เหยียนเหล่ยหยิบตำราหมื่นบุปผา และพาฉันเข้าวังตรงไปยังตำหนักท่านอ๋องหก พบท่านอ๋องหกกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ เหยียนเหล่ยจึงเริ่มพูดคุยกับท่านอ๋องเื่ที่เห็นหน้าผาหลังกิ่งท้อไหวต้องลม แล้วพูดคุยกันต่อถึงสถานที่ที่อาจเป็ไปได้ที่มีหน้าผาอยู่สักพักใหญ่ ส่วนฉันที่ไม่เคยพบเห็นตำหนักที่หรูหรางดงามเช่นนี้มาก่อนและเกิดอาการตื่นเต้นอยากดูของสวยงาม จึงบอกกับเหยียนเหล่ยว่าอยากออกไปเดินดูรอบๆตำหนักและอยากไปดูดอกไม้ในสวน
ท่านอ๋องหกได้ยินดังนั้นจึงอนุญาตให้ฉันออกไปเดินดูรอบๆได้ เพราะเห็นว่าฉันอยู่นั่งฟังเขาสองคนพูดคุยเื่งานจนเบื่อ ฉันจึงเดินออกไปที่สวนด้านหน้าตำหนัก ก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงอายุประมาณเจ็ดขวบหน้าตาน่ารักแก้มใสเหมือนตุ๊กตา กำลังแอบยืนมองฉันมาจากหลังต้นไม้ในสวน ฉันจึงร้องเรียกเด็กหญิงคนนั้นให้ออกมาจากหลังตั้นไม้ แล้วถามว่ามาแอบหลังต้นไม้ทำไม หนูน้อยจึงเดินออกมาแล้วถามขึ้นทันทีว่า
จินเอ๋อ :เ้าเป็ใคร?
มี่จื่อ : ข้าชื่อมี่จื่อ แล้วเ้าล่ะเป็ใคร?
จินเอ๋อ : ข้ามาจับผีเสื้อ
มี่จื่อ : จะจับผีเสื้อยังไง อุปกรณ์อะไรก็ไม่มี งั้นเล่นเด็ดดอกไม้เอามั้ย?
จินเอ๋อ : อื้ม! เล่นเด็ดดอกไม้
ฉันจึงแอบเด็ดดอกไม้ใกล้ๆมาเล่นมายากลหลอกเด็กแกล้งหยิบดอกไม้ออกจากหู จากผม จนจินเอ๋อเด็กน้อยหัวเราะชอบใจยกใหญ่ ฉันใช้มือเปล่าทำเป็หยิบดอกไม้ที่ซอกคอเด็กน้อยแล้วแกล้งจักจี้คอแต่พอดึงมือกลับ ในมือกลับมีดอกท้อสีแดงออกมาด้วยทำเอาฉันตะลึงใ ฉันมองดูดอกท้อในมืออยู่ครู่หนึ่งแล้วดอกท้อก็สลายหายไปในอากาศ จินเอ๋อเด็กน้อยเร่งเร้าให้ฉันเล่นกลอีก
ฉันจึงลองทำแบบเดิมอีกครั้ง โดยใช้นิ้วััถูกันแล้วนึกถึงดอกท้อ ปรากฏว่ามีดอกท้อออกมาจริงๆ แต่ปรากฏอยู่ครู่หนึ่งแล้วสลายหายไป ฉันลองใช้มือสองข้างทำแบบเดียวกันอีกครั้ง ก็มีดอกท้อออกมาในมือทั้งสองข้าง จึงคิดจะเลิกเล่นกับหนูน้อยจินเอ๋อเพื่อไปบอกเหยียนเหล่ยถึงเื่มีดอกท้อออกมาจากมือ แต่จินเอ๋อคะยั้นคะยอให้อยู่เล่นต่อ
ด้วยความน่ารักของเด็กหญิงตัวน้อย ฉันจึงใจอ่อนอยู่เล่นต่อและพาจินเอ๋อไปนั่งเล่นข้างกอดอกไม้ เด็ดดอกไม้ร้อยใส่ก้านดอกหญ้าก้านยาวผูกร้อยเป็พวงวางบนศรีษะให้จินเอ๋อ แล้วร้อยดอกไม้อีกสองพวงสวมข้อมือเป็ที่ชอบอกชอบใจยกใหญ่ เราจึงเล่นร้อยพวงดอกไม้กันจนดอกไม้ถูกเด็ดจนแทบจะโกร๋นเกลี้ยงต้น
ขณะที่กำลังเล่นกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องตวาดโหวกเหวกของผู้หญิง สองคนกำลังรีบวิ่งเข้ามาตรงมาที่ฉันกับจินเอ๋อนั่งเล่นกันอยู่ ผู้หญิงสองคนนั้นรีบเข้ามาผลักฉันให้ออกห่างจากจินเอ๋อ แล้วอุ้มจินเอ๋อไว้ให้อยู่ห่างฉัน คนหนึ่งตวาดฉันเสียงดัง "เ้าเป็ใคร จะทำอะไรองค์หญิง?!"
พอสิ้นเสียงตวาดก็มีผู้หญิงอีกสองคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาด้วยหน้าตาตื่นตระหนก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวสวยงามสวมใส่อาภรณ์เครื่องประดับหรูหรา ส่วนอีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีพื้นแบบเดียวกันกับสองคนแรกที่ผลักและตวาดฉัน จินเอ๋อเมื่อเห็นผู้หญิงที่แต่งกายสวยงามเดินเข้ามาก็เอ่ยเรียกนางว่า "เสด็จแม่" แล้วโผตัวให้นางอุ้ม ขณะเดียวกันท่านอ๋องหกและเหยียนเหล่ยที่รีบเดินออกจากตำหนักมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
อ๋องหก : เกิดอะไรขึ้น เอะอะโวยวายเื่อะไรกัน?!
นางกำนัล : เรียนท่านอ๋องหก ข้าเห็นผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้อยู่กับองค์หญิงจินเอ๋อ ข้าเกรงว่านางจะทำร้ายองค์หญิงจึงรีบเข้าขวางเพคะ
มี่จื่อ : ข้ากับจินเอ๋อกำลังเล่นร้อยดอกไม้กัน ดูสิเนี่ยพวงดอกไม้ เ้าคิดว่าข้าจะทำร้ายจินเอ๋อด้วยดอกไม้บอบบางพวกนี้ได้เรอะ?! ถ้าไม่เชื่อก็ถามจินเอ๋อดูสิว่าข้าทำร้ายหรือเปล่า เด็กน้อยยังโกหกไม่เป็เท่าเ้าคนขี้โกหกร้อยลิ้น พูดขาวให้กลายเป็ดำได้!
นางกำนัล : เ้าบังอาจเรียกแค่ชื่อขององค์หญิงรึ!? ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!
เหยียนเหล่ย : พระชายา คือว่า มี่จื่อ เป็สาวใช้ของกระหม่อมเอง นางยังไม่รู้กฏระเบียบในวังขอพระชายาประทานอภัยให้นางด้วย
พระชายา : นางเป็สาวใช้ของคุณชายต่งนี่เอง เอาล่ะ! ข้าไม่ถือโทษโกรธหรอก นางคงเล่นร้อยพวงดอกไม้กับจินเอ๋อจริงๆ ดูสิดอกไม้เต็มตัวเลยท่าทางจินเอ๋อจะชอบ ท่านอ๋อง...หม่อมฉันขอประทานอภัยที่จินเอ๋อมารบกวนถึงที่นี่ ส่วนกอดอกไม้นั่นหม่อมฉันจะให้คนมาปลูกให้ใหม่เพคะ
เหยียนเหล่ย : มี่จื่อ! เ้าเกิดมาเพื่อทำลายข้าวของให้ย่อยยับกันไปข้างหนึ่งเลยรึไง?!
มี่จื่อ : ข้าไม่ได้ตั้งใจแค่เล่นกันเพลินไปหน่อย แต่ว่า!! ที่เล่นกันเมื่อกี๊ทำให้มีดอกท้อออกมาจากมือได้ด้วย ดูสิ!
อ๋องหก : โอ๊ะ! ดอกท้อจริงๆด้วย เรารีบเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ
ฉันกับจินเอ๋อแอบโบกมือบ๊ายบายให้กันด้วยความเอ็นดู แล้วเดินตามท่านอ๋องกับเหยียนเหล่ยเข้าไปในตำหนัก ฉันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เหยียนเหล่ยและท่านอ๋องหกฟัง แม้จะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับพลังหมื่นบุปผาขึ้นมาบ้าง แต่เราก็ยังหาเหตุผลและข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้อยู่ดี ่บ่ายแก่ๆเราจึงกล่าวลาท่านอ๋องหกและกลับจวนฮุ่ยเฉิง
ระหว่างทางขากลับเหยียนเหล่ยพาฉันเข้าไปซื้อของใช้จำให้ฉันในตลาด บังเอิญได้พบกับหย่งหลุนออกมาซื้อของให้สาวๆในหอกุ้ยฮวา แต่หย่งหลุนกลับมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก ฉันจึงถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดเขาจึงทำสีหน้าเช่นนี้ หย่งหลุนจึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในหอให้ฟังว่า...
หย่งหลุน : ่นี้สาวๆในหอของมีค่าหายกันบ่อยๆ ซูเจินก็มีของหายเช่นกันคือต่างหู แต่ซูเจินคิดว่าต้องมีคนแอบเข้ามาขโมยไปแน่ๆ เพราะต่างหูคู่นั้นข้าเป็คนซื้อให้นาง นางจึงเก็บใส่กล่องกลัวหายแล้ววางไว้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ซูเจินมั่นใจว่าไม่ได้ทำหายเองต้องมีคนเข้ามาขโมยต่างหูไป แต่ตอนนี้ยังจับตัวคนขโมยไม่ได้เลย ไม่รู้จะทำยังไงดี?
มี่จื่อ : ฝากบอกพี่ซูเจินว่า ทุกครั้งก่อนออกจากห้องให้วางขนมไว้หน้าประตูห้องแล้วเอาผ้าเช็ดเท้าวางทับปิดไว้ เมื่อมีคนแอบเข้ามาในห้องจะเหยียบขนมแตก จะได้รู้ว่ามีคนแอบเข้ามาในห้อง หรือโรยแป้งไว้ที่หน้าประตูขโมยจะเหยียบเป็รอยเท้าแต่รอยแป้งจะจางหายไปและลบทิ้งได้ หรือทากระเทียมไว้ที่พื้นหน้าห้องกลิ่นกระเทียมจะติดเท้าคนที่แอบเข้ามา แต่วิธีนี้กลิ่นกระเทียมจะเหม็นคลุ้งห้องไปด้วย
หย่งหลุน : ขอบใจเ้ามาก ข้าจะรีบไปบอกซูเจิน
เหยียนเหล่ย : เ้ารู้วิธีพวกนี้ได้ยังไง?
มี่จื่อ : อ่านมาจากหนังสือที่บ้านเก่าของข้า แม้จะเป็วิธีที่ระบุตัวคนร้ายไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามีผู้ไม่หวังดี จะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น
เหยียนเหล่ย : อืม น่าสนใจ