"ไปให้พ้นหน้าข้า"
"ไท่จือโปรดฟ้งข้าก่อน"รอยยิ้มหยันสุดป่าเถื่อนของต้าิคุนเขม้นมองเหมือนจะฉีกเนื้อหนังของลี่หลันเล่อฉุดดึงร่างสั่นเทาด้วยลมหนาวและเกล็ดหิมะโปรยปรายให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้าสายตาที่มองไม่ต่างจากเดิมทว่ามืออุ่นภายใต้ถุงมืออุ่นนุ่มบีบปลายคางเย็นชืดสุดแรงจนลี่หลันเล่อต้องกัดฟันข่มความเ็ป
"เ้าส่งคนย่ำยีเมิ่งเม่ย แล้วปล่อยให้นางต้องตายเพื่อเ้าสมหวัง ยังจะร้องขอให้ข้าฟังเ้า ชิ"ผลักลี่หลันเล่อให้ทรุดลงไปกองกับพื้น
"ข้า..ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง..ได้โปรด"ต้าิคุนย่อกายลงจ้องมองใบหน้างดงาม ที่บัดนี้ริมฝีปากซีดเผือดด้วยความหนาวเหน็บ
"เ้าหลงใหลใฝ่ฝันในตัวข้า.. มากเพียงนี้เชียวหรือคุณหนูลี่"จ้องมองลี่หลันเล่อ ยกมืออุ่นขึ้นลูบที่แก้มเย็นเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลากับท่าทีสง่างามที่ลี่หลันเลอคอยเฝ้าชื่นชม ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทว่ามือใหญ่กับฉีกดึงอาภรณ์จนขาดหวิ่น ลี่หลันเล่อยกมือขึ้นปกปิดส่วนสำคัญของร่างกาย รอยยิ้มหยามเหยียดเ็าถูกแต้มที่ริมฝีปากหยักได้รูป
"เมิ่งเม่ย นางอ่อนต่อโลกไม่ได้ด้านชาเช่นเ้านางจะต้องเ็ปเพียงใดเมื่อถูกย่ำยี"สายตาเกลียดชังยิ่งนัก
"ไท่จือ ข้าไม่ได้ส่งคนทำร้ายนาง ข้าไม่ได้ทำ นางเป็สหายข้าข้าจะทำเื่แบบนี้ทำไมกัน เพื่อประโยชน์ใดกัน"
"เ้าไม่ให้ข้าสนใจนางหมดหวังในตัวนาง เ้ามันชั่วช้า ถึงจะไม่ตั้งใจฆ่านางแต่คนเช่นนางจะอยากมีชีวิตอยู่ด้วยถูกกระทำย่ำยีหรือไร"สะบัดเสียง ลี่หลันเล่อเชิดหน้า เมิ่งเมิ่งเหนือกว่าลี่หลันเล่อในทุกด้านอย่างนั้นหรือ
"คุกเข่า อยู่ตรงนี้จนรุ่งสางบางทีข้าอาจละเว้นชีวิตเ้า"ไร้ทางออก จิตใจมืดมิดจมดิ่งไร้หนทาง เสียงลมหวีดหวิวเกล็ดหิมะโปรยปราย การตายของเมิ่งเม่ยยิ่งทำให้ต้าิคุนเกลียดชังลี่หลันเล่อยิ่งขึ้น
"ข้ามองไท่จือต่างจากเ้าหลันเล่อสายตาเ้าชื่นชมเขาเสมอข้ารู้ดี"เมิ่งเม่ยผู้ชึ่งเอ่ยปากออกมาเองว่าไม่เคยถูกใจไท่จือต้าิคุน ไม่เคยชอบแต่ต้าิคุนผู้หยิ่งทะนง รักใคร่คาดหวังในตัวนางอย่างที่สุด
คุณหนูตระกูลลี่ผู้มากด้วยอำนาจเป็บุตรีที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักและตามใจ ลี่หลันเล่อที่คาดหวังในตัวของไท่จือจนออกนอกหน้าไม่สนใจคำทัดทานหรือท่าทีเดียจฉันท์ที่ต้าิคุนมีให้ เขาสูงส่งลี่หลันเล่อก็สูงส่ง เช่นไรจึงไม่คู่ควร
ค่ำคืนหนาวเหน็บผ่านไปพร้อมกับเื่ราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ทบทวน แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใบหน้าซีดเผือดแต่ความหยิ่งทะนงยังคงอยู่ ไม่ได้ทำแล้วคุกเข่าเพื่ออะไรกัน
มีเพียงลี่หลันเล่อที่รู้ดีคุกเข่าเพื่อ ร้องขอให้ต้าิคุน ยอมฟังถ้อยความจริงใจ ด้วยศรัทธาแรงกล้าว่าเขาจะมีเศษเสี้ยวใจเมตตาลี่หลันเล่อบ้างแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม ริมฝีปากสั่นระริกร่างกายสั่นเทา เกล็ดหิมะเกาะอยู่บนเรีอนผมหยาบกระด้าง บิดามารดาหายตัวสาปสูญั้แ่เกิดเื่ มีเพียงลี่หลันเล่อที่เดินเข้ามาสู่ประตูตำหนักบูรพา เพียงเพื่อคิดว่าต้าิคุนจะยอมยกโทษให้ ประตูไม้หนักอึ้งเปิดอ้าออก องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาจากบานประตูนั้น วางอาภรณ์ตัวใหม่ลงตรงหน้า
สายตาเย็นเยียบมองผ่านเลยเหมือนลี่หลันเล่อเป็เพียงเกล็ดหิมะบนพื้น
"ไท่จือให้ท่าน.. คุณหนูลี่ไปเสียจากตำหนักบูรพา"
"จื่อจื่อ ท่านฟังข้าก่อน”ใบหน้าขององครักษ์หนุ่มยังเฉยชา
“ไท่จือไม่ให้ท่านตายก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว ไปเสีย”
“จื่อจื่อข้าอยากพูดด้วยความสัตย์ท่านฟังข้า ข้าไม่เคยคิดทำร้ายเมิ่งเม่ย ไม่ใช่ข้า ข้าไม่เคยคิดจะปองร้ายนางด้วยซ้ำไป”
“คิดจะให้ข้าส่งต่อข้อความนี้กับไท่จือหรือไร หากไม่ใช่คุณหนูลี่แล้วจะมีผู้ใดที่คิดทำเื่ต่ำช้าอย่างนี้ได้ ใต้หล้าไม่มีใครกล้ากับคุณหนูลี่ ใต้หล้ามีสิ่งใดที่คุณหนูลี่้าแล้วไม่ได้มา นอกจากหัวใจของไท่จือ ท่านจึงเกลียดชังเมิ่งเม่ย ถึงกับส่งคนย่ำยีนางแล้วฆ่านางเสีย เมิ่งเม่ยเป็น้องสาวคนเดียวของข้า คิดหรือว่าข้ายังจะเชื่อคำพูดของคุณหนูลี่”
ลี่หลันเล่อ เซถลาทำไมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมิ่งเม่ยเป็น้องสาวของจื่อจื่อ
ดั้นด้นมาที่นี่คนเดียวยอมคุกเข่าทั้งคืนเพื่อให้คนสองคนเกลียดชัง
จื่อจื่อหันหลังกลับเข้าไปด้านใน ประตูไม้หนักอึ้งถูกปิดลง
เมิ่งเม่ยเป็น้องสาวของจื่อจื่อมิน่าเล่าไท่จือจึงพบนาง แล้วหลงใหล ท่าทีอ่อนหวานของนาง ลี่หลันเล่อโง่งม ยิ้มหยันให้กับ์ เมิ่งเม่ยเผชิญเคราะห์กรรมแต่นางกลับทิ้งรอยร้าวและบาปเคราะห์ไว้กับลี่หลันเล่อ
"ไท่จือนางไปแล้ว"
"ให้พ่อค้าทาสจับนางไปขายเสีย"
"ไท่จือ ท่านไม่กลัวว่า.."
"ความผิดของนางหลักฐานชัดแจ้งเสด็จพ่อให้ข้าตัดสินใจ เพียงลำพังนางส่งคนทำร้ายเมิ่งเม่ยจนตาย เ้าคิดว่ามากไปหรือ ยึดทรัพย์ตระกุลนางบิดามารดานางหนีไปแล้วก็ช่างแต่นางต้องรับโทษทัณฑ์"
"ปะปะเปล่า ขอบพระทัยไท่จือที่คืนความเป็ธรรมให้กับเมิ่งเม่ย"
ลี่หลันเล่อโซเซกลับไปยังตระกูลลี่ ที่ยิ่งใหญ่บัดนี้กลับเงียบงัน ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจายจากหัวขโมยที่ได้โอกาสในการหาประโยชน์ในตระกูลหลิน
ไท่จือผู้ยิ่งใหญ่ ต้าิคุนอำนาจล้นมือถือโอกาสนี้จัดการตระกูลลี่ที่ยิ่งใหญ่
จัดการคุณหนูลี่ที่เขาเกลียดชัง
ลี่หลันเล่อทรุดกายลงบนขั้นบันได ลมหนาวยังพัดโชย บิดามารดาคงเร้นกาย ในเมื่อต้าิคุน มักจะไม่ปล่อยให้มีชีวิตสุขสบายหากบาดหมางกับเขา
ลุกขึ้นเดินไปยังห้องเดิมที่เคยนอน รื้อค้นจนทั่วอยากให้มีของสำคัญพอให้ได้เบิกทาง ตื่นเต้นดีใจอย่างยื่ง เมื่อค้นเจอถุงเงินเก่าที่เคยวางทิ้งขว้างไม่มีความหมายยามครั้งที่ ยังไม่เกิดเื่ขึ้น
บุรุษท่าทางกักขฬะสองสามคนยืนรายล้อมถุงเงินถูกดึงไปไว้ในมือของหนึ่งในชายร่างใหญ่ ลี่หลันเล่ออ้าปากค้างหันหลังออกวิ่งแต่ช้าไป
"ไปกับเรา เ้าหน้าตางดงามเพียงนี้คงขายได้ราคา"
"จะได้ราคาอย่างไรเรา้าแรงงานเพื่อทำงานหนักแต่ดูแม่นางน้อยเร่ร่อนคนนี้สิไร้เรี่ยวแรงใครกันจะซื้อ"อีกคนแย้งขึ้น
"ิคุนไท่จือบอกให้นำตัวนางไปขายก็ต้องน้อมบัญชาไท่จือ ไม่แน่อาจมีใครเห็นนางแล้วถูกใจซื้อไปเป็เมียทาสหรือสาวใช้ไว้ปรนเปรอโชคดีหน่อยอาจเป็อนุ"
ิคุนไท่จือ ิคุนไท่จือไม่ให้ตายแต่ให้อยู่ไม่สู้ตาย เขารักใครเมิ่งเม่ยจนยัดเยียดบาปเคราะห์ให้กับลี่หลันเล่อได้เพียงนี้เชียวรึ ฮ่องเต้ชราก็ปิดหูปิดตา ปล่อยให้ไท่จือกระทำตามใจถือว่าเป็การล้างไพ่ในมือ ไพ่ตัวสำคัญอย่าง ใต้เท้าลี่บิดาของลี่หลันเล่อ
นอกเขตวังหลวง
"เดิน เดินเร็วเข้าชักช้าอยู่ได้"ลี่หลันเล่อในอาภรณ์ขะมุกขะมอมถูกมัดมือติดกับทาสคนอื่นโยงลากจูงกันไปในซอกเขา
ท้องหิวกายเหนื่อยหมดเรี่ยวแรง
"ข้าเอาคนนี้ คนนี้แล้วก็คนนี้"มืออ้วนน่าเกลียดชี้มาที่ร่างโซเซของลี่หลันเล่อ
"ดีแค่ไหนที่ไม่ต้องเดินไปถึงชายแดนที่นี่ยังมีงานหนักให้ทำ"พ่อค้าทาสเอ่ยปากปลอบใจแบบจอมปลอม ความจริงดีใจยิ่งที่ไม่ต้องรับภาระพาพวกทาสไปถึงชายแดนเสียค่าอาหารให้เสียเปล่าๆ ลี่หลันเล่อถูกแก้มัดออก
"งานหนักของข้าแค่เพียงขุดแร่"
"นายท่านส่งแร่เข้าไปในวังหลวงคงได้เงินมากมาย"ปากก็พูดมือก็แกะเชือกที่รัดมือทั้งสองข้างออก
"งานที่มีทำไม่ทันต้องหาคนขุดแร่เพิ่ม"ลี่หลันเล่อหลุดจากเชือกที่มัด วิ่งออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วลี่หลันเล่อไม่มีทางทำงานหนักแบบนั้นนางสูงส่ง ไม่อาจลดตัว
"ทาสหนีพวกเ้าตามจับตัวนางมาข้าจะลงโทษให้หนัก"ล้มลุกคลุกคลานก็ยังหนีหนามเกี่ยวไม้เกาะก็วิ่งไม่หยุด
จนสุดท้ายจนมุมอย่างช่วยไม่ได้ บุรุษร่างกำยำทั้งดึงทั้งลากร่างอ่อนระโหยโรยแรงไปกับพื้น
“เ้า อดยากมาหลายวัน ข้าขายไปจะได้กินอิ่มหนำยังหนีได้อีกไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนพวกเ้าสั่งสอนนางต่อไปนางจะได้หลาบจำไม่กล้าหนีอีก”หลายมือหลายเท้าต่าง ลงมือไม่อายนรก์ ลี่หลันเล่อเจ็บแต่ไม่อาจร้องขอความเมตตารู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ ได้แต่ยกมือกุมท้องที่โดนทั้งทุบทั้งตี
“จำไว้คราวหลังห้ามคิดหนีไปไหนอีก เป็ทาสหากไม่ยอมเชื่อฟังก็จะเจ็บตัวแบบนี้”
“นาง เป็ใครกันใบหน้าเมื่อก่อนคงงดงามไม่น้อย แต่ยามนี้คงลำบากยิ่งเห็นได้ชัดว่าซูบลงมากหากกินอิ่มนอนหลับคงดูดีกว่านี้”
“นางผู้นี้ไม่รู้นางทำอะไรให้ ไท่จือิคุน ไม่พอใจ จึงถูกสั่งให้ข้าจับตัวมาขายบ้านแตกสาแหรกขาด แล้วยังต้องมาเป็ทาส ดูนางตอนนี้สิเหมือนซากศพก็ไม่ปาน”
ลี่หลันเล่อกระอักเืสดๆ ออกมาดวงตาพร่ามัว ความเ็ปที่มากมายทำเอา ร่างกายสั่นสะท้านหนาวร้อนจนไม่อาจแยกแยะ
“ข้าขอโทษ หลันเล่อ”เสียง กระซิบแ่เบาของ เมิ่งเม่ยดังจากที่ไกลแสนไกลน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ดวงตาเย้ยหยันเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
"ข้าไม่มีทางอภัยให้ท่านต้าิคุน"
วังหลวงแคว้นหาน
“ไท่จือ คุณหนูลี่นางตายแล้ว”
“ตายหรือ จะไม่ง่ายไปหน่อยหรือไร” จื่อจื่อก้มหน้า
ทหารนายหนึ่งวิ่ง เข้ามาประสานมือตรงหน้าด้วยท่าทีร้อนรน
“ไท่จือ มีคนอ้างว่า เป็แม่นางเมิ่งเม่ยขอเข้าพบไท่จือ”
18ปีผ่านไป
“องค์หญิง องค์หญิงเ้าขาอย่าวิ่งเ้าค่ะเดี๋ยวจะล้มลงไปแข้งขาเป็รอย ไม่สวยนะเ้าค่ะ”
ร่างบางระหง ในอาภรณ์สีแดงสด ตัดกับใบหน้า สว่างใสงดงามผิวขาว ราวกับปุยนุ่นแต่ริมฝีปากกับมีสีแดงระเรื่อไม่ได้แต่งแต้ม คิ้วคมรับกับดวงตากลมเหมือนกำลังสงสัยใคร่รู้จมูกรั้นเชิดหยิ่ง เป็ใบหน้าของลี่หลันเล่อทว่านางกับน่าเอ็นดูยิ่งนักยังอ่อนโตโลกและไร้เดียงสา
“ข้าแค่อยากเห็นคนของแคว้นหานที่ยิ่งใหญ่ฮ่องเต้แคว้นหานมาถึงนี่ เ้าไม่ตื่นเต้นหรือไร” ร่างสูงชะลูดกอดกระบี่ ยิ้มอ่อนโยนตรงหน้าก่อนจะยกมือขวางร่างบางที่วิ่งมาหยุดนิ่งกอดที่จะถึงอ้อมแขนแข็งแรงนั้น
“ซือฟุ ท่านมาขวางข้าทำไม คนจากแคว้นหาน ข้าอยากเห็นว่าจะมีใบหน้าเหมือนอาจารย์ไหม”
“เหมือนข้า องค์หญิงชอบหรือไม่”ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จ้องตาใสของอีกคน
“ชอบซี้ ชอบมากเลยทีเดียว ซือฟุเราไปดูพวกเขากัน”คว้ามือของอีกคนวิ่งลิ่วไปยัง ท้องพระโรง
“หลันเล่อ องค์หญิงเก้า มานี่” หันซ้ายหันขาวยืนบิดไปบิดมาเมื่อพระสนมของบิดา เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หลันเล่อถวายพระพรเสด็จพ่อเสด็จแม่พระสนมลู่ฟาง พี่ใหญ่”ย่อกายลง เงอะงะไม่ได้มีท่าทีอ่อนหวานแม้แต่น้อย
“ฮองเฮา เ้าตามใจนางจนเคยตัว ไม่สำรวมสักนิด หลันเล่อวันนี้มีแขกเมืองฮ่องเต้แคว้นหาน เสด็จเยี่ยมเยือนเผ่าปาเอ่อถัวของเราเ้าไม่สำรวมเช่นนี้ ยังกล้ามาวุ่นวาย”
หลบอยู่ด้านหลังสนมลู่ฟางที่ยกมือขึ้นคว้ามือของหลันเล่อใว้อย่างปลอบโยน ฮองเฮาหน้าตึง
“ฝ่าานางยังเด็กนัก พร่ำสอนอีกไม่นานจะกลายเป็องค์หญิงที่งดงามในไม่ช้า”ก้มหน้าซ่อนยิ้มภายใน
"ฮ่องเต้แคว้นหานมาดีมาร้ายไม่อาจหยั่งรู้ หลันเล่อเข้าไปข้างใน"องค์ชายใหญ่ส่งสายตาดุดันมายังหลันเล่ออย่างจงใจทำให้หลันเล่อหดหัวไม่กล้า อีกทั้งยังก้มหน้านิ่ง
" ถงิ่พานางกลับไปที่ห้องนาง"องค์ชายใหญ่ออกไปสำทับเมื่อเห็นว่าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาไม่มีการท้วงติง ถงิ่พยักหน้าให้กับหลันเล่อที่ก้าวเดินนำออกจากท้องพระโรงไปในทันที
“ ต้าิคุนฮ่องเต้แคว้นหานเสด็จจจจจจ”
"ขัาน้อยจื่อจื่อผู้แทนพระองค์ในต้าิคุนฮ่องเต้”จื่อจื่อ ประสานมือตรงหน้าท่าทีองอาจ
“ฮ่องเต้แคว้นหาน ไม่ปรากฏกาย ไร้ความจริงใจ”
“ฝ่าาโปรดอภัย ฝ่าาประชวรจากการเดินทางคาดว่าต้องใช้เวลาพักฟื้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจึงจะ แวะมาถวายพระพรฝ่าาอย่างแน่นอน” หลันเซ่อฮ่องเต้ ทำสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจน
“ข้าหลันเซ่อมิบังอาจ เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้แคว้นหานยิ่งใหญ่เพียงใดอีกทั้งยังเป็คนหนุ่มอนาคตไกล ข้าแค่เพียงคนแก่ชรา ไม่อาจบังคับให้ใครต้องมาเกรงใจ”
“ฝ่าา ลู่ฟางเองก็คิดถึงหลานไม่น้อยเอาอย่างนี้ดีไหม ลู่ฟางอาสาเยี่ยมไข้ ต้าคุนิฮ่องเต้บอกเล่าเจตนารมณ์ของฝ่าา”น้ำเสียงอ่อนหวานจริงใจ แก้ไขสถานการณ์หลันเซ่อถอนหายใจเบือนหน้าหนี
“ตามใจเ้า”น้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบพระทัยฝ่าา” หลันตี้ยิ้มมุมปาก
“เสด็จแม่ คนแค้นหานเป็อย่างไรบ้าง”หลันเล่อเอ่ยปากถามฮองเฮา
“เฮ้อ จะเป็อย่างไรก็แค่ พวกที่ตั้งใจมาสืบข่าวว่าเผ่าปาเอ่อถัวของเรามีสิ่งใดที่อยากได้บ้างก็เท่านั้น หากพึงใจก็ยกทัพหากไม่พึงใจก็แค่ สานสัมพันธ์เหมือนที่เคยทำมานานนม”
“เสด็จแม่เหมือนที่เขาส่ง พระสนมลู่ฟางมาอย่างนั้นหรือ”
“สนมลู่ฟางเป็เสด็จพ่อเ้าที่พึงใจนาง แค่เพียงตั้งใจว่าจะช่วยเป็ด้านหน้าคอยปกป้องชายแดนของแคว้นหาน ต่อกรกับแคว้นฉินแคว้นใต้ ฮ่องเต้แคว้นหานก็ส่งนางมามานี่ทันที”
“เสด็จแม่แล้วเราต้องส่งใครไปไหม หากว่า เขา้า”
“ไม่มีทาง เราไม่ต้องส่งใคร พี่ใหญ่ของเ้าไม่มีทางยอมแม้เสด็จพ่อจะหลงใหลสนมลู่ฟางนางชี้นกเป็ไม้เสด็จพ่อก็คล้อยตาม แต่มีพี่ใหญ่เ้าอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวว่าจะต้องยอมคนของแคว้นหานที่กระหายในอำนาจนั่น”
“เสด็จแม่เช่นนั้นเราก็วางใจได้แล้วใช่ไหม”
“หลันเล่อเ้า อย่าบอกนะว่าจะหนีออกไปเที่ยวนอกเขตวังหลวงอีกแล้ว”
“เสด็จแม่รู้ทันหลันเล่ออีกแล้ว”ยกมือขึ้นลูบหลังเบาๆ
“หลันเล่อของแม่จะต้องระวังตัวให้มากมีคนต่างแคว้น เข้ามาในเขตวังหลวง ไม่ได้มาแค่คนสองคนแต่มาทั้งกองทัพเพื่ออารักขาฮ่องเต้ต้าิคุน”
“ต้าิคุน”ฮองเฮาพยักหน้า
“ฮ่องเต้หนุ่ม อายุอานามเพิ่งจะสามสิบหกแต่ก็มีชื่อก้องไปทั่วเจ็ดคาบสมุทร”
“ช่างเถอะท่านแม่ข้าออกไปเดินเที่ยวในตลาดสักสองชั่วยาม เสด็จแม่ช่วยปิดอย่าให้พี่ใหญ่รู้ว่าข้าออกไป”
“เฮ้อ หลันเล่อ พี่ใหญ่เขาหวังดีกับเ้าวันๆ วิ่งตามแต่ซือฟุ แม่กำลังคิดว่า ไม่อยากให้เ้าใกล้ชิดซือฟุมากไปเพราะอย่างไรเขาก็คนที่อื่นไม่ใช่คนของเผ่าปาเอ่อถัวของเรา”
“อาจารย์ดีกับข้ายิ่งนักหากไม่ใช่อาจารย์ข้ายังนึกไม่ออกว่าจะเป็ใครได้อีก”
“อืม หลันเล่อสักวันจะต้องแต่งออกไปถึงเวลานั้นจะต้องมีคนที่รักจริงใจกับเ้ายิ่งกว่าถงิ่”
หลันเล่อยิ้มแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่ดื้อรั้นแต่ภายในหลันเล่อกับรู้สึกว่า ในตอนนี้ไม่มีใครดีไปกว่าถงิ่
“หลันเซ่อ ฮ่องเต้ มีท่าทีเช่นไร”
ต้าิคุน ยืนเอามือไพล่หลังสิบแปดปีที่ผ่านมาใบหน้าแม้จะไร้รอยยิ้มทว่า กลับหล่อเหลาในแบบของบุรษหนุ่มที่องอาจสายตาประดุจเหยี่ยวคมกริบ หนวดเครารกครึ้ม
“ก็เพียงแต่ตัดพ้อ ความจริงฝ่าาไม่จำเป็ไปที่นั่นก็ได้ ไม่เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเผ่าเล็กๆ เช่นนั้น”
“หลันเซ่อ หมดความน่าเกรงขามแล้ว หลันตี้ต่างหากที่ข้ากังวล หลันตี้ผู้ซึ่งตอนนี้ มีอำนาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้ หลันเซ่อแล้วอีกอย่างตอนนี้หลันตี้ เจรจากับเผ่าต่างๆ รวบรวมชนเผ่าเป็ปึกแผ่น นับว่าน่าหวั่นใจไม่น้อย”
“ฝ่าาก็ทำแบบเดิม ที่แคว้นหานมักจะเดินหมากในรูปแบบเดิม”
“สานสัมพันธ์โดยการแต่งงานอย่างนั้นหรือ.. ข้ายังไม่มีรัชทายาท เื่นี้คงต้องเลิกล้ม”
“ฝ่าา ข้าน้อยได้ยินมาว่า องค์หญิงรองเพิ่งจะโตตอนนี้งดงามจนเล่าขานไปทั่ว หลายชนเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์กับปาเอ่อถัวเพราะหมายมั่น องค์หญิงรองผู้นี้”
“ข้าบอกว่าขายังไม่มีรัชทายาทหากจะมีก็คงจะไม่ทันกาล”
“ฝ่าา ฝ่าาเองยังไร้ฮองเฮา”ต้าิคุน ขมวดคิ้วนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยคิดถึงเื่รักใคร่ั้แ่.. เมื่อไหร่กัน
“ฉึก”เสียงธนุแหวก พงไม้เข้าหากระโจมใหญ่ เสียงโห่ร้องของโจร ตามแนวชายแดนที่ชื่อว่าพรรคจิ้งจอกดำ เข้าล้อมกระโจมใหญ่ เหล่าทหารชักทั้งดาบและกระบี่ออกห้ำหั่น จื่อจื่อยกมือขึ้นกันต้าิคุนไว้ โยนเสื้อคลุมของสีทึบ ให้กับต้าิคุน เพื่อปลอบตัวเป็เพียงทหารธรรมดา พวกโจรฮึกเหิมพุ่งเข้ามาราวห่าฝน ในหุบเขาเริ่มอับแสง ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว
“ฝ่าาเร้นกายไปก่อน จื่อจื่อจะอยู่ที่นี่หลอกล่อพวกมัน ทางที่ดีอย่าเปิดเผยฐานะพวกโจรจิ้งจอกดำ มักจะออกปล้นฆ่าคนที่มาพักค้างแรมที่หุบเขาทั้งพ่อค้าและคหบดีฝ่าารีบหนีไปเสียพวกมันเหี้ยมโหดยิ่งนัก” ต้าิคุนคว้ากระบี่ หันหลังพุ่งตัวออกจากกระโจมไปในทันที
แต่หาได้รอดสายตาของโจร จิ้งจอกดำไม่ ร่างสูงของหัวหน้าโจรบุกทะลวง ให้กระบี่ในมือ กางกั้นไว้ จื่อจื่อถลาเข้าใช้กระบี่ของตัวเองรับคมกระบี่ของโจรป่าเสียงดังลั่น อีกคนพุ่งตรงเข้ามาจากด้านหลัง เงื้อกระบี่ฟันฉับเข้าที่แผ่นหลังของต้าิคุน
“เอือก”เืสีแดงไหลทะลัก”
“ใครฆ่า ฮ่องเต้แค้วนหานได้มีรางวัลอย่างงาม”เสียงะโดังลั่นเท่านั้นเองกระบี่นับสิบพุ่งตรงเข้าใส่ ต้าิคุน จื่อจื่อพุ่งเข้ามาพยุง ต้าิคุน
“ฝ่าาไหวหรือไม่”ต้าิคุนพยักหน้าหงึกหงัก
“ข้าจะต้านพวกมันไปไว้ฝ่า่บาทหาทางหนีไปเสีย” พูดเสร็จก็ทะยานขึ้น้ากวัดแกว่งกระบี่เป็วงกลม ฟาดฟันเหล่าโจรป่าล้มลุกคลาน ต้าิคุนได้โอกาสพุ่ง เข้าไปในดงไม้ทะยานขึ้นสู่คาคบไม้ พุ่งตัวไต่ไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว
าแฉกรรจ์ที่แผ่นหลังทำให้รู้สึกเ็ปอย่างที่สุด เพียงครู่สายตาก็พร่ามัวก่อนที่ร่างสูงจะทะยานลง จากกิ่งไม้ เอนกายลงพิงต้นไม้ใหญ่สติดับวูบด้วยทนพิษาแไม่ไหว
“ตื่นๆๆๆ อย่าเพิ่งตาย ข้าเป็องค์หญิงสั่งห้ามให้เ้าห้ามตาย”หลันเล่อ ตวาดดังลั่นมือไม้สั่นด้วยไม่เคยเห็นคนที่ถูกทำร้ายมาก่อน ตรงเข้าพยุงต้าิคุนที่ยกกระบี่ขึ้นมาขวางไว้ไม่ให้หลันเล่อเข้าใกล้
“จะตายอยู่แล้วยังทำเก่ง ตกลงจะให้ข้าช่วยไหม”ต้าิคุนหลี่ตาก่อนจะดึงร่างบางพลิกตัว ขึ้นทาบทับ ยกมือขึ้นอุดปากหลันเล่อไว้แน่น
“เงียบ”เสียง วิ่งฝ่าดงไม้อีกทาง หลันเล่อหุบปากสนิท ทั้งๆ ที่อยากจะ โวยวายที่ถูกทับไว้อย่างนั้น
“ปล่อยข้า”เสียง คนวิ่งผ่านไปแล้ว ดวงจันทร์บนฟากฟ้า โผล่พ้นเงาเมฆ ต้าิคุน จ้องใบหน้างดงาม เต็มตา
“ลี่หลันเล่อ”ฟุบหน้าลงบนอกอุ่น หมดสติไปในทันที