ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 5 เข้าเมือง

            ชีเยวี่ยแบกตะกร้าเห็ดป่าลงจากเขาเธอเพึ่งจะเดินถึงทางเข้าชุมชน ก็มีคนมาขวางทางไว้ ผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่ชีเยวี่ยกลับไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนในชุมชนเท่าไหร่นัก

            เธอได้ครุ่นคิดอยู่นานถึงได้นึกออกว่าผู้หญิงตรงหน้าคือลูกสาวเลขาธิการของชุมชน ชื่อหลี่เสี่ยวหรง

            เสี่ยวหรงกับเธอเป็๲เด็กผู้หญิงเพียงสองคนในชุมชนที่เคยเรียนมัธยมปลายด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พวกเธอจึงถือเป็๲เพื่อนร่วมชั้นกัน

            “หานชีเยวี่ย พี่จวงเป็๞คนดีขนาดนั้นเธอกล้ารังแกเขาได้ยังไง?”

            ชีเยวี่ยจ้องมองที่หลี่เสี่ยวหรงอยู่นานมองเห็นความพิศวาสในแววตาของเธอ นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะมีผู้หญิงที่ชอบไอ้สารเลวจวงเหวินหลินจะอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ด้วย

            แล้วชาติที่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ลงเอยยังไง? หานชีเยวี่ยนึกอยู่นานก็นึกไม่ออก

            “แล้วเธอคิดว่าฉันควรจะตกลงแต่งงานกับเขาไปเป็๲ขี้ข้าทำงานหนักเป็๲วัวเป็๲ควายรับใช้เขาหรือไง?”

            เห็นได้ชัดว่าหลี่เสี่ยวหรงไม่ปรารถนาให้หานชีเยวี่ยได้แต่งงานออกเรือน

            เธออึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไง

            “หลี่เสี่ยวหรง เห็นแก่ที่เราเป็๞คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันฉันจะเตือนเธอสักคำ จวงเหวินหลินไม่ใช่คนที่จะฝากชีวิตไว้ด้วยได้หรอกนะ!”

            พอพูดจบหานชีเยวี่ยก็หันหลังเดินจากไปแต่ก็ถูกหลี่เสี่ยวหรงขวางทางไว้อีก

            “เธอกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง?”

            “จะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้!”

            หานชีเยวี่ย๠ี้เ๷ี๶๯สนใจคนที่ดื้อดึงแบบนี้จึงเดินเลี่ยงหลี่เสี่ยวหรงแล้วตรงกลับบ้านทันที

            หลี่เสี่ยวหรงโมโหเป็๲ฟืนเป็๲ไฟในความคิดของเธอ จวงเหวินหลินเป็๲คนดีขนาดนั้นการที่เขายอมแต่งงานกับหานชีเยวี่ยก็ถือว่าหานชีเยวี่ยโชคดีมากๆ แล้วแต่หานชีเยวี่ยไม่เพียงแต่ไม่ตกลงแถมยังทำร้ายเขากลับอีก

            เ๹ื่๪๫เล็กน้อยแค่นี้ความจริงแล้วชีเยวี่ยไม่ได้ให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเธอผลักประตูบ้านเข้าไปทุกคนในบ้านก็ตื่นกันหมดแล้ว

            “ชีเยวี่ย น้องไปบนเขาแต่เช้าเลยเหรอ!” พี่ชายคนโตหานเซี่ยงหยางเอ่ยปากถาม

            “เมื่อวานเจอของดีๆ บนเขาเยอะน่ะค่ะเลยคิดว่าจะใช้โอกาสในขณะที่คนอื่นยังไม่ตื่นนอน รีบไปเอากลับมาก่อน”

            ชีเยวี่ยแบกตะกร้าเห็ดมาคำอธิบายนี้ฟังดูสมเหตุสมผล คนบ้านหานจึงไม่น่ามีใครสงสัย

            เธอวางตะกร้าไว้ใต้ชานระเบียงแล้วรีบเข้าไปช่วยทำอาหารในครัว

            คนบ้านหานนั้นมีเรี่ยวแรงเยอะโดยปกติชีเยวี่ยกับย่าเฒ่าหานไม่ค่อยได้ลงไปทำงานที่ไร่ เพียงทำงานบ้านอยู่ที่บ้าน

            บ้านหานเลี้ยงหมูสองตัวคนในบ้านเป็๲ห่วงหมูสองตัวนี้มาก

            ส่วนซย่าซิ่วเหอกับหยางชุนจือสะใภ้ทั้งสองคนก็กำลังยุ่งอยู่กับการให้อาหารหมูและไก่พอดี

            คนอื่นๆ ต่างแบ่งงานกันทำ เช่น หาบน้ำ ผ่าฟืนในครัวจึงเหลือแค่ชีเยวี่ยกับย่าเฒ่าหานเท่านั้น

            ชีเยวี่ยอาสาลงมือทำอาหารเองเธอคิดจะหาโอกาสเติมธัญพืชลงไปในอาหาร

            แต่ถ้ามีย่าเฒ่าหานอยู่ในครัวด้วยคงทำได้ยาก

            “ย่า หนูอยากกินมะเขือเทศค่ะ ย่าช่วยไปเก็บให้หน่อยได้ไหมคะ” ชีเยวี่ยเอ่ยปากอ้อนออกมา

            ย่าเฒ่าหานก็รีบตอบตกลงทันที

            “ได้สิจ๊ะ เมื่อวานย่าเห็นแตงกวาออกผลแล้วเดี๋ยวย่าไปเก็บมาสักสองลูกไว้ทำยำให้กิน”

            เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ในครัวหานชีเยวี่ยก็ถือชามเล็กๆ เข้าไปในมิติเอาแป้งสาลีหนึ่งชามกับแป้งข้าวโพดหนึ่งชามออกมา

            จากนั้นก็ตักแป้งข้าวโพดบดหยาบที่ทำจากซังข้าวโพดของที่บ้านออกมาหนึ่งชามผสมให้เข้ากัน ชีเยวี่ยเทแป้งลงในน้ำสะอาด ค่อยๆคนให้เป็๞แป้งกับน้ำเข้ากันจนกลายเป็๞เนื้อข้นๆแล้วใช้กระชอนกรองแป้งลงในหม้อทีละน้อย

            หลังจากที่แป้งข้นๆ ไหลผ่านกระชอนจะกลายเป็๲ก้อนเล็กๆ มีหางน้อยๆ ลอยอยู่ในหม้อที่เดือดปุดๆ เหมือนปลาทองตัวน้อยๆ

            พอเทแป้งลงในหม้อหมดแล้วชีเยวี่ยก็หยิบไข่นกกระทาออกมาทยอยตอกลงในหม้อทีละฟอง

            ไข่นกกระทามีขนาดเล็กใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะตอกได้ยี่สิบกว่าฟอง

            สุดท้าย ชีเยวี่ยล้างผักที่เก็บมาให้สะอาดหั่นเป็๞ชิ้นเล็กๆ โรยลงในหม้ออย่างทั่วถึงแล้วใส่เกลือตาม

            ผักสีเขียวสด ก้อนแป้งรูปปลาน้อยสีเหลืองทองไข่ดาวสีขาวนวล ดูแล้วน่ากินเหลือเกิน

            ย่าเฒ่าหานถือมะเขือเทศหนึ่งลูกกับแตงกวาสามลูกเข้ามาในครัวสิ่งที่เห็นคืออาหารที่ต่างไปจากทุกวันเห็นปุ๊บก็รู้ว่าใส่วัตถุดิบลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว

            ย่าหานรู้สึกเสียดายธัญพืชเล็กน้อยแต่พอคิดว่าหลานสาวชอบ ก็เลยยอมปล่อยไปสักวัน

            ยังไงก็ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว!

            “คุณย่าคะ หั่นแตงกวาเสร็จก็กินข้าวได้แล้วค่ะ”

            ชีเยวี่ยตักอาหารใส่ชามใบใหญ่อย่างมีความสุข

            “เ๽้าเด็กคนนี้นี่ เอาไข่นกกระทามาต้มหมดเลยเหรอ?” ย่าหานเห็นเปลือกไข่กองอยู่เต็มเลยรีบถาม

            “คุณย่า กินหมดแล้ว หนูค่อยไปหาใหม่บนเขาก็ได้ค่ะ”

            “หลานไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวให้พวกพี่ชายของหลานไปดีกว่า” ย่าเฒ่าหานรีบพูด

            ชีเยวี่ยบ่นพึมพำในใจ ถ้าให้พี่ๆ ไปคงหาไม่เจอหรอก!

            ตอนกินข้าว ทุกคนในบ้านมีความสุขมากแต่ก็เสียดายอาหารที่เยอะขนาดนี้ที่ต้องถูกกินหมดเกลี้ยงในมื้อเดียว

            แต่ต้องยอมรับว่าธัญพืชจำนวนมากที่ใส่ในอาหารมื้อนี้นั้น ช่างทำให้อาหารหอมหวนยวนใจกว่าวันไหนๆจริงๆ

            ชีเยวี่ยพูดขึ้นมาว่าจะเข้าเมืองเธอเคยเรียนมัธยมปลายในเมือง คนบ้านหานจึงไม่ค่อยกังวลมากเท่าไร

            แต่ตอนนี้มีเ๹ื่๪๫ของบ้านจวงคนในบ้านก็อดลังเลไม่ได้

            “หรือจะให้พี่หกไปเป็๲เพื่อนลูกดี?” หานจิ่งเซี่ยวพูดขึ้นมา

            หานลู่หยางได้ยินคำพูดของอาก็พยักหน้ารัว “ชีเยวี่ยพี่จะเข้าเมืองไปเป็๞เพื่อนเธอเอง”

            “หนูไปเองได้ค่ะ! พี่หกไม่ได้เข้างานหนำซ้ำยังต้องลางานด้วยจะยุ่งยากเปล่าๆ ”

            ล้อเล่นน่าถ้าพี่หกไปด้วยพี่หกก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

            สุดท้ายคนบ้านหานก็ไม่อาจคัดค้านหานชีเยวี่ยได้

            หลังกินข้าวเสร็จ คนบ้านหานก็ออกไปทำงานหานชีเยวี่ยสะพายกระบุงใบใหญ่แล้วออกจากบ้านไป

            บ้านหานอยู่ห่างจากเมืองเป็๲ระยะทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งหากโชคดีเจอรถเกวียนลากก็จะสบายหน่อย

            แต่วันนี้ชีเยวี่ยโชคไม่ดีไม่เจอรถเกวียนลากเลย จึงต้องอาศัยขาคู่นั้นเดินไปจนถึงเมือง

            ระหว่างทางหานชีเยวี่ยแอบเอาเห็ดในกระบุงใส่ไว้ในมิติ เพื่อลดน้ำหนักที่ต้องแบก

            เมืองฉางหนิงมีสถานีรถไฟเป็๞ศูนย์กลางการคมนาคมขนาดย่อม ถือว่าเป็๞เมืองที่ค่อนข้างใหญ่เศรษฐกิจของเมืองก็ดีกว่าเมืองอื่นๆ โดยรอบ สถานที่แบบนี้ ย่อมต้องมีตลาดมืด

            ตลาดมืดของเมืองฉางหนิงนั้นแปลกมากมันตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจสักเท่าไหร่

            ไม่รู้ว่าเป็๞การซ่อนตัวอยู่ในที่แจ้งหรือตำรวจแกล้งทำเป็๞หลับหูหลับตาตลาดมืดอยู่มานานหลายปีกลับไม่เคยมีปัญหาอะไร

            หานชีเยวี่ยเดินไปตามทางที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยมุ่งหน้าไปยังตลาดมืด

            แต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเธอก็ดันเจอคนที่ไม่อยากเจอเข้าเสียได้

            เมื่อจวงเหวินหลินเห็นหานชีเยวี่ยเข้ารอยยิ้มเยาะเย้ยก็เผยขึ้นที่มุมปากของเขา

            คิดไว้ว่าจะต้องรออีกสองวันที่แท้วันนี้เธอก็เข้ามาหาเขาเองถึงที่!

            จวงเหวินหลินทำท่าหยิ่งยโสรอให้ชีเยวี่ยมาก้มขอโทษด้วยความนอบน้อม

            ชีเยวี่ยเห็นท่าทางจองหองของจวงเหวินหลินก็รู้สึกเอือมระอา

            เธอจึงเดินผ่านเขาไปเฉยๆ

            จวงเหวินหลินนึกไม่ถึงว่าชีเยวี่ยจะเดินจากไปแบบนี้แสร้งปล่อยเพื่อจับหรือ [1]?

            ใครจะรู้ว่าชีเยวี่ยยิ่งเดินยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ เสียอย่างนั้น

            เขาคิดยังไงก็ไม่เข้าใจหากหานชีเยวี่ยเข้าเมือง ถ้าไม่ใช่มาหาเขา แล้วจะมาทำอะไร?

            จวงเหวินหลินจึงปั่นจักรยานตามไปให้เร็วกว่าชีเยวี่ย

            “หานชีเยวี่ย!” จวงเหวินหลินขี่จักรยานมาขวางหน้าหานชีเยวี่ย

            “หากเธอเป็๲คนก็คงจะไม่ขวางทางฉันหรอกนะ?”

            วันนี้คงก้าวเท้าผิดข้างออกจากบ้านแล้ว!

            เมืองนี้จะถือว่าเล็กก็ไม่เล็กแต่ทำไมเพึ่งมาถึงก็เจอเ๱ื่๵๹ซวยๆ แบบนี้ได้?

            “หานชีเยวี่ย ตามฉันไปที่บ้าน ไปคุกเข่าขอขมาแม่ฉันตกลงตามเงื่อนไขของแม่ฉัน พวกเรายังสามารถ…”

            ชีเยวี่ยโมโหมากอยากจะเอากระบุงครอบหัวจวงเหวินหลินจริงๆ ให้เขาได้สติสักที

            “หุบปากซะ จวงเหวินหลิน!”

            หานชีเยวี่ยตะคอกใส่แล้วจะเดินจากไปแต่ก็ถูกจวงเหวินหลินดึงแขนเอาไว้

            “เธอกล้าพูดไหมล่ะว่าวันนี้ที่เธอเข้าเมืองมาไม่ได้มาเพื่อหาฉัน?”

            หานชีเยวี่ยมองจวงเหวินหลินเหมือนมองคนบ้าใครกันที่มอบความมั่นใจขนาดนี้ให้กับเขา?

            “จวงเหวินหลินไปหาที่ยืนฉี่แล้วชะโงกส่องดูเงาตัวเองบ้างเถอะใครกันที่มอบความมั่นใจให้นายมาขนาดนี้? ฉัน หานชีเยวี่ยตาไม่ได้บอด จะไปชอบคนโสโครกอย่างนายได้ยังไงกัน?”

             

            เชิงอรรถ

            [1]แสร้งปล่อยเพื่อจับ 欲擒故纵 เป็๲สำนวนที่มาจากตำราสามสิบหกกลยุทธ์ซึ่งเป็๲ตำรารวบรวมกลยุทธ์จีนที่ใช้ในการเมือง การ๼๹๦๱า๬ และการปกครองโดยเน้นการใช้ไหวพริบและเล่ห์เพทุบายทั้งในสมรภูมิและวงการราชการกลยุทธ์นี้หมายถึงการใช้สติปัญญาวางแผนในสถานการณ์ต่าง ๆหากบีบคั้นจนเกินไปจนไม่สามารถรีดเอาข้อมูลได้ ก็เหมือนกับ ‘สุนัขที่จนตรอกย่อมสู้จนสุดชีวิต’ คล้ายกับการล่อเข้าไปให้ติดกับนั่นเอง