจากนี้หากเถ้าแก่้าของแถมอีก ข้าก็คงไม่มีให้ท่านแล้วนะเ้าคะ” หนิงลี่พูดยิ้มๆ
“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะรับมันไว้ และหากเ้ามีสินค้าใหม่ก็เอามาให้ข้าดูได้เลย ข้ายินดีทำการค้ากับเ้า”
“สินค้าใหม่มีแน่นอนเ้าค่ะ ข้ารับรองว่าขวดโหลใบใหญ่ทั้งสิบใบที่ท่านซื้อไปต้องไม่พอใส่สินค้าที่ข้าจะนำมาเสนอขายให้ท่านแน่นอน ตอนนี้ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
“ลี่เอ๋อ เ้าเลิกยิ้มได้แล้ว ดูสิทุกคนหันมามองเ้ากันหมดแล้ว” เซียวหยางฟางสะกิดบอกภรรยา
“ก็ข้าดีใจนี่นา วันนี้เราขายของได้กำไรเกือบสองร้อยตำลึง” หนิงลี่ป้องปากกระซิบกับสามี “เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย”
“ข้ารู้ๆ เอาอย่างนี้ เรารีบไปซื้อของที่เหลือแล้วก็รีบกลับบ้านกันเถอะ ประเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน” เซียวหยางฟางเตือน
“ถ้าอย่างนั้น เราไปซื้อของกันให้หนำใจกันไปเลย!”
หนิงลี่ไม่ได้ซื้อของมากมายเหมือนที่บอกกับเซียวหยางฟางไว้ เพราะตลาดในมิติของนางมีของให้เลือกซื้อมากกว่า ดังนั้นหนิงลี่จึงซื้อแค่กระดาษ หมึก พู่กัน และหนังสือสำหรับเด็กที่กำลังจะเริ่มเรียนเท่านั้น หนิงลี่ตั้งใจว่าจะให้เซียวหยางฟางสอนหนังสือให้กับนางและน้องๆ เพราะในอดีตบิดาไม่ได้สนใจพวกนางทั้งสามคน อีกทั้งแม่เฒ่าหนิงก็สนใจแค่ ‘หนิงเอ้อหลาน’ หลานชายคนโตที่เกิดจากท่านลุงใหญ่เท่านั้น การที่พวกนางทั้งสามพี่น้องจะได้หัดคัดอักษรนั้นจึงเป็สิ่งที่ไม่อาจเป็ไปได้เลย
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว! ท่านแม่! พี่ใหญ่กลับมาแล้วขอรับ” หนิงเจี๋ยะโขึ้นเสียงดังอย่างดีใจเมื่อเห็นเซียวหยางฟางและหนิงลี่นั่งรถเทียมเกวียนเข้ามาถึงหน้าประตูรั้ว
“ทำไมพวกเ้าถึงไปนานอย่างนี้เล่า ไม่ได้เกิดเื่อะไรขึ้นกับพวกเ้าใช่หรือไม่” หวังซื่อถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราหรอกเ้าค่ะ เจี๋ยเอ๋อรีบเปิดประตูออกกว้างๆ ให้พี่เขยเอาเกวียนเข้าบ้าน” หนิงลี่บอกน้องชาย
“เกวียนวัวนี่คือของบ้านเราหรือขอรับ” หนิงเจี๋ยถามอย่างตื่นเต้น “บ้านเราจะมีเกวียนวัวไว้ใช้แล้วหรือขอรับ”
“รีบเข้าบ้านกันก่อนเถอะเ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ข้ามีเื่สำคัญอยากประชุมกับทุกคน” หนิงลี่บอกกับมารดา
หลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ หนิงลี่ก็เล่าเื่การค้าวันนี้ให้ทุกคนในบ้านฟัง พร้อมทั้งแจกแจงรายรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“เ้าค้าขายได้กำไรกันมากขนาดนี้เลยหรือ” หวังซื่อถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ จะเป็ไปได้อย่างไรแค่วันเดียว ลูกสาวคนโตก็ค้าขายได้กำไรมาเกือบสองร้อยตำลึง เงินจำนวนนี้หากใช้กันอย่างประหยัดก็สามารถอยู่กันได้หลายปีแล้ว
“ท่านแม่เ้าคะ ต่อไปเราจะหาเงินได้มากกว่านี้อีก และข้าจะพาครอบครัวของเราย้ายไปอยู่ที่อื่น อีกทั้งข้าอยากพาหยางฟางไปตามหาบิดากับมารดาของเขาที่เมืองหลวงด้วยเ้าค่ะ หากเราหาเงินได้เยอะเราก็จะไม่ต้องกังวลกับวันข้างหน้า เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องเตรียมความพร้อมให้กับทุกคนก่อน”
“เตรียมความพร้อมอย่างไรหรือ แล้วเหตุใดเราต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น” หวังซื่อถามโดยมีหนิงหลันและหนิงเจี๋ยนั่งพยักหน้าอยู่ข้างๆ อย่างรอคำตอบ
“ท่านแม่ก็รู้ว่าชื่อเสียงของข้าในหมู่บ้านตอนนี้ไม่นับว่าดี มันยังส่งผลกระทบไปถึงหลันเอ๋อกับเจี๋ยเอ๋อด้วย จะมีครอบครัวไหนที่อยากมาเกี่ยวดองกับครอบครัวที่มีประวัติว่าลูกสาวหนีตามผู้ชายไปล่ะเ้าคะ” หนิงลี่อธิบาย
“เื่จริงเป็เช่นนั้นที่ใดกันเล่า หากใครไม่อยากมาเกี่ยวดอง เราก็ไม่ต้องไปสนใจ” หวังซื่อพูดขึ้น
"แต่ข้าสนใจเ้าค่ะ ถึงอย่างไรหลันเอ๋อกับเจี๋ยเอ๋อก็เป็น้องของข้า อีกอย่างหนึ่งนะเ้าคะท่านแม่ ท่านคิดจริงๆ หรือว่าในอนาคตครอบครัวของท่านย่ากับครอบครัวใหม่ของท่านพ่อจะไม่มาสร้างปัญหาให้เรา ครอบครัวที่ทั้งโลภและเห็นแก่เงินอย่างนั้น เมื่อรู้ว่าพวกเรามีลู่ทางหาเงิน มีหรือที่พวกเขาจะปล่อยให้เราอยู่กันอย่างสงบสุข” หนิงลี่หยุดมองหน้าทุกคนก่อนที่จะเริ่มอธิบายต่อ “ท่านแม่อาจจะมองว่าข้าเห็นแก่ตัวและอกตัญญู แต่ท่านแม่ลองคิดดูว่าที่ผ่านมาท่านพ่อเคยทำตัวให้สมกับเป็หัวหน้าครอบครัวหรือไม่ ท่านพ่อไม่เคยดูแลท่านแม่และพวกข้าเลย อักษรสักตัวเขาก็ไม่เคยสอนให้ข้ากับน้องๆ แล้วท่านแม่เล่าเ้าคะ ท่านเคยได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ที่ท่านพ่อซื้อให้บ้างหรือไม่ หรือแม้แต่ท่านย่า นอกจากใช้งานพวกเราเยี่ยงแรงงานทาสและดุด่าพวกเราด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้ว ท่านย่าเคยมอบสิ่งใดให้พวกเราบ้าง ของดีทุกอย่างตกไปเป็ของครอบครัวลุงใหญ่ทั้งหมด”
หวังซื่อเริ่มน้ำตาคลอและคิดตามคำพูดของหนิงลี่ ั้แ่นางแต่งงานเข้าบ้านสามีมา นางก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับครอบครัวเดิมเพราะแม่สามีไม่ยินยอม และทุกครั้งที่นางตั้งท้อง แม่สามีก็ไม่เคยมีอาหารดีๆ บำรุงให้เลยสักครั้ง โชคยังดีที่ลูกๆ ทั้งสามคนคลอดออกมาอย่างปลอดภัย และเมื่อลูกทั้งสามคนเติบโตขึ้น ทุกคนก็เริ่มเข้าทำงานในไร่โดยที่บ้านของพี่ชายคนโตของสามีไม่เคยได้หยิบจับอะไรเลย
“ลี่เอ๋อ เ้าบอกแม่มาว่าพวกเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไร ต่อไปนี้แม่จะเชื่อฟังเ้า เ้ากับลูกเขยจะพาพวกเราไปอยู่ที่ไหน แม่กับน้องๆ ก็ยินดีที่จะตามเ้าไปด้วย และพวกเราสัญญาว่าจะไม่เป็ตัวถ่วงความเจริญของพวกเ้าทั้งสองคนแน่นอน” หวังซื่อพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง “ลูกเขย ต่อไปข้าต้องรบกวนเ้าแล้ว”
“ท่านแม่ยายอย่าพูดเช่นนั้นเลยขอรับ อย่างที่ลี่เอ๋อเคยบอกไปแล้ว พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน พวกเราต้องก้าวหน้าไปด้วยกันและจะคอยดูแลกันตลอดไปขอรับ” เซียวหยางฟางบอกกับแม่ยาย
“ข้าขอเวลาอีกสองปี หลังจากนั้นเราจะเดินทางไปเมืองหลวง และนับั้แ่วันนี้หยางฟางจะสอนหนังสือให้พวกเราวันละสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) ใน่บ่าย เพราะ่เช้าพวกเรายังต้องทำงานถักกับเริ่มปลูกผักไปขายที่ตลาด” หนิงลี่หันไปมองน้องชาย “แต่เจี๋ยเอ๋อจะพิเศษขึ้นมาอีกหน่อย เ้าจะต้องเริ่มเรียนวรยุทธ์กับพี่เขยด้วย พี่ใหญ่ไม่ได้คาดหวังว่าเ้าจะต้องมีวรยุทธ์ที่ดีเลิศ เพียงแค่หวังว่าเ้าจะสามารถเรียนรู้เพื่อที่จะใช้ปกป้องตัวเองได้ในอนาคต”
“ข้าจะตั้งใจเรียนหนังสือและเรียนวรยุทธ์ให้ดีขอรับพี่ใหญ่ เพราะข้าอยากปกป้องท่านแม่และทุกคน อีกทั้งข้าอยากเก่งเหมือนอย่างพี่เขย พี่เขยสามารถล่าหมูป่าตัวใหญ่ได้”
“เจี๋ยเอ๋อเอ๋ยเจี๋ยเอ๋อ พี่ใหญ่ก็บอกอยู่ว่าให้เ้าเรียนเพื่อจะให้เ้าใช้ป้องกันตัวเอง แต่เ้าคิดแค่ว่าจะเรียนวรยุทธ์เพื่อเอาไว้ล่าหมูป่า เ้าฟังพี่ใหญ่พูดรู้เื่หรือไม่ หรือในหัวของเ้ามีแต่เื่กิน” หนิงหลันแกล้งแหย่น้องชาย
“พี่รองอย่ามาว่าแต่ข้าเลย เวลาพี่ใหญ่ทำผัดเผ็ดหมูป่าออกมาทีไร พี่รองก็กินข้าวหมดไปหลายถ้วยเหมือนกัน” หนิงเจี๋ยพูดพร้อมกับย่นจมูก เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนในบ้านเป็อย่างดี นับจากวันนั้นครอบครัวของหนิงลี่ก็เริ่มทำกิจวัตรประจำวันตามตารางที่หนิงลี่กำหนดไว้ ซึ่งหนิงลี่ได้เพิ่มการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ทั้งเื่ตัวเลขอารบิก การบวก ลบ คูณ หาร การท่องสูตรคูณของคณิตศาสตร์สมัยใหม่เข้าไปด้วย โดยที่นางจะเป็คนสอนเื่พวกนี้ด้วยตัวเอง และเซียวหยางฟางก็ต้องเรียนรู้เื่พวกนี้ด้วยเช่นกัน